นานมาแล้ว
ความมืดและความสับสนวุ่นวายเข้าปกคลุม
หัวใจของผู้คนเต็มไปด้วยความชั่วร้าย
โลกดูเหมือนจะกระตือรือร้นที่จะต้อนรับการสิ้นสุดของมัน
จากนั้นเหล่าทวยเทพแปดองค์ได้มารวมตัวกัน
และด้วยเปลวไฟศักดิ์สิทธิ์ของพวกเขา ได้นำแสงสว่างมาสู่โลก
ณ วิหารแห่งหนึ่ง
อเลฟาน เทพผู้รอบรู้ และ โดเธอร์ เทพยาวิเศษ ได้รับบาดเจ็บหนัก ก่อนจะเสียชีวิตก็ได้กล่าวสั่งเสียว่ากำจัด วีเด ให้จงได้ (ตรงจุดนี้ตัวเกมจะไม่ได้บอกตรงๆ ว่าคนที่ล้มตายอยู่ทั้ง 7 คน คือเหล่าทวยเทพทั้ง 8 องค์ในโลกแห่งนี้) ส่วนคนสุดท้ายที่เหลืออยู่ก็คือ เอลฟริก เทพอัคคีศักดิ์สิทธิ์ จากนั้นเอลฟริกจึงได้ตัดสินใจ เดินเข้าเผชิญหน้ากับ วีเด เทพเจ้าแห่งความชั่วร้าย ที่หมายจะนำความมืดเข้ากลืนกินโลกใบนี้

ในระหว่างการต่อสู้ดูเหมือนว่าจะมีคนลืมบทพูดไป
ปรากฏว่า เทเมนอส กำลังเล่านิทานให้เหล่าเด็กๆ ฟังอยู่ภายในโบสถ์ และเทเมนอสก็เล่าต่อว่า สุดท้ายเปลวเพลิงของเอลฟริกก็ได้แผดเผาวีเด ขับไล่ความชั่วร้ายปัดเป่าภัยพิบัติออกไป
เทพทั้งแปดองค์ พลังของพวกเขาถูกใช้จนหมดสิ้น จึงเข้าสู่นิทราที่ยาวนาน
พวกเขาจึงกลายมาเป็นเปลวไฟศักดิ์สิทธิ์ ที่คอยปกป้องความมืดมิดเอาไว้
และเหล่าผู้คนจึงยังคงมีชีวิตอยู่ ด้วยแสงสว่างและความอบอุ่น
เพราะเปลวไฟศักดิ์สิทธิ์จะส่องประกาย ให้แก่พวกเขาตลอดไป

จากนั้นเหล่าเด็กๆ ก็บอกว่าเทเมนอสเล่าเรื่องได้ดีมากเลย ยกเว้นบทพูดที่เขาลืมมันอีกแล้ว จากนั้นมิ้นท์ก็บ่นออกมาว่า เมื่อไหร่นายจะจำบทพูดนี้ได้สักที ต้ังสติหน่อย คุณผู้ตรวจสอบ จากนั้นก็จะพูดคุยกับเหล่าเด็กๆ และเผยแพร่คำสอน “เราทุกคนเกิดมาพร้อมกับเงาในตัวเรา เงานั้นแสดงออกมาในสัญชาตญาณที่เลวร้ายที่สุดของเรา: ความโกรธ, ความเกลียดชัง, ความอาฆาต, และความอิจฉาเป็นต้น แต่เปลวไฟศักดิ์สิทธิ์ช่วยขับไล่เงาเหล่านี้ออกไป นำเราไปสู่แสงสว่าง” ในระหว่างนั้น พระสังฆราช ยอร์ก ก็เข้ามาดึงความสนใจจากเด็กๆ ไปจนหมดเลย แล้วพระสังฆราชก็เรียกเทเมนอสออกไปพูดคุยเป็นการส่วนตัว

พระสังฆราช ยอร์ก จะมีเรื่องไหว้วานเทเมนอส เนื่องด้วยช่วงนี้พระสังฆราชรู้สึกถึงพลังที่กำลังเคลื่อนไหวเพื่อต่อต้านโบสถ์อยู่ ซึ่งพระสังฆราชที่ได้ขอร้องเพราะว่าเขาเชื่อใจเทเมนอส เหมือนที่เชื่อใจ รอย ระหว่างนั้นมิ้นท์ก็ออกมาขัดจังหวะ ทำให้พระสังฆราชบอกให้เทเมนอสมาพบเขาอีกครั้งในตอนเย็น แล้วพระสังฆราชก็เดินไปคุยกับ ลูเซียน นักเทววิทยาจากฝั่งตะวันตก ซึ่งเทเมนอสก็ค่อนข้างสงสัยว่าทำไมลูเซียนต้องเดินทางไกลเพื่อมาพบกับพระสังฆราชด้วย

ทีนี้เราจะได้บังคับเทเมนอส ให้เดินสำรวจและพูดคุยกับชาวเมือง จนกระทั่งเจอเหตุการณ์มีกลุ่มคนก่อจราจลมายืนโวยวาย โดยกล่าวหาว่า พวกโบสถ์น่ะใช้เรื่องเปลวไฟศักดิ์สิทธิ์มาคอยหลอกลวงผู้คน ความจริงจะถูกเปิดเผย การชำระบาปจะเริ่มต้นที่นี่และเดี๋ยวนี้! จากนั้นก็มีอัศวินศักดิ์สิทธิ์ออกมาปกป้องชาวเมืองและขอให้พวกเขาสำนึกผิดและกลับตัวซะ แต่ดูเหมือนตัวต้นเรื่องจะไม่ยอม กลับวิ่งเข้าไปจับเทเมนอสมาเป็นตัวประกันและบอกว่า จะเริ่มชำระบาปจากนักบวชคนนี้ก่อนเลย เพื่อแสดงให้เห็นว่า เปลวไฟศักดิ์สิทธิ์ที่พวกเขานับถือน่ะมันปกป้องใครไม่ได้ แต่ตัวเทเมนอสเองดูไม่ได้ตกใจและพูดอย่างล้อเล่นว่า ดูเหมือนว่าฉันจะถูกจับซะแล้วสินะ แต่ขอถามหน่อยว่า คุณคือพวกนอกรีตใช่มั้ย แล้วเทเมนอสก็ร่ายเวทย์แสงทำให้เขาสลบไป

จากนั้นเทเมนอสก็พูดติดตลกออกมาว่า ดูเหมือนว่าจะได้รับการคุ้มครองจากเปลวไฟศักดิ์สิทธิ์ อัศวินศักดิ์สิทธิ์ที่เห็นคทาที่เทเมนอสถืออยู่ก็ตกใจว่านั่นมัน ไม้เท้าแห่งการตัดสิน เลยถามเทเมนอสว่าคุณคือผู้ตรวจสอบงั้นหรอ เทเมนอสก็ตอบว่าใช่ อัศวินคนนั้นก็รู้สึกเป็นเกียรติมาก เพราะมันคือตำแหน่งอันทรงเกียรติเฉพาะคนที่ได้รับเลือกเท่านั้นถึงจะเป็นได้ และเขาก็หวังว่าสักวันหนึ่งจะได้เข้าร่วมกลุ่มของเทเมนอสด้วย เทเมนอสก็บอกว่านายนี่มันคนแปลกๆ ชอบเล่าประวัติศาสตร์งั้นหรอ จากนั้นเราก็ได้รู้ว่าเขาชื่อว่า คริก ได้รับหน้าที่คุ้มกันที่มหาวิหาร แล้วเทเมนอสก็บอกว่า ข่าวลือดูท่าจะเป็นจริงสินะ พวกนอกรีตได้ออกมาเคลื่อนไหวต่อต้านโบสถ์ คริกก็บอกว่าใช่แล้ว ตอนนี้เหล่าผู้พิทักษ์ศักดิ์สิทธิ์ได้เพิ่มกำลังป้องกัน แล้วเทเมนอสก็ได้พูดออกมาว่า “ไม่น่าเชื่อ…. เทพของพวกเรากำลังคิดอะไรอยู่?” คริกก็ตกใจ เพราะคำพูดพวกนี้เหมือนดูหมิ่นองค์เทพโดยตรง ทั้งที่เขามีตำแหน่งเป็นถึงผู้ตรวจสอบของโบสถ์ที่เขานับถือ เทเมนอสก็หัวเราะแล้วบอกว่า “มันมีสิ่งที่เรียกว่าการนับถือที่มากเกินไปนะคริก” “ฉันกล้าพูดได้เลยว่าแม้แต่เทพเจ้าของเราก็ยังโล่งใจ เมื่อได้ยินความคิดเห็นไร้สาระเช่นนี้จากฉัน” คริกก็ยิ่งตกใจว่าเขาไม่ได้ฝันไปใช่มั้ย ว่าจะได้ยินคำพูดแบบนี้มาจากปากของนักบวช เทเมนอสก็บอกว่า “การตั้งข้อสงสัยคือสิ่งที่ฉันทำ” จากนั้นคริกจะขอตัวไปหาพระสังฆราชก่อน ซึ่งเทเมนอสก็บอกว่าเขาจะนำทางให้เอง เจ้าลูกแกะหลงทางตัวน้อย

ตอนนี้เกมจะสอนให้เราใช้ Path Action ตอนกลางวันของเทเมนอส Guide (ผู้นำทาง) สกิลนี้จะทำให้เราสามารถเลือกชาวเมืองมาติดตาม ช่วยในการต่อสู้ได้ ทีนี้ก็ให้ใช้กับคริกได้เลย เสร็จแล้วก็ให้ออกเดินทางไปด้านบนเข้าสู่ Flamechurch Pilgrims’Way ให้ปีนเขาขึ้นไปเรื่อยๆ จนเข้าสู่ Flamechurch: Cathedral Entrance เมื่อมาถึงหน้าประตูจะพบว่ามันล็อคอยู่ เทเมนอสก็ตะโกนพูดล้อเล่นเพื่อเรียกให้พระสังฆราชเปิดประตูให้หน่อย คริกก็บอกว่าเขาเริ่มสงสัยแล้วว่าเทเมนอสนี่จะใช่ผู้ตรวจสอบตัวจริงหรือเปล่า เพราะพฤติกรรมมันไม่ใช่เลย เทเมนอสก็ตอบกวนกลับไปว่า ตอนนี้นายเรียนรู้ที่จะเริ่มสงสัยแล้วใช่มั้ยล่ะ ทีนี้เทเมนอสก็เริ่มรู้สึกว่าสถานการณ์ตอนนี้มันผิดปกติแล้ว จึงเริ่มหาทางเข้าจากทางอื่น เขาคิดว่าได้เมื่อ 2 ปีก่อน มีการซ่อมแซมทางใต้ดิน ถ้าสอบสวนคนแถวนี้น่าจะรู้อะไรขึ้นมาบ้าง

ทีนี้เกมจะก็สอน Path Action ตอนกลางคืน Coerce (บีบบังคับ) จะเป็นการสู้กับชาวเมือง ซึ่งตอนสู้แค่เพียง Break ศัตรูให้ได้ก็ชนะแล้ว จากนั้นก็จะได้รับข้อมูลที่ต้องการ (เหมือน Bribe ของฮิคาริ หรือ Scrutinize ของออสวอลด์) ทีนี้เราก็ไล่สอบสวนคนที่อยู่แถวๆ นี้ได้เลย ซึ่งคนที่เราต้องทำจริงๆ จะอยู่หน้าบ้านทางซ้ายล่าง เขามีชื่อว่า สถาปนิก วาดอส แล้วเราก็จะได้ข้อมูลมาว่ามีทางใต้ดินที่เชื่อมเข้าสู่วิหารนี้ได้ โดยอยู่ในบ้านหลังหนึ่งทางฝั่งขวาของวิหาร ทีนี้เทเมนอสก็เลยบอกกับคริกว่า
เทเมนอส: เส้นทางได้เปิดให้เราแล้วคริก
คริก: เส้นทางงั้นหรอ เส้นทางที่นายบังคับเปิดมันมา ทั้งๆ ที่นายเป็นผู้ส่งสารของเทพเจ้า
เทเมนอส: “และเทพเจ้าได้มอบเปลวไฟให้กับผู้ส่งสารของพวกเขาเพื่อส่องสว่างทางไปข้างหน้า” ฉันทำตามที่พระคัมภีร์บอกนะคริก ฉันใช้เปลวไฟที่อยู่ในตัวฉันเพื่อเปิดทางไปข้างหน้า
คริก: โปรดยกโทษบาปของเราด้วยเถิด พระเจ้า
เทเมนอส: พระเจ้า พวกคนแบบนายนี่คงต้องใช้ชีวิตที่เหนื่อยล้ามาก
คริก: แล้วทำไมคนแบบพวกคุณ ถึงถูกเลือกให้รับใช้ในหน่วยสอบสวนล่ะ?
เทเมนอส: พระสังฆราชเป็นคนเลือกไง มันค่อนข้างง่ายจริงๆ
เทเมนอส: …. เปลวไฟอันศักดิ์สิทธิ์มันกะพริบอยู่ นี่เป็นลางร้าย ฉันรู้สึกไม่สบายใจ

ทีนี้ให้เราวิ่งไปที่บ้านทางฝั่งขวาเข้าสู่ทางใต้ดิน Cathedral Cellars ไปตามทางก็เข้าไปที่วิหาร Flamechurch: Cathedral เมื่อตรงเข้าไปที่โถงกลางจะพบว่า สังฆราชนอนล้มอยู่ พอตรวจสอบก็รู้ว่าท่านได้เสียไปแล้ว จากนั้นสัตว์ร้ายก็เข้ามาจู่โจม

เมื่อการต่อสู้จบลง เทเมนอสก็จะตรวจสอบหาต้นตอของเหตุการณ์โดยการอนุมาน ในระหว่างที่เขาใช้ความคิดนั้น จะเหมือนจมหลุดไปในอีกโลก เริ่มจากให้เราตรวจสอบที่กระถางด้านขวา ดูเหมือนมีคนจุดอะไรบางอย่างที่มีกลิ่นเหมือนดอก ฟลูป๊อปปี้ ดอกไม้ที่รู้กันว่าดึงดูดสัตว์ร้ายทุกชนิด โดยเฉพาะจากสัตว์จากเผ่าพันธ์วาร์ก ดูเหมือนจะไม่ใช่เรื่องบังเอิญเพราะสัตว์ร้ายถูกล่อให้มาที่นี่แล้วให้เราวิ่งสำรวจเศษหน้าต่างทางซ้าย เศษหน้าต่างกระจายอยู่ตามพื้น หน้าต่างนี้มีเครื่องรางอันทรงพลังที่ช่วยป้องกันความชั่วร้ายไว้ แล้วมันจะเข้ามาได้อย่างไร แต่ดูเหมือนจะมีเศษอยู่ส่วนหนึ่งที่มันดูสกปรกเล็กน้อย เหมือนว่ามันมาจากข้างนอกวิหาร หากดูจากเศษพวกนี้มันกระจายอยู่ เหมือนว่ามันจะแตกจากภายในวิหาร แล้วเศษย้อนกระจายลงมา ในกรณีนี้ไม่ใช่สัตว์ร้ายตัวนี้ที่ทำให้หน้าต่างแตก แต่เป็นคนอื่น ตอนนี้ดูเหมือนจะมองเห็นภาพรวมแล้ว เพียงแต่ยังเหลืออีกเรื่องหนึ่ง ทีนี้ก็ให้กลับมาสำรวจแท่นตรงกลาง แท่นเทียนที่ล้มอยู่ทั้ง 4 แท่งนี้ ปกติแล้วมันจะถูกนำมาใช้เฉพาะตอนที่มีพิธีกรรมสำคัญบางอย่าง พระสังฆราชยังเคยบอกว่า เปลวไฟของเทียนเหล่านี้เป็นตัวแทนของเปลวไฟศักดิ์สิทธิ์นั่นเอง เหตุการณ์พวกนี้มันน่าจะถูกจัดเตรียมเอาไว้ แล้วเทเมนอสก็จะกลับมาเป็นปกติพร้อมสรุปเหตุการณ์ว่า มีบางคนทำหน้าต่างแตกจากข้างในวิหาร แล้วล่อให้สัตว์ร้ายมาที่นี่เพื่อฆ่าพระสังฆราช แต่ก็ยังไม่รู้ว่าใครเป็นคนทำ นอกจากนี้ยังมีแท่นเทียนทั้ง 4 ที่ล้มอยู่ พอเดินไปที่แท่นตรงกลางก็พบว่ามีพระคัมภีร์อยู่ ซึ่งเทเมนอสคิดว่าส่วนนี้เป็นคำใบ้ของพระสังฆราชเมื่อรู้ว่าตัวเองมีอันตรายและซ่อนคำใบ้นี้ไว้เพื่อให้เรามาเจอ แต่ในขณะนั้นเองก็มีคนเข้ามาขัดจังหวะการสืบสวนของเทเมนอส เธอคือรองผู้บัญชาการ คูบารี โดยเธอบอกว่าที่แห่งนี้ทาง ผู้พิทักษ์ศักดิ์สิทธิ์ ได้เข้ามาควบคุมแล้ว ให้เทเมนอสออกไป เธอได้รับแจ้งมาแล้วว่ามีสัตว์ร้ายบุกเข้ามาและโจมตีพระสังฆราชจนเสียชีวิต ก่อนที่จะเดินออกจากวิหาร เทเมนอสได้บอกกับคริกว่าเขามีอะไรบางอย่างที่อยากให้คริกช่วย

หลายวันต่อมา
ได้มีการงานพิธีศพของพระสังฆราช ที่หน้าวิหาร ทางรองผู้บัญชาการ คูบารี ก็ได้มาสอบถามเราว่า ในที่เกิดเหตุเราพบอะไรผิดปกติหรือไม่ แต่เทเมนอสก็บอกว่าไม่พบอะไร
คูบารี: พวกเราน่าจะรู้กันอยู่แล้วว่ามันไม่จริง พระสังฆราชจะรู้สึกอย่างไรถ้าพบว่านายพูดโกหกอยู่แบบนี้ พวกเราผู้พิทักษ์ศักดิ์สิทธิ์เป็นองค์กรสืบสวนอิสระภายในคริสตจักร ผู้ที่รักษาระเบียบและสันติภาพภายในขอบเขตการดูแลของคริสตจักรมายาวนาน พระสังฆราชได้แต่งตั้งผู้ตรวจสอบขึ้นเพื่อให้พระองค์สามารถมีส่วนร่วมในกระบวนการนั้นได้ แต่ตอนนี้เขาไม่อยู่แล้ว บางทีอาจถึงเวลาที่นายจะต้องเปลี่ยนศาสนา
เทเมนอส: มีอะไรที่เป็นประโยชน์จะเล่าให้ฟังไหม หรือแค่มาพูดเยาะเย้ย มันไม่ใช่หน้าที่ของผู้พิทักษ์ศักดิ์สิทธิ์ที่จะปกป้องสมาชิกที่มีอิทธิพลของคริสตจักรหรอ ดังนั้น ความรับผิดชอบไม่ใช่ของคุณหรือ?
คูบารี: อยู่กับที่ซะ ไอลูกหมา ฉันเห็นว่านายยังคงทำตัวเป็นสุนัขที่ซื่อสัตย์ของพระสังฆราชอยู่สินะ
เทเมนอส: ถ้าไม่มีอะไรแล้ว ฉันจะไปล่ะนะ ไปเจอกันที่ห้องสมุดนะคริก

ทีนี้ให้เราเดินเข้าบ้านที่อยู่ด้านหน้านี้แหละ มันคือห้องสมุดเสร็จแล้วเดินเข้ามาด้านใน
คริก: ทำไมนายถึงรู้สึกอยากยั่วเธอแบบนั้นล่ะ เทเมนอส
เทเมนอส: ฉันเพียงแค่ชี้ให้เห็นข้อเท็จจริง
คริก: ด้วยการโกหก? ทำไมนายถึงบอกว่าไม่เห็นอะไรผิดปกติที่วิหารล่ะ
เทเมนอส: ฮาฮา เพราะว่ามันง่ายกว่าน่ะ พวกเขาอาจจะเป็นพรรคพวกของนาย แต่พวกเขาไม่น่าไว้ใจ ว่าแต่นายได้ทำตามที่ฉันขอเอาไว้มั้ย
คริก: ฉันได้ถามทุกคนที่อยู่แถววิหารในคืนนั้นแล้ว แต่ไม่มีใครพบคนที่น่าสงสัยเลย
เทเมนอส: มันยิ่งทำให้ฉันเกิดคำถามว่าพวกผู้พิทักษ์ศักดิ์สิทธิ์รู้ได้อย่างไร
คริก: เดี๋ยวนะ นั่นมันพระคัมภีร์ที่พบในวิหารนิ
เทเมนอส: ลดเสียงลงหน่อยคริก นี่เป็นของขวัญอำลาจากพระสังฆราชนะ เราไม่สามารถตะโกนบอกเรื่องนี้ให้คนทั้งโลกรู้ได้
คริก: มันมีอะไรสำคัญบอกไว้มั้ย
เทเมนอส: มันดูเหมือนหนังสือทั่วไป โอ๊ะ ดูเหมือนว่าจะโน๊ตคั่นอยู่
“รัติกาลกำลังมาเยือน”
คริก: มันหมายความว่ายังไง
เทเมนอส: ฉันไม่มีเบาะแสเลย แต่ชัดเจนนะว่ามันสำคัญ
เทเมนอสกับคริกก็เดินออกมา
เทเมนอส: อ่าา นั่นไม่ใช่ผู้พิทักษ์ศักดิ์สิทธิ์งั้นหรอ มีอะไรต้องการจากเราอีกล่ะ
คูบารี: คริก นายได้รับมอบหมายงานใหม่
คริก: รับทราบ
คูบารี: นายจะได้รับแจ้งสถานที่ในภายหลัง เก็บข้าวของไปซะ
คูบารีหันไปมองเทเมนอสแล้วพูดว่า
คูบารี: ฉันไม่ได้ต้องการนายหรอกนะ ไอลูกหมา

ฉากจะตัดที่กลางเมือง
เทเมนอส: ถูกมอบหมายงานใหม่เร็วพอๆ กับตอนที่รับเข้ามาเลยนะ มันเป็นมิตรภาพที่สั้นและสวยงาม คริก
คริก: มันเพิ่งจะเริ่มต้นเอง เทเมนอส
เทเมนอส: เฮอะ ดูเหมือนนายจะไม่อยากยอมรับมัน
คริก: เราไม่ได้อยู่ด้วยกันนานนัก แต่ฉันเชื่อแล้วว่าพระสังฆราช เห็นอะไรในตัวนาย รู้แล้วว่าทำไมนายถึงได้รับเลือก
เทเมนอส: รู้สึกเป็นเกียรติจริงๆ
คริก: นายจะทำอะไรต่อล่ะทีนี้
เทเมนอส: ฉันคิดว่าควรจะออกเดินทาง
คริก: เดินทางงั้นหรอ
เทเมนอส: ใช่แล้ว เพื่อค้นหาความจริงว่าใครเป็นคนที่ฆ่าพระสังฆราช ฉันมีลางสังหรณ์น่ะอย่างที่นายเห็น และการตั้งข้อสงสัยคือสิ่งที่ฉันทำ
คริก: ดูแลตัวเองล่ะเทเมนอส ฉันต้องไปแล้ว
แล้วคริกก็จากไป จากนั้นเทเมนอสก็ยืนครุ่นคิด
ขั้นแรกคงต้องไปพบกับลูเซียนนักเทววิทยา เขาได้พบกับพระสังฆราช ทำให้มันน่าสนใจมาก
พระสังฆราชกังวลเกี่ยวกับการเคลื่อนไหวของพวกนอกรีต ดังนั้นการสอบสวนลูเซียนจึงอยู่ในขั้นตอน แม้ว่าจะอดไม่ได้ที่จะสงสัย
พระสังฆราชได้ทิ้งโน๊ตไว้ในพระคัมภีร์ เขาน่าจะรู้ตัวว่าจะเสียชีวิตในคืนนั้น
“รัติกาลกำลังมาเยือน” ฉันต้องหาความจริงที่อยู่เบื้องหลังคำคำนี้

แล้วมิ้นท์ก็เดินเข้ามา
มิ้นท์: ฉันได้ยินข่าวมาว่า นายจะออกจากหมู่บ้าน
เทเมนอส: ขอโทษด้วยนะที่ไม่ได้ไปบอกลาเธอมิ้นท์ มันจะเป็นการเดินทางเพื่อรักษาแผลใจน่ะ (อย่างน้อยฉันอยากให้เธอเชื่อแบบนั้น)
มิ้นท์: ฮี่ฮี่ ฉันไม่รู้หรอกนะว่าในหัวนายคิดอะไรอยู่บ้าง แต่ฉันรู้ว่านายจะประพฤติตัวได้ดี ฉันน่าจะคิดถึงการเล่าเรื่องประวัติศาสตร์ของนายนะเทเมนอส ลาก่อน
ก่อนที่เทเมนอสจะเดินจากไป
มิ้นท์: ติดต่อกลับมาด้วยล่ะ ถ้านายต้องการ แค่นั้นแหละ
เทเมนอสหันกลับไปมองพร้อมกับพยักหน้าแล้วก็เดินทางออกจากหมู่บ้านไป
เทเมนอสออกเดินทางจากหมู่บ้าน โดยตั้งใจที่จะค้นหาความจริงเกี่ยวกับการฆาตกรรมของพระสังฆราช
“รัติกาลกำลังมาเยือน”
ประโยคที่พบในที่เกิดเหตุฆาตกรรมยังคงก้องอยู่ในหัวของเขา
มันเป็นหน้าที่ของเขาในฐานะผู้ตรวจสอบที่จะส่องแสงแห่งเปลวเพลิงศักดิ์สิทธิ์ลงบนความจริง
ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้นก็ตาม
Temenos – Chapter 1 End

พอกลับมารวมกลุ่มกันแล้วทีนี้ก็ให้ทำเหมือนเดิมคือการสำรวจเมือง Flamechurch ให้ทั่ว เมื่อเสร็จแล้วก็กลับออกมายังแผนที่ Eastern Flamechurch Pass พอถึงทางแยกครั้งนี้ให้เลือกลงไปทางด้านล่าง จะเข้าสู่ Western Clockbank Highroad ในแผนที่นี้ให้เราสำรวจแล้วหาทางออกบริเวณแถวทางขวาบนของแผนที่จะเข้าสู่เมือง Clockbank ซึ่งในเมืองนี้จะมีเนื้อเรื่องของ พาร์เททิโอ ในบทที่ 2 อยู่นั่นเอง หากเลเวลของพาร์เททิโอยังไม่ถึง 18 ก็แนะนำว่าอย่าพึ่งเริ่มให้ไปเก็บเลเวลให้ถึงก่อนก็ได้ เมื่อพร้อมแล้วก็มาเริ่มเนื้อเรื่องในบทที่ 2 ของพาร์เททิโอกันได้เลย




