บทสรุป Temenos – Chapter 2

ณ มุมหนึ่งของเมือง Canalbrine ชายหนุ่มนักปรุงยากำลังวิ่งหนีจากการไล่ล่าของชายชุดดำ สุดท้ายเขาก็หนีไม่รอดถูกชายชุดดำฆ่าไป ก่อนจากไปชายชุดดำได้พูดออกมาว่า “โดเธอร์ เทพยาวิเศษ ได้รับบาดแผลสาหัสจากการต่อสู้กับเทพชั่วร้ายวีเด และหลับใหลไปชั่วนิรันดร์ หึ หวังว่าจะสวดส่งนายไปพร้อมกับพระคัมภีร์เล็กน้อย ทั้งหมดนี้ในนามของลอร์ดวีเด” ตัดมาที่เทเมนอส เพื่อสืบสวนการตายของพระสังฆราช เขาได้ตามรอยของบุคคลหนึ่งลูเซียน จนกระทั่งได้มาถึงเมืองแห่งน้ำ Canalbrine ตอนนี้ให้เริ่มจากการหาข้อมูลจากชาวเมืองกันก่อน ให้เดินที่ด้านบนกลางเมือง จะพบเหตุการณ์ที่ผู้พิทักษ์ศักดิ์สิทธิ์ได้มาปิดล้อมพื้นที่เอาไว้เพื่อสืบสวน ทำให้ชาวเมืองไม่สามารถเดินผ่านเข้าไปได้ เมื่อเราคุยกับชาวเมืองทำให้รู้ว่า เมื่อคืนนี้มีเหตุการณ์ฆาตกรรมและผู้ตายคือชายนักปรุงยาภายในเมืองคนหนึ่ง จากนั้นเทเมนอสได้เดินจากมาและคิดเกี่ยวกับเหตุการณ์ดังกล่าว ชายหนุ่มนักปรุงยาที่เป็นที่รู้จักภายในเมืองถูกฆาตกรรมโดยไม่ทราบผู้ร้าย ไม่รู้ว่ามันจะเกี่ยวข้องกับคดีของพระสังฆราชหรือเปล่า จากนั้นก็มีเหล่าการ์ดที่ตะเวนรอบเมืองมาพบกับเทเมนอสที่ทำตัวน่าสงสัยอยู่ เทเมนอสก็บอกว่าเขาเป็นแค่เพียงผู้ตรวจสอบที่อ่อนน้อมถ่อมตน แต่การ์ดก็ไม่สนใจบอกเทเมนอสว่าอย่าขยับ เขาสงสัยว่าเทเมนอสซ่อนอาวุธไว้เขาต้องจับกุม ในระหว่างที่เทเมนอสกำลังจะถูกจับ คู่หูเก่าคริกก็ได้เข้ามาห้ามไว้ พร้อมบอกว่านั่นคือผู้ตรวจสอบเทเมนอสจากคริสตจักร ไม่จำเป็นต้องจับกุม เขาเป็นผู้รับรองให้เอง เมื่อการ์ดได้เห็นดังนั้นก็จากไปทันที จากนั้นเทเมนอสก็ทักทายคริก เทเมนอส: นี่คือหน้าที่ใหม่ของนายงั้นหรอคริก: ใช่แล้ว รู้มั้ยว่านายคือคนสุดท้ายที่ฉันคิดว่าจะได้เจอที่นี่ แต่ก็ดีใจนะที่ได้ช่วยนายไว้ก่อนที่จะถูกจับเข้าคุก ว่าแต่นายเป็นอะไรมั้ยดูหน้านายค่อนข้างซีดเทเมนอส: ฉันแค่รู้สึกอับอายมากที่ต้องเป็นหนี้บุญคุณเจ้าลูกแกะตัวน้อยคริก: ล ล ลูกแกะ… นายยังอยากกวนฉันอยู่สินะเทเมนอส: ยังไงก็แล้วแต่หนี้ก็คือหนี้ ฉันจะจำไว้นะ ฮาฮาฮา มาคิดดูแล้วการที่ฉันได้มาที่เมืองเดียวกับนายที่พึ่งมาประจำการนี่มันคริก: อย่าพูดว่า โชคชะตา เชียวนะเทเมนอส: […]
บทสรุป The Dancer & Warrior, Part 1

ขณะที่ฮิคาริและแอ็กเนียได้เดินทางมาที่หมู่บ้าน Ryu ก็ได้ยินเสียงดนตรี ซึ่งฮิคาริได้บอกว่ามันคือเสียงของลูตเครื่องดนตรียอดนิยมของคู แอ็กเนียและฮิคาริก็ได้เดินไปหาคนที่กำลังเล่นดนตรีอยู่ พร้อมเอ่ยชมว่ามันเป็นเสียงที่ไพเราะมาก เธอก็ได้แนะนำตัวเองว่าเธอชื่อ โยมิ พันเสียง เธอเดินทางไปทั่วโลกดื่มด่ำเสียงดนตรีไปตลอดทาง เธอมีดนตรีสำหรับทุกโอกาส ทุกสถานที่ ทุกผู้คน ฮิคาริได้ยินแบบนั้นก็สนใจ จึงอยากให้โยมิเล่นดนตรีเพื่อเขาสักครั้ง โยมิก็ตอบตกลงแต่การเล่นดนตรีก็ต้องมีค่าใช้จ่าย ให้เรากด Bride ใส่โยมิเพื่อจ่ายเงินค่าดนตรีให้เธอ เมื่อเธอรับเงินมาแล้วก็บอกว่าจะหาดนตรีที่ดีเหมาะกับชุดกิโมโนของฮิคาริ เพียงแต่เธอต้องขอเวลาสักเล็กน้อยให้เรากลับมาหาเธอใหม่อีกครั้งในวันพรุ่งนี้ แอ็กเนียก็เข้าใจเบื้องหลังโชว์ที่ยิ่งใหญ่ย่อมต้องมีการเตรียมตัว ตอนนี้ให้เราปรับเวลาเปลี่ยนเป็นกลางวันและกลางคืนอีกครั้งแล้วคุยกับโยมิ เมื่อคุยกันอีกครั้งคราวนี้แอ็กเนียและฮิคาริรู้สึกว่าโยมิมีอะไรแปลกไป โยมิก็บอกว่าเธอมีปัญหาเล็กน้อยสายลูตของเธอขาดจะต้องเปลี่ยนใหม่ ถ้าเล่นมันตอนนี้ก็เหมือนกับให้ทหารเข้าสนามรบโดยที่ถือดาบหักนั่นแหละ ฮิคาริก็บอกว่าถ้าจำไม่ผิดสายลูตนี่ทำจากขนของหางม้า โยมิก็บอกว่าใช่ ตอนนี้ก็มีคนที่อยู่ใกล้ๆ สามารถช่วยได้ เพียงแต่การขอให้เขาช่วยมันไม่ง่ายนัก เขาไม่ค่อยชอบช่วยเหลือคนที่ไม่รู้จักเท่าไหร่ แอ็กเนียก็บอกว่าคล้ายกับป่าป๊าของเธอเลย เธอเลยอาสาจะไปขอความช่วยเหลือจากชายคนนี้เอง ตอนนี้ให้เราเดินไปที่ชายที่ยืนอยู่กับม้าใกล้ๆ นั่นแหละ แล้วกด Entreat เพื่อเอา Horse Tail Hair จากเขามา แล้วคุยกับโยมิ พอเอาขนหางม้าให้เธอแล้วโยมิก็ดีใจ ส่วนเรื่องดนตรีเธอบอกว่าตอนนี้ดูจะไม่ใช่เวลาที่เหมาะสมขอให้เรามาใหม่อีกครั้งในวันพรุ่งนี้แทน คราวนี้ให้เราปรับเป็นเวลากลางคืนแล้ววิ่งผ่านน้ำเพื่อไปยังยอดเขาด้านหลัง โยมิจะรออยู่ที่นั่นแล้ว มาคราวนี้ก็ถึงเวลาที่เธอได้เริ่มบรรเลงดนตรีท่ามกลางแสงจันทร์ให้เราฟัง เมื่อฟังจบแอ็กเนียก็บอกว่ามันเป็นเพลงที่เธอไม่เคยได้ยินมาก่อน เพียงแต่มันฟังดูโศกเศร้า โยมิก็บอกว่านี่คือเพลงโปรดของเธอเลย แอ็กเนียเลยถามว่าทำไมถึงเล่นเพลงนี้ให้พวกเขาฟัง ฮิคาริบอกว่าเขาเคยฟังเพลงนี้มาก่อน เพื่อนของเขาซูกิมักจะเล่นเพลงนี้ด้วยลุตประจำ […]
บทสรุป Throne – Chapter 2: Mother’s Route

โทรเน่พยายามตามหาแม่ โดยเธอเคยได้ยินมาว่าเวลาที่แม่ออกตามหาสมาชิกใหม่ จะมาที่ร้านขายอุปกรณ์สำหรับม้าในเมือง Oresrush แห่งนี้ ในระหว่างนั้นเองก็มีเด็กชายสวมหน้ากากคอยสังเกตุโทรเน่อยู่ไกลๆ ให้เราเดินไปที่ร้านขายอุปกรณ์สำหรับม้าได้เลย (ร้านที่อยู่ระหว่างโรงแรมกับขายของทั่วไป) เมื่อเราเข้าไปก็ได้ยินเจ้าของร้านพูดว่า “ขอบคุณสำหรับการอุปถัมภ์ ผมจะเตรียมของให้คุณอย่างรวดเร็ว ในระหว่างนี้ให้คุณไปรอที่บาร์ได้เลย” ชายที่เจ้าของร้านพูดคุยด้วยก็เดินออกไป จากนั้นเจ้าของร้านก็ทักทายโทรเน่พร้อมแนะนำสินค้า โทรเน่ก็บอกจุดประสงค์ที่มาทันทีว่าเธอไม่ได้มาเพื่อหาซื้ออุปกรณ์เกี่ยวกับม้า แถมชายคนเมื่อกี้ที่เดินออกไปก็ดูไม่ได้มาซื้ออุปกรณ์เกี่ยวกับม้าเช่นกัน แต่เจ้าของร้านก็ปฏิเสธชายคนนั้นมาซื้อของเกี่ยวกับม้า พร้อมเอ่ยจบประโยคเชิญโทรเน่ออกจากร้านอย่างมีมารยาท เมื่อโทรเน่ออกมาด้านนอกจึงได้คิดสืบหาหนทางจากชายคนนั้นแทน ทีนี้ให้เราเดินไปที่บาร์ก็จะพบกับชายคนที่เราตามหา ให้กด Steal เพื่อขโมย Horse Coin มาจากเขา แล้วกลับไปที่ร้านขายอุปกรณ์สำหรับม้าอีกครั้ง คราวนี้เมื่อโทรเน่โชว์เหรียญที่แอบขโมยมาให้เจ้าของร้านดู ก็ได้รับการปฏิบัติที่แตกต่างจากเดิม คราวนี้โทรเน่ก็ได้ถามออกมาตามตรงว่าเธอต้องการข้อมูลของ แม่แห่งอสรพิษทมิฬ แต่เจ้าของร้านก็ปฏิเสธเนื่องด้วยแม่คือลูกค้าประจำ การให้ข้อมูลเธอนั้นดูเหมือนจะเกินอำนาจของเขามากเกินไป แต่โทรเน่ก็ไม่ยอมควักมีดออกมาข่มขู่ ทำให้เจ้าของร้านไม่มีทางเลือกจึงยอมคายข้อมูลออกมา โดยบอกว่าแม่นั้นได้นัดพบกับชายคนหนึ่งที่ถูกเรียกว่าพ่อค้าทาส ชายคนนี้ได้เปิดร้านค้าทาสที่โรงหลอมเก่าของเมือง การที่จะพบชายคนนี้ได้จะต้องมีคำพูดพิเศษ “ดื่มจากถ้วยในมือซ้ายของคุณ” โทรเน่จึงได้ขอบคุณและออกจากร้านไปทันที ให้เราเดินทางไปส่วนด้านหลังของเมือง โทรเน่จะสังเกตุเห็นเด็กชายที่สวมหน้ากาก แต่เด็กคนนั้นวิ่งหนีออกไปทันที อันที่จริงแล้วโทรเน่รู้ตั้งแต่ทีแรกที่เข้าเมืองแล้วว่าถูกเด็กชายคนนี้คอยจับตาดูอยู่ โทรเน่ตัดสินใจที่ไล่เด็กชายคนนั้นให้หยุดทางตามเธอได้แล้ว ให้เราเดินไปกำแพงหินทางด้านซ้าย ดูเหมือนที่เดินไปกำแพงหินจะเป็นการหลอกล่อให้เด็กชายปรากฏตัวออกมา โทรเน่เดินไปตลบหลังเพื่อขโมยหน้ากากมาจากเด็กชาย ใบหน้าที่อยู่ภายใต้หน้ากากทำให้โทรเน่ตกใจเป็นอย่างมาก เพราะว่ามันคล้ายกับใครบางคนที่เธอรู้จักจนเธอคิดว่ามันเป็นภาพลวงตา เด็กชายเห็นท่าไม่ดีก็ได้จังหวะวิ่งหนีออกไป ทีนี้ถึงเวลาเดินทางไปโรงหลอมที่สุดทาง แต่ก่อนเข้าไปแนะนำให้กดเซฟเอาไว้ก่อน จากนั้นค่อยไปคุยกับชายที่ยืนเฝ้าประตู เขาจะพูดประโยคหนึ่งที่เหมือนเป็นรหัสลับ […]
บทสรุป Ochette – Chapter 2: Tera’s Route

หนึ่งสิ่งมีชีวิตลงมาที่ทุ่งรกร้างสีแดงทำให้ภูเขาเปล่งแสงและเดือดด้วยความร้อนเมื่อถึงเวลาที่มันจะระเบิดสิ่งมีชีวิตนั้นได้โจมตีด้วยความโกรธภูเขาแตกและจมลงสู่หุบเขาสิ่งมีชีวิตในตำนานที่ปกป้องแผ่นดินนั้นมีชื่อว่าเทร่า โอชุตต์ได้เดินทางมาถึงหมู่บ้าน Crackridge เธอได้ตะโกนหาเทร่า แต่กลับไม่มีเสียงตอบรับ จากนั้นคู่หูจึงแนะนำให้ลองดมกลิ่นดู เมื่อโอชุตต์ได้ลองดมก็ไม่มีพบกลิ่นอะไรแปลกๆ แต่เมื่อเธอตัดสินใจจะหาที่พัก ปรากฏว่าโอชุตต์รู้สึกเจ็บแปล๊บจากสัญชาตญาณ ทำให้เธอคิดว่าเทร่าน่าจะอยู่ใกล้ๆ แถวนี้แหละ จึงตัดสินใจหาข้อมูลจากชาวบ้านกันก่อน ให้เราเดินไปยังทางด้านขวาที่หน้าโรงแรมจะพบหญิงสาว 2 คน เข้ามาทักทายเราเพราะเห็นว่าคู่หูของเราน่ารักเลยอยากขอเล่นกับมันหน่อย แต่คู่หูไม่พอใจเราจึงเข้าไปปลอบแล้วคุยกับหญิงสาวต่อ ในระหว่างนั้นเองเราก็เลยถามว่าพวกเธอรู้ไหมว่าเทร่าอยู่ที่ไหน หญิงสาวทั้ง 2 ก็ตกใจจากนั้นเกิดแผ่นดินไหวขึ้น เมื่อมันสงบ นายกของหมู่บ้านก็เดินเข้ามาพร้อมถามว่าเมื่อกี้เธอเป็นคนเรียกเทร่างั้นหรอ เราก็เลยถามว่ารู้ไหมเทร่าอยู่ที่ไหน นายกก็ไม่ปฏิเสธและบอกทันทีว่ารู้ มันอยู่ข้างใต้นี้แหละกำลังนอนหลับอยู่ เมื่อทำให้มันโกรธโดยรบกวนการนอนหลับของมัน พื้นดินก็จะสั่นสะเทือนเหมือนที่เธอทำเมื่อกี้นี้แหละ เราก็เลยบอกถึงสาเหตุที่มาก็เพาะต้องการจับเทร่ากลับบ้าน ทำให้นายกตกใจ แถมบอกอีกว่าให้ช่วยพาไปหาเทร่าหน่อย นายกเห็นดังนั้นก็เลยแกล้งทำเป็นปวดท้องทำให้พาไปไม่ได้ เมื่อเห็นแบบนี้ก็เลยคุยกับคู่หูว่าไปหาคนอื่นแทนก็ได้ ทีนี้ให้เดินไปที่หน้าร้านขายอุปกรณ์ จะเจอชายที่ชื่อ ปอม นั่งไส้กิ่วอยู่หน้าร้าน ด้วยความเป็นคนตรงไม่ทันไรก็เลยเดินไปถามปอมว่ารู้มั้ยว่าเทร่าอยู่ไหน ปอมก็บอกว่ารู้สิแต่ตอนนี้เขาหิวให้เราช่วยไปหาของกินมาให้เขาหน่อย หลังจากนั้นค่อยมาพูดถึงเรื่องเทร่ากัน สำหรับของกินที่ปอมต้องการนั้นก็คือเนื้อจากตัว Buttermeep โดยมอนสเตอร์ตัวนี้เราจะพบได้ใน Western Crackridge Wilds แผนที่ทางซ้ายของหมู่บ้าน Crackridge นั่นแหละ โดยมันมีลักษณะเป็นลูกหมูตัวเล็กมีหลังสีเหลืองพบได้ทั่วไปในแผนที่นี้หาได้ไม่ยาก เมื่อเจอแล้วก็พยายามใช้สกิล Capture ของ โอชุตต์ จับมันให้ได้ […]
บทสรุป Ochette – Chapter 2: Glacis’s Route

หนึ่งสิ่งมีชีวิตลงมาสู่แดนหิมะสีเงินพายุหิมะอันยิ่งใหญ่ได้เกิดขึ้นราวกับว่าจะแช่แข็งไปทั่วทั้งทวีปสิ่งมีชีวิตนั้นได้แสดงการตำหนิลงโทษทำให้หิมะกระจายและร่วงหล่นสร้างภูเขาที่สูงถึงฟ้าสิ่งมีชีวิตในตำนานที่ปกป้องแผ่นดินนั้นมีชื่อว่า กราซิส โอชุตต์ได้เดินทางมาถึง Stormhail Snows พร้อมกับได้ยินเสียงร้องของอะไรบางอย่าง เธอจึงถามคู่หูว่ามันอาจจะเป็นเสียง กราซิล หรือเปล่า คู่หูก็บอกว่าให้เธอรีบไปจับมันแล้วกลับบ้านกันเถอะ แถวนี้อากาศมันหนาวมากเกินไป โอชุตต์ก็ได้ตัดสินที่จะตรวจสอบที่ภูเขา เพราะเธอคิดว่าเสียงมันน่าจะมาจากที่นั่น จากในเมืองก็ให้เราเดินไปด้านบนเข้าสู่ Stormhail: Bridge แล้วเดินตรงไปต่ออีกนิดจะเห็นว่ามีอัศวินเฝ้ายาม ปิดทางเข้าอยู่ อัศวินที่เห็นโอชุตต์ก็บอกว่าเธอดูไม่คุ้นหน้าเลยเป็นนักเดินทางสินะ ที่นี่คือยอดเขาศักดิ์สิทธิ์อัลตาเฮ กลาซิสผู้พิทักษ์แผ่นดินได้อาศัยอยู่ที่นี่ กลาซิสได้ทำให้ที่นี่มีหิมะตกไม่เคยหยุดมาหลายปีแล้ว ตั้งแต่ที่มีกลุ่มนักล่าได้ตามไล่กลาซิส พวกเราก็เลยได้สร้างประตูกั้นนี้ขึ้นมาเพื่อปกป้องกลาซิส หลังจากนั้นอัศวินที่เฝ้าทางเข้าก็ได้ไล่โอชุตต์ให้กลับไป เพราะว่าเขาไม่เชื่อใจเธอ โอชุตต์ก็ไม่ยอมถอย ตอนนี้ให้เรากด Provoke ใส่อัศวินเฝ้ายามเพื่อใช้กำลังผ่านประตูกันเถอะ เมื่อเข้ามาทั้งโอชุตต์และคู่หูก็รู้สึกหนาว ทางด้านคู่หูก็แซวว่าให้เอามือแตะคอสิจะได้หายหนาว เป็นการประชดเหตุการณ์ก่อนหน้านี้ที่โอชุตต์ได้หลอกคู่หูว่าถ้าอยากแก้หนาวก็ให้เอามือแตะที่คอ แต่โอชุตต์ก็บอกว่าเธอไม่ทำแบบนั้นหรอก เพราะมีวิธีแก้หนาวที่ดีกว่า แล้วเธอก็ตะโกนหอนเต็มกำลังส่งเสียงดังเป็นอย่างมาก ทำให้ภูเขาหิมะเกิดการถล่มลงมา จากนั้นก็มีชายคนหนึ่งที่ชื่อว่า ไฮก ถามว่าเสียงตะโกนเมื่อกี้เป็นเธอใช่มั้ยที่ทำ เธอไม่ใช่มนุษย์นี่ โอชุตต์ก็ยอมรับทั้งหมด ไฮกสงสัยว่าโอชุตต์เข้ามานี่ได้ยังไง แถมหิมะที่ถล่มก็ปิดทางของเขาพอดี ทำให้ต้องใช้เส้นทางอื่น โอชุตต์ก็ถามว่าไฮกมาทำอะไรที่นี่ ไฮกไม่ตอบและถามกลับด้วยคำถามเดียวกัน ก่อนที่ไฮกจะไปก็ได้เตือนโอชุตต์ว่าให้กลับบ้านไปเถอะ เพราะความประมาทอาจทำให้ถึงตายได้ หิมะที่นี่ไม่มันไม่ปกติ เป็นหิมะที่เต็มไปด้วยความเกลียดชัง เดินทางขึ้นเขากันต่ออีกเล็กน้อย จะได้เจอกับไฮกที่กลางทาง ปรากฏว่าที่ไฮกสำรวจอยู่บนภูเขาแห่งนี้ก็เพื่อตามหาและนำศพของเหล่าญาติ ผองเพื่อน […]
เทคนิคเก็บเลเวลจาก 20 ไป 40

ก่อนจะเริ่มเก็บเลเวลมาเตรียมความพร้อมกันก่อนเริ่มจาก Montwise ไปทางด้านขวาเข้าสู่ Abandoned Traverse แผนที่เลเวล 30 และเมื่อไปตามทางต่อก็จะเข้าสู่ Abandoned Church แผนที่เลเวล 31 ในแผนที่นี้ให้เราเดินมาทางขวาจะเจอกับกล่องสมบัติที่อยู่หลังแท่นปราศรัย ภายในนั้นจะมี Black Dagger มีดพลังโจมตีถึง 118 เมื่อเก็บได้แล้วก็แนะนำให้พยายามเก็บเลเวลของปาร์ตี้หลักให้ถึงช่วงประมาณ 20-25 ขั้นต่อไปเราจะเดินทางไปที่เมือง Stormhail ที่เป็นเมืองเนื้อเรื่องบทที่ 2 ของโอชุตต์ แต่เราจะยังไม่ได้เริ่มเนื้อเรื่องตอนนี้ สาเหตุที่ให้ไปก็เพื่อจะเอาอาวุธระดับสูงมาใช้ก่อนเพื่อการเก็บเลเวลเท่านั้นเอง ก็ให้เริ่มจากออกจากเมือง Montwise ไปทางด้านซ้ายเข้าสู่ Western Montwise Pass ไปทางด้านซ้ายพอมาถึงทางแยกที่มีจุดเซฟให้ขึ้นไปด้านบน ตรงขึ้นไปจนสุดท้ายจะพบว่ามีคนยืนเฝ้าขวางทางเข้าถ้ำเอาไว้อยู่ ให้เรากด Challenge แล้วเอาชนะเขาให้ได้ เมื่อชนะก็จะได้รับสกิล Twin Serpent ของฮิคาริมา ก็ให้ติดตั้งได้เลย สกิลนี้ดีมาก เป็นการโจมตีศัตรูทุกตัวจำนวน 2 ครั้งด้วยหอกและใช้ SP เพียงแค่ 19 เท่านั้น เป็นหนึ่งในสกิลหากินเอาไว้เก็บเลเวลได้สบาย (หากไม่ชนะก็แนะนำให้ไปเก็บเลเวลให้ฮิคาริเพิ่มจนกว่าจะล้มเขาให้ได้ โดยเขาจะมี HP […]
บทสรุป Hikari – Chapter 2

ฮิคาริหลังจากเร่ร่อนอยู่นาน ในที่สุดก็เดินทางมาถึง Montwise ซึ่งเป็นสถานที่จากข่าวลือที่เขาได้รับมาว่า คาซาน อดีตผู้บัญชาการกองทัพของคู ได้อาศัยอยู่ที่นี่ ทีนี้ก็มาเริ่มจากตามหาตัวคาซานภายในเมืองนี้กันก่อนเลย ให้เราสำรวจเมืองจนพอใจก่อนก็ได้ เมื่อพร้อมแล้วก็ให้ไปที่ส่วน Montwise: Underground Arena มันคือสังเวียนแห่งการต่อสู้และการพนัน ฮิคาริเห็นรูปแบบในสังเวียนก็ไม่ค่อยพอใจเท่าไหร่นัก ระหว่างนั้นเองคาซานก็เดินเข้ามาทักทาย แล้วบอกว่าไม่เจอกันนานเลยนะ พร้อมยื่นถ้วยเหล้าให้ ฮิคาริไม่สนใจแต่กลับบอกว่าตอนนี้เขาต้องการความช่วยเหลือจากคาซานเพื่อที่จะโค่นล้มมูเกนและกอบกู้คูให้กลับมาสงบสุขเหมือนเดิม คาซานก็ยินดีที่จะช่วยเหลือฮิคาริเพียงแต่เขาต้องการให้ฮิคาริทำอะไรบางอย่างก่อน พูดจบคาซานก็ผลักฮิคาริลงไปบนสังเวียน บังคับให้ฮิคาริต้องต่อสู้ทันที ตรงจุดนี้ให้เราไปกด Challenge กับนักสู้ที่อยู่ในสังเวียน พอชนะฮิคาริก็จะมาหาคาซานพร้อมบอกว่าให้คาซานอธิบายมาว่าทำไมเขาถึงต้องทำแบบนี้ คาซานก็บอกว่ามันเป็นหนึ่งในขั้นตอนที่จำเป็น โดยเขาขอให้ฮิคาริไปเป็นกลาดิเอเตอร์ในสังเวียน อันที่จริงแล้วตอนนี้เขาไม่มีเงิน ปีกของอินทรีย์ถูกมัดด้วยหนี้สินทำให้เขาออกบินไม่ได้ ที่ฮิคาริต้องทำก็แค่เพียงกวัดแกว่งดาบ แล้วโชคลาภของเขาก็จะกลับมา ปีกก็จะสยายโบยบินสู่ท้องฟ้าได้ดั่งเดิม และแน่นอนว่ามันจะทำให้เขาสามารถช่วยเหลือฮิคาริได้ ฮิคาริจึงได้ตกลงให้ความร่วมมือ ในตอนนั้นเอง บันเดแลม สุดยอดนักสู้แห่งสังเวียนที่พรากชีวิตผู้อื่นกว่า 100 ศพก็ได้โชว์ฝีมือ สังหารเหล่านักสู้อีก 4 คน ได้รับเสียงเชียร์จากเหล่าผู้ชม ก่อนที่บันเดแลมจะเดินลงจากเวทีก็ได้สบตาเข้ากับฮิคาริ แล้วก็เดินจากไปโดยที่ทั้งคู่ไม่ได้พูดอะไร จากนั้นฉากจะตัดมาที่กลางเมืองคาซานกับฮิคาริก็จะมาสรุปกันว่า ฮิคาริจะต้องพิชิตสนามประลองแห่งนี้ให้ได้ เมื่อเราเตรียมตัวพร้อมแล้วก็ไปที่เคาน์เตอร์ใน Montwise: Underground Arena ได้เลย คุยกับพนักงานเพื่อลงทะเบียนเข้าต่อสู้ หลังจากชนะในนัดแรก […]
บทสรุป Agnea – Chapter 2

แอ็กเนียได้เดินทางมาถึงมหานคร New Delsta ในสมัยก่อนหม่าม้าได้พาเธอเดินทางไปทั่วทวีปฝั่งตะวันตก แต่เธอก็ไม่เคยเห็นเมืองที่เป็นแบบนี้มาก่อนเลย แล้วเธอก็เห็นป้ายประกาศ การแสดงของซุปเปอร์สตาร์ โดลซิเนีย เมื่อเธอมองไปทั่วทั้งเมืองต่างก็มีป้ายแบบนี้ติดอยู่ไปทั่ว แถมชาวเมืองต่างก็พูดคุยเกี่ยวกับเรื่องของโดลซิเนีย ทำให้แอ็กเนียอยากจะพบกับเธอ ทีนี้ก็ให้เราเดินทางไปยังด้านหน้าโรงละคร ที่อยู่ซ้ายบน เมื่อมาแล้วให้ไปคุยกับการ์ดที่อยู่หน้าประตู แอ็กเนียได้เห็นโรงละครใหญ่ครั้งแรกก็รู้สึกตกใจ จากนั้นก็พยายามเดินเข้าไป แต่การ์ดที่อยู่หน้าประตูได้ขอตรวจตั๋วเข้าชม เนื่องด้วยแอ็กเนียไม่มีจึงไม่สามารถเข้าไปภายในได้ จึงต้องออกตามหาตั๋วเข้าชมกันก่อน ต่อไปให้เราเดินไปที่บาร์และปรับเวลากลางคืนจากนั้นให้ใช้ Entreat เพื่อขอตั๋วจากผู้หญิงชุดเขียวที่ยืนอยู่หน้าบาร์ แล้วเราจะได้ Theater Ticket มา ทีนี้ก็กลับไปที่โรงละครที่เดิมแล้วกดคุยกับการ์ด เพื่อยื่นตั๋วเข้าชมให้กับเขา เมื่อเราได้ชมโชว์การแสดงของโดลซิเนียเสร็จฉากจะตัดมาที่หน้าโรงละคร มีชายคนนึงถูกการ์ดโยนออกมาที่หน้าโรงละคร จากนั้นชายที่ชื่อ ลามานี่ก็บอกว่าหากต้องการเข้าชมการแสดงก็ควรซื้อตั๋วมาสิ ชายที่ถูกโยนก็เถียงว่ามันแค่เงินนิดเดียวทำไมเขี้ยวขนาดนี้ เขาแค่อยากชมการแสดงนิดหน่อยเอง ลามานี่ก็บอกว่าโดลซิเนียเป็นสุดยอดนักเต้นแห่งนี้ และนี่คือโรงละครไม่ใช่การกุศล กลับมาเมื่อมีเงินหรือไม่ก็ไม่ต้องมาเลย จากนั้นสักพักชายคนนั้นก็ยังยืนอยู่ที่เดิมและบ่นว่า การแสดงมันจบลงซะแล้วดูเหมือนว่าเขาจะไม่มีโอกาสได้ดู แล้วเขาก็หันไปเห็นแอ็กเนียที่ออกมายืนเต้นอยู่หน้าโรงละครพอดี ชายคนนั้นก็ได้ตบมือชมการเต้นของแอ็กเนีย แล้วเขาก็แนะนำตัวเองว่าชื่อ กิล เปิดบาร์อยู่ที่ตรอกหลังเมือง แล้วกิลก็ชวนแอ็กเนียให้ไปที่บาร์ของเขาด้วย แล้วเขาจะเสิร์ฟกาแฟเป็นค่าชมการเต้นของเธอเมื่อกี้นี้ ทีนี้ก็ให้เราไปที่ New Delsta: Backstreets เดินไปทางฝั่งซ้ายของแผนที่แล้วขึ้นบันไดไปก็จะพบกับบาร์ของกิลแล้ว เมื่อมาถึงกิลก็เสิร์ฟกาแฟตามที่ได้บอกเอาไว้ พอแอ็กเนียชิมก็บอกว่ามันรสชาติหวานปนขม กิลก็บอกว่านี่แหละคือรสชาติของความฝัน มีเพียงไม่กี่คนเท่านั้นที่สามารถกลายเป็นดาราได้ […]
บทสรุป The Scholar & Merchant, Part 1

ออสวอลด์และพาร์เททิโอมาถึงมหานคร New Delsta ความมีชีวิตชีวาของเมืองนั้นไม่เหมือนสิ่งใดที่พวกเขาเคยสัมผัสมาก่อน และพวกเขาทำได้เพียงสงสัยว่าจะมีอะไรรออยู่ เมื่อมาถึงเมืองก็รู้สึกถึงความแปลกตาไม่เหมือนสถานที่ที่พวกเขาเคยอยู่มาก่อน ระหว่างนั้นก็เห็นชายคนหนึ่งอาการไม่ค่อยดีเดินอยู่และล้มลงไป พวกเราก็เลยวิ่งไปดู ชายคนนั้นก็บอกว่าเขาคือนักวิชาการ ตอนนี้เขาหิวมากก็เลยมีสภาพเป็นก้อนเนื้อแบบนี้ พาร์เททิโอก็เลยเอาขนมปังให้เขากิน ชายคนนั้นก็ขอบคุณที่ช่วยชีวิต เขาไม่ได้กินอะไรมา 3 วัน 9 ชั่วโมง 23 นาทีแล้ว พาร์เททิโอบอกว่าหยุดก่อนนี่นายเล่นนับเวลาในขณะที่กำลังจะตายเพราะความหิวนี่นะ ออสวอลด์ก็บอกว่า มันเป็นธรรมชาติของนักวิชาการที่จะคอยบันทึกสถิติตลอดเวลาไม่ว่าจะในสถานการณ์ไหนก็ตาม ใช่ไหมเรกูลัส ชายคนนั้นก็ตกใจแล้วทักกลับว่านายคือออสวอลด์งั้นหรอ กลายเป็นว่าทั้ง 2 คนนี้เป็นเพื่อนกันตั้งแต่ช่วงสมัยเป็นนักศึกษา ออสวอลด์ก็ถามว่าเขามาทำอะไรที่นี่ เรกูลัสก็บอกว่าเขามาตามหาวัสดุสำหรับทำวิจัยสิ่งประดิษฐ์ที่ทำให้โลกตะลึง ออสวอลด์ก็เกิดอยากรู้อยากเห็นขึ้นมาเลยทีเดียวว่ามันคืออะไร ก็เลยตัดสินใจว่าจะไปคุยกับต่อที่บาร์ เมื่อมาถึงบาร์เรกูสัลก็บอกว่าสิ่งประดิษฐ์อันนี้คือ กล้องโทรทรรศน์ดาราศาสตร์ (กล้องดูดาว) เพียงแต่ตอนนี้มันยังไม่สมบูรณ์ดี เนื่องจากเข้าไปเล่นพนันแต่กลับเสียทำให้เงินทุนไม่พอ เรกูลัสก็บ่นอีกว่า “โอกาสมักจะเข้าข้างฉันเสมอ แต่ดวงดาวกลับทอดทิ้งฉันในยามที่ฉันต้องการความช่วยเหลือ” ออสวอลด์ก็บอกว่านายน่าจะเข้าใจเรื่องโอกาสผิดแล้วล่ะ การพนันมันก็แค่เรื่องของความน่าจะเป็น นายน่ะมีสมองที่เฉียบแหลมแต่กลับเหมือนคนโง่เมื่อมีเรื่องเงินมาเกี่ยว เรกูลัสก็บอกว่าตอนนี้เขาเหลือเงินแค่เพียงนิดเดียว ทางพาร์เททิโอก็อาสาเองว่าหากเรกูลัสนำเงินนี้มอบให้เขา เขาจะหาของที่เรกูลัสต้องการเพื่อทำกล้องดูดาวมาให้ทั้งหมดเอง เรกูลัสก็บอกว่าตอนนี้ขาดแค่ส่วนประกอบอีกเพียง 3 ชิ้นเท่านั้นคือ เครื่องมืองานโลหะ, กระจกและเลนส์ที่มีความแม่นยำ เริ่มกันที่คนแรก ให้เข้าไปบาร์อีกครั้งในเวลากลางวัน จะเห็นคนที่ใส่หมวกเขียวยืนอยู่ตรงหน้าเคาน์เตอร์ ให้กด Purchase […]
บทสรุป Throne – Chapter 1

ไม่เอาอีกแล้วไม่เอากลิ่นนี้แล้วทุกครั้งที่ฉันสูดกลิ่นนี้เข้าไปมันรู้สึกเหมือนปอดของฉันกำลังเน่าเปื่อย…กลิ่นของเลือด ณ ทางท่อระบายน้ำใต้ดินโทรเน่และเพื่อนอีก 3 คน ปิโร่ สการัชชี่ ดอนนี่ กำลังวิ่งหนีอะไรอยู่สักอย่าง ดอนนี่ ที่ดูเหมือนอาการแย่มากเลือดไหลไม่หยุด ในที่สุดก็วิ่งมาถึงประตูที่เป็นเส้นทางหลบหนี แต่ปรากฏว่าประตูมันล็อคเปิดออกไม่ได้ ในที่สุดทั้งกลุ่มของโทรเน่ก็ถูกตามเจอและเข้าต่อสู้ จนกระทั่งเวลาผ่านไปดอนนี่ทนพิษบาดแผลไม่ไหวได้เสียชีวิตไป ตอนนี้โทรเน่ก็รู้สึกเหมือนว่ามีใครวางแผนทำให้พวกเธอตกอยู่ในสถานการณ์นี้ น่าจะเพราะมีคนหักหลัง สุดท้ายพวกเขาก็ต้องหาทางอื่นไปต่อ ให้เราวิ่งไปจนสุดท้าย ตัวเกมก็จะสอน Path Action ตอนกลางคืนของโทรเน่ Ambush (ซุ่มโจมตี) ทำให้ชาวเมืองสลบ ส่วนใหญ่เอาไว้ใช้เพื่อเปิดทางที่มีคนยืนบังหรือยืนปิดทางไว้ ทีนี้ก็ให้เราขึ้นบันไดอ้อมไปด้านบนแล้วลงมากด Ambush ใส่ศัตรูที่ขวางทางได้เลย เมื่อศัตรูสลบไปแล้ว สการัชชี่ก็จะให้ลงมือฆ่ามันซะ แต่เราก็ปฏิเสธเพราะว่าไม่จำเป็น ทำให้สการัชชี่ดูไม่ค่อยพอใจ ทีนี้ก็ให้เปิดประตูแล้วเดินไปต่อ แต่ก็มีศัตรูอีกกลุ่มเข้ามาขวางทาง เมื่อกำจัดได้เราก็จะหนีออกจากท่อน้ำนี่ได้สักที จากนั้นโทรเน่ก็บอกว่างานของเรายังไม่จบให้รีบกลับไปที่บ้านกัน ปิโร่บอกว่า 2 คนนั้นคงจะไม่พอใจกับสิ่งที่เกิดขึ้นแน่ สการัชชี่ก็รู้สึกกลัวและบอกว่าพวกเรายังไม่ได้ทำอะไรผิดเลยนะ เขาขอตายดีกว่ากลับไปรับการลงโทษ โทรเน่ก็บอกว่าเราไม่มีทางเลือกตราบใดที่ยังมีปลอกคอคล้องอยู่ จำเป็นต้องคอยฟังคำสั่งจาก 2 คนนั้นอยู่ดี สุดท้ายจึงตัดสินใจแยกย้ายกันแล้วไปเจอกันที่บ้าน เพื่อหลีกเลี่ยงฝ่ายศัตรูจะตามเจอ “อสรพิษทมิฬ”กลุ่มอาชญากรที่มีความสัมพันธ์กับแวดวงเหล่าเศรษฐีในอาณาจักร พวกเขาควบคุมทั้งทรัพย์สินและอำนาจของเมืองนี้และฉันก็เป็นหนึ่งในลูกน้องของกลุ่มนี้งานของฉันคือการขโมยและคอยเก็บกวาด ทีนี้ให้เราหาทางกลับไปที่บ้าน โดยจะอยู่ในซอยลึกแถวเชิงบันได ให้วิ่งตรงตามซอยเข้าไปจนสุดก็จะเจอเข้ากับบ้านใหญ่หลังหนึ่ง New […]