โทรเน่ที่ได้ตามรอยแม่แห่งอสรพิษทมิฬจนกระทั่งมาถึงเมือง Wellgrove ซึ่งคิดว่าสวนของแม่น่าจะอยู่แถวนี้ อสรพิษหลายตัวได้ถูกเลี้ยงเติบโตมาที่นั่น แต่ไม่มีใครรู้เลยว่าจริงๆ แล้วมันอยู่ที่ไหนกันแน่ โทรเน่เองก็ไม่เคยไปที่นั่นเช่นกัน เพราะเธอได้ถูกเลี้ยงโดยพ่อ จากคำบอกเล่าของพ่อค้าทาสเกี่ยวกับสถานเลี้ยงเด็กกำพร้า ทำให้ก่อนอื่นเลยโทรเน่จะต้องเปลี่ยนชุดปลอมแปลงตัวตน

ในบริเวณนั้นจะมีนักบวชหญิงอยู่คนหนึ่งที่มีสัญลักษณ์สีเขียวก็ให้กด Steal เพื่อขโมยตัวตนของเธอมา ในระหว่างที่โทรเน่กำลังจะไปเปลี่ยนชุด เธอพบเห็นเด็กสาวที่มีการเดินไม่ปกติ ปกปิดร่องรอย และขโมยของจากชาวเมือง เมื่อโทรเน่ได้เห็นก็รู้ว่าเธอยังเป็นหัวขโมยมือสมัครเล่น น่าจะถูกเลี้ยงดูมาโดยแม่ ดูเหมือนว่าพ่อค้าทาสนั่นน่าจะไม่ได้พูดโกหกเรื่องสถานเลี้ยงเด็กกำพร้า

ทีนี้ให้เราเดินทางไปที่ สวนของแม่ เพียงแต่ก่อนออกจากเมืองให้เดินไปบริเวณด้านบนสังเกตุสัญลักษณ์ในแผนที่เล็ก จะมีสัญลักษณ์โล่อยู่ มันคือบ้านที่มีดอกไม้ประดับอยู่ที่ประตู ให้เข้าไปที่บ้านหลังนี้จะพบว่ามันคือ Dancer Guild พูดคุยกับหัวหน้ากิลด์เพื่อปลดล็อคอาชีพรอง Dancer

จากนั้นก็ให้เราออกจากเมืองไปทางด้านล่างจะเข้าสู่แผนที่ Road to Mother’s Garden ในแผนที่นี้ให้เดินจนกระทั่งเจอกับบ้านหลังหนึ่ง ซึ่งเป็นสถานเลี้ยงเด็กกำพร้า มีชายชราคนหนึ่งเป็นผู้คุ้มกันบ้านหลังนี้ เข้ามาถามว่า เป็นแม่ชีคนใหม่หรอ โทรเน่ก็ตอบว่าใช่แล้ว ผู้คุ้มกันก็เลยบอกให้เข้ามาสิ ระหว่างนั้นก็มีเสียงระฆังดังขึ้นมา เมื่อเข้าไปข้างในก็เห็นว่ามีแม่ชีและเด็กอีกมากมาย แต่ภายในนี้กลับเงียบเชียบแสดงให้เห็นว่าถูกแม่ฝึกมาเป็นอย่างดี ตอนนั้นเองแม่ก็ปรากฏตัวออกมา ทำให้เหล่าลูกต่างเข้ามารวมกลุ่มกัน แม่ก็บอกว่า “แม่ได้ของบางสิ่งอันล้ำค่ามา ตอนนี้บอกมาได้แล้วว่า ใครเป็นคนนำสิ่งนี้มาที่บ้านของเรา” ในกลุ่มก็มีเด็กผู้หญิงที่ชื่อว่า มิร่า เดินออกมาพร้อมบอกว่าเป็นเธอเอง “เข้ามานี่สิ มิร่า” โทรเน่ก็คิดได้ว่านั่นเป็นเด็กผู้หญิงที่เธอเห็นในเมือง “นี่คือ เพชรหมาป่า หนึ่งในอัญมณีล้ำค่าที่สุดของอาณาจักร ฉันอยากให้ทุกคนในที่นี้ ดูมิร่าเอาไว้เป็นตัวอย่าง เธอทำให้แม่ภูมิใจ เอาล่ะมอบรางวัลให้เธอด้วยสัญลักษณ์แห่งอสรพิษที่แท้จริง โทรเน่ก็คิดว่าปลอกคองั้นหรอ ทำให้เธอคิดถึงอดีต

ตอนนั้นเหตุการณ์ก็คล้ายกัน เธอที่กำลังถูกแม่สวมปลอกคอให้ แม่ก็ถามว่าเป็นไงบ้างล่ะที่ได้เห็นเลือดครั้งแรก โทรเน่ก็บอกว่าไม่ค่อยชอบเท่าไหร่ แม่เลยบอกว่าปลอกคอนี้ทำให้โทรเน่เป็นคนที่น่าภูมิใจได้เป็นอสรพิษตัวน้อย และนั่นทำให้เธอกลายเป็นแม่ของโทรเน่ โทรเน่ก็ปฏิเสธทันที แม่ของเธอตายไปแล้วตอนที่ให้กำเนิดเธออกมา แม่ก็เลยไม่พอใจที่โทรเน่โต้เถียงควักแส้ออกมา “ฉันจะไม่ทนรับฟังคำพูดที่ต่อต้านหรอกนะ ถ้าเธอต้องการมีชีวิตอยู่ ต้องเรียนรู้ที่จะหุบปากแล้วฟังคำสั่งของฉัน” “ค่ะ คุณแม่” ตัดกลับมาที่ปัจจุบัน แม่ก็บอกว่าปลอกคอมันเหมาะกับเธอนะมิร่า มิร่าก็ตอบรับว่ามันเป็นปลอกคอที่น่ารักดี เธอจะทำทุกอย่างตามที่แม่บอก แม่เลยบอกว่าช่างเป็นเด็กดีเสียงจริง เมื่อถึงเวลาให้ไปหาเธอที่หอระฆังสีดำ โทรเน่ก็ได้วางแผนเธอจะเอากุญแจพร้อมกับชีวิตของแม่ ตอนนี้จำเป็นต้องหาเส้นทางที่จะไปพบเธอให้ได้ก่อน

ให้วิ่งไปยังชั้น 2 ฝั่งทางซ้ายเข้าไปที่ห้องในสุด จะพบกับมิร่ากำลังดูแลเด็กชายอยู่ เด็กชายคนนี้ได้ทำผิดพลาดเลยโดนแม่ลงโทษ เมื่อพวกเธอทำอะไรที่ผิดพลาดไปแม่มักจะเรียกตัวไปที่อีกด้านของประตูนั้น โทรเน่ก็ถามว่าประตูไหน มิร่าบอกว่าประตูเดียวที่ถูกล็อคอยู่เสมอ โมโรซอฟจะเป็นคนปลดล็อคประตูเมื่อแม่เรียก มิร่าเองก็โดนเฆี่ยนตีมาหลายครั้งจนนับไม่ถ้วน โทรเน่เลยปลอบใจว่าเธอจะอดทนต่อความเจ็บได้เอง มิร่าเล่าว่าเธอเป็นคนหัวช้า พวกในกลุ่มก็เรียกเธอว่า “คนไร้ค่า” นั่นต้องเป็นเหตุผลที่ทำให้แม่แท้ๆ ทิ้งเธอไปแน่เลย ตอนนี้มันถึงเวลาที่เธอต้องไปแล้วล่ะ เมื่อมิร่าเดินออกไป โทรเน่ก็รู้แล้วว่าแม่น่าจะอยู่ที่หลังประตูบานนั้น ส่วนผู้ชายที่ชื่อโมโรซอฟน่าจะถือกุญแขไขประตูนั้นอยู่

ต่อไปก็ขโมยกุญแจจากโมโรซอฟ เสร็จแล้วไขประตูที่อยู่ด้านหลังเข้าสู่ Mother’s Garden ในระหว่างนี้เราจะได้ยินเสียงระฆังดังอีกครั้ง เมื่อเดินไปจนสุดทางจะพบกับแม่ที่กำลังทำโทษมิร่าอยู่ โดยผูกมิร่าเข้ากับระฆัง

แม่: ลูกรักมิร่าตอนนี้ก็ถึงเวลาที่เธอจะได้รู้นิทานเรื่องหนึ่งของเรา กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว ในดินแดนอันห่างไกล มีชายหญิงคู่หนึ่งที่รักกันมาก แต่ทั้ง 2 คนนั้นต่างก็เป็นเจ้าชายและเจ้าหญิงของอาณาจักรที่เป็นศัตรูกัน ไม่นานสงครามก็เกิดขึ้น ดังนั้นพวกเขาก็ตัดสินใจที่จะหนีไปด้วยกัน
โทรเน่ได้โผล่มาขัดจังหวะ พร้อมทักทายว่า
โทรเน่: เราไม่ได้เจอกันนานแล้วนะคุณแม่สุดที่รัก
แม่: โอ้ โทรเน่เธอนั่นเอง
โทรเน่: คุณรู้อยู่แล้วสินะมาฉันอยู่ที่นี่
แม่: ไม่ใช่ทุกวันหรอกนะที่เราจะมีแม่ชีมาใหม่ เพราะงั้นแหละฉันถึงได้บอกให้มิร่านำทางเธอมาที่นี่ มันเป็นสถานที่สมบูรณ์แบบที่จะเอาใจลูกสาวของฉันโดยไม่มีใครมารบกวนใช่ไหมล่ะ
โทรเน่: เสียงระฆังที่ดังมันหมายถึงเวลาแห่งการลงโทษสินะ วิถีที่บิดเบี้ยวของคุณไม่เปลี่ยนแปลงเลยแม้แต่น้อย
แม่: ชิ ฉันไม่เคยคิดเลยว่าเธอจะอยู่ในขั้นตอนการคัดเลือกจนถึงขนาดนี้ เธอมาที่นี่ทำไม อย่าบอกนะว่าคิดถึงแส้ของแม่ขึ้นมา เธอน่าจะรู้ดีว่ามันเจ็บแสบขนาดไหน ไม่มีวิธีไหนที่จะควบคุมคนได้ดีไปกว่าความเจ็บปวดหรอกนะ
โทรเน่: ฉันเห็นด้วย ฉันมาที่นี่เพื่อลงโทษคุณ และเมื่อคุณตายฉันจะออกจากอสรพิษทมิฬ
แม่: เธอมันก็แค่หนอนที่น่าสมเพช ฉันเกลียดเธอเข้าไส้เลยล่ะโทรเน่ ฉันเกลียดเด็กที่ไม่เชื่อฟังอย่างเธอจากส่วนลึกของจิตวิญญาณ

ในระหว่างการต่อสู้กับแม่ เธอได้เผยความลับบางอย่างออกมา ครั้งหนึ่งผู้หญิงที่เธอเคยเรียกว่าหัวหน้านั้นคือคนที่ให้กำเนิดโทรเน่ เธอเป็นหัวขโมยที่น่าทึ่งและแข็งแกร่งอย่างน่าเสียดาย โทรเน่ก็ตกใจแล้วถามว่าเธอเคยเป็นหัวหน้าของอสรพิษทมิฬงั้นหรอ แม่ก็บอกว่าฉันคิดอยู่แล้วว่าเธอต้องไม่รู้ เพราะว่าฉันให้พ่อสาบานว่าจะเก็บเรื่องนี้เป็นความลับ สุดท้ายฉันก็วางแผนจัดการฆ่าเธอได้และเข้าควบคุมอสรพิษทมิฬ นั่นคือสิ่งที่มันเป็นมาตลอด การต่อสู้ระหว่างผู้สืบทอดยังคงดำเนินต่อไป โทรเน่ก็ปฏิเสธว่าเธอไม่อยากเป็นผู้สืบทอดอะไรนั่นเลย แค่อยากเป็นอิสระ

ย้อนไปในอดีตในตรอกแห่งหนึ่งของเมือง New Delsta
มีชายคนหนึ่งยืนอยู่ด้านหน้าของผู้หญิงที่นั่งอยู่ในสภาพย่ำแย่ พร้อมมีดตกอยู่ข้างตัว
??: อึก อั่ก
คนชายนั้นได้เดินจากไป แล้วแม่ก็เดินเข้ามา
แม่: ช่างน่าสมเพช มีอะไรจะพูดเป็นครั้งสุดท้ายมั้ย
??: ดูเหมือนว่ามันจะไกลเกินเอื้อมของฉันเช่นกัน
แม่: มัวพึมพำอะไรของเธอ
??: …โทรเน่…ขอให้…มีความสุข…มากๆ นะ…ขอให้ดีกว่าแม่…
หลังจากพูดจบเธอก็สิ้นใจ
แม่: ขอให้พักผ่อนอย่างสบายใจนะหัวหน้า ฉันจะดูแลเธอเป็นอย่างดี

กลับมาที่ปัจจุบัน
แม่: ฮาฮา เธอมันหนอนน่าสมเพช ฉันควรกำจัดเธอตั้งแต่ตอนนั้นพร้อมกับแม่ที่น่ารังเกียจนั่น
โทรเน่ได้เดินไปตัดเชือกที่มัดมิร่าออก
โทรเน่: ฉันไม่เคยรู้เลยว่าแม่ของฉันเคยเป็นหัวหน้าของอสรพิษทมิฬ ฉันจำอะไรไม่ได้เลย แต่นั่นมันก็ไม่ต่างกัน
แม่: แม่ของเธอมีความสามารถที่เก่งกาจมาก และสักวันหนึ่งเธอจะสืบทอดความสามารถของแม่เธอได้
โทรเน่: แล้วทำไมถึงไม่ฆ่าฉันล่ะ
แม่: เพราะว่าพ่อ เขาบอกว่าถ้าฉันฆ่าเธอ เขาจะฆ่าฉัน ไอ้แก่นั่นมักชื่นชอบลูกสาวตัวน้อยเสมอ
โทรเน่: คุณไม่ต้องพูดแล้ว ฉันไม่อยากฟังอีกต่อไป ตอนนี้ส่งกุญแจปลอกคอมาได้แล้ว
แม่: ฉันไม่รับคำสั่งจากพวกผู้หญิงสกปรกอย่างเธอหรอก หากเธอต้องการมันมากล่ะก็ มางัดมันออกจากมือที่เย็นและไร้ชีวิตของฉันเถอะ
โทรเน่: …ได้ตามที่คุณต้องการ
แม่: มันไม่มีสิ่งที่เรียกว่าความอิสระหรอกนะโทรเน่ เมื่อครั้งหนึ่งเคยเป็นอสรพิษ จะต้องเป็นอสรพิษตลอดไป
ระหว่างที่โทรเน่กำลังเดินเข้าไปหาแม่เพื่อจะลงมือนั้น มิร่าก็ได้ตะโกนห้าม
มิร่า: หยุดนะ! ฉันไม่สนใจว่าเธอจะตีฉันมากแค่ไหน แต่เธอเป็นคนเดียวเท่านั้นที่เคยทำดีกับฉัน เธอเป็นแม่คนเดียวที่ฉันมี ได้โปรด..อย่าเอาเธอไปจากฉันเลย
โทรเน่: ….เกลียดฉันได้ตามที่เธอต้องการ
มิร่า: แม่!!!!
โทรเน่ชักมีดออกมาแล้วก็ลงมือจัดการกับแม่
มิร่า: ไม่นะ แม่..คุณ ฉันจะไม่มีวันยกโทษให้คุณเลย
โทรเน่ได้เดินเข้าไปเอากุญแจแล้วหันไปมองที่มิร่า
โทรเน่: ฉันชื่อโทรเน่ จำชื่อของฉันเอาไว้ให้ดี ถ้าหากเธอต้องการแก้แค้น ตามหาฉัน ฉันจะรอให้เธอมาท้าทายอยู่
จากนั้นโทรเน่ก็เดินจากไป เมื่อมาถึงที่หน้าสถานเลี้ยงเด็กกำพร้า ชายแก่ก็เข้ามาทัก
ชายแก่: สวัสดีแม่ชี
โทรเน่: ขอโทษด้วยแต่ฉันไม่ใช่แม่ชีหรอก
ชายแก่: โฮะโฮะ นั่นสินะ
โทรเน่: ฉันไม่คิดว่าพวกเขาจะต้องการให้คุณทำงานที่นี่อีกต่อไป แม่ตายแล้ว
ช่ายแก่: ไม่ต้องเป็นห่วงเรื่องนั้นหรอก ยังไงก็มีงานให้ทำสักที่เสมอ
โทรเน่: คุณเป็นคนที่ใจดีมาก
ฉันมีแม่ 2 คน
คนหนึ่งให้กำเนิดฉัน
อีกคนหนึ่งผูกมัดฉัน
พวกเธอต่างก็เป็นอสรพิษ
ฉันเป็นลูกสาวของพวกเขา แต่หมายความว่าฉันก็ต้องเลื้อยเหมือนที่พวกเขาทำหรอ?
สักวัน ฉันอยากจะท่องเที่ยวไปในดินแดนแห่งนี้อย่างอิสระด้วยสองเท้าของตัวเอง
ลาก่อนคุณแม่ที่รัก
Throne – Chapter 3: Mother’s Route End

กลับไปที่เมือง Wellgrove เริ่มเนื้อเรื่องบทที่ 3 ของฮิคาริกันต่อ



