บทสรุป Osvald – Chapter 5

ในอดีต ณ ห้องวิจัยของออสวอลด์เด็กน้อยเอเลน่ากำลังนั่งเขียนหนังสือ ส่วนพ่อของเธอออสวอลด์ก็กำลังทำการวิจัยอยู่ออสวอลด์: พวกเรามาพักกันเร็วขึ้นสักหน่อยมั้ย เอเลน่าทางด้านเอเลน่าที่กำลังสนใจในสิ่งที่เธอทำอยู่ กลับเหมือนไม่ได้ยินคำถามพ่อของเธอ จากนั้นสักพักเอเลน่า: มีอะไรหรอคุณพ่อออสวอลด์: ไม่มีอะไรหรอก ทำต่อไปเถอะเอเลน่าก็ได้ก้มหน้าทำงานของเธอต่อไปสักพักริต้าก็ได้เดินเข้ามาริต้า: ฉันชงชาเตรียมเอาไว้แล้วนะ ที่รักคะ?ออสวอลด์: รอแปปนะ ฉันกำลังทำอะไรบางอย่างอยู่ริต้า: อ่า นั่นมันปากกาที่พ่อให้เธอมานิใช่มั้ย ลูกกำลังเขียนอะไรอยู่ล่ะเอเลน่า: ขอโทษค่ะคุณแม่ หนูกำลังทำอะไรบางอย่างอยู่ริต้า: ให้ตายเถอะ ลูกไม้หล่นไม่ไกลต้นเลยสินะ ตัดมาที่โบราณสถานแห่งหนึ่งฮาร์วีย์: เวลาใกล้จะมาถึงแล้ว ฮิฮิ ใครจะคิดว่าฉันจะทำสิ่งที่เปรียบเหมือนกับการปล้นสุสาน เอเลน่ากำลังเดินเข้าไปใกล้และทำอะไรสักอย่างตกออกมาฮาร์วีย์: ช่วยเงียบหน่อยได้มั้ย!!! นี่มันสถานที่ศักดิ์สิทธิ์และฉันจะไม่ยอมให้เธอมารบกวนด้วยเสียงที่น่ารำคาญ นี่มันคือสิ่งสำคัญสำหรับเธอด้วยเช่นกัน ฉันพูดชัดเจนพอมั้ย?เอเลน่า: ค่ะ ยกโทษให้ด้วยนะคะฮาร์วีย์: เด็กดีจากนั้นฮาร์วีย์ก็ได้เดินเข้าไปเปิดฝาโลงขึ้นมาฮาร์วีย์: นี่แหละ บรรพบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ ในที่สุดเราก็ได้พบกัน ฮี่ฮี่ฮี่ ในที่สุดมันก็สมบูรณ์แล้ว และพันธสัญญาของฉันกับเขาก็จะครบถ้วนเอเลน่า: พ่อคะ?ฮาร์วีย์: เข้ามาสิ ถึงเวลาของการทดลองแล้วเอเลน่า เธอจะกลายเป็นส่วนสำคัญในกายฉัน ทางด้านออสวอลด์ที่พึ่งเดินทางมาถึงเมือง Gravell ก็ได้ยืนคิดออสวอลด์: เอเลน่ารอพ่อก่อนนะ ฮาร์วีย์กำลังตามหาแหล่งพลังงานที่ 7 พลังแห่งเงา นั่นคือที่สิ่งเขาเรียก แต่มันคืออะไรกันแน่นะ เขาเกือบที่จะเรียกใช้เวทมนตร์ที่แท้จริงเพียงหนึ่งเดียวได้จริงหรอ? หากทำได้ฉันจะหยุดเขาได้หรือเปล่า? […]

บทสรุป Osvald – Chapter 4

ณ ห้องเรียนแห่งหนึ่งฮาร์วีย์: ในโลกนี้เวทมนตร์เกิดจากธาตุทั้งหมด 6 ธาตุ ไฟ, น้ำแข็ง, สายฟ้า, ลม, แสง และความมืด แต่อย่างไรก็ตาม มีปรากฏการณ์หนึ่งที่ไม่สามารถอธิบายได้ด้วยพลังเวทมนตร์ของธาตุเหล่านี้ “หลุมของดาร์เคสต์” เมื่อ 400 ปีก่อน นักปราชญ์ แกรตตัน ได้สำรวจหลุมและมีข้อสรุปที่ชัดเจนว่า มีเพียงพลังที่อยู่นอกเหนือจาก 6 ธาตุเท่านั้นที่สามารถสร้างหลุมขนาดนี้ได้ ทำให้พบว่ามีธาตุที่ 7 อยู่แน่นอน ดังนั้นจึงเกิดสมมติฐานของแกรตตันขึ้นมา มันเป็นรากฐานสำคัญของการศึกษาเรื่องเวทมนตร์ของเรา เขาคือผู้แนะนำการมีอยู่ของเวทมนตร์ที่แท้จริงเพียงหนึ่งเดียวนักเรียน: หยุดไว้แค่นี้ก่อน เพราะผมได้สร้างมันจนสมบูรณ์แล้วนักเรียนคนนี้ก็ได้แสดงพลังเวทมนตร์ขึ้นมา ระหว่างนั้นออสวอลด์ก็เดินมาที่ห้องเรียนออสวอลด์: มันแค่โชว์ตลกงั้นหรอ? คุณเรียกมันว่า เวทมนตร์ที่แท้จริงเพียงหนึ่งเดียว? จากนั้นออสวอลด์ก็เดินไปหานักเรียนพร้อมแสดงพลังเวทมนตร์อีกชนิดเข้าไปลบล้างมันนักเรียน: เป็นไปไม่ได้ คุณทำมันได้ยังไงออสวอลด์: มันเป็นแค่เพียงเวทย์สายฟ้า มันยังคงมีพลังที่จำกัด ไม่ว่าคุณจะใส่พลังลงไปมากเพียงใด คุณกำลังเข้าใจมันผิดทั้งหมด ไม่มีประโยชน์เลยที่คุณจะทำการวิจัยต่อไปแบบนี้จากนั้นออสวอลด์ก็โชว์แผ่นสูตรคำนวณขึ้นมา นักเรียนทั้งหมดต่างก็ล้อมเข้ามามุงดูมันฮาร์วีย์: น่าสนใจมาก สูตรคำนวณนี้มันอาจเป็นไปได้นักเรียนที่ถูกหักหน้าก็แสดงความไม่พอใจ บอกว่าออสวอลด์เป็นโจรที่ขโมยความเด่นไป แล้วเขาก็วิ่งหนีออกจากห้องเรียนเมื่อชั้นเรียนสิ้นสุด ตอนนี้เหลือแค่เพียง 2 คนฮาร์วีย์: ผมคิดว่าการกระทำของคุณเมื่อกี้ เป็นการเมตตาต่อเด็กนักเรียนที่น่าสงสารคนนั้น ว่าแต่คุณช่วยอธิบายเพิ่มเติมได้ไหมออสวอลด์: สายฟ้า ไฟ… […]

บทสรุป Agnea – Chapter 3

แอ็กเนียที่เดินทางมาถึงเมือง Tropu’hopu เธอกางแผ่นเพลงแห่งความหวังขึ้นมา เธอต้องการแต่งเนื้อเพลงแต่ตอนนี้ดูเหมือนจะไม่มีแรงบันดาลใจเลย แต่ก็เชื่อว่าจะทำได้ ตอนนั้นเองเธอก็ได้เห็นคณะเดินทางที่เกวียนของพวกเขาติดหล่มทราย ตอนนี้พวกเขาต่างก็โทษกันไปมา แอ็กเนียที่เห็นก็วิ่งเข้าไปช่วย เธอถามว่าพอจะมีไม้แข็งๆ กันบ้างหรือเปล่า พวกเขาก็ได้ค้นกระเป๋าดูปรากฏว่ามีเพียงแค่ขลุ่ยซึ่งแน่นอนว่ามันใช้ไม่ได้หรอก แอ็กเนียเลยจะไปตามหาไม้อันนี้มาช่วยเอง ให้ปรับเป็นเวลากลางคืนแล้วเดินไปด้านบนเล็กน้อยก็จะเจอกับชาวเมืองคนหนึ่งที่มีสัญลักษณ์สีเขียวให้กด Entreat แล้วเอา Wooden Sword มา แล้วกลับไปคุยกับ จิเซลล์ ทีนี้แอ็กเนียจะใช้ดาบไม้ที่ได้มา พร้อมด้วยการช่วยเหลือของชาวคณะ งัดรถเข็นขึ้นออกมาจากทรายจนได้ จากนั้นก็มาแนะนำตัวกัน โดยแอ็กเนียได้บอกว่าเธอชื่อ แอ็กเนีย บริสตานี่ ทางด้านจิเซลล์รู้สึกเหมือนเคยได้ยินนามสกุลนี้มาก่อน แล้วก็แนะนำว่าพวกเธอคือวงดนตรีที่เดินทางไปแสดงตามสถานที่ต่างๆ เรียกตัวเองว่าคณะละครเร่ของจิเซลล์ มีสมาชิก 4 คน จิเซลล์ แทนซี่ ริโคและโคด้า “นำรอยยิ้มมาสู่ทุกมุมของอาณาจักร” นั่นคือคติประจำใจของเรา คราวนี้แอ็กเนียก็แนะนำเพิ่มว่าเธอคือนักเต้นรำ เดินทางเพื่อที่จะเป็นดารา จิเซลล์บอกว่าเธอคือผู้หญิงที่มีความฝัน  ดาราคือผู้ที่ส่องสว่างให้กับชีวิตของผู้คน เธอทำให้พวกเขายิ้มได้ในช่วงเวลาที่ดีที่สุดและแย่ที่สุด ไม่ว่าฝนจะตกหรือแดดออก เธอก็จะอยู่ที่นั่น มันเป็นความสำเร็จที่มีเพียงผู้ที่ลุกขึ้นยืนบนเวทีเท่านั้นที่จะบรรลุเป้าหมาย แทนซี่ก็บอกว่าตอนนี้ได้เวลาเตรียมตัวซ้อมกันแล้ว พวกเธอจะมีการแสดงที่นี่ หวังว่าจะได้พบกันใหม่ แอ็กเนียที่ได้ยินแบบนั้นก็อยากจะร่วมชมการแสดงด้วยเช่นกัน ทีนี้ให้เราเดินไปที่ส่วนหลังของหมู่บ้านก็จะพบกับ แทนซี่ ริโคและโคด้า ดูเหมือนว่าพวกเธอจะมีปัญหาบางอย่าง นั่นก็คือบอสจิเซลล์ของพวกเธอหนีไป […]

บทสรุป Ochette – Chapter 3

โอชุตต์ที่ได้เดินทางรวบรวมเหล่าสัตว์ในตำนานทั้ง 3 จนครบและได้กลับมาที่หมู่บ้าน ชาวเมืองก็เข้ามาต้อนรับการกลับมาของเธอ เธอก็ได้นำเนื้อมามอบให้กับคนในหมู่บ้าน จากนั้นจะขอตัวไปหาจูวาห์ เมื่อได้มาพบจูวาห์ที่นอนรออยู่ที่เชิงเขา หลังจากทักทายกันแล้วโอชุตต์ก็ได้พาเหล่าสัตว์ในตำนานทั้ง 2 มาพบกับจูวาห์ จูวาห์ก็เลยสงสัยว่าทำไมถึงมีแค่ 2 แล้วคาเทแลคต้าล่ะอยู่ไหน พอถูกพูดถึงแบบนั้นโอชุตต์ก็เลยได้นำแอคต้าออกมาจากกระเป๋าโชว์ให้จูวาห์ดู จูวาห์ก็บอกว่าเท่าที่เขาจำได้คาเทแลคต้าต้องตัวใหญ่กว่านี้มากสิ โอชุตต์เลยบอกว่าคาเทแลคต้าตายไปแล้ว ส่วนนี่คือลูกของเธอ เมื่อรู้แบบนี้จูวาห์ก็กล่าวชมเธอว่าทำได้ดีมาก ตอนนี้ก็ถึงเวลาเตรียมตัวสำหรับรับมือภัยพิบัติกันแล้ว ให้เดินตามจูวาห์ไปยังส่วนพื้นที่เตรียมรับมือภัยพิบัติ โดยเดินออกจากหมู่บ้านทางด้านล่างเข้าสู่ Path to the Tombs of the Wardenbeasts เดินลงมานิดหน่อยถึงทางแยกแล้วเลี้ยวซ้ายเข้าสู่ Summit of Strife จูวาห์บอกว่าเท่าที่เห็นนี่แหละคือการเตรียมตัวรับมือที่ดีที่สุดเท่าที่จะทำได้แล้ว โอชุตต์มีคำถามว่าอะไรคือ คืนแห่งพระจันทร์สีเลือด จูวาห์ก็ได้เล่าให้ฟังว่า คืนแห่งพระจันทร์สีเลือดจะเกิดขึ้นทุก 400 ปี พระจันทร์และพระอาทิตย์ตัดผ่านกันบนท้องฟ้า โลกตัดผ่านกับโลก และภัยพิบัติจะลงมายังเกาะแห่งนี้ โอชุตต์บอกว่าแล้วทั้งหมดนี่มันแปลว่าอะไร จูวาห์ตอบว่าไม่มีใครรู้ คืนแห่งพระจันทร์สีเลือดครั้งสุดท้ายได้เกิดขึ้นเมื่อหลายศตวรรษที่ผ่านมา แต่บรรพบุรุษของพวกเรารู้และคอยเตือนอยู่เสมอ ผู้ดูแลเกาะยังคงรักษาศรัทธาจากรุ่นสู่รุ่น พวกเรามีหน้าที่ปกป้องเกาะจากภัยพิบัติ โอชุตต์ถามกลับว่ามันเป็นภัยพิบัติแบบไหนกัน จูวาห์บอกว่ามันคือเงา ความจริงแล้วเขาได้เก็บความลับบางอย่างเอาไว้ไม่ยอมบอกกับโอชุตต์ก็คือ โลกของเราไม่ได้เป็นเพียงโลกเดียวเท่านั้น ยังคงมีโลกใบอื่นที่พวกเราไม่รู้อยู่ พวกเงากำลังกลืนกินทุกสิ่ง มันกลืนกินแสงสว่างที่ทักทอขึ้นในโลกของเรา […]

บทสรุป Osvald – Chapter 3

ออสวอลด์ในที่สุดก็เดินทางกลับมายังบ้านของตนในเมือง Conning Creekทุกสิ่งอย่างที่เขามีล้วนอยู่ในเมืองนี้ แต่เพียงแค่พริบตาทุกสิ่งอย่างนั้นก็ถูกพรากไปฮาร์วีย์ ฉันจะขอแก้นแค้นแกเมื่อออสวอลด์ใจเย็นลงแล้ว พยายามจะสืบหาที่อยู่ของฮาร์วีย์ให้ได้ ก่อนอื่นให้เราวิ่งกลับไปที่บ้านของออสวอลด์ที่อยู่ในเมืองนี้ก่อน โดยให้วิ่งไปทางขวาเรื่อยๆ จนสุดทางก็จะเจอกับซากบ้านที่ถูกไฟไหม้ เหตุการณ์เมื่อ 5 ปีก่อน ตอนนั้นเขาได้ไปที่ป่าใกล้เมือง เพื่ออยู่ตามลำพังใช้สมาธิกับความคิดของตัวเอง เขาทำมันเป็นกิจวัตร ซึ่งตอนนี้เขารู้แล้วว่ามันคือสิ่งที่ไม่ดีเลย ตอนเมื่อเขากลับมาทุกอย่างก็หายไป ถูกจับกุมจากทหารรักษาความปลอดภัยและไม่เคยกลับมาเลยจนกระทั่งตอนนี้ ออสวอลด์นึกย้อนไปสมัยอดีต ตอนที่ภรรยาและลูกของเขาอยู่ในบ้านที่เต็มไปด้วยความอบอุ่น ภรรยาแสดงความยินดีที่การประชุมเป็นไปด้วยดี ลูกสาวที่วิ่งเข้ามาหาอย่างรีบร้อนเพื่อต้อนรับพ่อของเขาที่กลับมาบ้าน กลับมาที่ปัจจุบันออสวอลด์พยายามสืบหาร่องรอยของฮาร์วีย์ ทั้ง 2 คนได้วิจัยเกี่ยวกับ เวทมนตร์ที่แท้จริงเพียงหนึ่งเดียว ฮาร์วีย์เองก็ต้องการผลงานวิจัยของออสวอลด์ทำให้เขาตัดสินใจที่จะไปยังห้องวิจัยของเขา เดินเข้าไปยังถ้ำหลังบ้าน ซึ่งเป็นห้องวิจัยของออสวอลด์ในอดีต ตอนนี้สภาพของมันทุกอย่างยังคงครบถ้วนสมบูรณ์ ออสวอลด์ได้เดินสำรวจพบว่าสิ่งที่หายไปมีเพียงแค่ สูตรคำนวณในงานวิจัยครั้งสุดท้าย แต่ออสวอลด์ไม่เข้าใจอยู่ดีว่าทำไมฮาร์วีย์ถึงต้องการมัน เพราะเส้นทางการวิจัยของทั้ง 2 แตกต่างกัน ขณะนั้นเองก็มีหญิงสาวคนหนึ่งได้ทักว่าเขาคือใคร เพียงแต่เมื่อหญิงสาวได้เดินเข้ามาใกล้จนกระทั่งได้เห็นหน้าก็ตกใจ ออสวอลด์เริ่มทักทายก่อน เธอคือ คลาริสซา อดีตผู้ช่วยของเขานั่นเอง สาเหตุที่สภาพห้องวิจัยยังคงดีอยู่ก็เป็นเพราะเธอนี่เอง เธอก็ถามเลยว่าออสวอลด์ตัวจริงนั้นควรจะถูกขังอยู่ในเกาะ Frigit อยู่ไม่ใช่หรอ ออสวอลด์เลยบอกว่าเขาหลบหนีออกมา เธอก็บอกว่างั้นมีอะไรเป็นข้อพิสูจน์ล่ะว่าเขาคือตัวจริง เพียงแค่รูปร่างเหมือนตัวจริงนั่นยังคงไม่พอ เพราะผลงานวิจัยของที่นี่เป็นเหมือนดังขุมทรัพย์ อาจมีผู้ร้ายที่ทำแม้กระทั่งปลอมตัวมาเพื่อขโมยก็เป็นไปได้ สุดท้ายเธอก็ได้บอกว่าถ้าคุณเป็นออสวอลด์ตัวจริง จะต้องมีวิธีในการต้านรับเวทยมนตร์ของเธอได้แน่นอน และผลลัพธ์ของต่อการสู้ครั้งนี้จะเป็นตัวพิสูจน์เองว่า […]

บทสรุป Ochette – Chapter 2: Cateracta’s Route

หนึ่งสิ่งมีชีวิตลงมายังทะเลสีฟ้าคลื่นใหญ่เหมือนภูเขาโหมเข้ามาใกล้ฝั่ง และข่มขู่หมายจะกลืนกินทุกสิ่งสิ่งมีชีวิตตัวนั้นได้โจมตีด้วยความเศร้าโศก คลื่นแตกสลาย ความสงบสุขกลับคืนมาสิ่งมีชีวิตในตำนานที่ปกป้องแผ่นดินนั้นมีชื่อว่าคาเทแลคต้า โอชุตต์ในที่สุดก็เดินทางมาถึงเมืองท่าเรือ Conning Creek เธอตื่นตาตื่นใจไปกับบรรยากาศและอาหารทะเล ในระหว่างที่เพลินเพลิดอยู่นั้นโอชุตต์และคู่หูก็ได้ยินเสียงร้องของอะไรบางอย่าง เลยตัดสินใจที่จะไปตรวจสอบที่มาของเสียง จุดนี้ก็ให้เราเดินไปยังบริเวณชายหาดและเดินไปจนสุดทาง บริเวณชายหาด โอชุตต์จะได้ยินเสียงร้องอีกครั้ง คราวนี้เธอแน่ใจแล้วว่าเสียงมันมาจากเกาะที่อยู่ใกล้กัน แต่ขณะนั้นเองมีหญิงสาวคนหนึ่งมาไล่ให้เราออกไป เธอมีชื่อว่าอัลฟิโอเน่ ผู้พิทักษ์แห่งคลื่น เธอสัมผัสได้ว่าโอชุตต์นั้นไม่ใช่มนุษย์แต่เหมือนจะเป็นเผ่าสัตว์ แต่อย่างไรก็ตามเธอไม่ยินยอมให้ใครเข้าใกล้เกาะแห่งนั้น สุดท้ายโอชุตต์ก็ต้องใช้กำลังให้กด Provoke ใส่เธอ หลังจากโอชุตต์ทุบเธอจนสลบให้ขึ้นไปที่เกาะ ออกสำรวจเล็กน้อยก็จะเจอเข้ากับโครงกระดูกของสิ่งมีชีวิตขนาดใหญ่ ซึ่งเป็นแหล่งที่มาของเสียง เนื่องจากลมพัดผ่านโครงกระดูกจึงทำให้เกิดเสียงร้องที่ได้ยิน จากนั้นอัลฟิโอเน่ที่ฟื้นและไล่ตามมาก็ได้บอกว่า ในที่สุดก็ได้เจอคาเทแลคต้าแล้วสินะ เธอมาตอนนี้ก็ดูเหมือนจะสายไป ทั้ง เกล็ด หนวด กรงเล็บ ไม่มีเหลือแล้ว แต่โอชุตต์ก็บอกว่าเธอไม่ได้มาเพื่อสิ่งของพวกนั้น เธอมาจาก Toto’haha มาที่นี่เพื่อนำตัวคาเทแลคต้ากลับไป เพราะภัยพิบัติกำลังมาเยือน แต่ดูเหมือนว่าคาเทแลคต้าจะตายแล้วเลยต้องหาทางอื่นแทน อัลฟิโอเน่ก็บอกให้เรารอก่อน ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา คาเทแลคต้าเป็นเทพผู้พิทักษ์แห่งท้องทะเลแห่งนี้ แม้ว่าจะผ่านมานานจนไม่มีใครในเมืองจำได้ก็ตาม เลยอยากให้เราตามเธอไปดูอะไรบางอย่างที่อยู่ในถ้ำแห่งนี้ ให้เราเดินเข้าไปในถ้ำจนเมื่อสุดทางก็จะเจอกับอัลฟิโอเน่ที่รอเราอยู่ อัลฟิโอเน่: ในที่สุดเธอก็มาถึงแล้ว นั่งลงก่อนสิโอชุตต์เดินเข้าไป แต่ก่อนที่เธอจะนั่ง ได้กลิ่นหอมของอาหารอัลฟิโอเน่: หิวมั้ย กินนี่สิ มันคือปลาแองเค่อโอชุตต์ก็ไม่รอช้านั่งลงแล้วกินมันลงไปทันทีโอชุตต์: นี่มันอร่อยมากเลยอัลฟิโอเน่: นั่นคือชีวิตสำหรับคุณ สิ่งมีชีวิตทุกชนิด กลืนกินชีวิตอื่นเพียงเพื่อมีชีวิตอยู่ […]

บทสรุป Temenos – Chapter 2

ณ มุมหนึ่งของเมือง Canalbrine ชายหนุ่มนักปรุงยากำลังวิ่งหนีจากการไล่ล่าของชายชุดดำ สุดท้ายเขาก็หนีไม่รอดถูกชายชุดดำฆ่าไป ก่อนจากไปชายชุดดำได้พูดออกมาว่า “โดเธอร์ เทพยาวิเศษ ได้รับบาดแผลสาหัสจากการต่อสู้กับเทพชั่วร้ายวีเด และหลับใหลไปชั่วนิรันดร์ หึ หวังว่าจะสวดส่งนายไปพร้อมกับพระคัมภีร์เล็กน้อย ทั้งหมดนี้ในนามของลอร์ดวีเด” ตัดมาที่เทเมนอส เพื่อสืบสวนการตายของพระสังฆราช เขาได้ตามรอยของบุคคลหนึ่งลูเซียน จนกระทั่งได้มาถึงเมืองแห่งน้ำ Canalbrine ตอนนี้ให้เริ่มจากการหาข้อมูลจากชาวเมืองกันก่อน ให้เดินที่ด้านบนกลางเมือง จะพบเหตุการณ์ที่ผู้พิทักษ์ศักดิ์สิทธิ์ได้มาปิดล้อมพื้นที่เอาไว้เพื่อสืบสวน ทำให้ชาวเมืองไม่สามารถเดินผ่านเข้าไปได้ เมื่อเราคุยกับชาวเมืองทำให้รู้ว่า เมื่อคืนนี้มีเหตุการณ์ฆาตกรรมและผู้ตายคือชายนักปรุงยาภายในเมืองคนหนึ่ง จากนั้นเทเมนอสได้เดินจากมาและคิดเกี่ยวกับเหตุการณ์ดังกล่าว ชายหนุ่มนักปรุงยาที่เป็นที่รู้จักภายในเมืองถูกฆาตกรรมโดยไม่ทราบผู้ร้าย ไม่รู้ว่ามันจะเกี่ยวข้องกับคดีของพระสังฆราชหรือเปล่า จากนั้นก็มีเหล่าการ์ดที่ตะเวนรอบเมืองมาพบกับเทเมนอสที่ทำตัวน่าสงสัยอยู่ เทเมนอสก็บอกว่าเขาเป็นแค่เพียงผู้ตรวจสอบที่อ่อนน้อมถ่อมตน แต่การ์ดก็ไม่สนใจบอกเทเมนอสว่าอย่าขยับ เขาสงสัยว่าเทเมนอสซ่อนอาวุธไว้เขาต้องจับกุม ในระหว่างที่เทเมนอสกำลังจะถูกจับ คู่หูเก่าคริกก็ได้เข้ามาห้ามไว้ พร้อมบอกว่านั่นคือผู้ตรวจสอบเทเมนอสจากคริสตจักร ไม่จำเป็นต้องจับกุม เขาเป็นผู้รับรองให้เอง เมื่อการ์ดได้เห็นดังนั้นก็จากไปทันที จากนั้นเทเมนอสก็ทักทายคริก เทเมนอส: นี่คือหน้าที่ใหม่ของนายงั้นหรอคริก: ใช่แล้ว รู้มั้ยว่านายคือคนสุดท้ายที่ฉันคิดว่าจะได้เจอที่นี่ แต่ก็ดีใจนะที่ได้ช่วยนายไว้ก่อนที่จะถูกจับเข้าคุก ว่าแต่นายเป็นอะไรมั้ยดูหน้านายค่อนข้างซีดเทเมนอส: ฉันแค่รู้สึกอับอายมากที่ต้องเป็นหนี้บุญคุณเจ้าลูกแกะตัวน้อยคริก: ล ล ลูกแกะ… นายยังอยากกวนฉันอยู่สินะเทเมนอส: ยังไงก็แล้วแต่หนี้ก็คือหนี้ ฉันจะจำไว้นะ ฮาฮาฮา มาคิดดูแล้วการที่ฉันได้มาที่เมืองเดียวกับนายที่พึ่งมาประจำการนี่มันคริก: อย่าพูดว่า โชคชะตา เชียวนะเทเมนอส: […]

บทสรุป The Dancer & Warrior, Part 1

ขณะที่ฮิคาริและแอ็กเนียได้เดินทางมาที่หมู่บ้าน Ryu ก็ได้ยินเสียงดนตรี ซึ่งฮิคาริได้บอกว่ามันคือเสียงของลูตเครื่องดนตรียอดนิยมของคู แอ็กเนียและฮิคาริก็ได้เดินไปหาคนที่กำลังเล่นดนตรีอยู่ พร้อมเอ่ยชมว่ามันเป็นเสียงที่ไพเราะมาก เธอก็ได้แนะนำตัวเองว่าเธอชื่อ โยมิ พันเสียง เธอเดินทางไปทั่วโลกดื่มด่ำเสียงดนตรีไปตลอดทาง เธอมีดนตรีสำหรับทุกโอกาส ทุกสถานที่ ทุกผู้คน ฮิคาริได้ยินแบบนั้นก็สนใจ จึงอยากให้โยมิเล่นดนตรีเพื่อเขาสักครั้ง โยมิก็ตอบตกลงแต่การเล่นดนตรีก็ต้องมีค่าใช้จ่าย ให้เรากด Bride ใส่โยมิเพื่อจ่ายเงินค่าดนตรีให้เธอ เมื่อเธอรับเงินมาแล้วก็บอกว่าจะหาดนตรีที่ดีเหมาะกับชุดกิโมโนของฮิคาริ เพียงแต่เธอต้องขอเวลาสักเล็กน้อยให้เรากลับมาหาเธอใหม่อีกครั้งในวันพรุ่งนี้ แอ็กเนียก็เข้าใจเบื้องหลังโชว์ที่ยิ่งใหญ่ย่อมต้องมีการเตรียมตัว ตอนนี้ให้เราปรับเวลาเปลี่ยนเป็นกลางวันและกลางคืนอีกครั้งแล้วคุยกับโยมิ เมื่อคุยกันอีกครั้งคราวนี้แอ็กเนียและฮิคาริรู้สึกว่าโยมิมีอะไรแปลกไป โยมิก็บอกว่าเธอมีปัญหาเล็กน้อยสายลูตของเธอขาดจะต้องเปลี่ยนใหม่ ถ้าเล่นมันตอนนี้ก็เหมือนกับให้ทหารเข้าสนามรบโดยที่ถือดาบหักนั่นแหละ ฮิคาริก็บอกว่าถ้าจำไม่ผิดสายลูตนี่ทำจากขนของหางม้า โยมิก็บอกว่าใช่ ตอนนี้ก็มีคนที่อยู่ใกล้ๆ สามารถช่วยได้ เพียงแต่การขอให้เขาช่วยมันไม่ง่ายนัก เขาไม่ค่อยชอบช่วยเหลือคนที่ไม่รู้จักเท่าไหร่ แอ็กเนียก็บอกว่าคล้ายกับป่าป๊าของเธอเลย เธอเลยอาสาจะไปขอความช่วยเหลือจากชายคนนี้เอง ตอนนี้ให้เราเดินไปที่ชายที่ยืนอยู่กับม้าใกล้ๆ นั่นแหละ แล้วกด Entreat เพื่อเอา Horse Tail Hair จากเขามา แล้วคุยกับโยมิ พอเอาขนหางม้าให้เธอแล้วโยมิก็ดีใจ ส่วนเรื่องดนตรีเธอบอกว่าตอนนี้ดูจะไม่ใช่เวลาที่เหมาะสมขอให้เรามาใหม่อีกครั้งในวันพรุ่งนี้แทน คราวนี้ให้เราปรับเป็นเวลากลางคืนแล้ววิ่งผ่านน้ำเพื่อไปยังยอดเขาด้านหลัง โยมิจะรออยู่ที่นั่นแล้ว มาคราวนี้ก็ถึงเวลาที่เธอได้เริ่มบรรเลงดนตรีท่ามกลางแสงจันทร์ให้เราฟัง เมื่อฟังจบแอ็กเนียก็บอกว่ามันเป็นเพลงที่เธอไม่เคยได้ยินมาก่อน เพียงแต่มันฟังดูโศกเศร้า โยมิก็บอกว่านี่คือเพลงโปรดของเธอเลย แอ็กเนียเลยถามว่าทำไมถึงเล่นเพลงนี้ให้พวกเขาฟัง ฮิคาริบอกว่าเขาเคยฟังเพลงนี้มาก่อน เพื่อนของเขาซูกิมักจะเล่นเพลงนี้ด้วยลุตประจำ […]

บทสรุป Throne – Chapter 2: Mother’s Route

โทรเน่พยายามตามหาแม่ โดยเธอเคยได้ยินมาว่าเวลาที่แม่ออกตามหาสมาชิกใหม่ จะมาที่ร้านขายอุปกรณ์สำหรับม้าในเมือง Oresrush แห่งนี้ ในระหว่างนั้นเองก็มีเด็กชายสวมหน้ากากคอยสังเกตุโทรเน่อยู่ไกลๆ ให้เราเดินไปที่ร้านขายอุปกรณ์สำหรับม้าได้เลย (ร้านที่อยู่ระหว่างโรงแรมกับขายของทั่วไป) เมื่อเราเข้าไปก็ได้ยินเจ้าของร้านพูดว่า “ขอบคุณสำหรับการอุปถัมภ์ ผมจะเตรียมของให้คุณอย่างรวดเร็ว ในระหว่างนี้ให้คุณไปรอที่บาร์ได้เลย” ชายที่เจ้าของร้านพูดคุยด้วยก็เดินออกไป จากนั้นเจ้าของร้านก็ทักทายโทรเน่พร้อมแนะนำสินค้า โทรเน่ก็บอกจุดประสงค์ที่มาทันทีว่าเธอไม่ได้มาเพื่อหาซื้ออุปกรณ์เกี่ยวกับม้า แถมชายคนเมื่อกี้ที่เดินออกไปก็ดูไม่ได้มาซื้ออุปกรณ์เกี่ยวกับม้าเช่นกัน แต่เจ้าของร้านก็ปฏิเสธชายคนนั้นมาซื้อของเกี่ยวกับม้า พร้อมเอ่ยจบประโยคเชิญโทรเน่ออกจากร้านอย่างมีมารยาท เมื่อโทรเน่ออกมาด้านนอกจึงได้คิดสืบหาหนทางจากชายคนนั้นแทน ทีนี้ให้เราเดินไปที่บาร์ก็จะพบกับชายคนที่เราตามหา ให้กด Steal เพื่อขโมย Horse Coin มาจากเขา แล้วกลับไปที่ร้านขายอุปกรณ์สำหรับม้าอีกครั้ง คราวนี้เมื่อโทรเน่โชว์เหรียญที่แอบขโมยมาให้เจ้าของร้านดู ก็ได้รับการปฏิบัติที่แตกต่างจากเดิม คราวนี้โทรเน่ก็ได้ถามออกมาตามตรงว่าเธอต้องการข้อมูลของ แม่แห่งอสรพิษทมิฬ แต่เจ้าของร้านก็ปฏิเสธเนื่องด้วยแม่คือลูกค้าประจำ การให้ข้อมูลเธอนั้นดูเหมือนจะเกินอำนาจของเขามากเกินไป แต่โทรเน่ก็ไม่ยอมควักมีดออกมาข่มขู่ ทำให้เจ้าของร้านไม่มีทางเลือกจึงยอมคายข้อมูลออกมา โดยบอกว่าแม่นั้นได้นัดพบกับชายคนหนึ่งที่ถูกเรียกว่าพ่อค้าทาส ชายคนนี้ได้เปิดร้านค้าทาสที่โรงหลอมเก่าของเมือง การที่จะพบชายคนนี้ได้จะต้องมีคำพูดพิเศษ “ดื่มจากถ้วยในมือซ้ายของคุณ” โทรเน่จึงได้ขอบคุณและออกจากร้านไปทันที ให้เราเดินทางไปส่วนด้านหลังของเมือง โทรเน่จะสังเกตุเห็นเด็กชายที่สวมหน้ากาก แต่เด็กคนนั้นวิ่งหนีออกไปทันที อันที่จริงแล้วโทรเน่รู้ตั้งแต่ทีแรกที่เข้าเมืองแล้วว่าถูกเด็กชายคนนี้คอยจับตาดูอยู่ โทรเน่ตัดสินใจที่ไล่เด็กชายคนนั้นให้หยุดทางตามเธอได้แล้ว ให้เราเดินไปกำแพงหินทางด้านซ้าย ดูเหมือนที่เดินไปกำแพงหินจะเป็นการหลอกล่อให้เด็กชายปรากฏตัวออกมา โทรเน่เดินไปตลบหลังเพื่อขโมยหน้ากากมาจากเด็กชาย ใบหน้าที่อยู่ภายใต้หน้ากากทำให้โทรเน่ตกใจเป็นอย่างมาก เพราะว่ามันคล้ายกับใครบางคนที่เธอรู้จักจนเธอคิดว่ามันเป็นภาพลวงตา เด็กชายเห็นท่าไม่ดีก็ได้จังหวะวิ่งหนีออกไป ทีนี้ถึงเวลาเดินทางไปโรงหลอมที่สุดทาง แต่ก่อนเข้าไปแนะนำให้กดเซฟเอาไว้ก่อน จากนั้นค่อยไปคุยกับชายที่ยืนเฝ้าประตู เขาจะพูดประโยคหนึ่งที่เหมือนเป็นรหัสลับ […]

บทสรุป Ochette – Chapter 2: Tera’s Route

หนึ่งสิ่งมีชีวิตลงมาที่ทุ่งรกร้างสีแดงทำให้ภูเขาเปล่งแสงและเดือดด้วยความร้อนเมื่อถึงเวลาที่มันจะระเบิดสิ่งมีชีวิตนั้นได้โจมตีด้วยความโกรธภูเขาแตกและจมลงสู่หุบเขาสิ่งมีชีวิตในตำนานที่ปกป้องแผ่นดินนั้นมีชื่อว่าเทร่า โอชุตต์ได้เดินทางมาถึงหมู่บ้าน Crackridge เธอได้ตะโกนหาเทร่า แต่กลับไม่มีเสียงตอบรับ จากนั้นคู่หูจึงแนะนำให้ลองดมกลิ่นดู เมื่อโอชุตต์ได้ลองดมก็ไม่มีพบกลิ่นอะไรแปลกๆ แต่เมื่อเธอตัดสินใจจะหาที่พัก ปรากฏว่าโอชุตต์รู้สึกเจ็บแปล๊บจากสัญชาตญาณ ทำให้เธอคิดว่าเทร่าน่าจะอยู่ใกล้ๆ แถวนี้แหละ จึงตัดสินใจหาข้อมูลจากชาวบ้านกันก่อน ให้เราเดินไปยังทางด้านขวาที่หน้าโรงแรมจะพบหญิงสาว 2 คน เข้ามาทักทายเราเพราะเห็นว่าคู่หูของเราน่ารักเลยอยากขอเล่นกับมันหน่อย แต่คู่หูไม่พอใจเราจึงเข้าไปปลอบแล้วคุยกับหญิงสาวต่อ ในระหว่างนั้นเองเราก็เลยถามว่าพวกเธอรู้ไหมว่าเทร่าอยู่ที่ไหน หญิงสาวทั้ง 2 ก็ตกใจจากนั้นเกิดแผ่นดินไหวขึ้น เมื่อมันสงบ นายกของหมู่บ้านก็เดินเข้ามาพร้อมถามว่าเมื่อกี้เธอเป็นคนเรียกเทร่างั้นหรอ เราก็เลยถามว่ารู้ไหมเทร่าอยู่ที่ไหน นายกก็ไม่ปฏิเสธและบอกทันทีว่ารู้ มันอยู่ข้างใต้นี้แหละกำลังนอนหลับอยู่ เมื่อทำให้มันโกรธโดยรบกวนการนอนหลับของมัน พื้นดินก็จะสั่นสะเทือนเหมือนที่เธอทำเมื่อกี้นี้แหละ เราก็เลยบอกถึงสาเหตุที่มาก็เพาะต้องการจับเทร่ากลับบ้าน ทำให้นายกตกใจ แถมบอกอีกว่าให้ช่วยพาไปหาเทร่าหน่อย นายกเห็นดังนั้นก็เลยแกล้งทำเป็นปวดท้องทำให้พาไปไม่ได้ เมื่อเห็นแบบนี้ก็เลยคุยกับคู่หูว่าไปหาคนอื่นแทนก็ได้ ทีนี้ให้เดินไปที่หน้าร้านขายอุปกรณ์ จะเจอชายที่ชื่อ ปอม นั่งไส้กิ่วอยู่หน้าร้าน ด้วยความเป็นคนตรงไม่ทันไรก็เลยเดินไปถามปอมว่ารู้มั้ยว่าเทร่าอยู่ไหน ปอมก็บอกว่ารู้สิแต่ตอนนี้เขาหิวให้เราช่วยไปหาของกินมาให้เขาหน่อย หลังจากนั้นค่อยมาพูดถึงเรื่องเทร่ากัน สำหรับของกินที่ปอมต้องการนั้นก็คือเนื้อจากตัว Buttermeep โดยมอนสเตอร์ตัวนี้เราจะพบได้ใน Western Crackridge Wilds แผนที่ทางซ้ายของหมู่บ้าน Crackridge นั่นแหละ โดยมันมีลักษณะเป็นลูกหมูตัวเล็กมีหลังสีเหลืองพบได้ทั่วไปในแผนที่นี้หาได้ไม่ยาก เมื่อเจอแล้วก็พยายามใช้สกิล Capture ของ โอชุตต์ จับมันให้ได้ […]

Privacy Overview

This website uses cookies so that we can provide you with the best user experience possible. Cookie information is stored in your browser and performs functions such as recognising you when you return to our website and helping our team to understand which sections of the website you find most interesting and useful.