บทสรุป Ochette – Chapter 2: Glacis’s Route

หนึ่งสิ่งมีชีวิตลงมาสู่แดนหิมะสีเงินพายุหิมะอันยิ่งใหญ่ได้เกิดขึ้นราวกับว่าจะแช่แข็งไปทั่วทั้งทวีปสิ่งมีชีวิตนั้นได้แสดงการตำหนิลงโทษทำให้หิมะกระจายและร่วงหล่นสร้างภูเขาที่สูงถึงฟ้าสิ่งมีชีวิตในตำนานที่ปกป้องแผ่นดินนั้นมีชื่อว่า กราซิส โอชุตต์ได้เดินทางมาถึง Stormhail Snows พร้อมกับได้ยินเสียงร้องของอะไรบางอย่าง เธอจึงถามคู่หูว่ามันอาจจะเป็นเสียง กราซิล หรือเปล่า คู่หูก็บอกว่าให้เธอรีบไปจับมันแล้วกลับบ้านกันเถอะ แถวนี้อากาศมันหนาวมากเกินไป โอชุตต์ก็ได้ตัดสินที่จะตรวจสอบที่ภูเขา เพราะเธอคิดว่าเสียงมันน่าจะมาจากที่นั่น จากในเมืองก็ให้เราเดินไปด้านบนเข้าสู่ Stormhail: Bridge แล้วเดินตรงไปต่ออีกนิดจะเห็นว่ามีอัศวินเฝ้ายาม ปิดทางเข้าอยู่ อัศวินที่เห็นโอชุตต์ก็บอกว่าเธอดูไม่คุ้นหน้าเลยเป็นนักเดินทางสินะ ที่นี่คือยอดเขาศักดิ์สิทธิ์อัลตาเฮ กลาซิสผู้พิทักษ์แผ่นดินได้อาศัยอยู่ที่นี่ กลาซิสได้ทำให้ที่นี่มีหิมะตกไม่เคยหยุดมาหลายปีแล้ว ตั้งแต่ที่มีกลุ่มนักล่าได้ตามไล่กลาซิส พวกเราก็เลยได้สร้างประตูกั้นนี้ขึ้นมาเพื่อปกป้องกลาซิส หลังจากนั้นอัศวินที่เฝ้าทางเข้าก็ได้ไล่โอชุตต์ให้กลับไป เพราะว่าเขาไม่เชื่อใจเธอ โอชุตต์ก็ไม่ยอมถอย ตอนนี้ให้เรากด Provoke ใส่อัศวินเฝ้ายามเพื่อใช้กำลังผ่านประตูกันเถอะ เมื่อเข้ามาทั้งโอชุตต์และคู่หูก็รู้สึกหนาว ทางด้านคู่หูก็แซวว่าให้เอามือแตะคอสิจะได้หายหนาว เป็นการประชดเหตุการณ์ก่อนหน้านี้ที่โอชุตต์ได้หลอกคู่หูว่าถ้าอยากแก้หนาวก็ให้เอามือแตะที่คอ แต่โอชุตต์ก็บอกว่าเธอไม่ทำแบบนั้นหรอก เพราะมีวิธีแก้หนาวที่ดีกว่า แล้วเธอก็ตะโกนหอนเต็มกำลังส่งเสียงดังเป็นอย่างมาก ทำให้ภูเขาหิมะเกิดการถล่มลงมา จากนั้นก็มีชายคนหนึ่งที่ชื่อว่า ไฮก ถามว่าเสียงตะโกนเมื่อกี้เป็นเธอใช่มั้ยที่ทำ เธอไม่ใช่มนุษย์นี่ โอชุตต์ก็ยอมรับทั้งหมด ไฮกสงสัยว่าโอชุตต์เข้ามานี่ได้ยังไง แถมหิมะที่ถล่มก็ปิดทางของเขาพอดี ทำให้ต้องใช้เส้นทางอื่น โอชุตต์ก็ถามว่าไฮกมาทำอะไรที่นี่ ไฮกไม่ตอบและถามกลับด้วยคำถามเดียวกัน ก่อนที่ไฮกจะไปก็ได้เตือนโอชุตต์ว่าให้กลับบ้านไปเถอะ เพราะความประมาทอาจทำให้ถึงตายได้ หิมะที่นี่ไม่มันไม่ปกติ เป็นหิมะที่เต็มไปด้วยความเกลียดชัง เดินทางขึ้นเขากันต่ออีกเล็กน้อย จะได้เจอกับไฮกที่กลางทาง ปรากฏว่าที่ไฮกสำรวจอยู่บนภูเขาแห่งนี้ก็เพื่อตามหาและนำศพของเหล่าญาติ ผองเพื่อน […]

เทคนิคเก็บเลเวลจาก 20 ไป 40

ก่อนจะเริ่มเก็บเลเวลมาเตรียมความพร้อมกันก่อนเริ่มจาก Montwise ไปทางด้านขวาเข้าสู่ Abandoned Traverse แผนที่เลเวล 30 และเมื่อไปตามทางต่อก็จะเข้าสู่ Abandoned Church แผนที่เลเวล 31 ในแผนที่นี้ให้เราเดินมาทางขวาจะเจอกับกล่องสมบัติที่อยู่หลังแท่นปราศรัย ภายในนั้นจะมี Black Dagger มีดพลังโจมตีถึง 118 เมื่อเก็บได้แล้วก็แนะนำให้พยายามเก็บเลเวลของปาร์ตี้หลักให้ถึงช่วงประมาณ 20-25 ขั้นต่อไปเราจะเดินทางไปที่เมือง Stormhail ที่เป็นเมืองเนื้อเรื่องบทที่ 2 ของโอชุตต์ แต่เราจะยังไม่ได้เริ่มเนื้อเรื่องตอนนี้ สาเหตุที่ให้ไปก็เพื่อจะเอาอาวุธระดับสูงมาใช้ก่อนเพื่อการเก็บเลเวลเท่านั้นเอง ก็ให้เริ่มจากออกจากเมือง Montwise ไปทางด้านซ้ายเข้าสู่ Western Montwise Pass ไปทางด้านซ้ายพอมาถึงทางแยกที่มีจุดเซฟให้ขึ้นไปด้านบน ตรงขึ้นไปจนสุดท้ายจะพบว่ามีคนยืนเฝ้าขวางทางเข้าถ้ำเอาไว้อยู่ ให้เรากด Challenge แล้วเอาชนะเขาให้ได้ เมื่อชนะก็จะได้รับสกิล Twin Serpent ของฮิคาริมา ก็ให้ติดตั้งได้เลย สกิลนี้ดีมาก เป็นการโจมตีศัตรูทุกตัวจำนวน 2 ครั้งด้วยหอกและใช้ SP เพียงแค่ 19 เท่านั้น เป็นหนึ่งในสกิลหากินเอาไว้เก็บเลเวลได้สบาย (หากไม่ชนะก็แนะนำให้ไปเก็บเลเวลให้ฮิคาริเพิ่มจนกว่าจะล้มเขาให้ได้ โดยเขาจะมี HP […]

บทสรุป Hikari – Chapter 2

ฮิคาริหลังจากเร่ร่อนอยู่นาน ในที่สุดก็เดินทางมาถึง Montwise ซึ่งเป็นสถานที่จากข่าวลือที่เขาได้รับมาว่า คาซาน อดีตผู้บัญชาการกองทัพของคู ได้อาศัยอยู่ที่นี่ ทีนี้ก็มาเริ่มจากตามหาตัวคาซานภายในเมืองนี้กันก่อนเลย ให้เราสำรวจเมืองจนพอใจก่อนก็ได้ เมื่อพร้อมแล้วก็ให้ไปที่ส่วน Montwise: Underground Arena มันคือสังเวียนแห่งการต่อสู้และการพนัน ฮิคาริเห็นรูปแบบในสังเวียนก็ไม่ค่อยพอใจเท่าไหร่นัก ระหว่างนั้นเองคาซานก็เดินเข้ามาทักทาย แล้วบอกว่าไม่เจอกันนานเลยนะ พร้อมยื่นถ้วยเหล้าให้ ฮิคาริไม่สนใจแต่กลับบอกว่าตอนนี้เขาต้องการความช่วยเหลือจากคาซานเพื่อที่จะโค่นล้มมูเกนและกอบกู้คูให้กลับมาสงบสุขเหมือนเดิม คาซานก็ยินดีที่จะช่วยเหลือฮิคาริเพียงแต่เขาต้องการให้ฮิคาริทำอะไรบางอย่างก่อน พูดจบคาซานก็ผลักฮิคาริลงไปบนสังเวียน บังคับให้ฮิคาริต้องต่อสู้ทันที ตรงจุดนี้ให้เราไปกด Challenge กับนักสู้ที่อยู่ในสังเวียน พอชนะฮิคาริก็จะมาหาคาซานพร้อมบอกว่าให้คาซานอธิบายมาว่าทำไมเขาถึงต้องทำแบบนี้ คาซานก็บอกว่ามันเป็นหนึ่งในขั้นตอนที่จำเป็น โดยเขาขอให้ฮิคาริไปเป็นกลาดิเอเตอร์ในสังเวียน อันที่จริงแล้วตอนนี้เขาไม่มีเงิน ปีกของอินทรีย์ถูกมัดด้วยหนี้สินทำให้เขาออกบินไม่ได้ ที่ฮิคาริต้องทำก็แค่เพียงกวัดแกว่งดาบ แล้วโชคลาภของเขาก็จะกลับมา ปีกก็จะสยายโบยบินสู่ท้องฟ้าได้ดั่งเดิม และแน่นอนว่ามันจะทำให้เขาสามารถช่วยเหลือฮิคาริได้ ฮิคาริจึงได้ตกลงให้ความร่วมมือ ในตอนนั้นเอง บันเดแลม สุดยอดนักสู้แห่งสังเวียนที่พรากชีวิตผู้อื่นกว่า 100 ศพก็ได้โชว์ฝีมือ สังหารเหล่านักสู้อีก 4 คน ได้รับเสียงเชียร์จากเหล่าผู้ชม ก่อนที่บันเดแลมจะเดินลงจากเวทีก็ได้สบตาเข้ากับฮิคาริ แล้วก็เดินจากไปโดยที่ทั้งคู่ไม่ได้พูดอะไร จากนั้นฉากจะตัดมาที่กลางเมืองคาซานกับฮิคาริก็จะมาสรุปกันว่า ฮิคาริจะต้องพิชิตสนามประลองแห่งนี้ให้ได้ เมื่อเราเตรียมตัวพร้อมแล้วก็ไปที่เคาน์เตอร์ใน Montwise: Underground Arena ได้เลย คุยกับพนักงานเพื่อลงทะเบียนเข้าต่อสู้ หลังจากชนะในนัดแรก […]

บทสรุป Agnea – Chapter 2

แอ็กเนียได้เดินทางมาถึงมหานคร New Delsta ในสมัยก่อนหม่าม้าได้พาเธอเดินทางไปทั่วทวีปฝั่งตะวันตก แต่เธอก็ไม่เคยเห็นเมืองที่เป็นแบบนี้มาก่อนเลย แล้วเธอก็เห็นป้ายประกาศ การแสดงของซุปเปอร์สตาร์ โดลซิเนีย เมื่อเธอมองไปทั่วทั้งเมืองต่างก็มีป้ายแบบนี้ติดอยู่ไปทั่ว แถมชาวเมืองต่างก็พูดคุยเกี่ยวกับเรื่องของโดลซิเนีย ทำให้แอ็กเนียอยากจะพบกับเธอ ทีนี้ก็ให้เราเดินทางไปยังด้านหน้าโรงละคร ที่อยู่ซ้ายบน เมื่อมาแล้วให้ไปคุยกับการ์ดที่อยู่หน้าประตู แอ็กเนียได้เห็นโรงละครใหญ่ครั้งแรกก็รู้สึกตกใจ จากนั้นก็พยายามเดินเข้าไป แต่การ์ดที่อยู่หน้าประตูได้ขอตรวจตั๋วเข้าชม เนื่องด้วยแอ็กเนียไม่มีจึงไม่สามารถเข้าไปภายในได้ จึงต้องออกตามหาตั๋วเข้าชมกันก่อน ต่อไปให้เราเดินไปที่บาร์และปรับเวลากลางคืนจากนั้นให้ใช้ Entreat เพื่อขอตั๋วจากผู้หญิงชุดเขียวที่ยืนอยู่หน้าบาร์ แล้วเราจะได้ Theater Ticket มา ทีนี้ก็กลับไปที่โรงละครที่เดิมแล้วกดคุยกับการ์ด เพื่อยื่นตั๋วเข้าชมให้กับเขา เมื่อเราได้ชมโชว์การแสดงของโดลซิเนียเสร็จฉากจะตัดมาที่หน้าโรงละคร มีชายคนนึงถูกการ์ดโยนออกมาที่หน้าโรงละคร จากนั้นชายที่ชื่อ ลามานี่ก็บอกว่าหากต้องการเข้าชมการแสดงก็ควรซื้อตั๋วมาสิ ชายที่ถูกโยนก็เถียงว่ามันแค่เงินนิดเดียวทำไมเขี้ยวขนาดนี้ เขาแค่อยากชมการแสดงนิดหน่อยเอง ลามานี่ก็บอกว่าโดลซิเนียเป็นสุดยอดนักเต้นแห่งนี้ และนี่คือโรงละครไม่ใช่การกุศล กลับมาเมื่อมีเงินหรือไม่ก็ไม่ต้องมาเลย จากนั้นสักพักชายคนนั้นก็ยังยืนอยู่ที่เดิมและบ่นว่า การแสดงมันจบลงซะแล้วดูเหมือนว่าเขาจะไม่มีโอกาสได้ดู แล้วเขาก็หันไปเห็นแอ็กเนียที่ออกมายืนเต้นอยู่หน้าโรงละครพอดี ชายคนนั้นก็ได้ตบมือชมการเต้นของแอ็กเนีย แล้วเขาก็แนะนำตัวเองว่าชื่อ กิล เปิดบาร์อยู่ที่ตรอกหลังเมือง แล้วกิลก็ชวนแอ็กเนียให้ไปที่บาร์ของเขาด้วย แล้วเขาจะเสิร์ฟกาแฟเป็นค่าชมการเต้นของเธอเมื่อกี้นี้ ทีนี้ก็ให้เราไปที่ New Delsta: Backstreets เดินไปทางฝั่งซ้ายของแผนที่แล้วขึ้นบันไดไปก็จะพบกับบาร์ของกิลแล้ว เมื่อมาถึงกิลก็เสิร์ฟกาแฟตามที่ได้บอกเอาไว้ พอแอ็กเนียชิมก็บอกว่ามันรสชาติหวานปนขม กิลก็บอกว่านี่แหละคือรสชาติของความฝัน มีเพียงไม่กี่คนเท่านั้นที่สามารถกลายเป็นดาราได้ […]

บทสรุป The Scholar & Merchant, Part 1

ออสวอลด์และพาร์เททิโอมาถึงมหานคร New Delsta ความมีชีวิตชีวาของเมืองนั้นไม่เหมือนสิ่งใดที่พวกเขาเคยสัมผัสมาก่อน และพวกเขาทำได้เพียงสงสัยว่าจะมีอะไรรออยู่ เมื่อมาถึงเมืองก็รู้สึกถึงความแปลกตาไม่เหมือนสถานที่ที่พวกเขาเคยอยู่มาก่อน ระหว่างนั้นก็เห็นชายคนหนึ่งอาการไม่ค่อยดีเดินอยู่และล้มลงไป พวกเราก็เลยวิ่งไปดู ชายคนนั้นก็บอกว่าเขาคือนักวิชาการ ตอนนี้เขาหิวมากก็เลยมีสภาพเป็นก้อนเนื้อแบบนี้ พาร์เททิโอก็เลยเอาขนมปังให้เขากิน ชายคนนั้นก็ขอบคุณที่ช่วยชีวิต เขาไม่ได้กินอะไรมา 3 วัน 9 ชั่วโมง 23 นาทีแล้ว พาร์เททิโอบอกว่าหยุดก่อนนี่นายเล่นนับเวลาในขณะที่กำลังจะตายเพราะความหิวนี่นะ ออสวอลด์ก็บอกว่า มันเป็นธรรมชาติของนักวิชาการที่จะคอยบันทึกสถิติตลอดเวลาไม่ว่าจะในสถานการณ์ไหนก็ตาม ใช่ไหมเรกูลัส ชายคนนั้นก็ตกใจแล้วทักกลับว่านายคือออสวอลด์งั้นหรอ กลายเป็นว่าทั้ง 2 คนนี้เป็นเพื่อนกันตั้งแต่ช่วงสมัยเป็นนักศึกษา ออสวอลด์ก็ถามว่าเขามาทำอะไรที่นี่ เรกูลัสก็บอกว่าเขามาตามหาวัสดุสำหรับทำวิจัยสิ่งประดิษฐ์ที่ทำให้โลกตะลึง ออสวอลด์ก็เกิดอยากรู้อยากเห็นขึ้นมาเลยทีเดียวว่ามันคืออะไร ก็เลยตัดสินใจว่าจะไปคุยกับต่อที่บาร์ เมื่อมาถึงบาร์เรกูสัลก็บอกว่าสิ่งประดิษฐ์อันนี้คือ กล้องโทรทรรศน์ดาราศาสตร์ (กล้องดูดาว) เพียงแต่ตอนนี้มันยังไม่สมบูรณ์ดี เนื่องจากเข้าไปเล่นพนันแต่กลับเสียทำให้เงินทุนไม่พอ เรกูลัสก็บ่นอีกว่า “โอกาสมักจะเข้าข้างฉันเสมอ แต่ดวงดาวกลับทอดทิ้งฉันในยามที่ฉันต้องการความช่วยเหลือ” ออสวอลด์ก็บอกว่านายน่าจะเข้าใจเรื่องโอกาสผิดแล้วล่ะ การพนันมันก็แค่เรื่องของความน่าจะเป็น นายน่ะมีสมองที่เฉียบแหลมแต่กลับเหมือนคนโง่เมื่อมีเรื่องเงินมาเกี่ยว เรกูลัสก็บอกว่าตอนนี้เขาเหลือเงินแค่เพียงนิดเดียว ทางพาร์เททิโอก็อาสาเองว่าหากเรกูลัสนำเงินนี้มอบให้เขา เขาจะหาของที่เรกูลัสต้องการเพื่อทำกล้องดูดาวมาให้ทั้งหมดเอง เรกูลัสก็บอกว่าตอนนี้ขาดแค่ส่วนประกอบอีกเพียง 3 ชิ้นเท่านั้นคือ เครื่องมืองานโลหะ, กระจกและเลนส์ที่มีความแม่นยำ เริ่มกันที่คนแรก ให้เข้าไปบาร์อีกครั้งในเวลากลางวัน จะเห็นคนที่ใส่หมวกเขียวยืนอยู่ตรงหน้าเคาน์เตอร์ ให้กด Purchase […]

บทสรุป Throne – Chapter 1

ไม่เอาอีกแล้วไม่เอากลิ่นนี้แล้วทุกครั้งที่ฉันสูดกลิ่นนี้เข้าไปมันรู้สึกเหมือนปอดของฉันกำลังเน่าเปื่อย…กลิ่นของเลือด ณ ทางท่อระบายน้ำใต้ดินโทรเน่และเพื่อนอีก 3 คน ปิโร่ สการัชชี่ ดอนนี่ กำลังวิ่งหนีอะไรอยู่สักอย่าง ดอนนี่ ที่ดูเหมือนอาการแย่มากเลือดไหลไม่หยุด ในที่สุดก็วิ่งมาถึงประตูที่เป็นเส้นทางหลบหนี แต่ปรากฏว่าประตูมันล็อคเปิดออกไม่ได้ ในที่สุดทั้งกลุ่มของโทรเน่ก็ถูกตามเจอและเข้าต่อสู้ จนกระทั่งเวลาผ่านไปดอนนี่ทนพิษบาดแผลไม่ไหวได้เสียชีวิตไป ตอนนี้โทรเน่ก็รู้สึกเหมือนว่ามีใครวางแผนทำให้พวกเธอตกอยู่ในสถานการณ์นี้ น่าจะเพราะมีคนหักหลัง สุดท้ายพวกเขาก็ต้องหาทางอื่นไปต่อ ให้เราวิ่งไปจนสุดท้าย ตัวเกมก็จะสอน Path Action ตอนกลางคืนของโทรเน่ Ambush (ซุ่มโจมตี) ทำให้ชาวเมืองสลบ ส่วนใหญ่เอาไว้ใช้เพื่อเปิดทางที่มีคนยืนบังหรือยืนปิดทางไว้ ทีนี้ก็ให้เราขึ้นบันไดอ้อมไปด้านบนแล้วลงมากด Ambush ใส่ศัตรูที่ขวางทางได้เลย เมื่อศัตรูสลบไปแล้ว สการัชชี่ก็จะให้ลงมือฆ่ามันซะ แต่เราก็ปฏิเสธเพราะว่าไม่จำเป็น ทำให้สการัชชี่ดูไม่ค่อยพอใจ ทีนี้ก็ให้เปิดประตูแล้วเดินไปต่อ แต่ก็มีศัตรูอีกกลุ่มเข้ามาขวางทาง เมื่อกำจัดได้เราก็จะหนีออกจากท่อน้ำนี่ได้สักที จากนั้นโทรเน่ก็บอกว่างานของเรายังไม่จบให้รีบกลับไปที่บ้านกัน ปิโร่บอกว่า 2 คนนั้นคงจะไม่พอใจกับสิ่งที่เกิดขึ้นแน่ สการัชชี่ก็รู้สึกกลัวและบอกว่าพวกเรายังไม่ได้ทำอะไรผิดเลยนะ เขาขอตายดีกว่ากลับไปรับการลงโทษ โทรเน่ก็บอกว่าเราไม่มีทางเลือกตราบใดที่ยังมีปลอกคอคล้องอยู่ จำเป็นต้องคอยฟังคำสั่งจาก 2 คนนั้นอยู่ดี สุดท้ายจึงตัดสินใจแยกย้ายกันแล้วไปเจอกันที่บ้าน เพื่อหลีกเลี่ยงฝ่ายศัตรูจะตามเจอ “อสรพิษทมิฬ”กลุ่มอาชญากรที่มีความสัมพันธ์กับแวดวงเหล่าเศรษฐีในอาณาจักร พวกเขาควบคุมทั้งทรัพย์สินและอำนาจของเมืองนี้และฉันก็เป็นหนึ่งในลูกน้องของกลุ่มนี้งานของฉันคือการขโมยและคอยเก็บกวาด ทีนี้ให้เราหาทางกลับไปที่บ้าน โดยจะอยู่ในซอยลึกแถวเชิงบันได ให้วิ่งตรงตามซอยเข้าไปจนสุดก็จะเจอเข้ากับบ้านใหญ่หลังหนึ่ง New […]

บทสรุป Partitio – Chapter 2

หลังจากที่มาถึงเมือง Clockbank พาร์เททิโอ ก็บอกว่าเมืองทางฝั่งทวีปตะวันออกมันช่างแตกต่างจากเมือง Oresrush จริงๆ ได้กลิ่นแห่งการค้าลอยมาจากลมเลยทีเดียว ได้เวลาที่จะออกสำรวจเมืองแล้ว ทีนี้กลุ่มของเราก็จะสามารถออกสำรวจเมือง Clockbank ได้อย่างอิสระ เมื่อสำรวจจนพอใจแล้วให้ไปที่ส่วน Clockbank: Industrial District แล้ววิ่งไปจนสุดทางด้านซ้าย จะพบกับชายที่แต่งชุดสูธมาดนักธุรกิจหนุ่ม เธิร์สตัน กำลังไล่ทวงหนี้กับเด็กชายที่ชื่อ วิล ซึ่งวิลก็บอกว่าไม่มีจ่ายหรอก ในระหว่างที่คุยกันอยู่ก็ได้รู้ว่า เธอร์สตัน มาจาก เดอะโร๊คคอมปานี แล้วเราก็เข้าไปแทรก โดยบอกว่าการกรรโชกทรัพย์เด็กนี่ควรจะรู้สึกละอายใจบ้าง จากนั้นเธิร์สตันก็เดินออกไป เราก็เข้าไปทักทายกับวิล วิลก็ขอบคุณแล้วแยกย้ายกัน ในระหว่างเหตุการณ์ปรากฏว่ามีเด็กสาวคนหนึ่งคอยแอบดูอยู่ สุดท้ายเธอก็วิ่งมาบอกให้เราหยุด เธอเห็นเหตุการณ์ทั้งหมด “ชายหนุ่มลึกลับในเสื้อโค้ทสีเหลือง ขับไล่ผู้เก็บเงินจากเดอะโร๊คคอมปานีที่ชั่วร้ายออกไป” มันช่างเป็นข่าวใหญ่ ฉันเห็นหัวข้อข่าวได้เลย แล้วเราก็จะได้รู้ว่าเธอชื่อ โอริ จากสำนักพิมพ์ที่ชื่อ เดลสตา ไทมส์ ในระหว่างนี้ พาร์เททิโอ ก็จะได้รู้จักกับ นามบัตร และ หนังสือพิมพ์ ซึ่งทางฝั่งทวีปตะวันตกไม่มีสิ่งเหล่านี้เลย แล้วก็จะได้รู้ว่า เดอะโร๊คคอมปานีนั้นเป็นบริษัทของเจ้าพ่อธุรกิจที่มีชื่อเสียงระดับโลก คุณโร๊คที่พาร์เททิโอรู้จักนั่นเอง บริษัทนี้ได้ก่อตั้งขึ้นเมื่อ 8 ปีก่อน […]

บทสรุป Temenos – Chapter 1

นานมาแล้วความมืดและความสับสนวุ่นวายเข้าปกคลุมหัวใจของผู้คนเต็มไปด้วยความชั่วร้ายโลกดูเหมือนจะกระตือรือร้นที่จะต้อนรับการสิ้นสุดของมันจากนั้นเหล่าทวยเทพแปดองค์ได้มารวมตัวกันและด้วยเปลวไฟศักดิ์สิทธิ์ของพวกเขา ได้นำแสงสว่างมาสู่โลก ณ วิหารแห่งหนึ่งอเลฟาน เทพผู้รอบรู้ และ โดเธอร์ เทพยาวิเศษ ได้รับบาดเจ็บหนัก ก่อนจะเสียชีวิตก็ได้กล่าวสั่งเสียว่ากำจัด วีเด ให้จงได้ (ตรงจุดนี้ตัวเกมจะไม่ได้บอกตรงๆ ว่าคนที่ล้มตายอยู่ทั้ง 7 คน คือเหล่าทวยเทพทั้ง 8 องค์ในโลกแห่งนี้) ส่วนคนสุดท้ายที่เหลืออยู่ก็คือ เอลฟริก เทพอัคคีศักดิ์สิทธิ์ จากนั้นเอลฟริกจึงได้ตัดสินใจ เดินเข้าเผชิญหน้ากับ วีเด เทพเจ้าแห่งความชั่วร้าย ที่หมายจะนำความมืดเข้ากลืนกินโลกใบนี้  ในระหว่างการต่อสู้ดูเหมือนว่าจะมีคนลืมบทพูดไป ปรากฏว่า เทเมนอส กำลังเล่านิทานให้เหล่าเด็กๆ ฟังอยู่ภายในโบสถ์ และเทเมนอสก็เล่าต่อว่า สุดท้ายเปลวเพลิงของเอลฟริกก็ได้แผดเผาวีเด ขับไล่ความชั่วร้ายปัดเป่าภัยพิบัติออกไปเทพทั้งแปดองค์ พลังของพวกเขาถูกใช้จนหมดสิ้น จึงเข้าสู่นิทราที่ยาวนานพวกเขาจึงกลายมาเป็นเปลวไฟศักดิ์สิทธิ์ ที่คอยปกป้องความมืดมิดเอาไว้และเหล่าผู้คนจึงยังคงมีชีวิตอยู่ ด้วยแสงสว่างและความอบอุ่นเพราะเปลวไฟศักดิ์สิทธิ์จะส่องประกาย ให้แก่พวกเขาตลอดไป จากนั้นเหล่าเด็กๆ ก็บอกว่าเทเมนอสเล่าเรื่องได้ดีมากเลย ยกเว้นบทพูดที่เขาลืมมันอีกแล้ว จากนั้นมิ้นท์ก็บ่นออกมาว่า เมื่อไหร่นายจะจำบทพูดนี้ได้สักที ต้ังสติหน่อย คุณผู้ตรวจสอบ จากนั้นก็จะพูดคุยกับเหล่าเด็กๆ และเผยแพร่คำสอน “เราทุกคนเกิดมาพร้อมกับเงาในตัวเรา เงานั้นแสดงออกมาในสัญชาตญาณที่เลวร้ายที่สุดของเรา: ความโกรธ, ความเกลียดชัง, ความอาฆาต, และความอิจฉาเป็นต้น แต่เปลวไฟศักดิ์สิทธิ์ช่วยขับไล่เงาเหล่านี้ออกไป […]

บทสรุป Osvald – Chapter 1

ทุกสิ่งบนโลกล้วนมีที่มาไม่มีอะไรเกิดจากความว่างเปล่าตามลูกโซ่ของเหตุและผลไป มันจะนำไปสู่คำตอบที่กำลังมองหา ณ ศาลแห่งหนึ่งอัยการ: เพื่อการบันทึก คุณ ออสวอลด์ ขอไม่รับสารภาพผิด ใช่ไหม?ออสวอลด์: …อัยการ: ข้อเท็จจริงคือ หลังจากดับไฟ ได้พบร่างของภรรยาและลูกสาวของคุณในเศษซากจากกองเพลิง พวกเขาถูกไฟเผาไหม้จนแทบไม่สามารถจดจำได้ เป็นภาพที่น่าสยดสยอง ฉันมั่นใจว่าคุณเห็นด้วย ดังนั้นศาลจึงรับรองโดยไม่มีการคัดค้านว่า การถูกเผาเป็นสาเหตุของการเสียชีวิต อย่างไรก็ตาม มีรายละเอียดสุดท้ายที่ไม่สามารถอธิบายได้ ไม่พบสิ่งที่สมเหตุสมผลที่จะถือว่าเป็นสาเหตุของเพลิงไหม้ในบริเวณที่เกิดเหตุ ดังนั้นไฟไหม้ครั้งนี้ไม่ควรเกิดขึ้นเลย หากไม่มีการใช้เวทมนตร์ออสวอลด์: …อัยการ: คุณเคยเป็นนักวิชาการด้านเวทมนตร์มาก่อนใช่ไหม ออสวอลด์? นั่นเป็นเพียงเรื่องบังเอิญเท่านั้นเหรอ? ผมคิดว่าไม่ใช่ หลังจากได้ทำการสอบสวนที่เกิดเหตุอย่างละเอียด ศาลถือว่าข้อความต่อไปนี้เป็นความจริง คุณ ออสวอลด์ เป็นเพียงคนเดียวที่สามารถจุดไฟในคืนนั้นได้ผู้พิพากษา: ในนามอันศักดิ์สิทธิ์ของ อเลฟาน กษัตริย์แห่งนักปราชญ์ ศาลตัดสินคำพิพากษาดังต่อไปนี้ ออสวอลด์ วี วานน์สไตน์ เราพบว่าคุณมีความผิดในข้อหาฆาตกรรมภรรยาและลูกสาวของคุณ ซึ่งคุณจะถูกตัดสินให้รับโทษจำคุกตลอดชีวิตที่เกาะฟริกิต คุณมีอะไรจะพูดเป็นครั้งสุดท้ายมั้ย?ออสวอลด์: … ฮาร์วีย์ชายที่พรากทุกสิ่งทุกอย่างไปจากฉันจะต้องตายด้วยมือฉัน ฉันสาบาน 5 ปีต่อมาณ เรือนจำบนเกาะฟริกิตเกราะฟริกิตเกาะแห่งหนึ่งที่โดดเดี่ยวในเขตเหนือสุดของทะเล บางคนเรียกมันว่า สุดขอบโลกปกคลุมไปด้วยหิมะตลอดทั้งปีทวีปที่ใกล้ที่สุดอยู่ทางตะวันออกเฉียงเหนือ ใช้เวลาเดินทางโดยเรือนานสี่วัน แม้แต่ใช้เรือที่ใหญ่ที่สุดถึงกระนั้นพายุหิมะที่รุนแรงในทะเลก็สามารถทำลายเรือที่แข็งแกร่งที่สุดได้ การเดินทางไปและกลับจากสถานที่ที่ถูกสาปนี้มีการควบคุมอย่างเข้มงวดสถานที่แห่งนี้กักขังชาวแผ่นดินใหญ่ทั้งหมดที่ถูกตัดสินว่ามีความผิดฐานก่ออาชญากรรมอันร้ายแรงที่สุดมันเคยมีคนถูกคุมขังสูงที่สุดมากกว่า 300 […]

บทสรุป Ochette – Chapter 1

นานมาแล้ว…มีสัตว์ในตำนาน 3 ตัวสัตว์ทั้ง 3 ตัวนั้น คอยดูแลทั่วทั้งเกาะมานานหลายปีก่อนที่จะออกเดินทาง เพื่อกลายเป็นผู้พิทักษ์ของดินแดนอื่นหากมีเหตุให้ต้องการพลังของพวกมันอีกครั้งพวกมันจะถูกเรียกกลับมายังเกาะก่อนภัยพิบัติคืนแห่งพระจันทร์สีเลือด จูวาห์: โอชุตต์ ลูกศิษย์ของฉัน ซักวันหนึ่งเธอจะเป็นนักล่า โอชุตต์: นักล่าหรอ?จูวาห์: ผู้พิทักษ์เกาะ กำจัดสิ่งมีชีวิตที่คุกคามความสมดุล และผู้พิทักษ์เกาะต้องการผู้ติดตามที่ซื่อสัตย์ โอชุตต์: ผู้ติดตาม…ลาแจ็คคัล เปล่งประกายในพระกรุณาของดวงอาทิตย์ เขี้ยวของมันถูกสร้างมาเพื่อฉีกเนื้อของเหยื่อ ทำให้เป็นอาวุธที่น่าเกรงขามมาลามาอาว สงบเงียบในพระกรุณาของพระจันทร์ ปีกของมันฉีกกระชากอากาศและมีพลังมหัศจรรย์ จูวาห์: ทั้งคู่เป็นหนึ่งในสิ่งมีชีวิตที่หายากที่สุดที่รู้จัก เธอต้องเลือกเพียงหนึ่งโอชุตต์ และตัวที่เธอเลือก เธอจะต้องเป็นมิตรกับมัน เอาล่ะ ลองดูโอชุตต์: ฮืมมม ฉันควรเลือกตัวไหนดีล่ะ? ตอนนี้เราจะได้บังคับโอชุตต์ แล้วให้กด Path Action ใส่ตัวที่เราต้องการเลือก สำหรับตัวเลือกนี้จะเลือกได้แค่เพียง 1 ตัวเท่านั้น แต่โดยรวมแล้วทั้ง 2 จะมีความสามารถที่ใกล้เคียงกัน ตัวเลือกนี้ไม่มีผิดมีถูกเอาแค่ถูกใจเราก็พอลาแจ็คคัล เด่นเรื่องพลังโจมตีกายภาพมาลามาอาว เด่นเรื่องพลังโจมตีเวทย์ในบทสรุปจะเลือกทาง มาลามาอาว โอชุตต์: ฮี่ ฮี่ ฮี่ ฉันชอบเธอ ฉันจะเรียกเธอว่า มาฮิน่าจูวาห์: ดูเหมือนว่าคุณจะคุ้นเคยกันแล้ว เธอได้เพื่อนที่ดีแล้ว และเธอจะเป็นนักล่าที่ดีโอชุตต์โอชุตต์: ขอบคุณค่ะ […]

Privacy Overview

This website uses cookies so that we can provide you with the best user experience possible. Cookie information is stored in your browser and performs functions such as recognising you when you return to our website and helping our team to understand which sections of the website you find most interesting and useful.