เทคนิคเก็บเลเวลจาก 20 ไป 40

ก่อนจะเริ่มเก็บเลเวลมาเตรียมความพร้อมกันก่อน
เริ่มจาก Montwise ไปทางด้านขวาเข้าสู่ Abandoned Traverse แผนที่เลเวล 30 และเมื่อไปตามทางต่อก็จะเข้าสู่ Abandoned Church แผนที่เลเวล 31 ในแผนที่นี้ให้เราเดินมาทางขวาจะเจอกับกล่องสมบัติที่อยู่หลังแท่นปราศรัย ภายในนั้นจะมี Black Dagger มีดพลังโจมตีถึง 118 เมื่อเก็บได้แล้วก็แนะนำให้พยายามเก็บเลเวลของปาร์ตี้หลักให้ถึงช่วงประมาณ 20-25

กล่องสมบัติจะอยู่หลังแท่นปราศรัย

ขั้นต่อไปเราจะเดินทางไปที่เมือง Stormhail ที่เป็นเมืองเนื้อเรื่องบทที่ 2 ของโอชุตต์ แต่เราจะยังไม่ได้เริ่มเนื้อเรื่องตอนนี้ สาเหตุที่ให้ไปก็เพื่อจะเอาอาวุธระดับสูงมาใช้ก่อนเพื่อการเก็บเลเวลเท่านั้นเอง ก็ให้เริ่มจากออกจากเมือง Montwise ไปทางด้านซ้ายเข้าสู่ Western Montwise Pass ไปทางด้านซ้ายพอมาถึงทางแยกที่มีจุดเซฟให้ขึ้นไปด้านบน ตรงขึ้นไปจนสุดท้ายจะพบว่ามีคนยืนเฝ้าขวางทางเข้าถ้ำเอาไว้อยู่ ให้เรากด Challenge แล้วเอาชนะเขาให้ได้ เมื่อชนะก็จะได้รับสกิล Twin Serpent ของฮิคาริมา ก็ให้ติดตั้งได้เลย สกิลนี้ดีมาก เป็นการโจมตีศัตรูทุกตัวจำนวน 2 ครั้งด้วยหอกและใช้ SP เพียงแค่ 19 เท่านั้น เป็นหนึ่งในสกิลหากินเอาไว้เก็บเลเวลได้สบาย (หากไม่ชนะก็แนะนำให้ไปเก็บเลเวลให้ฮิคาริเพิ่มจนกว่าจะล้มเขาให้ได้ โดยเขาจะมี HP ประมาณ 15,000 แพ้ดาบ มีด และความมืด)

ต้องสู้ให้ชนะเพื่อเปิดเส้นทางไปต่อ แต่ถ้ายังไม่ไหวก็แนะนำให้เก็บเลเวลเพิ่มอีกหน่อย

เมื่อล้มได้ก็จะเข้าสู่แผนที่ Northern Montwise Pass เป็นโซนเลเวล 36 หากสู้ศัตรูไม่ค่อยไหวก็ให้เน้นหนีอย่างเดียวก็ได้ ให้เราเดินขึ้นไปจนสุดทางก็จะเข้าสู่ Southern Stormhail Snows ที่นี่ให้เราเดินตามทางจนถึงทางแยกที่จะเห็นกำแพงสูงที่เหมือนมีกำลังซ่อมแซมให้เราเดินเลยไปด้านขวาก่อน สุดทางจะพบกับกล่องสมบัติเมื่อเปิดจะได้รับ ธนู Raging Beast เป็นธนูที่มีพลังโจมตี 179 เสร็จแล้วให้เดินกลับ ตรงจุดที่มีการซ่อมแซมจะพบบันไดทางขวาให้เดินขึ้นไปจนสุดทางก็จะเจอกล่องสมบัติแล้วจะได้รับเสื้อเกราะ Lightning Armor เพิ่มพลังป้องกันกายภาพ 124 กันเวทย์อีก 67 เป็นเกราะที่ดีมาก เสร็จแล้วกลับลงวิ่งไปตามทางด้านหน้าก็จะเข้าสู่เมือง Stormhail Snows ตัวเกมจะถามว่าเริ่มเนื้อเรื่องของโอชุตต์มั้ย ให้เรากดยกเลิกแล้วออกสำรวจเมืองนี้แทน

ทางแยกบริเวณนี้ให้วิ่งเลยไปทางขวาก่อนเพิ่มเก็บธนู Raging Beast

สำหรับเมือง Stormhail Snows จะเป็นเมืองสำหรับเลเวลสูงทำให้อาวุธและชุดเกราะ รวมไปถึงชาวเมืองที่เจอมีเลเวลที่สูง คนที่เราต้องมาเจอจะเป็นพ่อค้าชุดสีฟ้ายืนอยู่บริเวณหน้ากองบัญชาการ โดยเขาจะมี ดาบ Ogre’s Bane พลังโจมตี 294 และ ขวาน Imperial Axe พลังโจมตี 293 ให้พยายามขโมยอาวุธทั้งมาจากพ่อค้าคนนี้ให้ได้ โอกาสการขโมยจะอยู่ที่ 3% ก่อนเริ่มลงมือก็ให้กดเซฟเอาไว้แล้วเริ่มขโมยได้เลย หากลองจนพลาดครบจำนวน 4 ครั้งก็ให้โหลดเซฟกลับไปใหม่ แล้วเริ่มลงมืออีก อดทนทำไปเรื่อยๆ จนกว่าจะสำเร็จได้อาวุธทั้ง 2 มา (หากขโมยสำเร็จอันหนึ่งก็ให้ไปล้างค่าชื่อเสียงให้กับมาปกติได้ที่บาร์ภายในเมือง แล้วค่อยเซฟจากนั้นค่อยเริ่มลงมือขโมยชิ้นที่ 2)

หากใครขี้เกียจปล้น ก็ปรับเวลาเป็นกลางคืนแล้วไปร้านขายอาวุธให้ออสวอลด์ Mug แทนก็ได้

ต่อไปให้เข้าไปที่ Stormhail: Sacred Guard Headquarters ตึกที่อยู่ด้านหลังพ่อค้านั่นแหละ แล้วเลี้ยวมาทางซ้ายปรับเวลากลางคืน จะเห็นอัศวินคนหนึ่งยืนอยู่หน้าประตูให้กด Ambush ใส่ เปิดกล่องสมบัติที่อยู่ข้างในก็จะได้รับขวาน Flayer’s Admonishment พลังโจมตี 323 ฟื้นฟู HP จากความเสียหายที่ทำได้ 25% อีกด้วย

ทุบให้ล้มก็จะได้ขวานเทพมาเล่มหนึ่ง

จากนั้นขึ้นไปชั้น 2 เลี้ยวซ้ายจะเจอกับอัศวินหญิง ก็ให้ลงมือขโมยดาบ Sanctum Sword พลังโจมตี 319 มาโอกาส 3% เท่าเดิม เมื่อสำเร็จแล้วก็ให้สำรวจเมืองจนพอใจ

โอกาส 3% นี่ก็ไม่ง่ายไม่ยาก แต่ทำสำเร็จจะได้ดาบดีๆ มาใช้งาน

เป้าหมายต่อจำเป็นต้องเอา โอชุตต์ เข้าปาร์ตี้เพื่อไปจับมอนสเตอร์ 2 ตัวกัน โดยให้วาร์ปไปที่ North Beasting Traverse (ท่าเรือหมู่บ้านเริ่มต้นของ โอชุตต์) วิ่งไปทางขวาตามทางไปเรื่อยๆ เราจะเห็นท่าเรือเล็ก ให้เราออกสำรวจทะเลได้ ก็ให้เราลงเรือเล็กแล้วไปทางซ้ายจะเจอกับเกาะเล็กที่มีถ้ำอยู่ ถ้ำนี้จะชื่อว่า Cavern of Waves เลเวล 48 ให้รีบวิ่งไปแตะจุดเซฟแล้วเซฟเอาไว้ทันที

ลงเรือบริเวณนี้ ไปทางซ้ายอีกนิดหน่อยก็จะเจอกับเกาะที่มีถ้ำแล้ว

จุดประสงค์ของที่นี่ก็คือการจับมอนสเตอร์สุดเก่งที่เอามาช่วยเก็บเลเวลได้ดีมาก 2 ตัวด้วยกัน ก็คือ Giant Gator กับ Light Revenant โดย Giant Gator จะทำให้ได้สกิล Mighty Rampage เป็นสกิลโจมตีศัตรูทุกตัวด้วยมีดความแข็งแกร่งมากถึง 8 ดาว

จระเข้ตัวนี้สกิลดีมากใช้ได้ยาวๆ ยันเกมจบเลย

ส่วน Light Revenant นี่จะยากหน่อยเพราะเป็นมอนสเตอร์หายากในแผนที่นี้ เมื่อจับได้จะได้สกิล Solar Ray Clock สกิลโจมตีศัตรูทุกตัวด้วยเวทย์ธาตุแสง ความแข็งแกร่งระดับ 10 ดาว ตอนที่ใช้สกิลนี้ โอชุตต์จะต้อง Boost ให้เต็ม 3 เกจ ถึงจะใช้ได้และใช้ได้เพียง 1 ครั้งต่อหนึ่งการต่อสู้ แต่สกิลโจมตีนี้จะรุนแรงเอามากๆ เป็นสกิลไม้ตายที่สำคัญ ในระหว่างที่กำลังมองหาศัตรูทั้ง 2 ตัวนี้หากเราสู้กับมอนสเตอร์ทั่วไปได้ก็ให้สู้ เพื่อที่จะได้เก็บเลเวลไปในตัว แต่หากไม่ค่อยไหวก็ให้หนีจนกว่าจะเจอมอนสเตอร์ที่เราจะจับแล้วค่อยสู้ โดยการจับให้พยายามโจมตีจนชื่อของมอนสเตอร์เป้าหมายเป็นสีแดงถึงจะมีโอกาสจับได้ 100%

สกิลธาตุแสงแรงสุดใจ จับได้เมื่อไหร่ชีวิตสบายขึ้นอีกเยอะ

เหลือการเตรียมตัวอย่างสุดท้ายก็คือการปลดล็อคอาชีพรอง Merchant ให้เราวาร์ปไปที่ Cropdale (หมู่บ้านเริ่มต้นของแอ็กเนีย) แล้วออกจากหมู่บ้านไปที่ Eastern Cropdale Trail จากแผนที่นี้ให้หาทางไปต่อที่แผนที่ Crackridge Harbor: Anchorage จะอยู่บริเวณด้านขวา เมื่อมาถึงก็เดินตามทางจะเห็นทางแยกก็ให้เดินตรงขึ้นไป จนข้ามสะพาน แล้วให้เดินตรงต่อไปก็จะเข้าสู่แผนที่ Southern Crackridge Wilds ก็ให้เดินตามทางจนกระทั่งข้ามทางรถไฟมาอีกฝั่งแล้วเดินไปด้านบนจะเป็นแผนที่ Western Crackridge Wilds จากนั้นเดินตรงมาอีกเล็กน้อยก็จะเห็นจุดเซฟ ให้เลี้ยวขวาเข้าหมู่บ้าน Crackridge เกมจะถามให้เราเริ่มบทที่ 2 ของโอชุตต์ก็ให้กดยกเลิกไปเหมือนเดิมแล้วเดินออกมาจากหมู่บ้าน กลับมาที่ทางแยกคราวนี้ให้เราเดินขึ้นไปแล้วเลี้ยวซ้ายก็จะเห็นเต้นท์ของพ่อค้า ซึ่งอันที่จริงแล้วบริเวณนี้คือ Merchant Guild ก็ให้คุยกับ Merchants Guild Master ก็จะปลดล็อคอาชีพรอง Merchant อาชีพนี้สำคัญมากในแผนการใช้เก็บเลเวลของเรา

อาชีพรอง Merchant ปลดมาได้ก็ทำให้เก็บเลเวลกันได้เร็วยิ่งขึ้น

เสร็จแล้วให้ลงบันไดทางขวาแล้วเดินขึ้นไปจะเข้าสู่แผนที่ Western Gravell Wilds แผนที่เลเวล 45 ในแผนที่นี้ถ้าไม่ไหวก็ให้เน้นหนีออกจากการต่อสู้ก็ได้ โดยให้พยายามเดินขึ้นไปด้านบนเป็นหลักเห็นสะพานก็ให้วิ่งข้ามเลย ส่วนบันไดขึ้นลงอย่าพึ่งสนใจเพราะเลเวลเรายังน้อยอยู่ค่อยหาเวลามาสำรวจแผนที่นี้ทีหลัง เมื่อข้ามสะพานครบ 3 สะพานแล้วเดินขึ้นไปด้านบนก็จะเข้าสู่หมู่บ้าน Gravell ได้แล้ว อาจจะลำบากตรงการวิ่งฝ่าดงมอนสเตอร์เลเวลไปหน่อย แต่หากพยายามก็น่าจะทำได้ (แต่หากไม่ไหวจริงๆ ข้ามขั้นตอนนี้ไปก่อนได้ แล้วเริ่มขั้นตอนการเก็บเลเวลได้เลย เพราะไม่ได้สำคัญต่อการเก็บเลเวล)

พยายามวิ่งฝ่าเหล่ามอนสเตอร์ โดยการเน้นหลบหนีเป็นหลัก เชื่อว่าน่าจะพอทำกันได้

ในหมู่บ้านเริ่มจากให้นำโทรเน่เข้าปาร์ตี้ กดใช้สกิล Ambush ใส่ชายที่ยืนอยู่หน้าประตูบ้านที่อยู่ใกล้กับจุดเซฟ แล้วเข้าบ้านหลังนั้นไป ให้คุย Retired Blacksmith เขาคือช่างตีเหล็กที่เกษียณแล้ว ความฝันของเขาก่อนตายก็คือการได้ทำงานเกี่ยวกับอาวุธศักดิ์สิทธิ์ แล้วเขาก็จะตกใจเพราะว่าเห็นอาวุธของเราชิ้นหนึ่งนั่นก็คือ Rusty Staff (อาวุธชิ้นนี้เราเคยพาเก็บไปตอนท้ายบทที่ 2 ของแอ็กเนีย) หลังจากที่เขาได้ตรวจสอบก็พบว่ามันคือหนึ่งในอาวุธศักดิ์สิทธิ์ของ Armsmasters เขาจะขอเป็นคนลงค้อนเพื่อชุบชีวิตของอาวุธชิ้นนี้ขึ้นมาใหม่ จากนั้นเขาก็จะแนะนำตัวว่าชื่อ พอร์ต้า เป็นลูกหลานคนสุดท้ายของสายตระกูลช่างตีเหล็กอันยาวนาน ตระกูลนี้ได้รักษาความลับในการตีอาวุธศักดิ์สิทธิ์มาอย่างยาวนาน และตอนนี้พอร์ต้าก็กลายเป็นคนเดียวที่รู้เรื่องนี้ พอพอร์ต้าได้ชุบชีวิตมันเรียบร้อยแล้วเราก็จะได้รับ Spiritlord’s Staff จากนั้นพอร์ต้าก็เล่าเกี่ยวกับตำนานของอาวุธศักดิ์สิทธิ์เหล่านี้ให้ฟัง อาวุธเหล่านี้เชื่อกันว่าถูกสร้างขึ้นมาจากพระเจ้า พวกมันทรงพลังมากจนมีเพียงนักรบที่ได้รับเลือกบางคนเท่านั้นที่สามารถใช้พวกมันได้ พวกคนที่ได้รับเลือกจะถูกเรียกว่า Armsmasters เมื่อนานมาแล้ว มี Armsmasters อยู่หกคน โดยแต่ละคนมีอาวุธศักดิ์สิทธิ์เป็นของตนเอง แต่ไม่นานหลังจากอาวุธศักดิ์สิทธิ์สูญหายไป ชื่อของ Armsmasters เหล่านี้ก็สูญหายไปตามประวัติศาสตร์เช่นกัน แต่เหล่าช่างตีเหล็กยังคงจดจำมันได้ ตระกูลของพอร์ต้าก็ได้ถ่ายทอดความรู้เกี่ยวกับอาวุธและเรื่องราวของพวกเขา ในเมื่อพวกเราเป็นคนพบมันทำให้พอร์ต้าตัดสินว่าพวกเราก็มีสิทธิ์ที่จะใช้มันเช่นกัน ตอนนี้ก็เหลืออาวุธศักดิ์สิทธิ์อีก 5 ชิ้นที่เราจะต้องตามหา เพียงแต่ยังไม่ใช่ตอนนี้ เมื่อเรากดไปดูที่ส่วนของอาชีพเสริมก็จะพบว่ามีอาชีพ Armsmaster เข้ามาให้เลือกแล้ว อาชีพนี้เมื่อใส่จะทำให้สามารถใส่ได้ทุกอาวุธ เพียงแต่สกิลพิเศษจะสามารถใช้งานได้ก็ต่อเมื่อสวมใส่อาวุธศักดิ์สิทธิ์เหล่านั้น สำหรับอาชีพรอง Armsmaster นี้แนะนำให้ ฮิคาริเป็นคนใช้งานมันก็จะช่วยเพิ่มพลังโจมตีได้อีกมหาศาล ส่วน Spiritlord’s Staff นั้นก็ให้ออสวอลด์ใส่ไปก่อนชั่วคราวก็ได้เพราะมันคือคทาที่ดีเพิ่มพลังเวทย์มากถึง 320

จะ Challenge หรือ Ambush ก็ได้ ขอแค่ทำให้เขาสลบได้ก็พอ

มาถึงขั้นตอนการเก็บเลเวลกันแล้วให้เริ่มจากวาร์ปไปที่เมือง Clockbank มาถึงก็วิ่งขึ้นบันไดตรงน้ำพุเสร็จแล้วให้วิ่งไปทางซ้ายมือทันทีเลยจะเป็นเหมือนทางลับที่มีฉากบังบันไดทางลงไว้อยู่ ก็ให้วิ่งลงบันไดแล้วจะเจอท่าเรือเล็ก ให้นั่งเรือแล้วอ้อมไปทางฝั่งขวาของเมืองให้ได้ จะมีทางขึ้นเข้าสู่หอนาฬิกาที่สะพานพัง ภายในนี้มันคือดันเจี้ยน Old Clock Tower เลเวล 44

ล่องเรือมาขึ้นท่าน้ำบริเวณนี้ เพื่อเข้าสู่ดันเจี้ยน Old Clock Tower

ก่อนที่จะเริ่มลงมือกันก็ขอแนะนำเกี่ยวกับการจัดปาร์ตี้สักหน่อย โดยตัวละครหลักในปาร์ตี้ก็คือ ฮิคาริและโอชุตต์ ส่วน 2 คนเสริมชุดแรกแนะนำให้เป็นออสวอลด์กับโทรเน่ โดยที่อาชีพเสริมของฮิคาริให้ปรับเป็น Thief แล้วในระหว่างนี้ให้พยายามปลดล็อค Support Skill ที่ชื่อ Life in the Shadows ให้ได้ ผลของสกิลนี้ก็คือในเวลากลางคืนเราจะได้รับค่า EXP และ JP เพิ่มขึ้น พอฮิคาริเรียนสกิลนี้เสร็จก็ให้ปรับไปใช้ Armsmaster แทน ส่วนทางด้านโอชุตต์ก็ให้ปรับอาชีพเสริมเป็น Scholar แล้วเรียน Support Skill: Extra Experience สกิลนี้ก็จะเพิ่ม EXP ให้ด้วยเช่นกัน พอเรียนได้ก็ให้ปรับไปเรียนสกิลของอาชีพอื่น ในระหว่างที่กำลังปลดล็อคอยู่นี้ ก็ให้ออสวอลด์กับโทรเน่สวมใส่สกิลทั้ง 2 ไปก่อน นอกจากนั้นแนะนำให้โทรเน่มีอาชีพรองเป็น Merchant ในเวลาต่อสู้ให้โทรเน่กดใช้สกิล Donate BP ใส่โอชุตต์ เพื่อเร่ง Boost ให้ครบ 3 แล้ว ให้โอชุตต์ใช้สกิล Solar Ray Clock ก็จะฆ่าศัตรูได้ทั้งหมดอย่างรวดเร็วมากคอมโบเดียวจบ

Extra Experience: Support Skills ของ Scholar ช่วยเพิ่ม EXP หลังจบการต่อสู้
Life in the Shadows: Support Skills ของ Thief เพิ่มทั้ง EXP และ JP เฉพาะในเวลากลางคืน

เมื่อพร้อมแล้วก็ปรับเป็นเวลาคืน (เพื่อให้สกิล Life in the Shadows ทำงาน) และให้วิ่งวนหาศัตรูเก็บเลเวลไปเรื่อยๆ ใน Old Clock Tower จนกว่าจะออสวอลด์และโทรเน่ถึงเลเวล 40 แล้วค่อยสลับเปลี่ยนคนอื่นเข้าปาร์ตี้ โดยเมื่อเราสลับคนก็หาคนใช้อาชีพรองเป็น Merchant เพื่อมากด Donate BP ให้กับโอชุตต์เหมือนเดิม เก็บเลเวลวนแบบนี้จนทุกคนมีเลเวลถึง 40 ส่วนทางด้านฮิคาริและโอชุตต์ น่าจะมีเลเวลเกิน 50 แน่นอน การเก็บเลเวลจะใช้เวลาประมาณ 3-5 ชั่วโมงก็จะได้ตามที่บอกแล้ว ช่วงนี้ก็อดทนถึงแม้จะน่าเบื่อหน่อยแต่เชื่อเถอะว่าจะทำให้เราสามารถผจญภัยต่อได้แบบไร้กังวล เดินไปที่ไหนก็ไม่ต้องกลัวแล้ว แถมหลังจากนี้เราจะมีสเตปในการต่อสู้กับมอนสเตอร์ข้างทางแบบสบายๆ นั่นก็คือการ Donate BP ให้โอชุตต์ แล้วระเบิด Solar Ray Clock ใส่

เอะอะก็ Donate BP ใส่โอชุตต์ไปเลย แล้วถล่มศัตรูด้วย Solar Ray Clock

หลังจากนี้ก็จะมีอิสระออกผจญภัยไปที่ไหนก็ได้ แต่ก่อนหน้าที่จะเริ่มก็มาเก็บอาชีพรองเพิ่มเติมกันก่อนดีกว่า โดยครั้งนี้เราจะไปเก็บอาชีพรองพิเศษ Inventor เริ่มจากวาร์ปไปที่ New Delsta แล้วออกมาที่ Eastern New Delsta Highroad วิ่งมาถึงทางแยกให้เลือกขึ้นไปด้านบน แล้ววิ่งไปตามทางจนกระทั่งเจอเข้ากับบ้านหลังหนึ่งเข้าไปในนั้นแล้วคุยกับชายที่แต่งตัวประหลาด เขาจะแนะนำตัวบอกว่าเขาชื่อ อาร์การ์ นักประดิษฐ์อัจฉริยะ แล้วเขาก็จะแนะนำสิ่งประดิษฐ์ที่อยู่ในบ้าน ซึ่งตอนนี้จะมีอยู่ 2 อย่างด้วยกัน เสร็จแล้วเขาเห็นว่าเราสนใจสิ่งประดิษฐ์ของเขาไม่เหมือนกับคนอื่น ทำให้เราต้องรับผิดชอบด้วยการช่วยเหลือเขาในการค้นหาวัสดุของสิ่งประดิษฐ์ชิ้นใหม่ๆ แล้วอาร์การ์ก็จะมอบตราของอาชีพ Inventor มาให้กับเรา สำหรับอาชีพนี้จะพิเศษกว่าอาชีพอื่นตรงที่ว่า สกิลต่างๆ จะไม่ต้องใช้ JP ในการเรียนรู้สกิล แต่เราจะต้องหาไอเทมต่างๆ จากทั่วทุกมุมโลกมาให้กับเขา เพื่อสร้างสิ่งประดิษฐ์ชิ้นใหม่ให้ได้ เมื่อได้รับสิ่งประดิษฐ์ใหม่ก็จะปลดล็อคสกิลใหม่ของอาชีพนี้ไปด้วย โดยเราจะพาไปเก็บไอเทมสำหรับปลดล็อคในภายหลัง เพราะตอนนี้ยังไม่จำเป็น

สมชื่ออัจฉริยะจริงๆ แปปเดียวก็ให้เราเป็นลูกน้องไปหาของมาให้ซะละ

เอาล่ะหลังจากตรากตรำกันมา ตอนนี้ก็ได้เวลาไล่เคลียร์เนื้อเรื่องกันต่อแล้วล่ะ โดยที่เราจะเริ่มจากเนื้อเรื่องบทที่ 2 ของโอชุตต์ที่เมือง Stormhail ให้วาร์ปมาแล้วไปที่บาร์ปรับแต่งปาร์ตี้ตามที่ต้องการแล้วกด Hear a Tale เลือกเนื้อเรื่องบทที่ 2 ของโอชุตต์กันได้เลย

Ochette – Chapter 2: Glacis’s Route

Share:

Facebook
X
Flex-Ad-Side-Bar.png
Privacy Overview

This website uses cookies so that we can provide you with the best user experience possible. Cookie information is stored in your browser and performs functions such as recognising you when you return to our website and helping our team to understand which sections of the website you find most interesting and useful.