บทสรุป Throne – Chapter 3: Mother’s Route

โทรเน่ที่ได้ตามรอยแม่แห่งอสรพิษทมิฬจนกระทั่งมาถึงเมือง Wellgrove ซึ่งคิดว่าสวนของแม่น่าจะอยู่แถวนี้ อสรพิษหลายตัวได้ถูกเลี้ยงเติบโตมาที่นั่น แต่ไม่มีใครรู้เลยว่าจริงๆ แล้วมันอยู่ที่ไหนกันแน่ โทรเน่เองก็ไม่เคยไปที่นั่นเช่นกัน เพราะเธอได้ถูกเลี้ยงโดยพ่อ จากคำบอกเล่าของพ่อค้าทาสเกี่ยวกับสถานเลี้ยงเด็กกำพร้า ทำให้ก่อนอื่นเลยโทรเน่จะต้องเปลี่ยนชุดปลอมแปลงตัวตน

ในบริเวณนั้นจะมีนักบวชหญิงอยู่คนหนึ่งที่มีสัญลักษณ์สีเขียวก็ให้กด Steal เพื่อขโมยตัวตนของเธอมา ในระหว่างที่โทรเน่กำลังจะไปเปลี่ยนชุด เธอพบเห็นเด็กสาวที่มีการเดินไม่ปกติ ปกปิดร่องรอย และขโมยของจากชาวเมือง เมื่อโทรเน่ได้เห็นก็รู้ว่าเธอยังเป็นหัวขโมยมือสมัครเล่น น่าจะถูกเลี้ยงดูมาโดยแม่ ดูเหมือนว่าพ่อค้าทาสนั่นน่าจะไม่ได้พูดโกหกเรื่องสถานเลี้ยงเด็กกำพร้า

ทีนี้ให้เราเดินทางไปที่ สวนของแม่ เพียงแต่ก่อนออกจากเมืองให้เดินไปบริเวณด้านบนสังเกตุสัญลักษณ์ในแผนที่เล็ก จะมีสัญลักษณ์โล่อยู่ มันคือบ้านที่มีดอกไม้ประดับอยู่ที่ประตู ให้เข้าไปที่บ้านหลังนี้จะพบว่ามันคือ Dancer Guild พูดคุยกับหัวหน้ากิลด์เพื่อปลดล็อคอาชีพรอง Dancer 

จากนั้นก็ให้เราออกจากเมืองไปทางด้านล่างจะเข้าสู่แผนที่ Road to Mother’s Garden ในแผนที่นี้ให้เดินจนกระทั่งเจอกับบ้านหลังหนึ่ง ซึ่งเป็นสถานเลี้ยงเด็กกำพร้า มีชายชราคนหนึ่งเป็นผู้คุ้มกันบ้านหลังนี้ เข้ามาถามว่า เป็นแม่ชีคนใหม่หรอ โทรเน่ก็ตอบว่าใช่แล้ว ผู้คุ้มกันก็เลยบอกให้เข้ามาสิ ระหว่างนั้นก็มีเสียงระฆังดังขึ้นมา เมื่อเข้าไปข้างในก็เห็นว่ามีแม่ชีและเด็กอีกมากมาย แต่ภายในนี้กลับเงียบเชียบแสดงให้เห็นว่าถูกแม่ฝึกมาเป็นอย่างดี ตอนนั้นเองแม่ก็ปรากฏตัวออกมา ทำให้เหล่าลูกต่างเข้ามารวมกลุ่มกัน แม่ก็บอกว่า “แม่ได้ของบางสิ่งอันล้ำค่ามา ตอนนี้บอกมาได้แล้วว่า ใครเป็นคนนำสิ่งนี้มาที่บ้านของเรา” ในกลุ่มก็มีเด็กผู้หญิงที่ชื่อว่า มิร่า เดินออกมาพร้อมบอกว่าเป็นเธอเอง “เข้ามานี่สิ มิร่า” โทรเน่ก็คิดได้ว่านั่นเป็นเด็กผู้หญิงที่เธอเห็นในเมือง “นี่คือ เพชรหมาป่า หนึ่งในอัญมณีล้ำค่าที่สุดของอาณาจักร ฉันอยากให้ทุกคนในที่นี้ ดูมิร่าเอาไว้เป็นตัวอย่าง เธอทำให้แม่ภูมิใจ เอาล่ะมอบรางวัลให้เธอด้วยสัญลักษณ์แห่งอสรพิษที่แท้จริง โทรเน่ก็คิดว่าปลอกคองั้นหรอ ทำให้เธอคิดถึงอดีต

ตอนนั้นเหตุการณ์ก็คล้ายกัน เธอที่กำลังถูกแม่สวมปลอกคอให้ แม่ก็ถามว่าเป็นไงบ้างล่ะที่ได้เห็นเลือดครั้งแรก โทรเน่ก็บอกว่าไม่ค่อยชอบเท่าไหร่ แม่เลยบอกว่าปลอกคอนี้ทำให้โทรเน่เป็นคนที่น่าภูมิใจได้เป็นอสรพิษตัวน้อย และนั่นทำให้เธอกลายเป็นแม่ของโทรเน่ โทรเน่ก็ปฏิเสธทันที แม่ของเธอตายไปแล้วตอนที่ให้กำเนิดเธออกมา แม่ก็เลยไม่พอใจที่โทรเน่โต้เถียงควักแส้ออกมา “ฉันจะไม่ทนรับฟังคำพูดที่ต่อต้านหรอกนะ ถ้าเธอต้องการมีชีวิตอยู่ ต้องเรียนรู้ที่จะหุบปากแล้วฟังคำสั่งของฉัน” “ค่ะ คุณแม่” ตัดกลับมาที่ปัจจุบัน แม่ก็บอกว่าปลอกคอมันเหมาะกับเธอนะมิร่า มิร่าก็ตอบรับว่ามันเป็นปลอกคอที่น่ารักดี เธอจะทำทุกอย่างตามที่แม่บอก แม่เลยบอกว่าช่างเป็นเด็กดีเสียงจริง เมื่อถึงเวลาให้ไปหาเธอที่หอระฆังสีดำ โทรเน่ก็ได้วางแผนเธอจะเอากุญแจพร้อมกับชีวิตของแม่ ตอนนี้จำเป็นต้องหาเส้นทางที่จะไปพบเธอให้ได้ก่อน

ให้วิ่งไปยังชั้น 2 ฝั่งทางซ้ายเข้าไปที่ห้องในสุด จะพบกับมิร่ากำลังดูแลเด็กชายอยู่ เด็กชายคนนี้ได้ทำผิดพลาดเลยโดนแม่ลงโทษ เมื่อพวกเธอทำอะไรที่ผิดพลาดไปแม่มักจะเรียกตัวไปที่อีกด้านของประตูนั้น โทรเน่ก็ถามว่าประตูไหน มิร่าบอกว่าประตูเดียวที่ถูกล็อคอยู่เสมอ โมโรซอฟจะเป็นคนปลดล็อคประตูเมื่อแม่เรียก มิร่าเองก็โดนเฆี่ยนตีมาหลายครั้งจนนับไม่ถ้วน โทรเน่เลยปลอบใจว่าเธอจะอดทนต่อความเจ็บได้เอง มิร่าเล่าว่าเธอเป็นคนหัวช้า พวกในกลุ่มก็เรียกเธอว่า “คนไร้ค่า” นั่นต้องเป็นเหตุผลที่ทำให้แม่แท้ๆ ทิ้งเธอไปแน่เลย ตอนนี้มันถึงเวลาที่เธอต้องไปแล้วล่ะ เมื่อมิร่าเดินออกไป โทรเน่ก็รู้แล้วว่าแม่น่าจะอยู่ที่หลังประตูบานนั้น ส่วนผู้ชายที่ชื่อโมโรซอฟน่าจะถือกุญแขไขประตูนั้นอยู่

ต่อไปก็ขโมยกุญแจจากโมโรซอฟ เสร็จแล้วไขประตูที่อยู่ด้านหลังเข้าสู่ Mother’s Garden ในระหว่างนี้เราจะได้ยินเสียงระฆังดังอีกครั้ง เมื่อเดินไปจนสุดทางจะพบกับแม่ที่กำลังทำโทษมิร่าอยู่ โดยผูกมิร่าเข้ากับระฆัง

แม่: ลูกรักมิร่าตอนนี้ก็ถึงเวลาที่เธอจะได้รู้นิทานเรื่องหนึ่งของเรา กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว ในดินแดนอันห่างไกล มีชายหญิงคู่หนึ่งที่รักกันมาก แต่ทั้ง 2 คนนั้นต่างก็เป็นเจ้าชายและเจ้าหญิงของอาณาจักรที่เป็นศัตรูกัน ไม่นานสงครามก็เกิดขึ้น ดังนั้นพวกเขาก็ตัดสินใจที่จะหนีไปด้วยกัน
โทรเน่ได้โผล่มาขัดจังหวะ พร้อมทักทายว่า
โทรเน่: เราไม่ได้เจอกันนานแล้วนะคุณแม่สุดที่รัก
แม่: โอ้ โทรเน่เธอนั่นเอง
โทรเน่: คุณรู้อยู่แล้วสินะมาฉันอยู่ที่นี่
แม่: ไม่ใช่ทุกวันหรอกนะที่เราจะมีแม่ชีมาใหม่ เพราะงั้นแหละฉันถึงได้บอกให้มิร่านำทางเธอมาที่นี่ มันเป็นสถานที่สมบูรณ์แบบที่จะเอาใจลูกสาวของฉันโดยไม่มีใครมารบกวนใช่ไหมล่ะ
โทรเน่: เสียงระฆังที่ดังมันหมายถึงเวลาแห่งการลงโทษสินะ วิถีที่บิดเบี้ยวของคุณไม่เปลี่ยนแปลงเลยแม้แต่น้อย
แม่: ชิ ฉันไม่เคยคิดเลยว่าเธอจะอยู่ในขั้นตอนการคัดเลือกจนถึงขนาดนี้ เธอมาที่นี่ทำไม อย่าบอกนะว่าคิดถึงแส้ของแม่ขึ้นมา เธอน่าจะรู้ดีว่ามันเจ็บแสบขนาดไหน ไม่มีวิธีไหนที่จะควบคุมคนได้ดีไปกว่าความเจ็บปวดหรอกนะ
โทรเน่: ฉันเห็นด้วย ฉันมาที่นี่เพื่อลงโทษคุณ และเมื่อคุณตายฉันจะออกจากอสรพิษทมิฬ
แม่: เธอมันก็แค่หนอนที่น่าสมเพช ฉันเกลียดเธอเข้าไส้เลยล่ะโทรเน่ ฉันเกลียดเด็กที่ไม่เชื่อฟังอย่างเธอจากส่วนลึกของจิตวิญญาณ

ในระหว่างการต่อสู้กับแม่ เธอได้เผยความลับบางอย่างออกมา ครั้งหนึ่งผู้หญิงที่เธอเคยเรียกว่าหัวหน้านั้นคือคนที่ให้กำเนิดโทรเน่ เธอเป็นหัวขโมยที่น่าทึ่งและแข็งแกร่งอย่างน่าเสียดาย โทรเน่ก็ตกใจแล้วถามว่าเธอเคยเป็นหัวหน้าของอสรพิษทมิฬงั้นหรอ แม่ก็บอกว่าฉันคิดอยู่แล้วว่าเธอต้องไม่รู้ เพราะว่าฉันให้พ่อสาบานว่าจะเก็บเรื่องนี้เป็นความลับ สุดท้ายฉันก็วางแผนจัดการฆ่าเธอได้และเข้าควบคุมอสรพิษทมิฬ นั่นคือสิ่งที่มันเป็นมาตลอด การต่อสู้ระหว่างผู้สืบทอดยังคงดำเนินต่อไป โทรเน่ก็ปฏิเสธว่าเธอไม่อยากเป็นผู้สืบทอดอะไรนั่นเลย แค่อยากเป็นอิสระ

ย้อนไปในอดีตในตรอกแห่งหนึ่งของเมือง New Delsta
มีชายคนหนึ่งยืนอยู่ด้านหน้าของผู้หญิงที่นั่งอยู่ในสภาพย่ำแย่ พร้อมมีดตกอยู่ข้างตัว
??: อึก อั่ก
คนชายนั้นได้เดินจากไป แล้วแม่ก็เดินเข้ามา
แม่: ช่างน่าสมเพช มีอะไรจะพูดเป็นครั้งสุดท้ายมั้ย
??: ดูเหมือนว่ามันจะไกลเกินเอื้อมของฉันเช่นกัน
แม่: มัวพึมพำอะไรของเธอ
??: …โทรเน่…ขอให้…มีความสุข…มากๆ นะ…ขอให้ดีกว่าแม่…
หลังจากพูดจบเธอก็สิ้นใจ
แม่: ขอให้พักผ่อนอย่างสบายใจนะหัวหน้า ฉันจะดูแลเธอเป็นอย่างดี

กลับมาที่ปัจจุบัน
แม่: ฮาฮา เธอมันหนอนน่าสมเพช ฉันควรกำจัดเธอตั้งแต่ตอนนั้นพร้อมกับแม่ที่น่ารังเกียจนั่น
โทรเน่ได้เดินไปตัดเชือกที่มัดมิร่าออก
โทรเน่: ฉันไม่เคยรู้เลยว่าแม่ของฉันเคยเป็นหัวหน้าของอสรพิษทมิฬ ฉันจำอะไรไม่ได้เลย แต่นั่นมันก็ไม่ต่างกัน
แม่: แม่ของเธอมีความสามารถที่เก่งกาจมาก และสักวันหนึ่งเธอจะสืบทอดความสามารถของแม่เธอได้
โทรเน่: แล้วทำไมถึงไม่ฆ่าฉันล่ะ
แม่: เพราะว่าพ่อ เขาบอกว่าถ้าฉันฆ่าเธอ เขาจะฆ่าฉัน ไอ้แก่นั่นมักชื่นชอบลูกสาวตัวน้อยเสมอ
โทรเน่: คุณไม่ต้องพูดแล้ว ฉันไม่อยากฟังอีกต่อไป ตอนนี้ส่งกุญแจปลอกคอมาได้แล้ว
แม่: ฉันไม่รับคำสั่งจากพวกผู้หญิงสกปรกอย่างเธอหรอก หากเธอต้องการมันมากล่ะก็ มางัดมันออกจากมือที่เย็นและไร้ชีวิตของฉันเถอะ
โทรเน่: …ได้ตามที่คุณต้องการ
แม่: มันไม่มีสิ่งที่เรียกว่าความอิสระหรอกนะโทรเน่ เมื่อครั้งหนึ่งเคยเป็นอสรพิษ จะต้องเป็นอสรพิษตลอดไป
ระหว่างที่โทรเน่กำลังเดินเข้าไปหาแม่เพื่อจะลงมือนั้น มิร่าก็ได้ตะโกนห้าม
มิร่า: หยุดนะ! ฉันไม่สนใจว่าเธอจะตีฉันมากแค่ไหน แต่เธอเป็นคนเดียวเท่านั้นที่เคยทำดีกับฉัน เธอเป็นแม่คนเดียวที่ฉันมี ได้โปรด..อย่าเอาเธอไปจากฉันเลย
โทรเน่: ….เกลียดฉันได้ตามที่เธอต้องการ
มิร่า: แม่!!!!
โทรเน่ชักมีดออกมาแล้วก็ลงมือจัดการกับแม่
มิร่า: ไม่นะ แม่..คุณ ฉันจะไม่มีวันยกโทษให้คุณเลย
โทรเน่ได้เดินเข้าไปเอากุญแจแล้วหันไปมองที่มิร่า
โทรเน่: ฉันชื่อโทรเน่ จำชื่อของฉันเอาไว้ให้ดี ถ้าหากเธอต้องการแก้แค้น ตามหาฉัน ฉันจะรอให้เธอมาท้าทายอยู่
จากนั้นโทรเน่ก็เดินจากไป เมื่อมาถึงที่หน้าสถานเลี้ยงเด็กกำพร้า ชายแก่ก็เข้ามาทัก
ชายแก่: สวัสดีแม่ชี
โทรเน่: ขอโทษด้วยแต่ฉันไม่ใช่แม่ชีหรอก
ชายแก่: โฮะโฮะ นั่นสินะ
โทรเน่: ฉันไม่คิดว่าพวกเขาจะต้องการให้คุณทำงานที่นี่อีกต่อไป แม่ตายแล้ว
ช่ายแก่: ไม่ต้องเป็นห่วงเรื่องนั้นหรอก ยังไงก็มีงานให้ทำสักที่เสมอ
โทรเน่: คุณเป็นคนที่ใจดีมาก

ฉันมีแม่ 2 คน
คนหนึ่งให้กำเนิดฉัน
อีกคนหนึ่งผูกมัดฉัน
พวกเธอต่างก็เป็นอสรพิษ
ฉันเป็นลูกสาวของพวกเขา แต่หมายความว่าฉันก็ต้องเลื้อยเหมือนที่พวกเขาทำหรอ?
สักวัน ฉันอยากจะท่องเที่ยวไปในดินแดนแห่งนี้อย่างอิสระด้วยสองเท้าของตัวเอง
ลาก่อนคุณแม่ที่รัก

Throne – Chapter 3: Mother’s Route End

กลับไปที่เมือง Wellgrove เริ่มเนื้อเรื่องบทที่ 3 ของฮิคาริกันต่อ

Hikari – Chapter 3

Share:

Facebook
X
Flex-Ad-Side-Bar.png
Privacy Overview

This website uses cookies so that we can provide you with the best user experience possible. Cookie information is stored in your browser and performs functions such as recognising you when you return to our website and helping our team to understand which sections of the website you find most interesting and useful.