ณ มุมหนึ่งของเมือง Canalbrine
ชายหนุ่มนักปรุงยากำลังวิ่งหนีจากการไล่ล่าของชายชุดดำ สุดท้ายเขาก็หนีไม่รอดถูกชายชุดดำฆ่าไป ก่อนจากไปชายชุดดำได้พูดออกมาว่า “โดเธอร์ เทพยาวิเศษ ได้รับบาดแผลสาหัสจากการต่อสู้กับเทพชั่วร้ายวีเด และหลับใหลไปชั่วนิรันดร์ หึ หวังว่าจะสวดส่งนายไปพร้อมกับพระคัมภีร์เล็กน้อย ทั้งหมดนี้ในนามของลอร์ดวีเด”

ตัดมาที่เทเมนอส เพื่อสืบสวนการตายของพระสังฆราช เขาได้ตามรอยของบุคคลหนึ่งลูเซียน จนกระทั่งได้มาถึงเมืองแห่งน้ำ Canalbrine ตอนนี้ให้เริ่มจากการหาข้อมูลจากชาวเมืองกันก่อน ให้เดินที่ด้านบนกลางเมือง จะพบเหตุการณ์ที่ผู้พิทักษ์ศักดิ์สิทธิ์ได้มาปิดล้อมพื้นที่เอาไว้เพื่อสืบสวน ทำให้ชาวเมืองไม่สามารถเดินผ่านเข้าไปได้ เมื่อเราคุยกับชาวเมืองทำให้รู้ว่า เมื่อคืนนี้มีเหตุการณ์ฆาตกรรมและผู้ตายคือชายนักปรุงยาภายในเมืองคนหนึ่ง

จากนั้นเทเมนอสได้เดินจากมาและคิดเกี่ยวกับเหตุการณ์ดังกล่าว ชายหนุ่มนักปรุงยาที่เป็นที่รู้จักภายในเมืองถูกฆาตกรรมโดยไม่ทราบผู้ร้าย ไม่รู้ว่ามันจะเกี่ยวข้องกับคดีของพระสังฆราชหรือเปล่า จากนั้นก็มีเหล่าการ์ดที่ตะเวนรอบเมืองมาพบกับเทเมนอสที่ทำตัวน่าสงสัยอยู่ เทเมนอสก็บอกว่าเขาเป็นแค่เพียงผู้ตรวจสอบที่อ่อนน้อมถ่อมตน แต่การ์ดก็ไม่สนใจบอกเทเมนอสว่าอย่าขยับ เขาสงสัยว่าเทเมนอสซ่อนอาวุธไว้เขาต้องจับกุม ในระหว่างที่เทเมนอสกำลังจะถูกจับ คู่หูเก่าคริกก็ได้เข้ามาห้ามไว้ พร้อมบอกว่านั่นคือผู้ตรวจสอบเทเมนอสจากคริสตจักร ไม่จำเป็นต้องจับกุม เขาเป็นผู้รับรองให้เอง เมื่อการ์ดได้เห็นดังนั้นก็จากไปทันที จากนั้นเทเมนอสก็ทักทายคริก

เทเมนอส: นี่คือหน้าที่ใหม่ของนายงั้นหรอ
คริก: ใช่แล้ว รู้มั้ยว่านายคือคนสุดท้ายที่ฉันคิดว่าจะได้เจอที่นี่ แต่ก็ดีใจนะที่ได้ช่วยนายไว้ก่อนที่จะถูกจับเข้าคุก ว่าแต่นายเป็นอะไรมั้ยดูหน้านายค่อนข้างซีด
เทเมนอส: ฉันแค่รู้สึกอับอายมากที่ต้องเป็นหนี้บุญคุณเจ้าลูกแกะตัวน้อย
คริก: ล ล ลูกแกะ… นายยังอยากกวนฉันอยู่สินะ
เทเมนอส: ยังไงก็แล้วแต่หนี้ก็คือหนี้ ฉันจะจำไว้นะ ฮาฮาฮา มาคิดดูแล้วการที่ฉันได้มาที่เมืองเดียวกับนายที่พึ่งมาประจำการนี่มัน
คริก: อย่าพูดว่า โชคชะตา เชียวนะ
เทเมนอส: “พวกผู้พิทักษ์ศักดิ์สิทธิ์และฉันได้ข้อสรุปเดียวกัน” นี่ต่างหากที่ฉันจะพูด ตอนนี้ไม่ใช่เวลามาพูดเล่นนะคริก
คริก: ขอโทษด้วย (อาการแบบละเหี่ยใจ)
คริก: นายก็สงสัยว่านักเทววิทยาลูเซียนอาจจะมีส่วนเกี่ยวข้องด้วยสินะ
เทเมนอส: ในบรรดางานทั้งหมดของลูเซียน มีงานหนึ่งเรียกว่า รัตติกาลสุดท้าย ทอดทิ้งเงาที่ยาวที่สุด ตอนนี้หัวข้ออะไรที่เกี่ยวข้องกับคำว่า “รัตติกาล” มันค่อนข้างดึงดูดสายตาของฉันน่ะ
คริก: “รัตติกาลกำลังมาเยือน” คำที่อยู่ในสมุดโน๊ตที่พระสังฆราชทิ้งไว้ให้
เทเมนอส: ในตำนานและเทพนิยาย คำว่า รัตติกาล มักเปรียบเปยแทนศัตรูหรือภัยร้าย ด้วยตรรกะนี้บางทีพระสังฆราชอาจเตือนเราถึงภัยจากลูเซียนก็เป็นได้ ทางด้านผู้พิทักษ์ศักดิ์สิทธิ์มีอะไรคืบหน้าบ้างมั้ย?
คริก: ไม่ ไม่มีอะไรเลย
เทเมนอส: โอ้ ช่างเป็นอีกาน้อยที่ไร้ประโยชน์เสียจริง
คริก: นายรู้อะไรที่พวกเราไม่รู้งั้นหรอ
เทเมนอส: แน่นอน ทั้ง 2 เหตุการณ์นี้ เหมือนในพระคัมภีร์เล็กน้อย
คริก: ว่าต่อไปสิ
เทเมนอส: ชาวเมืองคนหนึ่งมีเรื่องแปลกประหลาดมากมาเล่าให้ฉันฟัง นักปรุงยาผู้โชคร้ายของเราได้พบกับชายคนหนึ่งเป็นการลับ เพียงไม่กี่วันก่อนที่เขาจะถูกฆาตกรรม ชายคนนั้นคือลูเซียน
คริก: อะไรนะ!
เทเมนอส: พระสังฆราชก็พบกับลูเซียนก่อนที่เขาจะถูกฆาตกรรม ฉันคิดว่านักเทววิทยาคนนี้น่าจะเกี่ยวข้องกับทั้ง 2 เหตุการณ์ นั่นหมายความว่าเขาเป็นคนที่เราควรให้ความสนใจมากที่สุด
ในขณะนั้นเองก็มีพ่อค้าเร่คนหนึ่งมาตะโกนขายตั๋วสำหรับชมการแสดงของนักเต้นเฮอร์เมส เทเมนอสก็ได้ปฏิเสธไป
คริก: การแสดงในช่วงที่เมืองวุ่นวายนี่นะ? เทเมนอสพวกเราจะต้องรีบไปสอบสวนลูเซียน ไม่ควรเสียเวลาพวกเราจะต้องหยุดเขาให้ได้
เทเมนอส: ฮึ่มม ฉันไม่ค่อยอยากจะไปเท่าไหร่นะ
คริก: นายจะรออะไรอีกล่ะ ให้เกิดเหตุการณ์ฆาตกรรมขึ้นอีกหรอ ตอนนี้ก็มีไป 1 คนแล้วนะ
เทเมนอส: (ตอนนี้หลักฐานทุกอย่างก็ชี้ไปที่ลูเซียนแต่ดูเหมือนจะมีบางอย่างรบกวนจิตใจอยู่ น่าเสียใจที่ตอนนี้ไม่มีหลักฐานหรือเบาะแสอื่นเพิ่มเติม)
เทเมนอส: เอาล่ะ งั้นเราไปที่บ้านของลูเซียนกัน

สำหรับบ้านของลูเซียนนั้นจะอยู่เยื้องกับร้านขายของทั่วไป โดยจะต้องนั่งเรือเล็กข้ามไปเล็กน้อย เมื่อมาถึงที่หน้าบ้านแล้วเทเมนอสจะเคาะประตู คริกตะโกนเรียกลูเซียน แต่ก็ไม่มีการตอบรับ เทเมนอสเลยเสนอวิธีการใช้กำลัง แต่คริกไม่เห็นด้วย เพราะจำเป็นต้องทำตามขั้นตอนโดยการขออนุญาติจากทางหน่วยผู้พิทักษ์ศักดิ์สิทธิ์ก่อน เทเมนอสก็เลยเถียงกลับว่า ไหนใครบอกว่าเราไม่มีเวลาที่จะเสียแล้วไง สุดท้ายคริกก็ทำใจยอมรับวิธีการใช้กำลังจนได้ เทเมนอสก็ยังไม่วายขอแขวะอีกเล็กน้อยว่า เดี๋ยวพวกเราค่อยไปขออโหสิกันทีหลังก็ได้ ตอนนี้คริกควรลงมือได้แล้ว คริกก็ได้แต่ถอนหายใจแล้วบอกว่า เถียงกับนายไปก็ไม่มีประโยชน์สินะ จากนั้นก็ฟันไปที่ประตู พอประตูพังเทเมนอสก็ชมยกใหญ่บอกว่า นายเรียนรู้แล้วสินะ ตอนนี้ก็ได้เวลาเชิญตัวเองเข้าไปข้างในกันได้แล้ว คริกก็ได้วิงวอนขออภัยบาปจากพระเจ้า เมื่อทั้ง 2 เข้ามาก็พบศพของลูเซียนนอนอยู่ในบ้าน ต่างตกใจและสงสัยมากว่าเกิดอะไรขึ้นกันแน่ ทางด้านคริกนั้นจะรีบไปตามคนมาช่วย แต่เทเมนอสก็ห้ามเอาไว้เพราะเขาอยากตรวจสอบสถานที่นี้ก่อนที่ทางฝ่ายผู้พิทักษ์ศักดิ์สิทธิ์จะมา เผื่อบางทีอาจจะหาเบาะแสเพื่อค้นหาฆาตกรตัวจริงได้

ตัดมาที่ท่าเรือ
หัวหน้าหน่วยผู้พิทักษ์ศักดิ์สิทธิ์ เคลดีน่า และรองผู้บัญชาการ คูบารี ได้เดินทางตามร่องรอยมาถึงที่นี่จนได้ ทางคูบารีนั้นได้บอกกับทางเคลดีน่าว่า เนื่องจากเคลดีน่าเป็นหัวหน้าหน่วยอาจจะไม่เหมาะสมที่เข้ามาแทรกแซงในเรื่องการสืบสวนครั้งนี้ แต่เคลดีน่าก็บอกว่าเธอได้ตัดสินแล้ว ยังไงเธอก็จะดำเนินการด้วยตัวเอง เมื่อทั้งกลุ่มได้เดินทางมาเล็กน้อยก็ได้พบกับ ออร์ต หนึ่งในอัศวินแห่งหน่วยผู้พิทักษ์ศักดิ์สิทธิ์ที่ดูเหมือนถูกส่งมาสืบสวนที่เมืองนี้ล่วงหน้า ได้รายงานกับหัวหน้าหน่วยเคลดีน่าว่า เขาพบว่าผู้ตรวจสอบแห่งคริสตจักรได้ปรากฏที่เมืองนี้เช่นกัน เคลดีน่าก็บอกว่า เทเมนอส ช่างเป็นหมาที่มีจมูกดีจริงเชียว ปล่อยให้เขาหอนต่อไป ยังไงก็ไม่ส่งผลกระทบอะไรได้

ตัดมาทางฝั่งเทเมนอสและคริก
เทเมนอสก็ได้จมอยู่ในห้วงภวังค์แห่งความคิดอีกครั้ง ให้เราเดินสำรวจไปที่แสงสีฟ้า จะพบกับสมุดโน๊ตของลูเซียนภายในน้ันได้มีข้อความเขียนเอาไว้ว่า
Crackridge, ถิ่นทุรกันดาร
สาเหตุเดียวที่ต้องเดินทางมาที่นี่ เพื่อเรียนรู้เกี่ยวกับผู้คนที่คอยเฝ้าปกป้องเปลวไฟ
สิ่งหนึ่งที่ได้รู้มาก็คือพวกคนกลุ่มนี้เมื่อเกิดมาจะมีรอยสักที่เหมือนกัน รูปแท่นที่ประดิษฐานเปลวไฟศักดิ์สิทธิ์
ความสำคัญของสิ่งนั้น หากศึกษาต่อไปจะต้องเปิดเผยมันได้แน่
การค้นพบที่น่าสังเกตอีกประการหนึ่งคือข้อนี้
“รัตติกาลกำลังมาเยือน”
นี่คือคำพูดของพวกเขา คำพูดที่ต้องถึงหูของพระสังฆราช
เทเมนอสพบอ่านจบก็รู้สึกว่าข้อมูลเหล่านี้มันน่าสนใจมาก ส่วนต่อไปที่ค้นพบก็คือ คู่มืออธิษฐาน
มันคือหนังสือคู่มือเกี่ยวกับการอธิษฐานถึงพระเจ้า ภายในนั้นระบุเอาไว้ว่า
หากต้องการให้คำอธิษฐานของคุณไปถึงหูของพระเจ้า
จะต้องอธิษฐานตามลำดับที่ถูกต้อง
เรียงลำดับจาก พ่อค้า, เจ้าชายจอมโจร, พรานหญิง, ดาบฟ้าผ่า, เจ้าหญิงแห่งการเต้นรำ, ผู้รอบรู้, ยาวิเศษ และสุดท้ายอัคคีศักดิ์สิทธิ์
เทเมนอสก็บอกว่านี่มันเหมือนกับลำดับการพ่ายแพ้ สมัยสงครามระหว่างเทพเจ้าและวีเดเลย
เบาะแสต่อมาก็คือ ลำดับการอธิษฐาน
ตอนอธิษฐาน
การอธิษฐานที่ถูกต้องจะนำมาซึ่งโชคลาภ
หากอธิษฐานในลำดับตรงกันข้ามจะเป็นการเชื้อเชิญคำสาป
เทเมนอสสงสัยทันทีว่าการตายของทั้ง 3 บุคคลนั้นจะเกี่ยวข้องกับลำดับการอธิษฐานนี้หรือเปล่า
เหยื่อรายแรก พระสังฆราช เกี่ยวข้องกับ เอลฟริก เทพอัคคีศักดิ์สิทธิ์
ลำดับต่อมา นักปรุงยา เกี่ยวข้องกับ โดเธอร์ เทพยาวิเศษ
จากนั้นเป็น ลูเซียน เกี่ยวข้องกับ อเลฟาน เทพผู้รอบรู้
ดูเหมือนว่าฆาตกรกำลังพยายามสังหาร โดยเรียงลำดับจากหลังมาหน้าตามที่ในคู่มือได้บอกไว้
ดังนั้นเป้าหมายต่อไปก็จะเป็น ซิลติจ เจ้าหญิงแห่งการเต้นรำ หรือก็คือนักเต้นรำ

ตอนนี้เทเมนอสก็ได้ออกจากห้วงภวังค์ของเขาแล้วและรีบบอกคริกทันทีว่าเขารู้เป้าหมายต่อไปของฆาตกรแล้ว และถามว่าในเมืองนี้มีนักเต้นรำที่มีชื่อเสียงอยู่บ้างหรือเปล่า คริกก็เลยนึกโยงไปถึงตอนที่มีคนมาขายตั๋ว โดยเป็นการแสดงของนักเต้นรำที่ชื่อเฮอร์เมส เมื่อได้ยินดังนั้นเทเมนอสก็รีบร้อนออกไปทันที คริกก็เลยถามว่าจะไปไหน เทเมนอสเลยบอกว่าฆาตกรจะปรากฏตัวที่บาร์ในการแสดงครั้งนี้แน่นอน

ทีนี้ก็ให้เราไปที่บาร์ภายในเมืองแล้วขึ้นไปยังชั้น 2 เมื่อมาถึงการแสดงของเฮอร์เมสกำลังเริ่มต้นขึ้น เทเมนอสก็คุยกับคริกว่ายังดีที่มาทัน คริกถามว่าแน่ใจหรอว่าฆาตกรอยู่ในกลุ่มผู้ชมตอนนี้ เทเมนอสก็บอกว่าแน่ใจสิ เขาจะเปิดเผยตัวพวกมันเอง ตอนนี้ให้เรากดใช้ Coerce ใส่เหล่าคนที่น่าสงสัย (ปรับเวลาเป็นกลางคืน)

เมื่อเปิดเผยตัวฆาตกรต่อเนื่องได้ เทเมนอสก็เล่นบทนักสืบมืออาชีพ เล่าเรื่องราวความเป็นมา
การฆาตกรรมต่อเนื่องครั้งนี้ไม่ใช่ใครอื่นนอกจากคุณ สถาปนิก วาดอส เมื่อจัดการ “อัคคีศักดิ์สิทธิ์” ได้แล้ว คุณก็ได้มาที่ Canalbrine ที่นี่คุณสามารถขีดฆ่า “ยาวิเศษ” และ “ผู้รอบรู้” ออกจากรายชื่อคุณได้อย่างง่ายดาย และเป็นไปตามพระคัมภีร์ เป้าหมายของคุณต่อไปก็จะเป็น ซิลติจ เจ้าหญิงแห่งการเต้นรำ ซึ่งในค่ำคืนนี้จะนำแสดงโดยนักเต้นชื่อดังเฮอร์เมส
เมื่อวาดอสรู้ว่าถูกเปิดเผยตัวตนแล้วก็ชักมีดวิ่งปรี่ขึ้นไปบนเวทีหมายจัดการกับเฮอร์เมส และได้เปิดเผยออกมาว่า เขาคือข้ารับใช้ของพระเจ้าที่แท้จริงหนึ่งเดียว วีเด เปิดเผยดวงตาของพวกเจ้าเพื่อยอมรับความจริงนี้เถอะ ทางด้านคริกก็รีบวิ่งขึ้นไปช่วยเฮอร์เมสได้ทันท่วงที ทำให้วาดอสพลาดและเห็นท่าไม่ดีจึงได้วิ่งหนีออกไป จากนั้นเทเมนอสกับคริกก็รีบวิ่งตามล่าออกไป โดยเห็นว่าวาดอสได้วิ่งหนีขึ้นไปที่เรือของหน่วยผู้พิทักษ์ศักดิ์สิทธิ์

ตอนนี้ให้เราเดินเข้าไปที่โบสถ์ด้านบนแล้วออกประตูทางขวามือก็จะเข้าสู่ท่าเรือเพื่อขึ้นไปยังเรือของหน่วยผู้พิทักษ์ศักดิ์สิทธิ์ได้ เมื่อเราเข้าไปถึงส่วนทางด้านขวาของเรือได้ก็จะพบกับวาดอสที่ยืนรออยู่ เทเมนอสก็ได้เปิดเผยถึงเรื่องราวเบื้องหลังทั้งหมด โดยเขาจะเล่าว่า เริ่มจากโน๊ตที่พระสังฆราชได้ทิ้งไว้ก่อนที่เขาจะตาย “รัตติกาลกำลังมาเยือน” มันคือคำของเหล่า ผู้พิทักษ์แห่งเปลวไฟ ซึ่งรอยสักที่หลังมือของวาดอสนั่นคือข้อพิสูจน์ว่าเขาคือหนึ่งในพวกนั้น นั่นหมายถึงว่าพระสังฆราชต้องการให้เขารู้ว่าฆาตกรคือใคร ในคืนที่เกิดเหตุ วาดอสได้ลักลอบผ่านทางใต้ดิน ล่อสัตว์ร้ายเข้ามาในวิหาร ส่วนที่เหลือก็ปล่อยให้เป็นไปตามสัญชาตญาณธรรมชาติของมัน คอยเฝ้ามองจนกระทั่งพระสังฆราชตาย วาดอสก็ได้ชื่นชมที่เทเมนอสสรุปสาเหตุทั้งหมดได้เป็นอย่างดี เทเมนอสก็บอกว่า ไม่มีใครสามารถหลอกลวงสายตาของเขาได้ แม้กระทั่งพระเจ้าเองก็ตาม สุดท้ายวาดอสที่พยายามหนีจากการจับกุมก็ได้เข้าต่อสู้กับเรา

เมื่อเอาชนะวาดอสได้ เขาก็ได้พูดประโยคหนึ่งออกมา “อย่ายอมจำนนต่อความมืดมิดอันเงียบงัน เพราะแสงสว่างจะจางหายไป” จากนั้นกลุ่มของเคลดีน่าก็ได้เข้ามาพอดี และทำการจับกุมตัววาดอสไป เคลดีน่าก็ได้ชมคริกว่าทำได้ดีมาก ส่วนเทเมนอสเมื่อเห็นแบบนี้ก็อดพูดเสียดสีไม่ได้
เทเมนอส: และแล้วฝูงกาผู้พิทักษ์ศักดิ์สิทธิ์ก็ลงมาอีกครั้ง ดูท่าจะกระหายความดีความชอบจากการทำงานหนักของผู้อื่นเสียเหลือเกิน
เคลดีน่า: ขออภัยที่เราไม่มีอิสระในการจิกเมล็ดพืชและหินทุกก้อนที่เราเจอ ทำธุระของนายต่อไปเถอะ การสอบสวนเล็กน้อยครั้งนี้ของนายได้จบแล้ว
เทเมนอส: ฉันเพียงแค่สังเกตเห็นว่าผู้กระทำผิดที่อยู่ในความควบคุมของเธอตอนนี้เป็นพวกนอกรีต เขาเลือกเหยื่อตามพระคัมภีร์ เธอเห็นไหม
เคลดีน่า: ไม่มีอะไรจะหยุดปากของนายได้เลยใช่มั้ย? มาได้แล้วคริก งานของนายจบแล้ว
คริก: ครับ หัวหน้า
คูบารี: หึ หมาที่น่าสงสาร ตอนนี้ศูนย์เสียเจ้านายไปแล้ว
หลังจากนั้นทั้ง 3 ก็ได้เดินจากไปก่อนที่จะปล่อยให้เทเมนอสอยู่คนเดียวและพึมพำว่า ฮาฮา ระวังให้ดีล่ะ ฉันกัดนะ

ห้องรับรองภายในเรือ
คริก: คุณจะส่งผมกลับไปยังสำนักงานใหญ่งั้นหรอ
เคลดีน่า: ทางเราจะจัดการกับผลที่ตามมาใน Canalbrine เอง วาดอสจะถูกส่งตัวไปยังหน่วยผู้พิทักษ์ศักดิ์สิทธิ์ เขาควรถูกควบคุมตัวไว้ที่นั่นและนายจะเป็นผู้คุ้มกันในการเดินทางนี้
คริก: นับเป็นเกียรติครับหัวหน้า แต่…
เคลดีน่า: แต่อะไร?
คริก: อันที่จริงเป็นเทเมนอสที่จับกุมตัวผู้ต้องสงสัยได้ ดังนั้นเราควรให้โอกาสเขา ในการสอบสวนวาดอสใช่มั้ย?
เคลดีน่า: เอาล่ะ เพื่อเป็นการเคารพต่อพระสังฆราชผู้ล่วงลับ เขาจะมีโอกาสในการสอบสวน
คริก: ขอบคุณมากครับ หัวหน้า
เคลดีน่า: คริก การสืบสวนของคุณมีข้อมูลอะไรที่น่าสนใจหรือไม่?
คริก: ก่อนที่พวกคุณจะเข้ามาจับเขา วาดอสได้พูดอะไรแปลกๆ ออกมา “อย่ายอมจำนนต่อความมืดที่เงียบสงบ เพราะแสงสว่างจะจางหายไป” ผมจำได้ว่าเคยได้ยินคำพวกนี้มาจากที่ไหนสักแห่ง แต่ก็ยังนึกไม่ออก
เคลดีน่า: ทำได้ดี แค่นี้แหละ

หลังจากนั้นคริกก็ได้เดินออกมาที่ท่าเรือและได้พบกับออร์ต
ออร์ต: ทำได้ดีมากคริก
คริก: ออร์ตนายต้องล้อเล่นแล้วล่ะ เราเข้าร่วมหน่วยพร้อมกัน แต่นายตอนนี้ได้รับเลือกเป็นถึงผู้คุ้มกันข้างกายของหัวหน้าเลยนะ ฉันไม่สมควรได้รับความชื่นชม จากคนที่มีผลงานเหนือกว่าแบบนี้
ออร์ต: ฮาฮา อย่างงั้นหรอ?
จากนั้นทั้ง 2 ก็ควักดาบออกมาแล้วฟันปะทะกัน 1 ยก
ออร์ต: ดาบของนายทำให้พวกเราเท่าเทียมกัน
คริก: ไม่เอาน่า นายไม่จำเป็นต้องมาสู้กับฉันเพื่อพิสูจน์ว่านายเก่งกว่าหรอกใช่มั้ย?
ออร์ต: ฮ่า มันเป็นไปได้ที่ความสามารถจะอ่อนลง นายรู้ใช่มั้ย สาเหตุเดียวที่ทำให้ฉันมาถึงจุดนี้ได้ เป็นเพราะว่าหัวหน้าเคลดีน่าเพียงแค่อยากช่วยฉันเท่านั้นเอง เหมือนกับที่ผู้สอบสวนพานายไปที่โบสถ์นั่นแหละ
คริก: ใช่
ออร์ต: “เปลวไฟส่องทาง” เราเพียงแค่บังเอิญเดินทางตามเปลวไฟของพวกเราเอง
คริก: ไปตามเส้นทางที่เราอธิษฐานอย่างชอบธรรม
ออร์ต: ขอให้เปลวไฟศักดิ์สิทธิ์นำทาง คริก
คริก: นายก็ด้วยนะ ออร์ต

สุดท้ายคริกก็ได้มาเจอกับเทเมนอสในเมืองอีกครั้ง
คริก: นายกำลังอ่านอะไรอยู่น่ะ เทเมนอส
เทเมนอส: สมุดโน๊ตของลูเซียนที่ฉันได้ยืมมา
คริก: ขโมยหลักฐานอีกแล้วสินะ!
เทเมนอส: อย่าพูดอะไรที่เราต้องเสียใจเลย คริก นี่มันอยู่ในขอบเขตการสืบสวนของพวกเรานะ
คริก: พระเจ้า โปรดให้อภัยในบาปด้วย
เทเมนอส: นายมีแผนจะทำอะไรต่อไปล่ะ
คริก: ตอนนี้เคสของฆาตกรต่อเนื่องก็ได้จบลงแล้ว ฉันได้รับหน้าที่ให้ทำการคุ้มกันวาดอสกลับไปยังสำนักงานใหญ่ เมื่อเขาปลอดภัยและอยู่ในการควบคุมของหน่วยผู้พิทักษ์ศักดิ์สิทธิ์แล้ว นายจะได้รับสิทธิ์ในการเข้าสอบสวนเขาด้วย
เทเมนอส: โอ้ พวกอีกานั่นยอมด้วยหรอ น่าสงสัยจริงเชียว
คริก: ฉันคิดว่าครั้งนี้นายควรรู้สึกซาบซึ้งแทนความสงสัยนะ
เทเมนอส: ฮาฮา ดูเหมือนนายจะลืมแล้วนะว่า ความสงสัยน่ะคือสิ่งที่ฉันทำ เอาล่ะตอนนี้ฉันก็มีอยู่ 2 ทางเลือก
คริก: 2 ทาง นี่นายจะไม่กลับไปที่สำนักงานใหญ่ของหน่วยผู้พิทักษ์ศักดิ์สิทธิ์หรอ?
เทเมนอส: นั่นมันทางเลือกแรก เพื่อสอบสวนวาดอส ส่วนทางเลือกที่สองมันอยู่ในสมุดโน๊ตนี่ “ซากปรักอาทิตย์ตก” รู้สึกว่ามันอยู่แถวเมือง Crackridge ลูเซียนตั้งใจจะไปที่นั่นก่อนที่เขาจะถูกฆ่า ฉันคิดว่านี่คือเบาะแสที่สำคัญมาก นั่นแหละทางเลือกที่สองของฉันจะอยู่ที่ ซากปรักอาทิตย์ตก ตอนนี้ก็มาถึงคำถามที่ว่าฉันควรเลือกแก้ปริศนาชิ้นไหนก่อนดี
คริก: ไม่ว่านายจะเลือกทางไหนก็ตาม ดูแลตัวเองให้ดีล่ะเทเมนอส ฉันจะรอต้อนรับนายเป็นอย่างดีที่สำนักงานใหญ่
เทเมนอส: ฮาฮา ฉันจะตั้งตารอการพบกันอีกครั้งของพวกเราเลยล่ะ
หลังจากนั้นคริกก็ได้เดินจากไป
เทเมนอส: (คริก…ตอนนี้มันยังห่างจากจุดจบอีกไกลเลย)
เทเมนอส: (ทำไมวาดอสต้องฆ่าคนเหล่านี้ด้วย? ทำไมเขาจึงเปรียบเทียบเหยื่อของเขากับพระเจ้าทั้งแปดองค์? มันต้องมีอะไรบางอย่างที่ยังมองไม่เห็น บางอย่างที่สำคัญมาก)
เทเมนอส: และฉันจะต้องหามันให้เจอ

การสอบสวนของเทเมนอสเริ่มเห็นผล
ในขณะที่คนอื่นมองเห็นจุดสิ้นสุดของการฆาตกรรมต่อเนื่อง
เทเมนอสกลับมองเห็นว่านี่เป็นเพียงส่วนหนึ่ง ยังมีสัญญาณแห่งลางร้าย
และไม่จบสิ้นเพียงแค่นี้
เขารู้สึกถึงการมีอยู่ของสิ่งชั่วร้ายที่ซ่อนอยู่ในเงามืด
เงาที่เปลวไฟศักดิ์สิทธิ์จะส่องสว่างในเวลาที่เหมาะสม
Temenos – Chapter 2 End
เป้าหมายต่อไปของเราจะเป็นเมือง Conning Creek เนื้อบทที่ 2 ของโอชุตต์ ซึ่งอยู่ทางใต้ของแผนที่และเรายังไม่เคยไปมาก่อน ให้เริ่มจากวาร์ปไปที่ Ryu แล้วออกไปที่ Northern Ryu Sands จากนั้นไปต่อที่ Canalbrine Bridge ในแผนที่นี้จากเดิมหลังจากข้ามสะพานใหญ่เราจะไปทางขวา แต่คราวนี้ให้ลงทางด้านล่างแทนจะเข้าสู่ Northern Conning Creek Coast แล้วลงด้านล่างต่อเนื่องจะเป็น Western Conning Creek Coast เดินทางเส้นทางหลักจนถึงทางแยกให้เลี้ยวขวาก็จะเข้าสู่เมือง Conning Creek แล้ว ให้เริ่มเนื้อเรื่องบทที่ 2 ของโอชุตต์ได้เลย



