บทสรุป Agnea – Chapter 4

แอ็กเนียในที่สุดก็เดินทางมาถึง Sai เมืองที่ครั้งหนึ่งแม่ของเธอได้เคยมาแสดงโชว์ จากข่าวที่ได้มาจากจิเซลล์ชาวเมืองที่นี่น่าจะพอรู้เรื่องแม่ของเธออยู่บ้าง ก็เลยลองถามชาวเมืองว่ารู้จักนักเต้นรำเมื่อ 20 ปีก่อนมั้ย ชาวเมืองที่ถูกถามก็บอกว่าที่นี่มันเปลี่ยนไปเยอะมาก น่าจะต้องไปลองถามคนที่อยู่ในส่วนเมืองเก่าจะดีกว่า แอ็กเนียก็เลยไปที่เมืองเก่าแล้วได้พบกับรูปปั้นที่เหมือนกำลังเต้นท่า มูนสเตป หรือมันอาจจะเป็น… ตอนนั้นเองก็มีเด็กหญิงเดินขึ้นมา???: หลีกทางไป ยัยแก่แอ็กเนีย: ก..แก่งั้นหรอ?เด็กสาวเดินเข้าไปที่รูปปั้น???: เอานี่ เอานั้น แล้วก็เอานี่ไปด้วยปรากฏว่าเธอเอาสีขีดเขียนที่รูปปั้น ทำให้แอ็กเนียที่เห็นถึงกับตกใจทำหน้าไม่ถูกแอ็กเนีย: อ๋า???: แค่นี้ก็น่าจะพอแล้วชาวเมือง: ไลลา นั่นเธอทำอะไร? พวกเราทนกับความซนของเธอมามากเกินพอแล้วนะ และนี่มันยิ่งแย่ลงไปอีก เพราะเธอทำให้รูปปั้นของแม่เสียหายไลลา: ฉันคิดว่าแบบนี้ทำให้ดูดีกว่าเดิมเสียอีกชาวเมือง: รูปปั้นนี้มันคือสัญลักษณ์แห่งความหวังของพวกเรานะไลลา: เหมือนว่ามันจะสำคัญกับเมืองนี้มากเลยสินะ พวกเราไม่มีเงิน ไม่มีอาหารดีๆ ไม่มีอะไรเลย มันไม่มีความหวังสำหรับพวกเราที่นี่หรอกชาวเมือง: ไอเด็กบ้าแอ็กเนีย: (ความเศร้าโศกนี้ไม่เหมาะกับเมืองทะเลทรายเลยแม้แต่น้อย) แต่ฉันรู้วิธีที่จะทำให้สถานที่นี้สดใสขึ้นชาวเมือง: นั่นเธอจะทำอะไรแอ็กเนียเธอกำลังเต้นอยู่นั่นเองไลลา: ….ชาวเมือง: ฉันไม่รู้ว่าเธอทำอะไร แต่คิดว่าเธอน่าจะไปได้แล้ว แล้วก็ทำความสะอาดรูปปั้นด้วยไลลา!แอ็กเนีย: อะไรเนี่ยไลลา: เมื่อกี้เธอทำอะไรหรอ เธอหมุนตัวไปรอบจนฉันเวียนหัวแอ็กเนีย: มันคือการเต้นรำ เป็นครั้งแรกที่เธอได้เห็นมันหรอไลลา: เต้นหรอ?จากนั้นก็มีเสียงตะโกนเรียกไลลาดังขึ้นมาไลลา: บ้าเอ้ย! ปู่เจอฉันแล้วไลลาก็รีบวิ่งหนีไป ส่วนแอ็กเนียพอเดินลงจากรูปปั้น ก็ได้เจอกับชายหญิงชราคู่หนึ่งแพลท: ไอเด็กนั่นวิ่งเร็วดีจริงภรรยาแพลท: เดี๋ยวเธอก็กลับบ้านมาเองตอนหิว ที่สำคัญกว่านั้น […]
บทสรุป Partitio – Chapter 3

พาร์เททิโอที่ออกตามหานายทุน ในที่สุดก็มาถึง Wellgrove จนได้ ที่นี่เขาจะต้องตามหาอัลรอนด์ ชายที่ร่ำรวยที่สุดในทวีปตะวันตกให้เจอ ให้เริ่มจากเดินไปด้านบนอีกนิดนึงก็จะเจอเข้ากับพ่อค้าที่กำลังจะขายของให้ลูกค้าที่เดินผ่านมา พ่อค้าคนนี้กำลังเสนอขายรูปปั้นที่ทำมาจากแร่เงินแท้ จากเหมืองในเมือง Oresrush ราคาตอนนี้ต่ำมากอยู่ที่เพียง 500,000 Leaves เท่านั้น พาร์เททิโอที่ได้ยินเข้าพอดีก็เลยขัดจังหวะ ถ้าเป็นเขาจะไม่ซื้อมันแน่นอน ที่บอกว่าแร่เงินแท้ไร้สาระจริงๆ พ่อค้าไม่พอใจก็บอกว่านายกล้ากล่าวหาโดยไม่มีมูลแบบนี้ได้ยังไง พาร์เททิโอก็แสดงความชำนาญบอกว่า แร่เงินแท้มันบอบบาง ถ้าทิ้งไว้กลางแดดมันจะเปลี่ยนเป็นสีดำ ไอ้รูปปั้นนั่นน่ะ มันไม่มีประกายหรือมืดลงเลย นั่นน่ะมันก็แค่เพียงพวกเศษเหล็กเท่านั้นแหละ พ่อค้าเลยถามว่านายเป็นใครกันแน่ พาร์เททิโอก็แนะนำตัวว่าเขาเป็นพ่อค้านักเดินทางจากเมือง Oresrush แถมบอกว่าถ้าอยากรู้ว่าแร่เงินจาก Oresrush ของจริงเป็นยังไงก็ดูนี่เอาไว้ซะ พาร์เททิโอก็เลยเดินไปยื่นเหรียญเงินให้ลูกค้าคนนั้น พ่อค้าที่เห็นท่าไม่ดีก็รีบวิ่งหนีออกไปถึงกับทิ้งรูปปั้นเอาไว้ที่ร้านด้วยซ้ำ ส่วนชายหนุ่มลูกค้าก็ขอบคุณเราและขอเลี้ยงเครื่องดื่มเลยชวนกันไปต่อที่บาร์ ในระหว่างที่พูดคุยกันที่บาร์พาร์เททิโอบอกว่าเขามาที่นี่เพื่อตามหาคนที่ชื่ออัลรอนด์ ชายคนนั้นก็ได้เล่าเกี่ยวกับอัลรอนด์ให้ฟัง อัลรอนด์เป็นชายที่รวยที่สุดในทวีปตะวันตก ได้ยินมาว่าเขาใช้ผ้าไหมเช็ดก้นของเขา พาร์เททิโอก็ตกใจ เขาทำแบบนั้นไม่ได้แน่ต่อให้ขุดเหมืองแร่เงินอยู่ตลอดทั้งวันก็ตาม ถ้าเขาคิดจะขายผ้าเช็ดก้นนั่น พาร์เททิโอก็อยากจะซื้อมันถึงแม้จะถูกใช้งานไปแล้วก็ตาม ชายคนนั้นก็ทำหน้าแหยงร้องเสียงอี๋ขึ้นมา ทั้ง 2 ก็เลยหัวเราะกัน แล้วเขาก็เล่าต่อว่าอันที่จริงที่เขาต้องการจะสื่อก็คืออัลรอนด์นั้นเหมือนใช้ชีวิตอยู่ต่างโลกกับพวกเรา เวลาของเขามีค่ามากเกินกว่าจะพบปะกับใครก็ได้ จนกว่าจะพิสูจน์คุณค่าของตัวเอง ไม่อย่างงั้นก็อย่าหวังว่าจะได้เจอกับเขาเลย เขาอาจตกลงพบกับคุณได้ หากคุณมีผลงานโดดเด่นบางอย่างที่เป็นชิ้นเป็นอัน มาถึงตรงนี้จะมีตัวเลือกขึ้นมาตาม Scent of Commerce […]
บทสรุป Hikari – Chapter 3

ฮิคาริได้มาที่เมือง Wellgrove ตามคำขอของคาซาน เพื่อขัดขวางการขนส่งอาวุธของทัพศัตรู แต่ตอนนั้นก็เกิดลมพัดเมฆเคลื่อนที่อย่างรวดเร็ว ทำให้ฮิคารินึกถึงอดีต วันนั้นลมและเมฆก็เป็นเช่นนี้ เมื่อ 8 ปีก่อน ประเทศคูทหารยามพูดคุยกัน “ในอนาคตจะต้องมีสงครามเกิดขึ้นอีกมากมาย” “ชีวิตของทหารถึงแม้จะได้เงินดี แต่จะมีชีวิตอยู่จนได้ใช้เงินก่อนที่ตายมั้ยล่ะ” “เราแค่ต้องอดทน จะมีโลกให้พิชิตมากแค่ไหน?” ในตอนนั้นก็มีพ่อค้าน้ำมันเข้ามาขัดจังหวะ “โอ้ ผู้พิทักษ์ปราสาทผู้สูงศักดิ์ พวกคุณสนใจจะซื้อน้ำมันมั้ย? ลูกชายของฉันจะเข้ารับราชการในเร็วๆ นี้ ฉันตั้งใจจะมอบของขวัญให้เขาเพื่อฉลองน่ะ” แต่ทหารกลับรังเกียจ “ออกไปไกลๆ นะ พวกชั้นต่ำ ฉันเหม็นกลิ่นของแก” พ่อค้าน้ำมันตกใจ “โอ้..ข้า ข้าขอโทษ โปรดยกโทษให้ข้าด้วย” แต่ทหารกลับไม่สนใจชักดาบแล้วฟันไปที่พ่อค้าทำให้ตายในทันที ทหารอีกคนเลยบอกว่า “มันจำเป็นต้องทำถึงขนาดนี้เลยหรอ” คนที่ลงมือเลยพูดว่า “แล้วยังไงล่ะ เขาควรจะขอบคุณข้าด้วยซ้ำที่จบชีวิตที่น่าสมเพชให้ ถ้าเขาทำได้น่ะนะ ฮี่ฮี่” “นายเคยร้องไห้เวลาบดขยี้แมลงงั้นหรอ? คูจะเติบโตยิ่งกว่านี้จนไม่ต้องสนใจพวกฝูงชนที่ไร้ค่าเลย” ต่อมาลูกของพ่อค้าขายน้ำมัน ก็มาวางดอกไม้ไว้บริเวณที่พ่อของเขาได้เสียชีวิตลงลูกสาวมิกกะ: ทำไม ทำไมต้องเกิดเรื่องแบบนี้ขึ้น ทำไมพ่อของเราต้องตายลูกชายริตสึ: … นี่แหละชีวิตในคู ราชาสนใจแต่เรื่องขยายอาณาเขต ไม่สนใจว่าจะมีกี่ชีวิตของพวกต่ำต้อยที่ต้องจมลงอยู่ใต้เท้า พวกมันฆ่าพ่อของเราโดยไม่มีเหตุผล ทำเหมือนว่าเขาเป็นแค่แมลงที่คอยบินกวนอยู่ตรงหน้าตอนนั้นเองฮิคาริและเบงเคย์ก็ได้เดินมาเยี่ยมศพด้วยเช่นกันริตสึ: ห๊ะ? คุณคือ…คุณคือองค์ชายฮิคาริฮิคาริ: […]
บทสรุป Throne – Chapter 3: Mother’s Route

โทรเน่ที่ได้ตามรอยแม่แห่งอสรพิษทมิฬจนกระทั่งมาถึงเมือง Wellgrove ซึ่งคิดว่าสวนของแม่น่าจะอยู่แถวนี้ อสรพิษหลายตัวได้ถูกเลี้ยงเติบโตมาที่นั่น แต่ไม่มีใครรู้เลยว่าจริงๆ แล้วมันอยู่ที่ไหนกันแน่ โทรเน่เองก็ไม่เคยไปที่นั่นเช่นกัน เพราะเธอได้ถูกเลี้ยงโดยพ่อ จากคำบอกเล่าของพ่อค้าทาสเกี่ยวกับสถานเลี้ยงเด็กกำพร้า ทำให้ก่อนอื่นเลยโทรเน่จะต้องเปลี่ยนชุดปลอมแปลงตัวตน ในบริเวณนั้นจะมีนักบวชหญิงอยู่คนหนึ่งที่มีสัญลักษณ์สีเขียวก็ให้กด Steal เพื่อขโมยตัวตนของเธอมา ในระหว่างที่โทรเน่กำลังจะไปเปลี่ยนชุด เธอพบเห็นเด็กสาวที่มีการเดินไม่ปกติ ปกปิดร่องรอย และขโมยของจากชาวเมือง เมื่อโทรเน่ได้เห็นก็รู้ว่าเธอยังเป็นหัวขโมยมือสมัครเล่น น่าจะถูกเลี้ยงดูมาโดยแม่ ดูเหมือนว่าพ่อค้าทาสนั่นน่าจะไม่ได้พูดโกหกเรื่องสถานเลี้ยงเด็กกำพร้า ทีนี้ให้เราเดินทางไปที่ สวนของแม่ เพียงแต่ก่อนออกจากเมืองให้เดินไปบริเวณด้านบนสังเกตุสัญลักษณ์ในแผนที่เล็ก จะมีสัญลักษณ์โล่อยู่ มันคือบ้านที่มีดอกไม้ประดับอยู่ที่ประตู ให้เข้าไปที่บ้านหลังนี้จะพบว่ามันคือ Dancer Guild พูดคุยกับหัวหน้ากิลด์เพื่อปลดล็อคอาชีพรอง Dancer จากนั้นก็ให้เราออกจากเมืองไปทางด้านล่างจะเข้าสู่แผนที่ Road to Mother’s Garden ในแผนที่นี้ให้เดินจนกระทั่งเจอกับบ้านหลังหนึ่ง ซึ่งเป็นสถานเลี้ยงเด็กกำพร้า มีชายชราคนหนึ่งเป็นผู้คุ้มกันบ้านหลังนี้ เข้ามาถามว่า เป็นแม่ชีคนใหม่หรอ โทรเน่ก็ตอบว่าใช่แล้ว ผู้คุ้มกันก็เลยบอกให้เข้ามาสิ ระหว่างนั้นก็มีเสียงระฆังดังขึ้นมา เมื่อเข้าไปข้างในก็เห็นว่ามีแม่ชีและเด็กอีกมากมาย แต่ภายในนี้กลับเงียบเชียบแสดงให้เห็นว่าถูกแม่ฝึกมาเป็นอย่างดี ตอนนั้นเองแม่ก็ปรากฏตัวออกมา ทำให้เหล่าลูกต่างเข้ามารวมกลุ่มกัน แม่ก็บอกว่า “แม่ได้ของบางสิ่งอันล้ำค่ามา ตอนนี้บอกมาได้แล้วว่า ใครเป็นคนนำสิ่งนี้มาที่บ้านของเรา” ในกลุ่มก็มีเด็กผู้หญิงที่ชื่อว่า มิร่า เดินออกมาพร้อมบอกว่าเป็นเธอเอง “เข้ามานี่สิ […]
บทสรุป Osvald – Chapter 5

ในอดีต ณ ห้องวิจัยของออสวอลด์เด็กน้อยเอเลน่ากำลังนั่งเขียนหนังสือ ส่วนพ่อของเธอออสวอลด์ก็กำลังทำการวิจัยอยู่ออสวอลด์: พวกเรามาพักกันเร็วขึ้นสักหน่อยมั้ย เอเลน่าทางด้านเอเลน่าที่กำลังสนใจในสิ่งที่เธอทำอยู่ กลับเหมือนไม่ได้ยินคำถามพ่อของเธอ จากนั้นสักพักเอเลน่า: มีอะไรหรอคุณพ่อออสวอลด์: ไม่มีอะไรหรอก ทำต่อไปเถอะเอเลน่าก็ได้ก้มหน้าทำงานของเธอต่อไปสักพักริต้าก็ได้เดินเข้ามาริต้า: ฉันชงชาเตรียมเอาไว้แล้วนะ ที่รักคะ?ออสวอลด์: รอแปปนะ ฉันกำลังทำอะไรบางอย่างอยู่ริต้า: อ่า นั่นมันปากกาที่พ่อให้เธอมานิใช่มั้ย ลูกกำลังเขียนอะไรอยู่ล่ะเอเลน่า: ขอโทษค่ะคุณแม่ หนูกำลังทำอะไรบางอย่างอยู่ริต้า: ให้ตายเถอะ ลูกไม้หล่นไม่ไกลต้นเลยสินะ ตัดมาที่โบราณสถานแห่งหนึ่งฮาร์วีย์: เวลาใกล้จะมาถึงแล้ว ฮิฮิ ใครจะคิดว่าฉันจะทำสิ่งที่เปรียบเหมือนกับการปล้นสุสาน เอเลน่ากำลังเดินเข้าไปใกล้และทำอะไรสักอย่างตกออกมาฮาร์วีย์: ช่วยเงียบหน่อยได้มั้ย!!! นี่มันสถานที่ศักดิ์สิทธิ์และฉันจะไม่ยอมให้เธอมารบกวนด้วยเสียงที่น่ารำคาญ นี่มันคือสิ่งสำคัญสำหรับเธอด้วยเช่นกัน ฉันพูดชัดเจนพอมั้ย?เอเลน่า: ค่ะ ยกโทษให้ด้วยนะคะฮาร์วีย์: เด็กดีจากนั้นฮาร์วีย์ก็ได้เดินเข้าไปเปิดฝาโลงขึ้นมาฮาร์วีย์: นี่แหละ บรรพบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ ในที่สุดเราก็ได้พบกัน ฮี่ฮี่ฮี่ ในที่สุดมันก็สมบูรณ์แล้ว และพันธสัญญาของฉันกับเขาก็จะครบถ้วนเอเลน่า: พ่อคะ?ฮาร์วีย์: เข้ามาสิ ถึงเวลาของการทดลองแล้วเอเลน่า เธอจะกลายเป็นส่วนสำคัญในกายฉัน ทางด้านออสวอลด์ที่พึ่งเดินทางมาถึงเมือง Gravell ก็ได้ยืนคิดออสวอลด์: เอเลน่ารอพ่อก่อนนะ ฮาร์วีย์กำลังตามหาแหล่งพลังงานที่ 7 พลังแห่งเงา นั่นคือที่สิ่งเขาเรียก แต่มันคืออะไรกันแน่นะ เขาเกือบที่จะเรียกใช้เวทมนตร์ที่แท้จริงเพียงหนึ่งเดียวได้จริงหรอ? หากทำได้ฉันจะหยุดเขาได้หรือเปล่า? […]
บทสรุป Osvald – Chapter 4

ณ ห้องเรียนแห่งหนึ่งฮาร์วีย์: ในโลกนี้เวทมนตร์เกิดจากธาตุทั้งหมด 6 ธาตุ ไฟ, น้ำแข็ง, สายฟ้า, ลม, แสง และความมืด แต่อย่างไรก็ตาม มีปรากฏการณ์หนึ่งที่ไม่สามารถอธิบายได้ด้วยพลังเวทมนตร์ของธาตุเหล่านี้ “หลุมของดาร์เคสต์” เมื่อ 400 ปีก่อน นักปราชญ์ แกรตตัน ได้สำรวจหลุมและมีข้อสรุปที่ชัดเจนว่า มีเพียงพลังที่อยู่นอกเหนือจาก 6 ธาตุเท่านั้นที่สามารถสร้างหลุมขนาดนี้ได้ ทำให้พบว่ามีธาตุที่ 7 อยู่แน่นอน ดังนั้นจึงเกิดสมมติฐานของแกรตตันขึ้นมา มันเป็นรากฐานสำคัญของการศึกษาเรื่องเวทมนตร์ของเรา เขาคือผู้แนะนำการมีอยู่ของเวทมนตร์ที่แท้จริงเพียงหนึ่งเดียวนักเรียน: หยุดไว้แค่นี้ก่อน เพราะผมได้สร้างมันจนสมบูรณ์แล้วนักเรียนคนนี้ก็ได้แสดงพลังเวทมนตร์ขึ้นมา ระหว่างนั้นออสวอลด์ก็เดินมาที่ห้องเรียนออสวอลด์: มันแค่โชว์ตลกงั้นหรอ? คุณเรียกมันว่า เวทมนตร์ที่แท้จริงเพียงหนึ่งเดียว? จากนั้นออสวอลด์ก็เดินไปหานักเรียนพร้อมแสดงพลังเวทมนตร์อีกชนิดเข้าไปลบล้างมันนักเรียน: เป็นไปไม่ได้ คุณทำมันได้ยังไงออสวอลด์: มันเป็นแค่เพียงเวทย์สายฟ้า มันยังคงมีพลังที่จำกัด ไม่ว่าคุณจะใส่พลังลงไปมากเพียงใด คุณกำลังเข้าใจมันผิดทั้งหมด ไม่มีประโยชน์เลยที่คุณจะทำการวิจัยต่อไปแบบนี้จากนั้นออสวอลด์ก็โชว์แผ่นสูตรคำนวณขึ้นมา นักเรียนทั้งหมดต่างก็ล้อมเข้ามามุงดูมันฮาร์วีย์: น่าสนใจมาก สูตรคำนวณนี้มันอาจเป็นไปได้นักเรียนที่ถูกหักหน้าก็แสดงความไม่พอใจ บอกว่าออสวอลด์เป็นโจรที่ขโมยความเด่นไป แล้วเขาก็วิ่งหนีออกจากห้องเรียนเมื่อชั้นเรียนสิ้นสุด ตอนนี้เหลือแค่เพียง 2 คนฮาร์วีย์: ผมคิดว่าการกระทำของคุณเมื่อกี้ เป็นการเมตตาต่อเด็กนักเรียนที่น่าสงสารคนนั้น ว่าแต่คุณช่วยอธิบายเพิ่มเติมได้ไหมออสวอลด์: สายฟ้า ไฟ… […]
บทสรุป Agnea – Chapter 3

แอ็กเนียที่เดินทางมาถึงเมือง Tropu’hopu เธอกางแผ่นเพลงแห่งความหวังขึ้นมา เธอต้องการแต่งเนื้อเพลงแต่ตอนนี้ดูเหมือนจะไม่มีแรงบันดาลใจเลย แต่ก็เชื่อว่าจะทำได้ ตอนนั้นเองเธอก็ได้เห็นคณะเดินทางที่เกวียนของพวกเขาติดหล่มทราย ตอนนี้พวกเขาต่างก็โทษกันไปมา แอ็กเนียที่เห็นก็วิ่งเข้าไปช่วย เธอถามว่าพอจะมีไม้แข็งๆ กันบ้างหรือเปล่า พวกเขาก็ได้ค้นกระเป๋าดูปรากฏว่ามีเพียงแค่ขลุ่ยซึ่งแน่นอนว่ามันใช้ไม่ได้หรอก แอ็กเนียเลยจะไปตามหาไม้อันนี้มาช่วยเอง ให้ปรับเป็นเวลากลางคืนแล้วเดินไปด้านบนเล็กน้อยก็จะเจอกับชาวเมืองคนหนึ่งที่มีสัญลักษณ์สีเขียวให้กด Entreat แล้วเอา Wooden Sword มา แล้วกลับไปคุยกับ จิเซลล์ ทีนี้แอ็กเนียจะใช้ดาบไม้ที่ได้มา พร้อมด้วยการช่วยเหลือของชาวคณะ งัดรถเข็นขึ้นออกมาจากทรายจนได้ จากนั้นก็มาแนะนำตัวกัน โดยแอ็กเนียได้บอกว่าเธอชื่อ แอ็กเนีย บริสตานี่ ทางด้านจิเซลล์รู้สึกเหมือนเคยได้ยินนามสกุลนี้มาก่อน แล้วก็แนะนำว่าพวกเธอคือวงดนตรีที่เดินทางไปแสดงตามสถานที่ต่างๆ เรียกตัวเองว่าคณะละครเร่ของจิเซลล์ มีสมาชิก 4 คน จิเซลล์ แทนซี่ ริโคและโคด้า “นำรอยยิ้มมาสู่ทุกมุมของอาณาจักร” นั่นคือคติประจำใจของเรา คราวนี้แอ็กเนียก็แนะนำเพิ่มว่าเธอคือนักเต้นรำ เดินทางเพื่อที่จะเป็นดารา จิเซลล์บอกว่าเธอคือผู้หญิงที่มีความฝัน ดาราคือผู้ที่ส่องสว่างให้กับชีวิตของผู้คน เธอทำให้พวกเขายิ้มได้ในช่วงเวลาที่ดีที่สุดและแย่ที่สุด ไม่ว่าฝนจะตกหรือแดดออก เธอก็จะอยู่ที่นั่น มันเป็นความสำเร็จที่มีเพียงผู้ที่ลุกขึ้นยืนบนเวทีเท่านั้นที่จะบรรลุเป้าหมาย แทนซี่ก็บอกว่าตอนนี้ได้เวลาเตรียมตัวซ้อมกันแล้ว พวกเธอจะมีการแสดงที่นี่ หวังว่าจะได้พบกันใหม่ แอ็กเนียที่ได้ยินแบบนั้นก็อยากจะร่วมชมการแสดงด้วยเช่นกัน ทีนี้ให้เราเดินไปที่ส่วนหลังของหมู่บ้านก็จะพบกับ แทนซี่ ริโคและโคด้า ดูเหมือนว่าพวกเธอจะมีปัญหาบางอย่าง นั่นก็คือบอสจิเซลล์ของพวกเธอหนีไป […]
บทสรุป Ochette – Chapter 3

โอชุตต์ที่ได้เดินทางรวบรวมเหล่าสัตว์ในตำนานทั้ง 3 จนครบและได้กลับมาที่หมู่บ้าน ชาวเมืองก็เข้ามาต้อนรับการกลับมาของเธอ เธอก็ได้นำเนื้อมามอบให้กับคนในหมู่บ้าน จากนั้นจะขอตัวไปหาจูวาห์ เมื่อได้มาพบจูวาห์ที่นอนรออยู่ที่เชิงเขา หลังจากทักทายกันแล้วโอชุตต์ก็ได้พาเหล่าสัตว์ในตำนานทั้ง 2 มาพบกับจูวาห์ จูวาห์ก็เลยสงสัยว่าทำไมถึงมีแค่ 2 แล้วคาเทแลคต้าล่ะอยู่ไหน พอถูกพูดถึงแบบนั้นโอชุตต์ก็เลยได้นำแอคต้าออกมาจากกระเป๋าโชว์ให้จูวาห์ดู จูวาห์ก็บอกว่าเท่าที่เขาจำได้คาเทแลคต้าต้องตัวใหญ่กว่านี้มากสิ โอชุตต์เลยบอกว่าคาเทแลคต้าตายไปแล้ว ส่วนนี่คือลูกของเธอ เมื่อรู้แบบนี้จูวาห์ก็กล่าวชมเธอว่าทำได้ดีมาก ตอนนี้ก็ถึงเวลาเตรียมตัวสำหรับรับมือภัยพิบัติกันแล้ว ให้เดินตามจูวาห์ไปยังส่วนพื้นที่เตรียมรับมือภัยพิบัติ โดยเดินออกจากหมู่บ้านทางด้านล่างเข้าสู่ Path to the Tombs of the Wardenbeasts เดินลงมานิดหน่อยถึงทางแยกแล้วเลี้ยวซ้ายเข้าสู่ Summit of Strife จูวาห์บอกว่าเท่าที่เห็นนี่แหละคือการเตรียมตัวรับมือที่ดีที่สุดเท่าที่จะทำได้แล้ว โอชุตต์มีคำถามว่าอะไรคือ คืนแห่งพระจันทร์สีเลือด จูวาห์ก็ได้เล่าให้ฟังว่า คืนแห่งพระจันทร์สีเลือดจะเกิดขึ้นทุก 400 ปี พระจันทร์และพระอาทิตย์ตัดผ่านกันบนท้องฟ้า โลกตัดผ่านกับโลก และภัยพิบัติจะลงมายังเกาะแห่งนี้ โอชุตต์บอกว่าแล้วทั้งหมดนี่มันแปลว่าอะไร จูวาห์ตอบว่าไม่มีใครรู้ คืนแห่งพระจันทร์สีเลือดครั้งสุดท้ายได้เกิดขึ้นเมื่อหลายศตวรรษที่ผ่านมา แต่บรรพบุรุษของพวกเรารู้และคอยเตือนอยู่เสมอ ผู้ดูแลเกาะยังคงรักษาศรัทธาจากรุ่นสู่รุ่น พวกเรามีหน้าที่ปกป้องเกาะจากภัยพิบัติ โอชุตต์ถามกลับว่ามันเป็นภัยพิบัติแบบไหนกัน จูวาห์บอกว่ามันคือเงา ความจริงแล้วเขาได้เก็บความลับบางอย่างเอาไว้ไม่ยอมบอกกับโอชุตต์ก็คือ โลกของเราไม่ได้เป็นเพียงโลกเดียวเท่านั้น ยังคงมีโลกใบอื่นที่พวกเราไม่รู้อยู่ พวกเงากำลังกลืนกินทุกสิ่ง มันกลืนกินแสงสว่างที่ทักทอขึ้นในโลกของเรา […]
บทสรุป Osvald – Chapter 3

ออสวอลด์ในที่สุดก็เดินทางกลับมายังบ้านของตนในเมือง Conning Creekทุกสิ่งอย่างที่เขามีล้วนอยู่ในเมืองนี้ แต่เพียงแค่พริบตาทุกสิ่งอย่างนั้นก็ถูกพรากไปฮาร์วีย์ ฉันจะขอแก้นแค้นแกเมื่อออสวอลด์ใจเย็นลงแล้ว พยายามจะสืบหาที่อยู่ของฮาร์วีย์ให้ได้ ก่อนอื่นให้เราวิ่งกลับไปที่บ้านของออสวอลด์ที่อยู่ในเมืองนี้ก่อน โดยให้วิ่งไปทางขวาเรื่อยๆ จนสุดทางก็จะเจอกับซากบ้านที่ถูกไฟไหม้ เหตุการณ์เมื่อ 5 ปีก่อน ตอนนั้นเขาได้ไปที่ป่าใกล้เมือง เพื่ออยู่ตามลำพังใช้สมาธิกับความคิดของตัวเอง เขาทำมันเป็นกิจวัตร ซึ่งตอนนี้เขารู้แล้วว่ามันคือสิ่งที่ไม่ดีเลย ตอนเมื่อเขากลับมาทุกอย่างก็หายไป ถูกจับกุมจากทหารรักษาความปลอดภัยและไม่เคยกลับมาเลยจนกระทั่งตอนนี้ ออสวอลด์นึกย้อนไปสมัยอดีต ตอนที่ภรรยาและลูกของเขาอยู่ในบ้านที่เต็มไปด้วยความอบอุ่น ภรรยาแสดงความยินดีที่การประชุมเป็นไปด้วยดี ลูกสาวที่วิ่งเข้ามาหาอย่างรีบร้อนเพื่อต้อนรับพ่อของเขาที่กลับมาบ้าน กลับมาที่ปัจจุบันออสวอลด์พยายามสืบหาร่องรอยของฮาร์วีย์ ทั้ง 2 คนได้วิจัยเกี่ยวกับ เวทมนตร์ที่แท้จริงเพียงหนึ่งเดียว ฮาร์วีย์เองก็ต้องการผลงานวิจัยของออสวอลด์ทำให้เขาตัดสินใจที่จะไปยังห้องวิจัยของเขา เดินเข้าไปยังถ้ำหลังบ้าน ซึ่งเป็นห้องวิจัยของออสวอลด์ในอดีต ตอนนี้สภาพของมันทุกอย่างยังคงครบถ้วนสมบูรณ์ ออสวอลด์ได้เดินสำรวจพบว่าสิ่งที่หายไปมีเพียงแค่ สูตรคำนวณในงานวิจัยครั้งสุดท้าย แต่ออสวอลด์ไม่เข้าใจอยู่ดีว่าทำไมฮาร์วีย์ถึงต้องการมัน เพราะเส้นทางการวิจัยของทั้ง 2 แตกต่างกัน ขณะนั้นเองก็มีหญิงสาวคนหนึ่งได้ทักว่าเขาคือใคร เพียงแต่เมื่อหญิงสาวได้เดินเข้ามาใกล้จนกระทั่งได้เห็นหน้าก็ตกใจ ออสวอลด์เริ่มทักทายก่อน เธอคือ คลาริสซา อดีตผู้ช่วยของเขานั่นเอง สาเหตุที่สภาพห้องวิจัยยังคงดีอยู่ก็เป็นเพราะเธอนี่เอง เธอก็ถามเลยว่าออสวอลด์ตัวจริงนั้นควรจะถูกขังอยู่ในเกาะ Frigit อยู่ไม่ใช่หรอ ออสวอลด์เลยบอกว่าเขาหลบหนีออกมา เธอก็บอกว่างั้นมีอะไรเป็นข้อพิสูจน์ล่ะว่าเขาคือตัวจริง เพียงแค่รูปร่างเหมือนตัวจริงนั่นยังคงไม่พอ เพราะผลงานวิจัยของที่นี่เป็นเหมือนดังขุมทรัพย์ อาจมีผู้ร้ายที่ทำแม้กระทั่งปลอมตัวมาเพื่อขโมยก็เป็นไปได้ สุดท้ายเธอก็ได้บอกว่าถ้าคุณเป็นออสวอลด์ตัวจริง จะต้องมีวิธีในการต้านรับเวทยมนตร์ของเธอได้แน่นอน และผลลัพธ์ของต่อการสู้ครั้งนี้จะเป็นตัวพิสูจน์เองว่า […]
บทสรุป Ochette – Chapter 2: Cateracta’s Route

หนึ่งสิ่งมีชีวิตลงมายังทะเลสีฟ้าคลื่นใหญ่เหมือนภูเขาโหมเข้ามาใกล้ฝั่ง และข่มขู่หมายจะกลืนกินทุกสิ่งสิ่งมีชีวิตตัวนั้นได้โจมตีด้วยความเศร้าโศก คลื่นแตกสลาย ความสงบสุขกลับคืนมาสิ่งมีชีวิตในตำนานที่ปกป้องแผ่นดินนั้นมีชื่อว่าคาเทแลคต้า โอชุตต์ในที่สุดก็เดินทางมาถึงเมืองท่าเรือ Conning Creek เธอตื่นตาตื่นใจไปกับบรรยากาศและอาหารทะเล ในระหว่างที่เพลินเพลิดอยู่นั้นโอชุตต์และคู่หูก็ได้ยินเสียงร้องของอะไรบางอย่าง เลยตัดสินใจที่จะไปตรวจสอบที่มาของเสียง จุดนี้ก็ให้เราเดินไปยังบริเวณชายหาดและเดินไปจนสุดทาง บริเวณชายหาด โอชุตต์จะได้ยินเสียงร้องอีกครั้ง คราวนี้เธอแน่ใจแล้วว่าเสียงมันมาจากเกาะที่อยู่ใกล้กัน แต่ขณะนั้นเองมีหญิงสาวคนหนึ่งมาไล่ให้เราออกไป เธอมีชื่อว่าอัลฟิโอเน่ ผู้พิทักษ์แห่งคลื่น เธอสัมผัสได้ว่าโอชุตต์นั้นไม่ใช่มนุษย์แต่เหมือนจะเป็นเผ่าสัตว์ แต่อย่างไรก็ตามเธอไม่ยินยอมให้ใครเข้าใกล้เกาะแห่งนั้น สุดท้ายโอชุตต์ก็ต้องใช้กำลังให้กด Provoke ใส่เธอ หลังจากโอชุตต์ทุบเธอจนสลบให้ขึ้นไปที่เกาะ ออกสำรวจเล็กน้อยก็จะเจอเข้ากับโครงกระดูกของสิ่งมีชีวิตขนาดใหญ่ ซึ่งเป็นแหล่งที่มาของเสียง เนื่องจากลมพัดผ่านโครงกระดูกจึงทำให้เกิดเสียงร้องที่ได้ยิน จากนั้นอัลฟิโอเน่ที่ฟื้นและไล่ตามมาก็ได้บอกว่า ในที่สุดก็ได้เจอคาเทแลคต้าแล้วสินะ เธอมาตอนนี้ก็ดูเหมือนจะสายไป ทั้ง เกล็ด หนวด กรงเล็บ ไม่มีเหลือแล้ว แต่โอชุตต์ก็บอกว่าเธอไม่ได้มาเพื่อสิ่งของพวกนั้น เธอมาจาก Toto’haha มาที่นี่เพื่อนำตัวคาเทแลคต้ากลับไป เพราะภัยพิบัติกำลังมาเยือน แต่ดูเหมือนว่าคาเทแลคต้าจะตายแล้วเลยต้องหาทางอื่นแทน อัลฟิโอเน่ก็บอกให้เรารอก่อน ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา คาเทแลคต้าเป็นเทพผู้พิทักษ์แห่งท้องทะเลแห่งนี้ แม้ว่าจะผ่านมานานจนไม่มีใครในเมืองจำได้ก็ตาม เลยอยากให้เราตามเธอไปดูอะไรบางอย่างที่อยู่ในถ้ำแห่งนี้ ให้เราเดินเข้าไปในถ้ำจนเมื่อสุดทางก็จะเจอกับอัลฟิโอเน่ที่รอเราอยู่ อัลฟิโอเน่: ในที่สุดเธอก็มาถึงแล้ว นั่งลงก่อนสิโอชุตต์เดินเข้าไป แต่ก่อนที่เธอจะนั่ง ได้กลิ่นหอมของอาหารอัลฟิโอเน่: หิวมั้ย กินนี่สิ มันคือปลาแองเค่อโอชุตต์ก็ไม่รอช้านั่งลงแล้วกินมันลงไปทันทีโอชุตต์: นี่มันอร่อยมากเลยอัลฟิโอเน่: นั่นคือชีวิตสำหรับคุณ สิ่งมีชีวิตทุกชนิด กลืนกินชีวิตอื่นเพียงเพื่อมีชีวิตอยู่ […]