ออสวอลด์ในที่สุดก็เดินทางกลับมายังบ้านของตนในเมือง Conning Creek
ทุกสิ่งอย่างที่เขามีล้วนอยู่ในเมืองนี้ แต่เพียงแค่พริบตาทุกสิ่งอย่างนั้นก็ถูกพรากไป
ฮาร์วีย์ ฉันจะขอแก้นแค้นแก
เมื่อออสวอลด์ใจเย็นลงแล้ว พยายามจะสืบหาที่อยู่ของฮาร์วีย์ให้ได้

ก่อนอื่นให้เราวิ่งกลับไปที่บ้านของออสวอลด์ที่อยู่ในเมืองนี้ก่อน โดยให้วิ่งไปทางขวาเรื่อยๆ จนสุดทางก็จะเจอกับซากบ้านที่ถูกไฟไหม้ เหตุการณ์เมื่อ 5 ปีก่อน ตอนนั้นเขาได้ไปที่ป่าใกล้เมือง เพื่ออยู่ตามลำพังใช้สมาธิกับความคิดของตัวเอง เขาทำมันเป็นกิจวัตร ซึ่งตอนนี้เขารู้แล้วว่ามันคือสิ่งที่ไม่ดีเลย ตอนเมื่อเขากลับมาทุกอย่างก็หายไป ถูกจับกุมจากทหารรักษาความปลอดภัยและไม่เคยกลับมาเลยจนกระทั่งตอนนี้

ออสวอลด์นึกย้อนไปสมัยอดีต ตอนที่ภรรยาและลูกของเขาอยู่ในบ้านที่เต็มไปด้วยความอบอุ่น ภรรยาแสดงความยินดีที่การประชุมเป็นไปด้วยดี ลูกสาวที่วิ่งเข้ามาหาอย่างรีบร้อนเพื่อต้อนรับพ่อของเขาที่กลับมาบ้าน กลับมาที่ปัจจุบันออสวอลด์พยายามสืบหาร่องรอยของฮาร์วีย์ ทั้ง 2 คนได้วิจัยเกี่ยวกับ เวทมนตร์ที่แท้จริงเพียงหนึ่งเดียว ฮาร์วีย์เองก็ต้องการผลงานวิจัยของออสวอลด์ทำให้เขาตัดสินใจที่จะไปยังห้องวิจัยของเขา เดินเข้าไปยังถ้ำหลังบ้าน ซึ่งเป็นห้องวิจัยของออสวอลด์ในอดีต ตอนนี้สภาพของมันทุกอย่างยังคงครบถ้วนสมบูรณ์ ออสวอลด์ได้เดินสำรวจพบว่าสิ่งที่หายไปมีเพียงแค่ สูตรคำนวณในงานวิจัยครั้งสุดท้าย แต่ออสวอลด์ไม่เข้าใจอยู่ดีว่าทำไมฮาร์วีย์ถึงต้องการมัน เพราะเส้นทางการวิจัยของทั้ง 2 แตกต่างกัน ขณะนั้นเองก็มีหญิงสาวคนหนึ่งได้ทักว่าเขาคือใคร เพียงแต่เมื่อหญิงสาวได้เดินเข้ามาใกล้จนกระทั่งได้เห็นหน้าก็ตกใจ ออสวอลด์เริ่มทักทายก่อน เธอคือ คลาริสซา อดีตผู้ช่วยของเขานั่นเอง สาเหตุที่สภาพห้องวิจัยยังคงดีอยู่ก็เป็นเพราะเธอนี่เอง เธอก็ถามเลยว่าออสวอลด์ตัวจริงนั้นควรจะถูกขังอยู่ในเกาะ Frigit อยู่ไม่ใช่หรอ ออสวอลด์เลยบอกว่าเขาหลบหนีออกมา เธอก็บอกว่างั้นมีอะไรเป็นข้อพิสูจน์ล่ะว่าเขาคือตัวจริง เพียงแค่รูปร่างเหมือนตัวจริงนั่นยังคงไม่พอ เพราะผลงานวิจัยของที่นี่เป็นเหมือนดังขุมทรัพย์ อาจมีผู้ร้ายที่ทำแม้กระทั่งปลอมตัวมาเพื่อขโมยก็เป็นไปได้ สุดท้ายเธอก็ได้บอกว่าถ้าคุณเป็นออสวอลด์ตัวจริง จะต้องมีวิธีในการต้านรับเวทยมนตร์ของเธอได้แน่นอน และผลลัพธ์ของต่อการสู้ครั้งนี้จะเป็นตัวพิสูจน์เองว่า เขาคืออสวอลด์ตัวจริงหรือไม่ ออสวอลด์ก็บอกว่าในเมื่อไม่มีทางเลือกเขาก็จะเป็นคนพิสูจน์ทฤษฏีให้เธอเอง

เมื่อการปะทะกันจบลงท่าทีของเธอก็เปลี่ยนไป พร้อมกับกล่าวต้อนรับการกลับมาของออสวอลด์ เธอเชื่อมาตลอดว่าออสวอลด์นั้นเป็นผู้บริสุทธิ์ แล้วถามว่าทำไมออสวอลด์ถึงกลับมาที่นี่ ออสวอลด์ก็บอกว่าที่กลับมาเพราะต้องการค้นหาร่องรอยของฮาร์วีย์แต่ดูเหมือนเขาจะไม่ทิ้งอะไรไว้เลย ออสวอลด์ก็ได้กล่าวคำในตอนที่ถูกอัยการกล่าวหาอยู่ในชั้นศาล “คุณ ออสวอลด์ เป็นเพียงคนเดียวที่สามารถจุดไฟในคืนนั้นได้” นั่นคือเหตุผลที่ทำให้ศาลตัดสินว่าเขามีความผิด แต่ในความจริงฮาร์วีย์ได้ยืนอยู่ข้างเขาตอนที่ไฟกำลังไหม้บ้านด้วยซ้ำ แต่พวกเขายังคงยืนกรานว่าฮาร์วีย์ไม่ได้อยู่ที่นั่นด้วย ดังนั้นก็ต้องสงสัยหน่วยรักษาความปลอดภัยที่ควบคุมตัวด้วย ออสวอลด์จึงตัดสินใจที่จะไปสืบดูว่าพวกเขามีความสัมพันธ์กันอย่างไร เลยถามคลาริสซาว่าสามีของเธออยู่ในหน่วยรักษาความปลอดภัยด้วยใช่มั้ย เขารู้อะไรบ้างหรือเปล่า เธอก็บอกว่าไม่รู้อะไรเลย ออสวอลด์ก็เลยตัดสินใจที่จะไปสืบถามจากชาวเมือง

กลับไปที่เมืองให้คุยกับชาวเมือง 3 คนที่สัญลักษณ์สีเขียว โดยชายคนแรกจะอยู่หน้าร้านขายของทั่วไป ชายคนนี้จะเล่าให้ฟังว่า คนในหน่วยรักษาความปลอดภัยที่อยู่มานานบางคนถูกปลดกระทันหัน พวกเขาถูกแทนที่ด้วยพวกอันธพาลจากทางทวีปตะวันออก ทั้งหมดนี้เป็นฝีมือของหัวหน้าที่ชื่อว่า สเตนวาร์ และเขาก็ทำตัวเหมือนเป็นเจ้าของเมืองนี้เองด้วยซ้ำ คนที่ 2 เป็นหญิงสาวอยู่บริเวณเชิงบันไดหน้าบาร์ เธอเล่าให้ฟังว่าสเตนวาร์เป็นหัวหน้าหน่วยมาหลายปี แต่ไม่มีใครพูดถึงเขาในแง่ดีเลย เธอได้ยินมาว่าเขามีความสัมพันธ์ลับบางอย่างกับนักวิชาการ แถมมีคนเห็นทั้ง 2 คนนี้พบกันก่อนที่จะเกิดเหตุการณ์เมื่อ 5 ปีก่อน ส่วนชายแก่คนที่ 3 อยู่หน้าบาร์ ชายคนนี้บอกว่าเห็นบ้านที่โดนไฟไหม้ทางฝั่งขวาของเมืองมั้ย ตอนที่เกิดเหตุการณ์นั้นน่ะหน่วยรักษาความปลอดภัยได้สืบค้นอยู่แค่เพียงไม่กี่วันก่อนที่ยกเลิกการสืบสวน ทั้งที่พวกเขาควรจะตรวจสอบราว 2-3 สัปดาห์ด้วยซ้ำถึงจะพบข้อมูลอะไรบางอย่าง หลังจากได้ข้อมูลมาจากชาวเมือง ออสวอดล์ก็ได้ข้อสรุปว่าตัวการครั้งนี้ก็คือ สเตนวาร์ ระหว่างนั้นคลาริสซาก็ได้เข้ามาบอกว่าออสวอลด์ต้องการแก้แค้นใช่มั้ย ยังจำสามีของเธอได้หรือเปล่า ออสวอลด์ก็บอกว่าอีธารน่ะหรอต้องจำได้สิ เพราะเขาเป็นคนแนะนำเธอให้ฉันเองนี่นา คลาริสซาก็บอกว่าตอนนี้เขาเสียแล้วเสียไปไม่นานหลังจากเหตุการณ์ครั้งนั้น ศพของเขามาเกยอยู่ที่ท่าเรือ พวกเขาบอกว่าเป็นการฆ่าตัวตาย แต่เธอไม่เชื่อเพราะเขาไม่มีเหตุผลที่จะฆ่าตัวตายเลย แถมทางหน่วยก็ไม่ยอมสืบเรื่องนี้ต่อ ก่อนที่จะเกิดเหตุการณ์เธอคิดว่าอีธานได้ไปรู้อะไรบางอย่างมา ออสวอลด์ก็เลยถามว่า เธอจะไม่สืบหาการตายของเขาหรอ คลาริสซาก็บอกว่า “หากไม่มีสิ่งใดเกิดขึ้น ก็จะไม่มีสิ่งใดที่จะเกิดตามมา” นั่นเป็นคำพูดของคุณ การแก้แค้นมันไม่ก่อให้เกิดสิ่งใด ว่างเปล่าและกลวง ออสวอลด์ตอบว่าถึงแม้จะเป็นแบบนั้นแต่เขาก็ต้องทำมัน

ทีนี้ให้เราบุกเข้าไปยัง Guard Outpost ซึ่งเป็นที่อยู่ของหน่วยรักษาความปลอดภัยเพื่อพบหน้าสเตนวาร์ ให้สำรวจจนสุดทางเราก็จะได้พบกับสเตนวาร์จนได้ เมื่อสเตนวาร์เห็นหน้าเราครั้งแรกก็จำไม่ได้จนกระทั่งเขานึกออกในที่สุด ออสวอลด์ วี วานน์สไตน์ ถูกสันนิษฐานว่าตายจากการหลบหนีที่ล้มเหลว ออสวอลด์ก็ได้ถามว่าเขารู้ไหมว่าตอนนี้ฮาร์วีย์อยู่ที่ไหน สเตนวาร์ก็ไม่ยอมบอก ออสวอลด์เลยพูดต่อว่า คุณได้พบกับเขาแบบลับๆ ก่อนที่จะเผาครอบครัวของฉัน โดยสามีของคลาริสซาได้ไปเห็นเข้า แต่คุณก็ไม่ฟังเขาและฆ่าเขาแทน เพื่อแลกเปลี่ยนกับเงินที่ได้จากฮาร์วีย์ สเตนวาร์ก็บอกว่าพวกนักวิชาการนี่ฉลาดหลักแหลมกันมากจริงๆ ฉันสารภาพว่าฉันช่วยเหลือและสนับสนุนฮาร์วีย์ ข้อเท็จจริงเป็นสิ่งที่เปลี่ยนแปลงได้อย่างที่คุณก็เห็น ผู้มีอำนาจสามารถบิดเบือนข้อเท็จจริงให้เป็นไปตามความต้องการได้ ตราบใดที่พวกเขามีเงินเพียงพอ ฉันค่อนข้างชอบเหรียญ มันไม่สามารถถูกงอในลักษณะเดียวกันได้ เข้าใจไหม? ฉันจะทำทุกอย่างเพื่อมัน มันได้มอบทุกสิ่งที่คุณเห็นอยู่ตรงหน้า สุดท้ายออสวอลด์ก็ทนไม่ไหวบอกให้หยุดถ่วงเวลาได้แล้ว บอกมาว่าฮาร์วีย์อยู่ที่ไหน สเตนวาร์ก็บอกว่าเขาก็อยากจะรู้ แต่นั่นมันไม่สำคัญ เขาไม่สามารถปล่อยออสวอลด์ให้ออกไปได้ เพราะออสวอลด์รู้เยอะมากเกินไปแล้ว มันไม่เป็นผลดีต่อเขาเลย จากนั้นหน่วยทหารก็วิ่งเข้ามาพร้อมเปิดฉากการต่อสู้

สเตนวาร์เมื่อพ่ายแพ้ก็ได้ร้องขอความเมตตาไว้ชีวิตของเขาด้วย ออสวอลด์ก็บอกว่าเขาไม่ได้ต้องการชีวิตของสเตนวาร์ แต่เขาต้องการชีวิตของฮาร์วีย์บอกมาว่าเขาอยู่ไหนได้แล้ว สเตนวาร์ก็สาบานบอกว่าเขาไม่รู้ เขาบอกความจริงแล้วให้เชื่อเขาเถอะ ออสวอลด์ตอบกลับว่า อย่าให้ฉันต้องฟังเสียงร้องของคุณเลย คุณมั่นใจว่าเขาไม่ได้บอกอะไรคุณเลย? สเตนวาร์ก็นึกอะไรบางอย่างออกทันที ผลงานวิจัยที่เขาขโมยมาจากออสวอลด์ได้ถูกส่งไปที่ Montwise ตามคำสั่งของฮาร์วีย์ ออสวอลด์ก็บอกว่า Montwise อย่างงั้นหรอ เขาส่งมันไปที่ห้องสมุดที่นั่นสินะ จากนั้นออสวอลด์ก็ได้เผาเงินทั้งหมดที่มีอยู่ในห้องนี้ทิ้งทันที แล้วเขาก็คิดว่าฮาร์วีย์เป็นคนที่รอบคอบไม่น่าจะทิ้งร่องรอยที่ชัดเจนเอาไว้แบบนี้ หรือว่าจะรู้อยู่แล้วว่าเขาต้องถูกตามล่า

เมื่อออกมาที่เมืองอีกครั้งออสวอลด์ก็คิดว่า Montwise เมืองที่อยู่ในทวีปตะวันออก เป็นที่ที่เราและฮาร์วีย์ได้พบกันครั้งแรก ฮาร์วีย์ต้องการให้สเตนวาร์เป็นคนบอกที่อยู่ เลยไว้ชีวิตสเตนวาร์จนกระทั่งถึงตอนนี้ รู้กระทั่งว่าเราจะหลบหนีออกมาได้และตามล่าตัวเขาเอง ถ้าแบบนั้นก็จะเล่นตามเกมที่เขาต้องการ ตกหลุมกับดักที่เขาเตรียมไว้ ก่อนที่จะไปคลาริสซาก็ได้เข้ามาคุยด้วยอีกครั้ง
คลาริสซา: คุณกำลังจะไปตาหาเขาใช่มั้ย?
ออสวอลด์: ฉันได้ทำเรื่องของที่นี่เสร็จแล้ว คุณไม่ควรถูกคนเห็นว่าอยู่กับฉันที่นี่นะ เพราะฉันยังคงเป็นคนที่ทางการต้องการตัว
คลาริสซา: แต่ฉันเป็นผู้ช่วยที่ภักดีของคุณ สามีของฉันรู้ตัวว่ากำลังตกอยู่ในอันตราย ก่อนที่เขาจะตายเขาให้ฉันสาบานว่า “อย่าเคียดแค้นใครเลย ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นกับฉันก็ตาม จงใช้ชีวิตเพื่อตัวคุณเอง” ฉันอยากจะรำลึกถึงความทรงจำของเขา เพื่อให้อภัยต่อความผิดทั้งหมดที่มีต่อฉัน เพื่ออุทิศเวลาที่เหลืออยู่ให้กับการศึกษา
ออสวอลด์: ช่างแปลกประหลาดเสียจริง คำสาบานต่อคนตายมันมีความหมายอะไรหรอ
คลาริสซา: ฉันขอบอกตามตรงว่าไม่มี นี่เป็นเพียงการแสดงความรักของฉัน ออสวอลด์ได้โปรด ครอบครัวของคุณถูกฝังอยู่ที่นี่ คุณจะไม่แวะไปเยี่ยมพวกเขาหน่อยหรอ
ออสวอลด์: ฉันลืมความรักไปนานแล้ว ฉันจะตามหาฮาร์วีย์ นั่นแหละคือทุกสิ่งในตอนนี้

ออสวอลด์ทิ้งเมืองที่เขาเคยเรียกว่าบ้านไว้เบื้องหลัง
เขาไม่อาจทนไปเยี่ยมหลุมศพของภรรยาและลูกสาวของเขาได้ ยังไม่ใช่ตอนนี้
เขาจะเผชิญหน้ากับพวกเธอได้อย่างไร ในเมื่อเขายังไม่ได้ทำอะไรเพื่อแก้แค้นแทนพวกเธอเลย
ไฟในตัวเขายังคงลุกโชนอยู่
เขาสาบาน
เขาจะไม่กลับมาจนกว่าทุกอย่างจะจบลง จนกว่าไฟในตัวจะดับลง
Osvald – Chapter 3 End

ในเมือง Conning Creek ให้เดินเข้าไปที่บ้านด้านล่างสุด ภายในนั้นจะเป็น Apothecary Guild คุยกับหัวหน้ากิลด์เพื่อปลดล็อคอาชีพเสริม Apothecary แล้วค่อยไปยังเป้าหมายต่อที่ Toto’haha เนื้อเรื่องบทสุดท้ายของโอชุตต์




