บทสรุป Ochette – Chapter 3

โอชุตต์ที่ได้เดินทางรวบรวมเหล่าสัตว์ในตำนานทั้ง 3 จนครบและได้กลับมาที่หมู่บ้าน ชาวเมืองก็เข้ามาต้อนรับการกลับมาของเธอ เธอก็ได้นำเนื้อมามอบให้กับคนในหมู่บ้าน จากนั้นจะขอตัวไปหาจูวาห์ เมื่อได้มาพบจูวาห์ที่นอนรออยู่ที่เชิงเขา หลังจากทักทายกันแล้วโอชุตต์ก็ได้พาเหล่าสัตว์ในตำนานทั้ง 2 มาพบกับจูวาห์ จูวาห์ก็เลยสงสัยว่าทำไมถึงมีแค่ 2 แล้วคาเทแลคต้าล่ะอยู่ไหน พอถูกพูดถึงแบบนั้นโอชุตต์ก็เลยได้นำแอคต้าออกมาจากกระเป๋าโชว์ให้จูวาห์ดู จูวาห์ก็บอกว่าเท่าที่เขาจำได้คาเทแลคต้าต้องตัวใหญ่กว่านี้มากสิ โอชุตต์เลยบอกว่าคาเทแลคต้าตายไปแล้ว ส่วนนี่คือลูกของเธอ เมื่อรู้แบบนี้จูวาห์ก็กล่าวชมเธอว่าทำได้ดีมาก ตอนนี้ก็ถึงเวลาเตรียมตัวสำหรับรับมือภัยพิบัติกันแล้ว

ให้เดินตามจูวาห์ไปยังส่วนพื้นที่เตรียมรับมือภัยพิบัติ โดยเดินออกจากหมู่บ้านทางด้านล่างเข้าสู่ Path to the Tombs of the Wardenbeasts เดินลงมานิดหน่อยถึงทางแยกแล้วเลี้ยวซ้ายเข้าสู่ Summit of Strife จูวาห์บอกว่าเท่าที่เห็นนี่แหละคือการเตรียมตัวรับมือที่ดีที่สุดเท่าที่จะทำได้แล้ว โอชุตต์มีคำถามว่าอะไรคือ คืนแห่งพระจันทร์สีเลือด จูวาห์ก็ได้เล่าให้ฟังว่า คืนแห่งพระจันทร์สีเลือดจะเกิดขึ้นทุก 400 ปี พระจันทร์และพระอาทิตย์ตัดผ่านกันบนท้องฟ้า โลกตัดผ่านกับโลก และภัยพิบัติจะลงมายังเกาะแห่งนี้ โอชุตต์บอกว่าแล้วทั้งหมดนี่มันแปลว่าอะไร จูวาห์ตอบว่าไม่มีใครรู้ คืนแห่งพระจันทร์สีเลือดครั้งสุดท้ายได้เกิดขึ้นเมื่อหลายศตวรรษที่ผ่านมา แต่บรรพบุรุษของพวกเรารู้และคอยเตือนอยู่เสมอ ผู้ดูแลเกาะยังคงรักษาศรัทธาจากรุ่นสู่รุ่น พวกเรามีหน้าที่ปกป้องเกาะจากภัยพิบัติ โอชุตต์ถามกลับว่ามันเป็นภัยพิบัติแบบไหนกัน จูวาห์บอกว่ามันคือเงา ความจริงแล้วเขาได้เก็บความลับบางอย่างเอาไว้ไม่ยอมบอกกับโอชุตต์ก็คือ โลกของเราไม่ได้เป็นเพียงโลกเดียวเท่านั้น ยังคงมีโลกใบอื่นที่พวกเราไม่รู้อยู่ พวกเงากำลังกลืนกินทุกสิ่ง มันกลืนกินแสงสว่างที่ทักทอขึ้นในโลกของเรา และทางเข้าก็ว่ากันว่าอยู่ที่ไหนสักแห่งบนเกาะแห่งนี้ โอชุตต์บอกว่ามันฟังดูแย่มาก แต่อย่างน้อยก็ดูเป็นคู่ต่อสู้ที่คู่ควร 

ระหว่างนั้นคู่หูขัดจังหวะบอกว่าพวกเรามีแขกมา แขกเหล่านั้นก็คือมนุษย์ที่นำมาโดย โคฮาเซะ เธอสงสัยว่าทำไมเผ่าสัตว์ถึงได้เตรียมอาวุธออกมามายมากแบบนี้ เตรียมตัวจะออกล่ากันหรอ จากนั้นเธอก็ได้บอกจุดประสงค์ที่มาก็คือเรื่องของปัญหาเกี่ยวกับการแบ่งที่ดิน ตอนนี้ในเผ่ามนุษย์มีเด็กเกิดใหม่ขึ้นเรื่อยๆ หมู่บ้านก็เติบโตขึ้น ทำให้อาหารและทรัพยากรเริ่มไม่เพียงพอแล้ว ตอนนี้ขอเพียงแค่อยากให้ทางเผ่าสัตว์แบ่งปันที่ดินมาให้เล็กน้อย จูวาห์ก็ต่อว่าทันทีว่าเราได้พูดถึงเรื่องนี้มานานแค่ไหนแล้ว เธอก็ยังหน้าด้านไม่เปลี่ยน พวกมนุษย์ทุกคนก็รู้จักแค่เพียงการขโมยสิ่งของจากผู้อื่น โคฮาเซะก็บอกว่าแล้วจะให้คิดถึงเรื่องอะไร คิดถึงเรื่องเนื้ออย่างงั้นหรอ โอชุตต์ก็คิดในใจว่านั่นฟังดูดีมากสำหรับเธอ จูวาห์ตอบกลับว่าตอนนี้เขาไม่มีเวลามาทะเลาะกับเธอ ศัตรูกำลังใกล้มาแล้วเป็นศัตรูที่น่ากลัวและทรงพลัง โคฮาเซะก็ไม่เชื่อศัตรูมันอยู่ที่ไหนล่ะ ตอนนี้เผ่าสัตว์เรียนรู้ที่จะพูดโกหกแล้วหรอ จูวาห์บอกแค่เพียงว่าให้พวกเธอเตรียมตัวเอาไว้จะดีกว่า ตอนนี้ก็ออกไปเถอะ พวกเธอได้รับการเตือนแล้ว โคฮาเซะก็กล่าวทิ้งท้ายก่อนไปว่าแล้วจะกลับมาใหม่ สักพักคืนแห่งพระจันทร์สีเลือดก็ได้เริ่มขึ้น…โอชุตต์ก็ได้กลิ่นของบางอย่างที่เธอรู้สึกคุ้นเคยเมื่อนานมาแล้ว

ในที่สุดการต่อสู้ก็ได้เริ่มขึ้น หลังจากกำจัดศัตรูได้ กลุ่มมนุษย์ก็ได้เข้ามาขอความช่วยเหลือ โคฮาเซะก็กล่าวต่อว่าด้วยความไม่พอใจ ว่าพวกเผ่าสัตว์รู้เกี่ยวกับเรื่องนี้อยู่แล้วใช่มั้ย เลยได้เตรียมตัวกันมาก่อน มันเกิดอะไรขึ้นกับเกาะแห่งนี้กันแน่ จูวาห์ก็บอกว่าเขาได้เตือนเอาไว้ก่อนแล้ว ตอนนั้นเองก็มีพวกเงาเข้ามาจู่โจม ทางโอชุตต์ก็ได้ปกป้องพวกมนุษย์เอาไว้ได้ แต่โคฮาเซะก็ต่อว่าว่าพวกเธอไม่ต้องการความช่วยเหลือจากพวกสัตว์หรอกนะ ลืมไปแล้วหรือว่าพวกเราถูกขังอยู่ในการต่อสู้เพื่อดินแดนแห่งนี้ ถ้าพวกเราขับไล่มอนสเตอร์พวกนี้ไปได้ พวกเธอก็จะเป็นรายต่อไป โอชุตต์ที่รู้สึกรำคาญก็บอกว่าไว้ค่อยพูดถึงเรื่องนี้ทีหลังเถอะ ตอนนั้นเองเธอก็รู้สึกถึงอะไรบางอย่างที่น่ากลัวกำลังมา ปรากฏว่าเป็นพวกเงากลุ่มใหญ่ ฝ่ายมนุษย์ก็เลยเข้าร่วมในการต่อสู้เพราะว่าไม่อยากติดค้างหนี้บุญคุณ

หลังจากกำจัดศัตรูกลุ่มใหญ่ไปได้ โอชุตต์ก็บอกว่าในที่สุดก็มีเวลาพักหายใจ ทางโคฮาเซะชี้ว่ามันยังไม่หมดหรอกยังมีกลุ่มใหญ่อยู่ทางโน้น พวกมันสร้างความเสียหายให้กับเกาะมากพอแล้ว และมันควรจบลงที่นี่ จูวาห์ตอบกลับตอนนี้เป็นโอกาสที่หายากจริงๆ เขาเห็นด้วยที่ว่าพวกเราไม่สามารถปล่อยให้คนนอกพวกนี้ทำอะไรตามใจชอบได้ เลยสั่งโอชุตต์ว่าตอนนี้คือโอกาสแล้ว โอชุตต์ก็ตอบรับพร้อมบอกว่าให้พวกมนุษย์คอยคุ้มกันหมู่บ้านเอาไว้นะ โคฮาเซะก็ตอบรับพร้อมออกคำสั่งให้รักษาคนที่บาดเจ็บ พวกเราจะต้องปกป้องเกาะแห่งนี้

เมื่อโอชุตต์บุกต่อไปเจอกับพวกเงากลุ่มใหญ่คราวนี้เทร่าได้ออกโรงกระทืบพื้นหนึ่งทีเหล่าเงากลุ่มใหญ่ก็ปลิวหายไป ทำให้ทางเปิดโล่งโอชุตต์ก็ได้บุกเข้าไปต่อ คิวต่อมาเป็นกราซิสที่ได้ออกมาช่วยสร้างทางลัดให้เราบุกเข้าไปได้เร็วขึ้น จนในที่สุดเราก็บุกมาถึงทางสุดปลายของเกาะ โอชุตต์ก็รู้สึกได้ว่ามีบางอย่างกำลังมา เมื่อหันกลับไปก็พบว่ามันคือสัตว์อีกตัวที่เราไม่ได้เลือกและหนีหายไปเมื่อตอนนั้น สภาพในปัจจุบันของมันเต็มไปด้วยความชั่วร้ายน่ารังเกียจ มันดูมีอาการบาดเจ็บเต็มไปด้วยแผลและดุร้าย จากนั้นมันก็จู่โจมเข้าใส่โอชุตต์ แต่เธอก็ไม่ได้โกรธ กลับรู้สึกเศร้าที่เห็นมันเต็มไปด้วยบาดแผล มันน่าจะผ่านความทรมานมาหลายปี แถมที่ตัวมีกลิ่นแห่งความอาฆาตและกลิ่นเหม็นไปทั่ว สิ่งที่เกิดขึ้นน่าจะเจ็บปวดมากยิ่งกว่าความตาย ช่างน่าเศร้า จูวาห์เลยเตือนสติให้โอชุตต์เตรียมรับมือกับมันได้แล้ว จากนั้นมันก็ได้จู่โจมเข้าใส่อีกครั้ง ทางด้านจูวาห์ เทร่าและกราซิสรวมถึงโอชุตต์ก็ไม่สามารถต่อต้านพลังของมันได้ จูวาห์ถึงกับบอกว่าให้โอชุตต์วิ่งหนีไปซะ โอชุตต์ไม่ยอมเธอยังคงสู้ต่อได้ จูวาห์ก็ชมว่าสมกับเป็นลูกศิษย์ของเขา จากนั้นได้ถามว่าเธอต่อสู้เพื่ออะไร แต่โอชุตต์ก็ตอบคำถามนี้ไม่ได้ และได้เข้าห้ำหั่นกับมันอีกครั้ง คราวนี้โอชุตต์กระเด็นตกภูเขาจมลงไปในทะเล

ในระหว่างที่จมอยู่ในทะเลก็ได้มีเสียงเรียกเธอให้ตื่น เสียงนั้นได้บอกว่าหัวใจของเธอช่างอบอุ่น เหมือนเปลวไฟที่คอยนำทางในความมืดมิด สิ่งนั้นมันคือเปลวไฟสีฟ้า และได้หลอมรวมเข้ากับคู่หูของเรา มันบอกให้เราลืมตาตื่นขึ้นมา ผู้มีจิตใจบริสุทธิ์ ยังเร็วเกินไปที่จะตาย ยังมีศัตรูที่ต้องเผชิญ จงไป ไปพร้อมกับเปลวไฟ เมื่อเราตื่นขึ้นมาก็พบว่าตัวเองอยู่บนเกาะพร้อมกับคู่หู คู่หูก็รู้สึกแปลกตอนนี้รู้สึกอบอุ่นและสัมผัสได้ถึงพลังที่อยู่ข้างใน จากนั้นสัตว์ประหลาดตัวนั้นก็ปรากฏตัวขึ้น ถึงเวลาที่โอชุตต์ต้องเผชิญหน้ากับมันอีกครั้ง เพียงแต่ตอนนี้เธอรู้ตัวแล้วว่าเธอต่อสู้เพื่ออะไร เธอรักเกาะ Toto’haha แห่งนี้ รักผู้คนที่เรียกเกาะแห่งนี้ว่าบ้าน นั่นคือเหตุผลที่เธอต้องปกป้องมัน สุดท้ายทั้ง 2 ก็เข้าต่อสู้กันอีกครั้ง

สุดท้ายสัตว์ประหลาดได้นอนหมอบอยู่ โอชุตต์รู้สึกแย่กับสิ่งนี้ทางด้านคู่หูก็ไม่ต่างกัน โอชุตต์ก็เลยบอกว่าเธอต้องกำจัดมันงั้นหรอ คู่หูก็รู้สึกขอบคุณหัวใจที่อบอุ่น หากวันนั้นไม่ได้เป็นคนที่ถูกเลือกจะมีสภาพเป็นแบบนี้แทน โอชุตต์ก็มองไปที่สัตว์ประหลาดและบอกว่า มันไม่ได้ชั่วร้ายขนาดนี้จริงๆ เพียงแค่เจ็บปวดและสับสนมาเป็นเวลานานมากๆ อย่างน้อยที่สุดเธอสามารถช่วยให้มันพบเจอกับความสงบสุขในตอนจบ ตอนนี้ให้เรากด Befriend กับมัน โอชุตต์ก็เข้ามาปลอบว่าตอนนี้ไม่เป็นไรแล้ว สิ่งที่น่ากลัวทั้งหมดได้หายไป หากมันเกิดใหม่บนโลกใบนี้ มากินของอร่อยด้วยกันนะ ขอให้หลับฝันดี

ตัดกลับมาบนเกาะ พระจันทร์สีเลือดได้หายไป รุ่งสางกำลังมา ชาวเผ่าสัตว์และมนุษย์ได้มารวมตัวกัน โอชุตต์ที่รู้สึกเหนื่อยกับการต่อสู้มาทั้งคืนก็ล้มลง เธอรู้สึกหิว โคฮาเซะก็เลยเดินมาจับมือเธอลุกขึ้นยืน เธอบอกว่าพวกเรามัวแต่คิดถึงเกี่ยวกับผลประโยชน์ที่ได้รับ แต่พวกเรานั้นคิดผิด เธอเป็นคนที่ช่วยชีวิตพวกเรา ที่นี่มีที่ดินไม่มากนัก แต่มาแบ่งและบ่มเพาะมันด้วยกัน ออกล่าด้วยกัน ใช้เวลาร่วมกัน เป็นหนึ่งเดียวกันบนเกาะแห่งนี้ โอชุตต์ก็บอกว่ามันฟังดูดีนะ แต่ก่อนอื่นเลยมาคิดถึงอาหารเช้ากันดีกว่า

ช่วงเวลาอาหารเช้าโอชุตต์กำลังกินเนื้ออยู่กับจูวาห์ ทางด้านจูวาห์ได้ทักขึ้นมาว่า ไม่เคยเห็นเธอดูเศร้าขนาดนี้มาก่อนตอนกินอาหารเช้า โอชุตต์ก็ตอบกลับว่าในศึกสุดท้ายนั้นเธอเกือบถูกฆ่า แต่แล้วก็มีเปลวไฟสีฟ้าปรากฏขึ้นมาที่กลางอก ทำให้สงสัยว่ามันคืออะไร จูวาห์สงสัยว่าอาจจะเป็น เปลวไฟแรกกำเนิด เปลวไฟได้ยอมรับว่าเธอคือ นักล่าที่แท้จริง โอชุตต์ก็ไม่เข้าใจว่าจูวาห์พูดถึงอะไร จูวาห์ก็บอกว่าไม่เป็นไร เธอจะเข้าใจมันเองเมื่อถึงเวลา เกาะแห่งนี้มันสวยงามมากและเธอเป็นคนที่ปกป้องมัน โอชุตต์ตอบกลับอันที่จริงเป็นพวกเราทุกคนร่วมกันปกป้องนะ จูวาห์ถามกลับว่าเธอจำได้มั้ยที่บอกว่าเกาะแห่งนี้จะเป็นภาระหนัก ตอนนี้เธอได้เปลี่ยนความคิดแล้วหรือยังโอชุตต์ เธอสามารถแบกรับภาระที่ยิ่งใหญ่กว่าที่เธอคิดได้ โอชุตต์ก็หัวเราะแล้วบอกว่า เธอจะไม่เรียกมันว่าเป็นภาระที่หนักแล้ว เธอรู้แล้วว่าอยากแบกรับมันและตัดสินใจแล้วว่าจะปกป้องเกาะ Toto’haha แห่งนี้เอง จูวาห์รู้สึกดี สุดท้ายเสียงเขาที่ได้ยินในใจนั้นเป็นความจริง เกาะแห่งนี้ได้อยู่ในความดูแลของโอชุตต์แล้ว โอชุตต์ก็บอกว่าเธอจะไม่ทำให้จูวาห์ผิดหวังและก็เริ่มการเดินทางครั้งใหม่

Ochette – Chapter 3

ก่อนที่จะเริ่มเดินทางให้กลับเข้าไปเซฟที่หมู่บ้านก่อน จากนั้นเดินไปทางขวา ตรงบริเวณแปลงปลูกผักจะเห็น โคฮาเซะอยู่ ให้กด Steal ธนู Battle-Tested Bow โอกาส 3% (โอกาสจะเพิ่มมากขึ้นตามเลเวลของโทรเน่) เป็นธนูที่ทรงพลังที่สุด ให้ขโมยมันมาให้ได้ ถ้าพลาดครบจำนวนก็โหลดเซฟแล้วทำซ้ำจนกว่าจะสำเร็จ

ต่อมาให้ไปที่หมู่บ้านใกล้เคียง Tropu’hopu เพื่อดำเนินเนื้อเรื่องบทที่ 3 ของแอ็กเนีย

Agnea – Chapter 3

ก่อนจะเดินทางต่อ แนะนำให้ขโมยธนูมาจากเธอให้ได้

Share:

Facebook
X
Flex-Ad-Side-Bar.png
Privacy Overview

This website uses cookies so that we can provide you with the best user experience possible. Cookie information is stored in your browser and performs functions such as recognising you when you return to our website and helping our team to understand which sections of the website you find most interesting and useful.