บทสรุป The Scholar & Merchant, Part 1

ออสวอลด์และพาร์เททิโอมาถึงมหานคร New Delsta ความมีชีวิตชีวาของเมืองนั้นไม่เหมือนสิ่งใดที่พวกเขาเคยสัมผัสมาก่อน และพวกเขาทำได้เพียงสงสัยว่าจะมีอะไรรออยู่ เมื่อมาถึงเมืองก็รู้สึกถึงความแปลกตาไม่เหมือนสถานที่ที่พวกเขาเคยอยู่มาก่อน ระหว่างนั้นก็เห็นชายคนหนึ่งอาการไม่ค่อยดีเดินอยู่และล้มลงไป พวกเราก็เลยวิ่งไปดู ชายคนนั้นก็บอกว่าเขาคือนักวิชาการ ตอนนี้เขาหิวมากก็เลยมีสภาพเป็นก้อนเนื้อแบบนี้ พาร์เททิโอก็เลยเอาขนมปังให้เขากิน ชายคนนั้นก็ขอบคุณที่ช่วยชีวิต เขาไม่ได้กินอะไรมา 3 วัน 9 ชั่วโมง 23 นาทีแล้ว พาร์เททิโอบอกว่าหยุดก่อนนี่นายเล่นนับเวลาในขณะที่กำลังจะตายเพราะความหิวนี่นะ ออสวอลด์ก็บอกว่า มันเป็นธรรมชาติของนักวิชาการที่จะคอยบันทึกสถิติตลอดเวลาไม่ว่าจะในสถานการณ์ไหนก็ตาม ใช่ไหมเรกูลัส ชายคนนั้นก็ตกใจแล้วทักกลับว่านายคือออสวอลด์งั้นหรอ กลายเป็นว่าทั้ง 2 คนนี้เป็นเพื่อนกันตั้งแต่ช่วงสมัยเป็นนักศึกษา ออสวอลด์ก็ถามว่าเขามาทำอะไรที่นี่ เรกูลัสก็บอกว่าเขามาตามหาวัสดุสำหรับทำวิจัยสิ่งประดิษฐ์ที่ทำให้โลกตะลึง ออสวอลด์ก็เกิดอยากรู้อยากเห็นขึ้นมาเลยทีเดียวว่ามันคืออะไร ก็เลยตัดสินใจว่าจะไปคุยกับต่อที่บาร์ เมื่อมาถึงบาร์เรกูสัลก็บอกว่าสิ่งประดิษฐ์อันนี้คือ กล้องโทรทรรศน์ดาราศาสตร์ (กล้องดูดาว) เพียงแต่ตอนนี้มันยังไม่สมบูรณ์ดี เนื่องจากเข้าไปเล่นพนันแต่กลับเสียทำให้เงินทุนไม่พอ เรกูลัสก็บ่นอีกว่า “โอกาสมักจะเข้าข้างฉันเสมอ แต่ดวงดาวกลับทอดทิ้งฉันในยามที่ฉันต้องการความช่วยเหลือ” ออสวอลด์ก็บอกว่านายน่าจะเข้าใจเรื่องโอกาสผิดแล้วล่ะ การพนันมันก็แค่เรื่องของความน่าจะเป็น นายน่ะมีสมองที่เฉียบแหลมแต่กลับเหมือนคนโง่เมื่อมีเรื่องเงินมาเกี่ยว เรกูลัสก็บอกว่าตอนนี้เขาเหลือเงินแค่เพียงนิดเดียว ทางพาร์เททิโอก็อาสาเองว่าหากเรกูลัสนำเงินนี้มอบให้เขา เขาจะหาของที่เรกูลัสต้องการเพื่อทำกล้องดูดาวมาให้ทั้งหมดเอง เรกูลัสก็บอกว่าตอนนี้ขาดแค่ส่วนประกอบอีกเพียง 3 ชิ้นเท่านั้นคือ เครื่องมืองานโลหะ, กระจกและเลนส์ที่มีความแม่นยำ เริ่มกันที่คนแรก ให้เข้าไปบาร์อีกครั้งในเวลากลางวัน จะเห็นคนที่ใส่หมวกเขียวยืนอยู่ตรงหน้าเคาน์เตอร์ ให้กด Purchase […]

บทสรุป Throne – Chapter 1

ไม่เอาอีกแล้วไม่เอากลิ่นนี้แล้วทุกครั้งที่ฉันสูดกลิ่นนี้เข้าไปมันรู้สึกเหมือนปอดของฉันกำลังเน่าเปื่อย…กลิ่นของเลือด ณ ทางท่อระบายน้ำใต้ดินโทรเน่และเพื่อนอีก 3 คน ปิโร่ สการัชชี่ ดอนนี่ กำลังวิ่งหนีอะไรอยู่สักอย่าง ดอนนี่ ที่ดูเหมือนอาการแย่มากเลือดไหลไม่หยุด ในที่สุดก็วิ่งมาถึงประตูที่เป็นเส้นทางหลบหนี แต่ปรากฏว่าประตูมันล็อคเปิดออกไม่ได้ ในที่สุดทั้งกลุ่มของโทรเน่ก็ถูกตามเจอและเข้าต่อสู้ จนกระทั่งเวลาผ่านไปดอนนี่ทนพิษบาดแผลไม่ไหวได้เสียชีวิตไป ตอนนี้โทรเน่ก็รู้สึกเหมือนว่ามีใครวางแผนทำให้พวกเธอตกอยู่ในสถานการณ์นี้ น่าจะเพราะมีคนหักหลัง สุดท้ายพวกเขาก็ต้องหาทางอื่นไปต่อ ให้เราวิ่งไปจนสุดท้าย ตัวเกมก็จะสอน Path Action ตอนกลางคืนของโทรเน่ Ambush (ซุ่มโจมตี) ทำให้ชาวเมืองสลบ ส่วนใหญ่เอาไว้ใช้เพื่อเปิดทางที่มีคนยืนบังหรือยืนปิดทางไว้ ทีนี้ก็ให้เราขึ้นบันไดอ้อมไปด้านบนแล้วลงมากด Ambush ใส่ศัตรูที่ขวางทางได้เลย เมื่อศัตรูสลบไปแล้ว สการัชชี่ก็จะให้ลงมือฆ่ามันซะ แต่เราก็ปฏิเสธเพราะว่าไม่จำเป็น ทำให้สการัชชี่ดูไม่ค่อยพอใจ ทีนี้ก็ให้เปิดประตูแล้วเดินไปต่อ แต่ก็มีศัตรูอีกกลุ่มเข้ามาขวางทาง เมื่อกำจัดได้เราก็จะหนีออกจากท่อน้ำนี่ได้สักที จากนั้นโทรเน่ก็บอกว่างานของเรายังไม่จบให้รีบกลับไปที่บ้านกัน ปิโร่บอกว่า 2 คนนั้นคงจะไม่พอใจกับสิ่งที่เกิดขึ้นแน่ สการัชชี่ก็รู้สึกกลัวและบอกว่าพวกเรายังไม่ได้ทำอะไรผิดเลยนะ เขาขอตายดีกว่ากลับไปรับการลงโทษ โทรเน่ก็บอกว่าเราไม่มีทางเลือกตราบใดที่ยังมีปลอกคอคล้องอยู่ จำเป็นต้องคอยฟังคำสั่งจาก 2 คนนั้นอยู่ดี สุดท้ายจึงตัดสินใจแยกย้ายกันแล้วไปเจอกันที่บ้าน เพื่อหลีกเลี่ยงฝ่ายศัตรูจะตามเจอ “อสรพิษทมิฬ”กลุ่มอาชญากรที่มีความสัมพันธ์กับแวดวงเหล่าเศรษฐีในอาณาจักร พวกเขาควบคุมทั้งทรัพย์สินและอำนาจของเมืองนี้และฉันก็เป็นหนึ่งในลูกน้องของกลุ่มนี้งานของฉันคือการขโมยและคอยเก็บกวาด ทีนี้ให้เราหาทางกลับไปที่บ้าน โดยจะอยู่ในซอยลึกแถวเชิงบันได ให้วิ่งตรงตามซอยเข้าไปจนสุดก็จะเจอเข้ากับบ้านใหญ่หลังหนึ่ง New […]

บทสรุป Partitio – Chapter 2

หลังจากที่มาถึงเมือง Clockbank พาร์เททิโอ ก็บอกว่าเมืองทางฝั่งทวีปตะวันออกมันช่างแตกต่างจากเมือง Oresrush จริงๆ ได้กลิ่นแห่งการค้าลอยมาจากลมเลยทีเดียว ได้เวลาที่จะออกสำรวจเมืองแล้ว ทีนี้กลุ่มของเราก็จะสามารถออกสำรวจเมือง Clockbank ได้อย่างอิสระ เมื่อสำรวจจนพอใจแล้วให้ไปที่ส่วน Clockbank: Industrial District แล้ววิ่งไปจนสุดทางด้านซ้าย จะพบกับชายที่แต่งชุดสูธมาดนักธุรกิจหนุ่ม เธิร์สตัน กำลังไล่ทวงหนี้กับเด็กชายที่ชื่อ วิล ซึ่งวิลก็บอกว่าไม่มีจ่ายหรอก ในระหว่างที่คุยกันอยู่ก็ได้รู้ว่า เธอร์สตัน มาจาก เดอะโร๊คคอมปานี แล้วเราก็เข้าไปแทรก โดยบอกว่าการกรรโชกทรัพย์เด็กนี่ควรจะรู้สึกละอายใจบ้าง จากนั้นเธิร์สตันก็เดินออกไป เราก็เข้าไปทักทายกับวิล วิลก็ขอบคุณแล้วแยกย้ายกัน ในระหว่างเหตุการณ์ปรากฏว่ามีเด็กสาวคนหนึ่งคอยแอบดูอยู่ สุดท้ายเธอก็วิ่งมาบอกให้เราหยุด เธอเห็นเหตุการณ์ทั้งหมด “ชายหนุ่มลึกลับในเสื้อโค้ทสีเหลือง ขับไล่ผู้เก็บเงินจากเดอะโร๊คคอมปานีที่ชั่วร้ายออกไป” มันช่างเป็นข่าวใหญ่ ฉันเห็นหัวข้อข่าวได้เลย แล้วเราก็จะได้รู้ว่าเธอชื่อ โอริ จากสำนักพิมพ์ที่ชื่อ เดลสตา ไทมส์ ในระหว่างนี้ พาร์เททิโอ ก็จะได้รู้จักกับ นามบัตร และ หนังสือพิมพ์ ซึ่งทางฝั่งทวีปตะวันตกไม่มีสิ่งเหล่านี้เลย แล้วก็จะได้รู้ว่า เดอะโร๊คคอมปานีนั้นเป็นบริษัทของเจ้าพ่อธุรกิจที่มีชื่อเสียงระดับโลก คุณโร๊คที่พาร์เททิโอรู้จักนั่นเอง บริษัทนี้ได้ก่อตั้งขึ้นเมื่อ 8 ปีก่อน […]

บทสรุป Temenos – Chapter 1

นานมาแล้วความมืดและความสับสนวุ่นวายเข้าปกคลุมหัวใจของผู้คนเต็มไปด้วยความชั่วร้ายโลกดูเหมือนจะกระตือรือร้นที่จะต้อนรับการสิ้นสุดของมันจากนั้นเหล่าทวยเทพแปดองค์ได้มารวมตัวกันและด้วยเปลวไฟศักดิ์สิทธิ์ของพวกเขา ได้นำแสงสว่างมาสู่โลก ณ วิหารแห่งหนึ่งอเลฟาน เทพผู้รอบรู้ และ โดเธอร์ เทพยาวิเศษ ได้รับบาดเจ็บหนัก ก่อนจะเสียชีวิตก็ได้กล่าวสั่งเสียว่ากำจัด วีเด ให้จงได้ (ตรงจุดนี้ตัวเกมจะไม่ได้บอกตรงๆ ว่าคนที่ล้มตายอยู่ทั้ง 7 คน คือเหล่าทวยเทพทั้ง 8 องค์ในโลกแห่งนี้) ส่วนคนสุดท้ายที่เหลืออยู่ก็คือ เอลฟริก เทพอัคคีศักดิ์สิทธิ์ จากนั้นเอลฟริกจึงได้ตัดสินใจ เดินเข้าเผชิญหน้ากับ วีเด เทพเจ้าแห่งความชั่วร้าย ที่หมายจะนำความมืดเข้ากลืนกินโลกใบนี้  ในระหว่างการต่อสู้ดูเหมือนว่าจะมีคนลืมบทพูดไป ปรากฏว่า เทเมนอส กำลังเล่านิทานให้เหล่าเด็กๆ ฟังอยู่ภายในโบสถ์ และเทเมนอสก็เล่าต่อว่า สุดท้ายเปลวเพลิงของเอลฟริกก็ได้แผดเผาวีเด ขับไล่ความชั่วร้ายปัดเป่าภัยพิบัติออกไปเทพทั้งแปดองค์ พลังของพวกเขาถูกใช้จนหมดสิ้น จึงเข้าสู่นิทราที่ยาวนานพวกเขาจึงกลายมาเป็นเปลวไฟศักดิ์สิทธิ์ ที่คอยปกป้องความมืดมิดเอาไว้และเหล่าผู้คนจึงยังคงมีชีวิตอยู่ ด้วยแสงสว่างและความอบอุ่นเพราะเปลวไฟศักดิ์สิทธิ์จะส่องประกาย ให้แก่พวกเขาตลอดไป จากนั้นเหล่าเด็กๆ ก็บอกว่าเทเมนอสเล่าเรื่องได้ดีมากเลย ยกเว้นบทพูดที่เขาลืมมันอีกแล้ว จากนั้นมิ้นท์ก็บ่นออกมาว่า เมื่อไหร่นายจะจำบทพูดนี้ได้สักที ต้ังสติหน่อย คุณผู้ตรวจสอบ จากนั้นก็จะพูดคุยกับเหล่าเด็กๆ และเผยแพร่คำสอน “เราทุกคนเกิดมาพร้อมกับเงาในตัวเรา เงานั้นแสดงออกมาในสัญชาตญาณที่เลวร้ายที่สุดของเรา: ความโกรธ, ความเกลียดชัง, ความอาฆาต, และความอิจฉาเป็นต้น แต่เปลวไฟศักดิ์สิทธิ์ช่วยขับไล่เงาเหล่านี้ออกไป […]

บทสรุป Osvald – Chapter 1

ทุกสิ่งบนโลกล้วนมีที่มาไม่มีอะไรเกิดจากความว่างเปล่าตามลูกโซ่ของเหตุและผลไป มันจะนำไปสู่คำตอบที่กำลังมองหา ณ ศาลแห่งหนึ่งอัยการ: เพื่อการบันทึก คุณ ออสวอลด์ ขอไม่รับสารภาพผิด ใช่ไหม?ออสวอลด์: …อัยการ: ข้อเท็จจริงคือ หลังจากดับไฟ ได้พบร่างของภรรยาและลูกสาวของคุณในเศษซากจากกองเพลิง พวกเขาถูกไฟเผาไหม้จนแทบไม่สามารถจดจำได้ เป็นภาพที่น่าสยดสยอง ฉันมั่นใจว่าคุณเห็นด้วย ดังนั้นศาลจึงรับรองโดยไม่มีการคัดค้านว่า การถูกเผาเป็นสาเหตุของการเสียชีวิต อย่างไรก็ตาม มีรายละเอียดสุดท้ายที่ไม่สามารถอธิบายได้ ไม่พบสิ่งที่สมเหตุสมผลที่จะถือว่าเป็นสาเหตุของเพลิงไหม้ในบริเวณที่เกิดเหตุ ดังนั้นไฟไหม้ครั้งนี้ไม่ควรเกิดขึ้นเลย หากไม่มีการใช้เวทมนตร์ออสวอลด์: …อัยการ: คุณเคยเป็นนักวิชาการด้านเวทมนตร์มาก่อนใช่ไหม ออสวอลด์? นั่นเป็นเพียงเรื่องบังเอิญเท่านั้นเหรอ? ผมคิดว่าไม่ใช่ หลังจากได้ทำการสอบสวนที่เกิดเหตุอย่างละเอียด ศาลถือว่าข้อความต่อไปนี้เป็นความจริง คุณ ออสวอลด์ เป็นเพียงคนเดียวที่สามารถจุดไฟในคืนนั้นได้ผู้พิพากษา: ในนามอันศักดิ์สิทธิ์ของ อเลฟาน กษัตริย์แห่งนักปราชญ์ ศาลตัดสินคำพิพากษาดังต่อไปนี้ ออสวอลด์ วี วานน์สไตน์ เราพบว่าคุณมีความผิดในข้อหาฆาตกรรมภรรยาและลูกสาวของคุณ ซึ่งคุณจะถูกตัดสินให้รับโทษจำคุกตลอดชีวิตที่เกาะฟริกิต คุณมีอะไรจะพูดเป็นครั้งสุดท้ายมั้ย?ออสวอลด์: … ฮาร์วีย์ชายที่พรากทุกสิ่งทุกอย่างไปจากฉันจะต้องตายด้วยมือฉัน ฉันสาบาน 5 ปีต่อมาณ เรือนจำบนเกาะฟริกิตเกราะฟริกิตเกาะแห่งหนึ่งที่โดดเดี่ยวในเขตเหนือสุดของทะเล บางคนเรียกมันว่า สุดขอบโลกปกคลุมไปด้วยหิมะตลอดทั้งปีทวีปที่ใกล้ที่สุดอยู่ทางตะวันออกเฉียงเหนือ ใช้เวลาเดินทางโดยเรือนานสี่วัน แม้แต่ใช้เรือที่ใหญ่ที่สุดถึงกระนั้นพายุหิมะที่รุนแรงในทะเลก็สามารถทำลายเรือที่แข็งแกร่งที่สุดได้ การเดินทางไปและกลับจากสถานที่ที่ถูกสาปนี้มีการควบคุมอย่างเข้มงวดสถานที่แห่งนี้กักขังชาวแผ่นดินใหญ่ทั้งหมดที่ถูกตัดสินว่ามีความผิดฐานก่ออาชญากรรมอันร้ายแรงที่สุดมันเคยมีคนถูกคุมขังสูงที่สุดมากกว่า 300 […]

บทสรุป Ochette – Chapter 1

นานมาแล้ว…มีสัตว์ในตำนาน 3 ตัวสัตว์ทั้ง 3 ตัวนั้น คอยดูแลทั่วทั้งเกาะมานานหลายปีก่อนที่จะออกเดินทาง เพื่อกลายเป็นผู้พิทักษ์ของดินแดนอื่นหากมีเหตุให้ต้องการพลังของพวกมันอีกครั้งพวกมันจะถูกเรียกกลับมายังเกาะก่อนภัยพิบัติคืนแห่งพระจันทร์สีเลือด จูวาห์: โอชุตต์ ลูกศิษย์ของฉัน ซักวันหนึ่งเธอจะเป็นนักล่า โอชุตต์: นักล่าหรอ?จูวาห์: ผู้พิทักษ์เกาะ กำจัดสิ่งมีชีวิตที่คุกคามความสมดุล และผู้พิทักษ์เกาะต้องการผู้ติดตามที่ซื่อสัตย์ โอชุตต์: ผู้ติดตาม…ลาแจ็คคัล เปล่งประกายในพระกรุณาของดวงอาทิตย์ เขี้ยวของมันถูกสร้างมาเพื่อฉีกเนื้อของเหยื่อ ทำให้เป็นอาวุธที่น่าเกรงขามมาลามาอาว สงบเงียบในพระกรุณาของพระจันทร์ ปีกของมันฉีกกระชากอากาศและมีพลังมหัศจรรย์ จูวาห์: ทั้งคู่เป็นหนึ่งในสิ่งมีชีวิตที่หายากที่สุดที่รู้จัก เธอต้องเลือกเพียงหนึ่งโอชุตต์ และตัวที่เธอเลือก เธอจะต้องเป็นมิตรกับมัน เอาล่ะ ลองดูโอชุตต์: ฮืมมม ฉันควรเลือกตัวไหนดีล่ะ? ตอนนี้เราจะได้บังคับโอชุตต์ แล้วให้กด Path Action ใส่ตัวที่เราต้องการเลือก สำหรับตัวเลือกนี้จะเลือกได้แค่เพียง 1 ตัวเท่านั้น แต่โดยรวมแล้วทั้ง 2 จะมีความสามารถที่ใกล้เคียงกัน ตัวเลือกนี้ไม่มีผิดมีถูกเอาแค่ถูกใจเราก็พอลาแจ็คคัล เด่นเรื่องพลังโจมตีกายภาพมาลามาอาว เด่นเรื่องพลังโจมตีเวทย์ในบทสรุปจะเลือกทาง มาลามาอาว โอชุตต์: ฮี่ ฮี่ ฮี่ ฉันชอบเธอ ฉันจะเรียกเธอว่า มาฮิน่าจูวาห์: ดูเหมือนว่าคุณจะคุ้นเคยกันแล้ว เธอได้เพื่อนที่ดีแล้ว และเธอจะเป็นนักล่าที่ดีโอชุตต์โอชุตต์: ขอบคุณค่ะ […]

บทสรุป Castti – Chapter 1

ณ ท่าเรือแห่งหนึ่งขณะที่ฝนกำลังตกหนัก บุคคลลึกลับกำลังพยุงหญิงสาวที่ดูบาดเจ็บหนักไร้สติอยู่บุคคลลึกลับ: เธอมีพลังที่จะช่วยชีวิตคนอื่นมากยิ่งกว่าใคร นั่นแหละเป็นเหตุผลที่เธอจะต้องมีชีวิตอยู่ต่อบุคคลลึกลับพาเธอลงไปยังเรือพายลำเล็กบุคคลลึกลับ: ถ้าจะมีใครสักคนที่สามารถสร้างยารักษาได้ มันต้องเป็นเธอ มันขึ้นอยู่กับเธอแล้วตอนนี้บุคคลลึกลับได้ดันเรือลำเล็กออกจากฝั่ง ไม่รู้ว่านานเท่าไหร่ที่เรือลำนั้นได้ลอยล่องไปกลางทะเล โดยที่มีหญิงสาวไร้สตินอนอยู่คนเดียว จนกระทั่งมีคนที่อยู่บนเรือลำใหญ่มาพบเธอเข้า ฉันได้ยินเสียงคลื่นฉันอยู่ที่ไหนฉันอยู่บนเรือหรอหญิงสาวได้ตื่นขึ้นมาและพบว่าตัวเองอยู่บนเรือลำหนึ่ง กัปตันเรือก็ได้เข้ามาถามว่าทำไมถึงได้อยู่บนเรือลำนั้น แต่หญิงสาวกลับไม่รู้ว่าทำไมเธอไปอยู่ที่นั่นได้ จำไม่ได้แม้กระทั่งว่าตัวเองเป็นใคร มาจากไหน ทุกอย่างมันว่างเปล่าไปหมด กัปตันก็ได้บอกว่าเขารู้อยู่อย่างหนึ่งเกี่ยวกับเธอนั่นก็คือเธอชื่อว่า แคสตี้ เพราะว่ามันเขียนอยู่บนเสื้อของเธอนั่นเอง เมื่อแคสตี้พบว่าตัวเองความจำเสื่อมเธอก็ไม่ได้ตกใจ แต่กลับมีความคิดที่เป็นระบบ และเริ่มจะพยายามตามหาความทรงจำ โดยเริ่มจากถามข้อมูลเกี่ยวกับเรือของเธอว่ามันมาจากไหน ตอนนี้เราจะต้องเริ่มสอบถามข้อมูลจากลูกเรือ โดยให้ใช้ Path Action ของแคสตี้ ที่เรียกว่า Inquire (สอบถาม) ก็ให้ไล่สอบถามคนบนเรือ แล้วแคสตี้จะสรุปข้อมูล เมื่อดูจากกระแสน้ำเรือของเธอน่าจะลอยมาจากที่ไหนสักแห่งทางทวีปฝั่งตะวันออก จากอาการของเธอเมื่อฟื้นขึ้นมาพบว่ามีอาการอ่อนแรงและขาดน้ำอย่างรุนแรง คาดว่าน่าจะลอยอยู่หลายวัน จากนั้นจะสับสนว่าทำไมตัวเธอเองสามารถสรุปข้อมูลพวกนี้ได้ แต่ก็ไม่ได้คิดถึงเรื่องนี้ต่อ และรู้สึกว่าตัวเองโชคดีที่มีคนมาช่วยไว้ได้ จากนั้นแคสตี้จะกลับไปที่ห้อง เพื่อตรวจหาเบาะแสจากข้าวของที่ติดตัวมา  ให้เดินไปยังที่พักภายในเรือจะเจอกับกระเป๋า และเธอก็จำได้ว่ามันคือของตัวเองนี่แหละ ภายในนั้นพบว่ามี สมุนไพร ครก สาก ซึ่งเอาไว้สำหรับเตรียมทำยา ทำให้แคสตี้สรุปได้ว่าเธอน่าจะนักปรุงยา เมื่อค้นต่อก็เจอกับ ดอกไม้สีขาว ซึ่งมันค่อนข้างแปลกที่อยู่ในกระเป๋านี้ จากนั้นเรือก็จะเทียบท่าที่เมือง Canalbrine […]

บทสรุป Agnea – Chapter 1

ดาราดาราเป็นสัญลักษณ์แห่งความหวังพวกเขานำมาซึ่งรอยยิ้มบนใบหน้าแก่ผู้คน ณ หมู่บ้านแห่งหนึ่ง ในร้านเหล้าที่ซึ่งทุกค่ำคืน จะมีผู้คนมาชมการแสดงบนเวทีเล็กๆ โดยดาวเด่นในร้านแห่งนี้ เธอเป็นหญิงสาวคนหนึ่งที่มีความสดใส ได้รับความชื่นชอบจากผู้คนที่เข้ามาชมการแสดง หญิงสาวคนนี้มีชื่อว่า แอ็กเนีย บริสตานี่ เธอมีความฝันที่กลายเป็นนักแสดงที่มีชื่อเสียง ตอนนี้เธอพยายามรวบรวมเก็บเงินจากการแสดงในที่แห่งนี้  เมื่อเราบังคับแอ็กเนียได้ ก็ให้เริ่มจากเข้าไปเก็บทิปจากผู้คนที่มาชมการแสดง โดยเดินไปที่คนที่มีสัญลักษณ์สีเขียว แล้วกดใช้ Path Action ซึ่ง Path Action ตอนกลางคืนของ แอ็กเนีย ก็คือ Entreat (อ้อน)  เราจะสามารถอ้อนขอไอเทมได้ฟรี เพียงแค่เลเวลของแอ็กเนียถึงตามที่กำหนด ทีนี้ก็ให้ไปอ้อนขอทิปให้ครบ   หลังจากล่ำลาส่งแขกกลับหมดแล้ว แอ็กเนียกับกัชเจ้าของร้านแห่งนี้ ก็จะช่วยกันทำความสะอาดร้าน หลังจากเรียบร้อยแล้ว กัชก็จะเข้ามาถามว่าแอ็กเนียเก็บเงินใกล้ครบหรือยัง แอ็กเนียก็บอกว่าใกล้แล้วล่ะเหลืออีกแค่ 1,000 Leaves เอง ก็จะครบ 10,000 Leaves แล้ว เป้าหมายของเธอเมื่อเก็บเงินครบแล้วก็จะออกจากหมู่บ้านสู่การเป็นดารา กัชจึงได้มอบเงินอีก 1,000 Leaves ที่เหลือให้กับเธอ โดยกัชก็บอกว่าคิดซะว่ามันคือทิปจากฉันก็แล้วกันเป็นการให้กำลังใจเธอไปด้วย หลังจากนั้นก็ให้แอ็กเนียเดินทางกลับบ้าน ในระหว่างนี้ก็สามารถสำรวจเมืองได้เล็กน้อยพร้อมกับอ้อนขอไอเทมจากคนอื่น เพียงแต่ว่าเป็นไอเทมเล็กๆ ไม่ค่อยสำคัญเท่าไหร่เนื่องจากเลเวลของเรายังน้อยอยู่ เมื่อสำรวจจนพอใจแล้วก็ให้ไปที่บ้านของเราได้เลย เมื่อถึงบ้าน […]

บทสรุป Partitio – Chapter 1

16 ปีก่อนหน้านี้…เด็กหนุ่มกับพ่อของเขาได้ยืนอยู่บนเนินแห่งหนึ่ง  พ่อของเขาได้เอ่ยถามเด็กหนุ่มว่าพ่อ: “พาร์เททิโอ ลูกคิดยังไงบ้าง เราจะทำอะไรกับที่ดินแถวนี้ดี”พาร์เททิโอ: “มันหมายความว่ายังไง ที่นี่ดูไม่มีอะไรเลย” พ่อ: “เพราะแบบนั้นแหละ พ่อเลยต้องถามแกไงเด็กน้อย มันเหมือนกระดานเปล่า ทำให้เราสามารถทำอะไรก็ได้ที่ต้องการ ตราบเท่าที่เรามีความสามารถและความมุ่งมั่นพอที่จะทำมัน”พาร์เททิโอ: “ว้าว ป๊า..ใช้คำอธิบายได้เก่งจริงๆ”พ่อ: “พ่อรู้อยู่แล้ว ลูกจะเก็บคำพูดนี้ไว้ก็เลียนแบบก็ได้นะ”พาร์เททิโอ: “ไม่ ผมจะไม่ทำแบบนั้นหรอก การขโมยมันไม่ถูกต้อง พ่อค้าที่แท้จริง จะไม่ฉกฉวยสิ่งที่เขาต้องการ แต่เขาจะซื้อมันแทน”พ่อ: “แบบนั้นแหละลูกพ่อ พูดได้ดี ทำให้พ่อภูมิใจ”พาร์เททิโอ: “โอ๊ะ โอ้ ผมมีไอเดียแล้ว ถ้าเป็นผมล่ะก็… ผมจะแบ่งพื้นที่ทั้งหมดนี้ให้กับเพื่อนของเราทุกคน! ด้วยวิธีนี้เราจะได้มาจัดการทุกอย่างด้วยกัน!”พ่อ: “ฮาฮาฮา พ่อชอบวิธีที่เจ้าคิดนะเด็กน้อย แบบนี้จะทำให้ทุกคนมีความสุขมากขึ้น”พาร์เททิโอ: ฉลาดใช่มั้ยล่ะ?ในตอนนั้นเองก็มีชายหนุ่มที่ชื่อ โร๊ค ก็เดินเข้ามาโร๊ค: นั่นเป็นความคิดที่ดีนะ แต่อย่าลืมผลประโยชน์ทางธุรกิจของเราในที่นี่ล่ะ พื้นที่นี้มันคือทรัพย์สิน พวกเราได้ซื้อโฉนดที่ดินอย่างถูกต้องตามกฏหมายจากเจ้าของคนก่อน หากพวกเราต้องการแบ่งมันออกไปล่ะก็ เราไม่สามารถแบ่งให้คนอื่นไปแบบฟรีๆ ได้หรอกนะพาร์เททิโอ: อ่าาา ไม่เอาน่า คุณโร๊ค อย่าขี้เหนียวไปหน่อยเลยพ่อ: พวกเรามาที่นี่ เพราะได้ยินมาว่า มีคนพบแร่เงินอยู่ในหุบเขานี้ โร๊คกับพ่อน่ะได้รวมเงินกันเพื่อซื้อสิทธิของที่นี่โร๊ค: ใช่แล้วล่ะพ่อ: เฮอะ […]

บทสรุป Hikari – Chapter 1

ณ ดินแดนท่ามกลางทะเลทราย เด็กหนุ่มยืนอยู่บนเนินเขา มีอนุสรณ์สถานของเหล่าทหารผู้ล่วงลับจากสงคราม ถูกฝังพร้อมปักอาวุธอยู่ จากนั้นมีเด็กหนุ่มอีกคนนามว่า ริตสึ เดินขึ้นมาพร้อมพูดว่า  ริตสึ: เจ้ากำลังอธิษฐานอยู่หรอ ฮิคาริ อย่ามัวแต่เสียเวลาหายใจอยู่ที่นี่เลย หากเจ้ากำลังอธิษฐาน อธิษฐานเพื่อเหล่าคนที่กำลังต่อสู้เพื่อชีวิตของเขาในตอนนี้จะดีกว่า ไม่ใช่เพื่อเหล่าคนที่กลายเป็นฝุ่นธุลีไปแล้ว ฮิคาริ: ข้าไม่ได้มาเพื่ออธิษฐานหรอก แต่มาเพื่อจดจำ จดจำเหล่าสหายที่เสียสละชีวิตของเขาไปเพื่อภารกิจ วันนี้ข้าจะต่อสู้เพื่อพวกเขาริตสึ: ถึงเวลาแล้ว องค์ชายฮิคาริ: งั้นเราไปต่อสู้กันเถอะ ริตสึ จากนั้นเกมจะตัดเข้าสู่ฉากการเล่นจริง โดยช่วงนี้จะเป็นการฝึกสอนพื้นฐานในการบังคับตัวละคร และพื้นฐานของระบบต่อสู้ ซึ่งพื้นฐานที่สำคัญการต่อสู้ในเกมนี้ก็คือ ระบบจุดอ่อนของศัตรู, การ Breaking และระบบ Boost โดยที่เราจำเป็นต้องโจมตีศัตรูด้วยจุดอ่อน เพื่อลดค่าป้องกันของศัตรูลงจนเข้าสู่การ Break เมื่อศัตรูอยู่ในสถานะ Break แล้ว ให้ Boost ตัวละครของเรา โดยการใช้ BP เพื่อโถมการโจมตีในจังหวะนี้ จะช่วยรีดพลังโจมตีใส่ศัตรูได้อย่างรุนแรง 3 ขั้นตอนนี้นับว่าเป็นพื้นฐานภายในเกม ที่จะช่วยให้พิชิตเหล่าบอสสุดโหดลงได้นั่นเอง ระหว่างที่ ฮิคาริและริตสึต่อสู้อยู่นั้น ฉากจะตัดมายังเนินเขาแห่งหนึ่ง เป็นการพูดคุยกันระหว่าง คาซาน ฉายา เหยี่ยวแห่งคู […]

Privacy Overview

This website uses cookies so that we can provide you with the best user experience possible. Cookie information is stored in your browser and performs functions such as recognising you when you return to our website and helping our team to understand which sections of the website you find most interesting and useful.