บทสรุป Osvald – Chapter 3

ออสวอลด์ในที่สุดก็เดินทางกลับมายังบ้านของตนในเมือง Conning Creekทุกสิ่งอย่างที่เขามีล้วนอยู่ในเมืองนี้ แต่เพียงแค่พริบตาทุกสิ่งอย่างนั้นก็ถูกพรากไปฮาร์วีย์ ฉันจะขอแก้นแค้นแกเมื่อออสวอลด์ใจเย็นลงแล้ว พยายามจะสืบหาที่อยู่ของฮาร์วีย์ให้ได้ ก่อนอื่นให้เราวิ่งกลับไปที่บ้านของออสวอลด์ที่อยู่ในเมืองนี้ก่อน โดยให้วิ่งไปทางขวาเรื่อยๆ จนสุดทางก็จะเจอกับซากบ้านที่ถูกไฟไหม้ เหตุการณ์เมื่อ 5 ปีก่อน ตอนนั้นเขาได้ไปที่ป่าใกล้เมือง เพื่ออยู่ตามลำพังใช้สมาธิกับความคิดของตัวเอง เขาทำมันเป็นกิจวัตร ซึ่งตอนนี้เขารู้แล้วว่ามันคือสิ่งที่ไม่ดีเลย ตอนเมื่อเขากลับมาทุกอย่างก็หายไป ถูกจับกุมจากทหารรักษาความปลอดภัยและไม่เคยกลับมาเลยจนกระทั่งตอนนี้ ออสวอลด์นึกย้อนไปสมัยอดีต ตอนที่ภรรยาและลูกของเขาอยู่ในบ้านที่เต็มไปด้วยความอบอุ่น ภรรยาแสดงความยินดีที่การประชุมเป็นไปด้วยดี ลูกสาวที่วิ่งเข้ามาหาอย่างรีบร้อนเพื่อต้อนรับพ่อของเขาที่กลับมาบ้าน กลับมาที่ปัจจุบันออสวอลด์พยายามสืบหาร่องรอยของฮาร์วีย์ ทั้ง 2 คนได้วิจัยเกี่ยวกับ เวทมนตร์ที่แท้จริงเพียงหนึ่งเดียว ฮาร์วีย์เองก็ต้องการผลงานวิจัยของออสวอลด์ทำให้เขาตัดสินใจที่จะไปยังห้องวิจัยของเขา เดินเข้าไปยังถ้ำหลังบ้าน ซึ่งเป็นห้องวิจัยของออสวอลด์ในอดีต ตอนนี้สภาพของมันทุกอย่างยังคงครบถ้วนสมบูรณ์ ออสวอลด์ได้เดินสำรวจพบว่าสิ่งที่หายไปมีเพียงแค่ สูตรคำนวณในงานวิจัยครั้งสุดท้าย แต่ออสวอลด์ไม่เข้าใจอยู่ดีว่าทำไมฮาร์วีย์ถึงต้องการมัน เพราะเส้นทางการวิจัยของทั้ง 2 แตกต่างกัน ขณะนั้นเองก็มีหญิงสาวคนหนึ่งได้ทักว่าเขาคือใคร เพียงแต่เมื่อหญิงสาวได้เดินเข้ามาใกล้จนกระทั่งได้เห็นหน้าก็ตกใจ ออสวอลด์เริ่มทักทายก่อน เธอคือ คลาริสซา อดีตผู้ช่วยของเขานั่นเอง สาเหตุที่สภาพห้องวิจัยยังคงดีอยู่ก็เป็นเพราะเธอนี่เอง เธอก็ถามเลยว่าออสวอลด์ตัวจริงนั้นควรจะถูกขังอยู่ในเกาะ Frigit อยู่ไม่ใช่หรอ ออสวอลด์เลยบอกว่าเขาหลบหนีออกมา เธอก็บอกว่างั้นมีอะไรเป็นข้อพิสูจน์ล่ะว่าเขาคือตัวจริง เพียงแค่รูปร่างเหมือนตัวจริงนั่นยังคงไม่พอ เพราะผลงานวิจัยของที่นี่เป็นเหมือนดังขุมทรัพย์ อาจมีผู้ร้ายที่ทำแม้กระทั่งปลอมตัวมาเพื่อขโมยก็เป็นไปได้ สุดท้ายเธอก็ได้บอกว่าถ้าคุณเป็นออสวอลด์ตัวจริง จะต้องมีวิธีในการต้านรับเวทยมนตร์ของเธอได้แน่นอน และผลลัพธ์ของต่อการสู้ครั้งนี้จะเป็นตัวพิสูจน์เองว่า […]

บทสรุป Ochette – Chapter 2: Cateracta’s Route

หนึ่งสิ่งมีชีวิตลงมายังทะเลสีฟ้าคลื่นใหญ่เหมือนภูเขาโหมเข้ามาใกล้ฝั่ง และข่มขู่หมายจะกลืนกินทุกสิ่งสิ่งมีชีวิตตัวนั้นได้โจมตีด้วยความเศร้าโศก คลื่นแตกสลาย ความสงบสุขกลับคืนมาสิ่งมีชีวิตในตำนานที่ปกป้องแผ่นดินนั้นมีชื่อว่าคาเทแลคต้า โอชุตต์ในที่สุดก็เดินทางมาถึงเมืองท่าเรือ Conning Creek เธอตื่นตาตื่นใจไปกับบรรยากาศและอาหารทะเล ในระหว่างที่เพลินเพลิดอยู่นั้นโอชุตต์และคู่หูก็ได้ยินเสียงร้องของอะไรบางอย่าง เลยตัดสินใจที่จะไปตรวจสอบที่มาของเสียง จุดนี้ก็ให้เราเดินไปยังบริเวณชายหาดและเดินไปจนสุดทาง บริเวณชายหาด โอชุตต์จะได้ยินเสียงร้องอีกครั้ง คราวนี้เธอแน่ใจแล้วว่าเสียงมันมาจากเกาะที่อยู่ใกล้กัน แต่ขณะนั้นเองมีหญิงสาวคนหนึ่งมาไล่ให้เราออกไป เธอมีชื่อว่าอัลฟิโอเน่ ผู้พิทักษ์แห่งคลื่น เธอสัมผัสได้ว่าโอชุตต์นั้นไม่ใช่มนุษย์แต่เหมือนจะเป็นเผ่าสัตว์ แต่อย่างไรก็ตามเธอไม่ยินยอมให้ใครเข้าใกล้เกาะแห่งนั้น สุดท้ายโอชุตต์ก็ต้องใช้กำลังให้กด Provoke ใส่เธอ หลังจากโอชุตต์ทุบเธอจนสลบให้ขึ้นไปที่เกาะ ออกสำรวจเล็กน้อยก็จะเจอเข้ากับโครงกระดูกของสิ่งมีชีวิตขนาดใหญ่ ซึ่งเป็นแหล่งที่มาของเสียง เนื่องจากลมพัดผ่านโครงกระดูกจึงทำให้เกิดเสียงร้องที่ได้ยิน จากนั้นอัลฟิโอเน่ที่ฟื้นและไล่ตามมาก็ได้บอกว่า ในที่สุดก็ได้เจอคาเทแลคต้าแล้วสินะ เธอมาตอนนี้ก็ดูเหมือนจะสายไป ทั้ง เกล็ด หนวด กรงเล็บ ไม่มีเหลือแล้ว แต่โอชุตต์ก็บอกว่าเธอไม่ได้มาเพื่อสิ่งของพวกนั้น เธอมาจาก Toto’haha มาที่นี่เพื่อนำตัวคาเทแลคต้ากลับไป เพราะภัยพิบัติกำลังมาเยือน แต่ดูเหมือนว่าคาเทแลคต้าจะตายแล้วเลยต้องหาทางอื่นแทน อัลฟิโอเน่ก็บอกให้เรารอก่อน ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา คาเทแลคต้าเป็นเทพผู้พิทักษ์แห่งท้องทะเลแห่งนี้ แม้ว่าจะผ่านมานานจนไม่มีใครในเมืองจำได้ก็ตาม เลยอยากให้เราตามเธอไปดูอะไรบางอย่างที่อยู่ในถ้ำแห่งนี้ ให้เราเดินเข้าไปในถ้ำจนเมื่อสุดทางก็จะเจอกับอัลฟิโอเน่ที่รอเราอยู่ อัลฟิโอเน่: ในที่สุดเธอก็มาถึงแล้ว นั่งลงก่อนสิโอชุตต์เดินเข้าไป แต่ก่อนที่เธอจะนั่ง ได้กลิ่นหอมของอาหารอัลฟิโอเน่: หิวมั้ย กินนี่สิ มันคือปลาแองเค่อโอชุตต์ก็ไม่รอช้านั่งลงแล้วกินมันลงไปทันทีโอชุตต์: นี่มันอร่อยมากเลยอัลฟิโอเน่: นั่นคือชีวิตสำหรับคุณ สิ่งมีชีวิตทุกชนิด กลืนกินชีวิตอื่นเพียงเพื่อมีชีวิตอยู่ […]

บทสรุป Temenos – Chapter 2

ณ มุมหนึ่งของเมือง Canalbrine ชายหนุ่มนักปรุงยากำลังวิ่งหนีจากการไล่ล่าของชายชุดดำ สุดท้ายเขาก็หนีไม่รอดถูกชายชุดดำฆ่าไป ก่อนจากไปชายชุดดำได้พูดออกมาว่า “โดเธอร์ เทพยาวิเศษ ได้รับบาดแผลสาหัสจากการต่อสู้กับเทพชั่วร้ายวีเด และหลับใหลไปชั่วนิรันดร์ หึ หวังว่าจะสวดส่งนายไปพร้อมกับพระคัมภีร์เล็กน้อย ทั้งหมดนี้ในนามของลอร์ดวีเด” ตัดมาที่เทเมนอส เพื่อสืบสวนการตายของพระสังฆราช เขาได้ตามรอยของบุคคลหนึ่งลูเซียน จนกระทั่งได้มาถึงเมืองแห่งน้ำ Canalbrine ตอนนี้ให้เริ่มจากการหาข้อมูลจากชาวเมืองกันก่อน ให้เดินที่ด้านบนกลางเมือง จะพบเหตุการณ์ที่ผู้พิทักษ์ศักดิ์สิทธิ์ได้มาปิดล้อมพื้นที่เอาไว้เพื่อสืบสวน ทำให้ชาวเมืองไม่สามารถเดินผ่านเข้าไปได้ เมื่อเราคุยกับชาวเมืองทำให้รู้ว่า เมื่อคืนนี้มีเหตุการณ์ฆาตกรรมและผู้ตายคือชายนักปรุงยาภายในเมืองคนหนึ่ง จากนั้นเทเมนอสได้เดินจากมาและคิดเกี่ยวกับเหตุการณ์ดังกล่าว ชายหนุ่มนักปรุงยาที่เป็นที่รู้จักภายในเมืองถูกฆาตกรรมโดยไม่ทราบผู้ร้าย ไม่รู้ว่ามันจะเกี่ยวข้องกับคดีของพระสังฆราชหรือเปล่า จากนั้นก็มีเหล่าการ์ดที่ตะเวนรอบเมืองมาพบกับเทเมนอสที่ทำตัวน่าสงสัยอยู่ เทเมนอสก็บอกว่าเขาเป็นแค่เพียงผู้ตรวจสอบที่อ่อนน้อมถ่อมตน แต่การ์ดก็ไม่สนใจบอกเทเมนอสว่าอย่าขยับ เขาสงสัยว่าเทเมนอสซ่อนอาวุธไว้เขาต้องจับกุม ในระหว่างที่เทเมนอสกำลังจะถูกจับ คู่หูเก่าคริกก็ได้เข้ามาห้ามไว้ พร้อมบอกว่านั่นคือผู้ตรวจสอบเทเมนอสจากคริสตจักร ไม่จำเป็นต้องจับกุม เขาเป็นผู้รับรองให้เอง เมื่อการ์ดได้เห็นดังนั้นก็จากไปทันที จากนั้นเทเมนอสก็ทักทายคริก เทเมนอส: นี่คือหน้าที่ใหม่ของนายงั้นหรอคริก: ใช่แล้ว รู้มั้ยว่านายคือคนสุดท้ายที่ฉันคิดว่าจะได้เจอที่นี่ แต่ก็ดีใจนะที่ได้ช่วยนายไว้ก่อนที่จะถูกจับเข้าคุก ว่าแต่นายเป็นอะไรมั้ยดูหน้านายค่อนข้างซีดเทเมนอส: ฉันแค่รู้สึกอับอายมากที่ต้องเป็นหนี้บุญคุณเจ้าลูกแกะตัวน้อยคริก: ล ล ลูกแกะ… นายยังอยากกวนฉันอยู่สินะเทเมนอส: ยังไงก็แล้วแต่หนี้ก็คือหนี้ ฉันจะจำไว้นะ ฮาฮาฮา มาคิดดูแล้วการที่ฉันได้มาที่เมืองเดียวกับนายที่พึ่งมาประจำการนี่มันคริก: อย่าพูดว่า โชคชะตา เชียวนะเทเมนอส: […]

บทสรุป The Dancer & Warrior, Part 1

ขณะที่ฮิคาริและแอ็กเนียได้เดินทางมาที่หมู่บ้าน Ryu ก็ได้ยินเสียงดนตรี ซึ่งฮิคาริได้บอกว่ามันคือเสียงของลูตเครื่องดนตรียอดนิยมของคู แอ็กเนียและฮิคาริก็ได้เดินไปหาคนที่กำลังเล่นดนตรีอยู่ พร้อมเอ่ยชมว่ามันเป็นเสียงที่ไพเราะมาก เธอก็ได้แนะนำตัวเองว่าเธอชื่อ โยมิ พันเสียง เธอเดินทางไปทั่วโลกดื่มด่ำเสียงดนตรีไปตลอดทาง เธอมีดนตรีสำหรับทุกโอกาส ทุกสถานที่ ทุกผู้คน ฮิคาริได้ยินแบบนั้นก็สนใจ จึงอยากให้โยมิเล่นดนตรีเพื่อเขาสักครั้ง โยมิก็ตอบตกลงแต่การเล่นดนตรีก็ต้องมีค่าใช้จ่าย ให้เรากด Bride ใส่โยมิเพื่อจ่ายเงินค่าดนตรีให้เธอ เมื่อเธอรับเงินมาแล้วก็บอกว่าจะหาดนตรีที่ดีเหมาะกับชุดกิโมโนของฮิคาริ เพียงแต่เธอต้องขอเวลาสักเล็กน้อยให้เรากลับมาหาเธอใหม่อีกครั้งในวันพรุ่งนี้ แอ็กเนียก็เข้าใจเบื้องหลังโชว์ที่ยิ่งใหญ่ย่อมต้องมีการเตรียมตัว ตอนนี้ให้เราปรับเวลาเปลี่ยนเป็นกลางวันและกลางคืนอีกครั้งแล้วคุยกับโยมิ เมื่อคุยกันอีกครั้งคราวนี้แอ็กเนียและฮิคาริรู้สึกว่าโยมิมีอะไรแปลกไป โยมิก็บอกว่าเธอมีปัญหาเล็กน้อยสายลูตของเธอขาดจะต้องเปลี่ยนใหม่ ถ้าเล่นมันตอนนี้ก็เหมือนกับให้ทหารเข้าสนามรบโดยที่ถือดาบหักนั่นแหละ ฮิคาริก็บอกว่าถ้าจำไม่ผิดสายลูตนี่ทำจากขนของหางม้า โยมิก็บอกว่าใช่ ตอนนี้ก็มีคนที่อยู่ใกล้ๆ สามารถช่วยได้ เพียงแต่การขอให้เขาช่วยมันไม่ง่ายนัก เขาไม่ค่อยชอบช่วยเหลือคนที่ไม่รู้จักเท่าไหร่ แอ็กเนียก็บอกว่าคล้ายกับป่าป๊าของเธอเลย เธอเลยอาสาจะไปขอความช่วยเหลือจากชายคนนี้เอง ตอนนี้ให้เราเดินไปที่ชายที่ยืนอยู่กับม้าใกล้ๆ นั่นแหละ แล้วกด Entreat เพื่อเอา Horse Tail Hair จากเขามา แล้วคุยกับโยมิ พอเอาขนหางม้าให้เธอแล้วโยมิก็ดีใจ ส่วนเรื่องดนตรีเธอบอกว่าตอนนี้ดูจะไม่ใช่เวลาที่เหมาะสมขอให้เรามาใหม่อีกครั้งในวันพรุ่งนี้แทน คราวนี้ให้เราปรับเป็นเวลากลางคืนแล้ววิ่งผ่านน้ำเพื่อไปยังยอดเขาด้านหลัง โยมิจะรออยู่ที่นั่นแล้ว มาคราวนี้ก็ถึงเวลาที่เธอได้เริ่มบรรเลงดนตรีท่ามกลางแสงจันทร์ให้เราฟัง เมื่อฟังจบแอ็กเนียก็บอกว่ามันเป็นเพลงที่เธอไม่เคยได้ยินมาก่อน เพียงแต่มันฟังดูโศกเศร้า โยมิก็บอกว่านี่คือเพลงโปรดของเธอเลย แอ็กเนียเลยถามว่าทำไมถึงเล่นเพลงนี้ให้พวกเขาฟัง ฮิคาริบอกว่าเขาเคยฟังเพลงนี้มาก่อน เพื่อนของเขาซูกิมักจะเล่นเพลงนี้ด้วยลุตประจำ […]

บทสรุป Throne – Chapter 2: Mother’s Route

โทรเน่พยายามตามหาแม่ โดยเธอเคยได้ยินมาว่าเวลาที่แม่ออกตามหาสมาชิกใหม่ จะมาที่ร้านขายอุปกรณ์สำหรับม้าในเมือง Oresrush แห่งนี้ ในระหว่างนั้นเองก็มีเด็กชายสวมหน้ากากคอยสังเกตุโทรเน่อยู่ไกลๆ ให้เราเดินไปที่ร้านขายอุปกรณ์สำหรับม้าได้เลย (ร้านที่อยู่ระหว่างโรงแรมกับขายของทั่วไป) เมื่อเราเข้าไปก็ได้ยินเจ้าของร้านพูดว่า “ขอบคุณสำหรับการอุปถัมภ์ ผมจะเตรียมของให้คุณอย่างรวดเร็ว ในระหว่างนี้ให้คุณไปรอที่บาร์ได้เลย” ชายที่เจ้าของร้านพูดคุยด้วยก็เดินออกไป จากนั้นเจ้าของร้านก็ทักทายโทรเน่พร้อมแนะนำสินค้า โทรเน่ก็บอกจุดประสงค์ที่มาทันทีว่าเธอไม่ได้มาเพื่อหาซื้ออุปกรณ์เกี่ยวกับม้า แถมชายคนเมื่อกี้ที่เดินออกไปก็ดูไม่ได้มาซื้ออุปกรณ์เกี่ยวกับม้าเช่นกัน แต่เจ้าของร้านก็ปฏิเสธชายคนนั้นมาซื้อของเกี่ยวกับม้า พร้อมเอ่ยจบประโยคเชิญโทรเน่ออกจากร้านอย่างมีมารยาท เมื่อโทรเน่ออกมาด้านนอกจึงได้คิดสืบหาหนทางจากชายคนนั้นแทน ทีนี้ให้เราเดินไปที่บาร์ก็จะพบกับชายคนที่เราตามหา ให้กด Steal เพื่อขโมย Horse Coin มาจากเขา แล้วกลับไปที่ร้านขายอุปกรณ์สำหรับม้าอีกครั้ง คราวนี้เมื่อโทรเน่โชว์เหรียญที่แอบขโมยมาให้เจ้าของร้านดู ก็ได้รับการปฏิบัติที่แตกต่างจากเดิม คราวนี้โทรเน่ก็ได้ถามออกมาตามตรงว่าเธอต้องการข้อมูลของ แม่แห่งอสรพิษทมิฬ แต่เจ้าของร้านก็ปฏิเสธเนื่องด้วยแม่คือลูกค้าประจำ การให้ข้อมูลเธอนั้นดูเหมือนจะเกินอำนาจของเขามากเกินไป แต่โทรเน่ก็ไม่ยอมควักมีดออกมาข่มขู่ ทำให้เจ้าของร้านไม่มีทางเลือกจึงยอมคายข้อมูลออกมา โดยบอกว่าแม่นั้นได้นัดพบกับชายคนหนึ่งที่ถูกเรียกว่าพ่อค้าทาส ชายคนนี้ได้เปิดร้านค้าทาสที่โรงหลอมเก่าของเมือง การที่จะพบชายคนนี้ได้จะต้องมีคำพูดพิเศษ “ดื่มจากถ้วยในมือซ้ายของคุณ” โทรเน่จึงได้ขอบคุณและออกจากร้านไปทันที ให้เราเดินทางไปส่วนด้านหลังของเมือง โทรเน่จะสังเกตุเห็นเด็กชายที่สวมหน้ากาก แต่เด็กคนนั้นวิ่งหนีออกไปทันที อันที่จริงแล้วโทรเน่รู้ตั้งแต่ทีแรกที่เข้าเมืองแล้วว่าถูกเด็กชายคนนี้คอยจับตาดูอยู่ โทรเน่ตัดสินใจที่ไล่เด็กชายคนนั้นให้หยุดทางตามเธอได้แล้ว ให้เราเดินไปกำแพงหินทางด้านซ้าย ดูเหมือนที่เดินไปกำแพงหินจะเป็นการหลอกล่อให้เด็กชายปรากฏตัวออกมา โทรเน่เดินไปตลบหลังเพื่อขโมยหน้ากากมาจากเด็กชาย ใบหน้าที่อยู่ภายใต้หน้ากากทำให้โทรเน่ตกใจเป็นอย่างมาก เพราะว่ามันคล้ายกับใครบางคนที่เธอรู้จักจนเธอคิดว่ามันเป็นภาพลวงตา เด็กชายเห็นท่าไม่ดีก็ได้จังหวะวิ่งหนีออกไป ทีนี้ถึงเวลาเดินทางไปโรงหลอมที่สุดทาง แต่ก่อนเข้าไปแนะนำให้กดเซฟเอาไว้ก่อน จากนั้นค่อยไปคุยกับชายที่ยืนเฝ้าประตู เขาจะพูดประโยคหนึ่งที่เหมือนเป็นรหัสลับ […]

บทสรุป Ochette – Chapter 2: Tera’s Route

หนึ่งสิ่งมีชีวิตลงมาที่ทุ่งรกร้างสีแดงทำให้ภูเขาเปล่งแสงและเดือดด้วยความร้อนเมื่อถึงเวลาที่มันจะระเบิดสิ่งมีชีวิตนั้นได้โจมตีด้วยความโกรธภูเขาแตกและจมลงสู่หุบเขาสิ่งมีชีวิตในตำนานที่ปกป้องแผ่นดินนั้นมีชื่อว่าเทร่า โอชุตต์ได้เดินทางมาถึงหมู่บ้าน Crackridge เธอได้ตะโกนหาเทร่า แต่กลับไม่มีเสียงตอบรับ จากนั้นคู่หูจึงแนะนำให้ลองดมกลิ่นดู เมื่อโอชุตต์ได้ลองดมก็ไม่มีพบกลิ่นอะไรแปลกๆ แต่เมื่อเธอตัดสินใจจะหาที่พัก ปรากฏว่าโอชุตต์รู้สึกเจ็บแปล๊บจากสัญชาตญาณ ทำให้เธอคิดว่าเทร่าน่าจะอยู่ใกล้ๆ แถวนี้แหละ จึงตัดสินใจหาข้อมูลจากชาวบ้านกันก่อน ให้เราเดินไปยังทางด้านขวาที่หน้าโรงแรมจะพบหญิงสาว 2 คน เข้ามาทักทายเราเพราะเห็นว่าคู่หูของเราน่ารักเลยอยากขอเล่นกับมันหน่อย แต่คู่หูไม่พอใจเราจึงเข้าไปปลอบแล้วคุยกับหญิงสาวต่อ ในระหว่างนั้นเองเราก็เลยถามว่าพวกเธอรู้ไหมว่าเทร่าอยู่ที่ไหน หญิงสาวทั้ง 2 ก็ตกใจจากนั้นเกิดแผ่นดินไหวขึ้น เมื่อมันสงบ นายกของหมู่บ้านก็เดินเข้ามาพร้อมถามว่าเมื่อกี้เธอเป็นคนเรียกเทร่างั้นหรอ เราก็เลยถามว่ารู้ไหมเทร่าอยู่ที่ไหน นายกก็ไม่ปฏิเสธและบอกทันทีว่ารู้ มันอยู่ข้างใต้นี้แหละกำลังนอนหลับอยู่ เมื่อทำให้มันโกรธโดยรบกวนการนอนหลับของมัน พื้นดินก็จะสั่นสะเทือนเหมือนที่เธอทำเมื่อกี้นี้แหละ เราก็เลยบอกถึงสาเหตุที่มาก็เพาะต้องการจับเทร่ากลับบ้าน ทำให้นายกตกใจ แถมบอกอีกว่าให้ช่วยพาไปหาเทร่าหน่อย นายกเห็นดังนั้นก็เลยแกล้งทำเป็นปวดท้องทำให้พาไปไม่ได้ เมื่อเห็นแบบนี้ก็เลยคุยกับคู่หูว่าไปหาคนอื่นแทนก็ได้ ทีนี้ให้เดินไปที่หน้าร้านขายอุปกรณ์ จะเจอชายที่ชื่อ ปอม นั่งไส้กิ่วอยู่หน้าร้าน ด้วยความเป็นคนตรงไม่ทันไรก็เลยเดินไปถามปอมว่ารู้มั้ยว่าเทร่าอยู่ไหน ปอมก็บอกว่ารู้สิแต่ตอนนี้เขาหิวให้เราช่วยไปหาของกินมาให้เขาหน่อย หลังจากนั้นค่อยมาพูดถึงเรื่องเทร่ากัน สำหรับของกินที่ปอมต้องการนั้นก็คือเนื้อจากตัว Buttermeep โดยมอนสเตอร์ตัวนี้เราจะพบได้ใน Western Crackridge Wilds แผนที่ทางซ้ายของหมู่บ้าน Crackridge นั่นแหละ โดยมันมีลักษณะเป็นลูกหมูตัวเล็กมีหลังสีเหลืองพบได้ทั่วไปในแผนที่นี้หาได้ไม่ยาก เมื่อเจอแล้วก็พยายามใช้สกิล Capture ของ โอชุตต์ จับมันให้ได้ […]

บทสรุป Ochette – Chapter 2: Glacis’s Route

หนึ่งสิ่งมีชีวิตลงมาสู่แดนหิมะสีเงินพายุหิมะอันยิ่งใหญ่ได้เกิดขึ้นราวกับว่าจะแช่แข็งไปทั่วทั้งทวีปสิ่งมีชีวิตนั้นได้แสดงการตำหนิลงโทษทำให้หิมะกระจายและร่วงหล่นสร้างภูเขาที่สูงถึงฟ้าสิ่งมีชีวิตในตำนานที่ปกป้องแผ่นดินนั้นมีชื่อว่า กราซิส โอชุตต์ได้เดินทางมาถึง Stormhail Snows พร้อมกับได้ยินเสียงร้องของอะไรบางอย่าง เธอจึงถามคู่หูว่ามันอาจจะเป็นเสียง กราซิล หรือเปล่า คู่หูก็บอกว่าให้เธอรีบไปจับมันแล้วกลับบ้านกันเถอะ แถวนี้อากาศมันหนาวมากเกินไป โอชุตต์ก็ได้ตัดสินที่จะตรวจสอบที่ภูเขา เพราะเธอคิดว่าเสียงมันน่าจะมาจากที่นั่น จากในเมืองก็ให้เราเดินไปด้านบนเข้าสู่ Stormhail: Bridge แล้วเดินตรงไปต่ออีกนิดจะเห็นว่ามีอัศวินเฝ้ายาม ปิดทางเข้าอยู่ อัศวินที่เห็นโอชุตต์ก็บอกว่าเธอดูไม่คุ้นหน้าเลยเป็นนักเดินทางสินะ ที่นี่คือยอดเขาศักดิ์สิทธิ์อัลตาเฮ กลาซิสผู้พิทักษ์แผ่นดินได้อาศัยอยู่ที่นี่ กลาซิสได้ทำให้ที่นี่มีหิมะตกไม่เคยหยุดมาหลายปีแล้ว ตั้งแต่ที่มีกลุ่มนักล่าได้ตามไล่กลาซิส พวกเราก็เลยได้สร้างประตูกั้นนี้ขึ้นมาเพื่อปกป้องกลาซิส หลังจากนั้นอัศวินที่เฝ้าทางเข้าก็ได้ไล่โอชุตต์ให้กลับไป เพราะว่าเขาไม่เชื่อใจเธอ โอชุตต์ก็ไม่ยอมถอย ตอนนี้ให้เรากด Provoke ใส่อัศวินเฝ้ายามเพื่อใช้กำลังผ่านประตูกันเถอะ เมื่อเข้ามาทั้งโอชุตต์และคู่หูก็รู้สึกหนาว ทางด้านคู่หูก็แซวว่าให้เอามือแตะคอสิจะได้หายหนาว เป็นการประชดเหตุการณ์ก่อนหน้านี้ที่โอชุตต์ได้หลอกคู่หูว่าถ้าอยากแก้หนาวก็ให้เอามือแตะที่คอ แต่โอชุตต์ก็บอกว่าเธอไม่ทำแบบนั้นหรอก เพราะมีวิธีแก้หนาวที่ดีกว่า แล้วเธอก็ตะโกนหอนเต็มกำลังส่งเสียงดังเป็นอย่างมาก ทำให้ภูเขาหิมะเกิดการถล่มลงมา จากนั้นก็มีชายคนหนึ่งที่ชื่อว่า ไฮก ถามว่าเสียงตะโกนเมื่อกี้เป็นเธอใช่มั้ยที่ทำ เธอไม่ใช่มนุษย์นี่ โอชุตต์ก็ยอมรับทั้งหมด ไฮกสงสัยว่าโอชุตต์เข้ามานี่ได้ยังไง แถมหิมะที่ถล่มก็ปิดทางของเขาพอดี ทำให้ต้องใช้เส้นทางอื่น โอชุตต์ก็ถามว่าไฮกมาทำอะไรที่นี่ ไฮกไม่ตอบและถามกลับด้วยคำถามเดียวกัน ก่อนที่ไฮกจะไปก็ได้เตือนโอชุตต์ว่าให้กลับบ้านไปเถอะ เพราะความประมาทอาจทำให้ถึงตายได้ หิมะที่นี่ไม่มันไม่ปกติ เป็นหิมะที่เต็มไปด้วยความเกลียดชัง เดินทางขึ้นเขากันต่ออีกเล็กน้อย จะได้เจอกับไฮกที่กลางทาง ปรากฏว่าที่ไฮกสำรวจอยู่บนภูเขาแห่งนี้ก็เพื่อตามหาและนำศพของเหล่าญาติ ผองเพื่อน […]

เทคนิคเก็บเลเวลจาก 20 ไป 40

ก่อนจะเริ่มเก็บเลเวลมาเตรียมความพร้อมกันก่อนเริ่มจาก Montwise ไปทางด้านขวาเข้าสู่ Abandoned Traverse แผนที่เลเวล 30 และเมื่อไปตามทางต่อก็จะเข้าสู่ Abandoned Church แผนที่เลเวล 31 ในแผนที่นี้ให้เราเดินมาทางขวาจะเจอกับกล่องสมบัติที่อยู่หลังแท่นปราศรัย ภายในนั้นจะมี Black Dagger มีดพลังโจมตีถึง 118 เมื่อเก็บได้แล้วก็แนะนำให้พยายามเก็บเลเวลของปาร์ตี้หลักให้ถึงช่วงประมาณ 20-25 ขั้นต่อไปเราจะเดินทางไปที่เมือง Stormhail ที่เป็นเมืองเนื้อเรื่องบทที่ 2 ของโอชุตต์ แต่เราจะยังไม่ได้เริ่มเนื้อเรื่องตอนนี้ สาเหตุที่ให้ไปก็เพื่อจะเอาอาวุธระดับสูงมาใช้ก่อนเพื่อการเก็บเลเวลเท่านั้นเอง ก็ให้เริ่มจากออกจากเมือง Montwise ไปทางด้านซ้ายเข้าสู่ Western Montwise Pass ไปทางด้านซ้ายพอมาถึงทางแยกที่มีจุดเซฟให้ขึ้นไปด้านบน ตรงขึ้นไปจนสุดท้ายจะพบว่ามีคนยืนเฝ้าขวางทางเข้าถ้ำเอาไว้อยู่ ให้เรากด Challenge แล้วเอาชนะเขาให้ได้ เมื่อชนะก็จะได้รับสกิล Twin Serpent ของฮิคาริมา ก็ให้ติดตั้งได้เลย สกิลนี้ดีมาก เป็นการโจมตีศัตรูทุกตัวจำนวน 2 ครั้งด้วยหอกและใช้ SP เพียงแค่ 19 เท่านั้น เป็นหนึ่งในสกิลหากินเอาไว้เก็บเลเวลได้สบาย (หากไม่ชนะก็แนะนำให้ไปเก็บเลเวลให้ฮิคาริเพิ่มจนกว่าจะล้มเขาให้ได้ โดยเขาจะมี HP […]

บทสรุป Hikari – Chapter 2

ฮิคาริหลังจากเร่ร่อนอยู่นาน ในที่สุดก็เดินทางมาถึง Montwise ซึ่งเป็นสถานที่จากข่าวลือที่เขาได้รับมาว่า คาซาน อดีตผู้บัญชาการกองทัพของคู ได้อาศัยอยู่ที่นี่ ทีนี้ก็มาเริ่มจากตามหาตัวคาซานภายในเมืองนี้กันก่อนเลย ให้เราสำรวจเมืองจนพอใจก่อนก็ได้ เมื่อพร้อมแล้วก็ให้ไปที่ส่วน Montwise: Underground Arena มันคือสังเวียนแห่งการต่อสู้และการพนัน ฮิคาริเห็นรูปแบบในสังเวียนก็ไม่ค่อยพอใจเท่าไหร่นัก ระหว่างนั้นเองคาซานก็เดินเข้ามาทักทาย แล้วบอกว่าไม่เจอกันนานเลยนะ พร้อมยื่นถ้วยเหล้าให้ ฮิคาริไม่สนใจแต่กลับบอกว่าตอนนี้เขาต้องการความช่วยเหลือจากคาซานเพื่อที่จะโค่นล้มมูเกนและกอบกู้คูให้กลับมาสงบสุขเหมือนเดิม คาซานก็ยินดีที่จะช่วยเหลือฮิคาริเพียงแต่เขาต้องการให้ฮิคาริทำอะไรบางอย่างก่อน พูดจบคาซานก็ผลักฮิคาริลงไปบนสังเวียน บังคับให้ฮิคาริต้องต่อสู้ทันที ตรงจุดนี้ให้เราไปกด Challenge กับนักสู้ที่อยู่ในสังเวียน พอชนะฮิคาริก็จะมาหาคาซานพร้อมบอกว่าให้คาซานอธิบายมาว่าทำไมเขาถึงต้องทำแบบนี้ คาซานก็บอกว่ามันเป็นหนึ่งในขั้นตอนที่จำเป็น โดยเขาขอให้ฮิคาริไปเป็นกลาดิเอเตอร์ในสังเวียน อันที่จริงแล้วตอนนี้เขาไม่มีเงิน ปีกของอินทรีย์ถูกมัดด้วยหนี้สินทำให้เขาออกบินไม่ได้ ที่ฮิคาริต้องทำก็แค่เพียงกวัดแกว่งดาบ แล้วโชคลาภของเขาก็จะกลับมา ปีกก็จะสยายโบยบินสู่ท้องฟ้าได้ดั่งเดิม และแน่นอนว่ามันจะทำให้เขาสามารถช่วยเหลือฮิคาริได้ ฮิคาริจึงได้ตกลงให้ความร่วมมือ ในตอนนั้นเอง บันเดแลม สุดยอดนักสู้แห่งสังเวียนที่พรากชีวิตผู้อื่นกว่า 100 ศพก็ได้โชว์ฝีมือ สังหารเหล่านักสู้อีก 4 คน ได้รับเสียงเชียร์จากเหล่าผู้ชม ก่อนที่บันเดแลมจะเดินลงจากเวทีก็ได้สบตาเข้ากับฮิคาริ แล้วก็เดินจากไปโดยที่ทั้งคู่ไม่ได้พูดอะไร จากนั้นฉากจะตัดมาที่กลางเมืองคาซานกับฮิคาริก็จะมาสรุปกันว่า ฮิคาริจะต้องพิชิตสนามประลองแห่งนี้ให้ได้ เมื่อเราเตรียมตัวพร้อมแล้วก็ไปที่เคาน์เตอร์ใน Montwise: Underground Arena ได้เลย คุยกับพนักงานเพื่อลงทะเบียนเข้าต่อสู้ หลังจากชนะในนัดแรก […]

บทสรุป Agnea – Chapter 2

แอ็กเนียได้เดินทางมาถึงมหานคร New Delsta ในสมัยก่อนหม่าม้าได้พาเธอเดินทางไปทั่วทวีปฝั่งตะวันตก แต่เธอก็ไม่เคยเห็นเมืองที่เป็นแบบนี้มาก่อนเลย แล้วเธอก็เห็นป้ายประกาศ การแสดงของซุปเปอร์สตาร์ โดลซิเนีย เมื่อเธอมองไปทั่วทั้งเมืองต่างก็มีป้ายแบบนี้ติดอยู่ไปทั่ว แถมชาวเมืองต่างก็พูดคุยเกี่ยวกับเรื่องของโดลซิเนีย ทำให้แอ็กเนียอยากจะพบกับเธอ ทีนี้ก็ให้เราเดินทางไปยังด้านหน้าโรงละคร ที่อยู่ซ้ายบน เมื่อมาแล้วให้ไปคุยกับการ์ดที่อยู่หน้าประตู แอ็กเนียได้เห็นโรงละครใหญ่ครั้งแรกก็รู้สึกตกใจ จากนั้นก็พยายามเดินเข้าไป แต่การ์ดที่อยู่หน้าประตูได้ขอตรวจตั๋วเข้าชม เนื่องด้วยแอ็กเนียไม่มีจึงไม่สามารถเข้าไปภายในได้ จึงต้องออกตามหาตั๋วเข้าชมกันก่อน ต่อไปให้เราเดินไปที่บาร์และปรับเวลากลางคืนจากนั้นให้ใช้ Entreat เพื่อขอตั๋วจากผู้หญิงชุดเขียวที่ยืนอยู่หน้าบาร์ แล้วเราจะได้ Theater Ticket มา ทีนี้ก็กลับไปที่โรงละครที่เดิมแล้วกดคุยกับการ์ด เพื่อยื่นตั๋วเข้าชมให้กับเขา เมื่อเราได้ชมโชว์การแสดงของโดลซิเนียเสร็จฉากจะตัดมาที่หน้าโรงละคร มีชายคนนึงถูกการ์ดโยนออกมาที่หน้าโรงละคร จากนั้นชายที่ชื่อ ลามานี่ก็บอกว่าหากต้องการเข้าชมการแสดงก็ควรซื้อตั๋วมาสิ ชายที่ถูกโยนก็เถียงว่ามันแค่เงินนิดเดียวทำไมเขี้ยวขนาดนี้ เขาแค่อยากชมการแสดงนิดหน่อยเอง ลามานี่ก็บอกว่าโดลซิเนียเป็นสุดยอดนักเต้นแห่งนี้ และนี่คือโรงละครไม่ใช่การกุศล กลับมาเมื่อมีเงินหรือไม่ก็ไม่ต้องมาเลย จากนั้นสักพักชายคนนั้นก็ยังยืนอยู่ที่เดิมและบ่นว่า การแสดงมันจบลงซะแล้วดูเหมือนว่าเขาจะไม่มีโอกาสได้ดู แล้วเขาก็หันไปเห็นแอ็กเนียที่ออกมายืนเต้นอยู่หน้าโรงละครพอดี ชายคนนั้นก็ได้ตบมือชมการเต้นของแอ็กเนีย แล้วเขาก็แนะนำตัวเองว่าชื่อ กิล เปิดบาร์อยู่ที่ตรอกหลังเมือง แล้วกิลก็ชวนแอ็กเนียให้ไปที่บาร์ของเขาด้วย แล้วเขาจะเสิร์ฟกาแฟเป็นค่าชมการเต้นของเธอเมื่อกี้นี้ ทีนี้ก็ให้เราไปที่ New Delsta: Backstreets เดินไปทางฝั่งซ้ายของแผนที่แล้วขึ้นบันไดไปก็จะพบกับบาร์ของกิลแล้ว เมื่อมาถึงกิลก็เสิร์ฟกาแฟตามที่ได้บอกเอาไว้ พอแอ็กเนียชิมก็บอกว่ามันรสชาติหวานปนขม กิลก็บอกว่านี่แหละคือรสชาติของความฝัน มีเพียงไม่กี่คนเท่านั้นที่สามารถกลายเป็นดาราได้ […]

Privacy Overview

This website uses cookies so that we can provide you with the best user experience possible. Cookie information is stored in your browser and performs functions such as recognising you when you return to our website and helping our team to understand which sections of the website you find most interesting and useful.