บทสรุป Extra Stories: Vidania

การเดินทางไปยัง Vidania ให้เริ่มจากวาร์ปไปที่ New Delsta Harbor: Anchorage จากนั้นขึ้นเรือแล้วแล่นไปทางซ้าย แค่เพียงเล็กน้อยเราก็จะเห็นเกาะแห่งหนึ่ง นั่นก็คือ Vidania ให้เราขึ้นไปที่เกาะนั้นเทเมนอส: นั่นมัน…โทรเน่: นายรู้งั้นหรอว่าพวกเราอยู่ที่ไหน เทเมนอสเทเมนอส: สนามรบของพระเจ้า วิดาเนียโอชุตต์: วิ..ดาเนีย? เกาะแห่งมายาคติ ตำนานที่สืบทอดกันมาโดยภาคีเปลวไฟศักดิ์สิทธิ์ ไม่คิดเลยว่ามันมีอยู่จริง…พาร์เททิโอ: ภาพมายาใช่ไหม? นั่นหมายความว่าพวกเราหลุดออกจากแผนที่แล้วเทเมนอส: ตำนานกล่าวไว้ว่า มันถูกผนึกอยู่ในมหาสมุทรด้วยพลังแห่งเปลวไฟศักดิ์สิทธิ์แอ็กเนีย: เปลวไฟศักดิ์สิทธิ์?โอชุตต์: ถ้างั้นทำไมมันมาอยู่ที่นี่ เปลวไฟกำลังลุกโชนอยู่ใช่ไหมออสวอลด์: ใช่ แต่มีช่วงเวลาหนึ่งก่อนที่เราจะจุดไฟขึ้นมาใหม่ แสงสว่างของมันได้ดับลงแคสตี้: แค่นั้นมันก็พอที่จะปลดผนึกแล้วหรอ?เทเมนอส: …นี่คือสิ่งที่พวกเขาตามหา บรรดาผู้ที่ปฏิเสธรุ่งอรุณฮิคาริ: “สู่จุดจบของโลก..” นั่นคือที่ที่เจ้าอยู่ใช่ไหม คาซาน? นั่นคือที่ที่เจ้าวางแผนจะเรียกรัตติกาลให้มาเยือน? ในระหว่างที่ทั้งกลุ่มกำลังเดินขึ้นเกาะ โอโบโรได้ยืนอยู่หน้าแท่นเตรียมทำพิธีกรรมโอโบโร: ตอนนี้เปลวไฟก็ได้ถูกจุดขึ้นอีกครั้ง แต่มันก็สายเกินไป รัตติกาลใกล้มาเยือนแล้ว และบัดนี้มันจะได้รับเลือดตามที่สัญญาไว้ เพราะพวกเราคือรัตติกาล ในที่สุดทั้งกลุ่มก็ได้เดินทางมาถึงปลายทาง โอโบโรขณะนี้กำลังทำพิธีกรรมอยู่โอโบโร: ไม่ต้องสงสัยเลยว่าการเดินทางของพวกคุณ เป็นการเดินทางที่ยากลำบาก พวกคุณสมควรได้รับในสิ่งที่เห็น พวกคุณมาเพื่อแสวงหารุ่งอรุณใช่ไหม? แต่ฉันขอถามหน่อยเถอะว่าทำไม? เส้นทางที่คุณเลือกเดินมาที่นี่มันเปียกโชกไปด้วยเลือดของคนที่ต่อต้าน…มันคุ้มค่าไหม? ฉันคิดว่ามันไม่สำคัญหรอก ในโลกนี้ไม่มีความชั่วร้าย […]
บทสรุป Extra Stories: Flamechurch

เมื่อมาถึงที่เมือง Flamechurch พวกเราได้มารวมตัวกันและรู้สึกถึงความผิดปกติภายในเมืองเพราะตอนนี้มันเงียบมากพาร์เททิโอ: มันเงียบ เงียบเกินไปโอชุตต์: แต่กลิ่นนี้…มันเป็นกลิ่นของมนุษย์ พวกเขากำลังกลัวและซ่อนตัวอยู่โทรเน่: มีใครกำลังมา ปรากฏว่าคนที่กำลังเดินมาหาพวกเราก็คือมิ้นท์เทเมนอส: มิ้นท์!มิ้นท์: นั่นนายหรอเทเมนอส? ทำไมออกมาเดินเล่นในสถานที่แบบนี้ล่ะ? นายนี่มักจะมีนิสัยชอบเอาจมูกไปยื่นในที่ที่ไม่ควรอยู่โทรเน่: เพื่อนนายงั้นหรอเทเมนอส?เทเมนอส: จะว่าอย่างงั้นก็ได้…แต่ก็มีอะไรบางอย่างแปลกไปมิ้นท์: ฮี่ฮี่ นายล้มเหลวในการมองเห็นสิ่งที่อยู่ตรงหน้าของนาย “มีเงาอยู่เคียงข้างคุณเสมอ” ฮี่ฮี่ ฮาฮาฮาฮาเทเมนอส: เธอเป็นอะไรกันแน่? นี่เป็นการสอบสวน หากปฏิเสธที่จะตอบคำถามและ…มิ้นท์: การพยายามเอาชนะผู้อื่นด้วยการข่มขู่และใช้ความรุนแรงจะล้มเหลวเสมอ ผู้ที่ถูกความเข้มแข็งปราบปรามก็อดไม่ได้ที่จะก่อกบฏ การจะเอาชนะพวกเขาได้อย่างแท้จริง คุณต้องควบคุมหัวใจและจิตใจของพวกเขา จงฟังเงาในหัวใจของพวกเขาโทรเน่: เธอกำลังพูดเรื่องอะไรกันแน่?มิ้นท์: ผู้คนต่างก็สิ้นหวังกับการที่ต้องหาสถานที่เป็นของตัวเอง มอบมันให้กับพวกเขา แล้วพวกเขาจะไม่อาจทนอยู่ที่อื่นได้ และในที่สุดหัวใจและจิตใจของพวกเขาก็เป็นของคุณแอ็กเนีย: หัวใจและจิตใจของพวกเขา..?มิ้นท์: มนุษย์นั้นโง่เขลาโดยธรรมชาติของตนเอง หลายศตวรรษผ่านไป แต่ก็ยังคงเหมือนเดิมโทรเน่: ช่างเป็นคำพูดที่กล้าหาญสำหรับคนอายุน้อยเช่นนี้มิ้นท์: ฮี่ฮี่ฮี่ ฮาฮาฮาฮา “อย่ายอมจำนนต่อความมืดมิดอันเงียบงัน เพราะแสงสว่างจะจางหายไป และรัตติกาลกำลังมาเยือน”เทเมนอส: คำสอนของภาคีแห่งร่มเงาจันทร์ ไม่นะ…เป็นไปไม่ได้..มิ้นท์: เนื่องจากคุณมีความพากเพียรในการค้นหาความจริง ให้ฉันช่วยคุณเถอะ ชื่อที่แท้จริงของฉันคือ อาร์คาเน็ตต์ และฉันก็คือผู้นำของภาคีแห่งร่มเงาจันทร์ คนที่สั่งให้สังหารคาล ทั้งหมดเพื่อที่ฉันจะได้ขโมยเปลวไฟได้ เทเมนอส: นั่นมันเป็นไปไม่ได้ การสังหารหมู่คาลเกิดขึ้นเมื่อหลายสิบปีก่อน […]
บทสรุป Extra Stories: Tombs of the Wardenbeasts

เมื่อมาถึงที่ Beastling Village ให้สลับเอา แคสตี้และโอชุตต์เข้าปาร์ตี้ แล้วไปที่ด้านล่างของเมืองจะเข้าสู่แผนที่ Path to the Tombs of the Wardenbeasts จากนั้นก็เดินไปทางขวาจะเข้าสู่ Tombs of the Wardenbeasts ที่นี้ก็มุ่งหน้าไปทางขวาต่อเช่นเดิมจนสุดท้ายถึงจุดแท่นบูชาเปลวไฟ เมื่อเข้าใกล้จะมีข้อความปรากฏขึ้นมาว่ามีสิ่งอันตรายอยู่ข้างหน้า ให้เราตอบ Yes ก็จะได้สู้กับบอสที่เป็นสัตว์ประหลาดรูปร่างแปลกๆ หลังจากเอาชนะมันได้ก็ให้เราเดินไปยังแท่นบูชาเปลวไฟแล้วกดใช้ Shiny Mirror เหมือนเดิม เราก็จะได้มองเห็นความทรงจำบางอย่าง พระจันทร์สีแดงสดสาดส่อง เปลวเพลิงแรกกำเนิดจางลง ในที่สุดความปรารถนาอันยิ่งใหญ่ของเราก็จะเป็นจริงนักล่ากำลังเผชิญหน้ากับสัตว์ร้ายที่ถูกความมืดครอบงำ (สัตว์ตัวนี้คือตัวที่โอชุตต์ไม่ได้เลือกในช่วงต้นเนื้อเรื่อง)เพทริชอร์ : โฮโฮโฮโฮ โลกนี้ไม่มีอะไรมากไปกว่าผู้ล่าและเหยื่อของพวกเขา เช่นเดียวกับที่คาเทแลคต้า ดับสิ้นไปโดยลูกธนูของฉัน… เช่นเดียวกับที่ไข่ของกราซิสแตกสลายต่อหน้าพลังของฉัน…นักล่าแห่งความมืด จะออกล่าอีกครั้ง การเล็งของฉันไม่เคยพลาดเป้า ภายใต้สายตาแห่งพระจันทร์สีแดง ฉันจะทำให้ความปรารถนาอันยิ่งใหญ่เป็นจริง โฮโฮโฮ แกจะต้องสั่นสะท้านด้วยความยินดีเพราะในที่สุดเวลาของแกก็มาถึงแล้วสัตว์ร้าย: ก๊าซซซเพทริชอร์: เมื่อ 10 ปีก่อน ฉันเก็บแกไว้เพื่อให้มีชีวิตอยู่ ทั้งหมดนี้ก็เพื่อช่วงเวลานี้ ความมืดมิดในใจของพวกเรานั้นถูกหล่อเลี้ยงด้วยความโกรธ ความเกลียดชัง ความเคียดแค้น และความอิจฉา…มันคือสัญชาตญาณพื้นฐานที่สุดของเรา เมื่อความมืดมิดยิ่งทวีความรุนแรงมากขึ้น […]
บทสรุป Extra Stories: Fellsun Ruins

ที่เมือง Crackridge ให้เริ่มจากสลับเอาพาร์เททิโอและออสวอลด์เข้าปาร์ตี้ (จำเป็นต้องทำ) จากนั้นออกจากเมืองไปทางขวาเข้าสู่แผนที่ Abandoned Road เดินไปจนสุดท้ายก็จะถึง Fellsun Ruins ในระหว่างทางเดินของที่แห่งนี้เราจะพบเข้ากับ ชิ้นส่วนบันทึกการเดินทางทั้งหมด 17 ชิ้นด้วยกัน แต่ละชิ้นในบันทึกจะเป็นการเล่าเรื่องที่ยาวพอสมควรเนื้อหาส่วนนี้เนื่องจากมันเยอะและยาวอาจจะเกาคำไม่ค่อยดีเท่าไหร่ แต่ก็เปิดเผยอะไรหลายอย่าง ชิ้นส่วนที่ 1ฉันทำได้แล้วนะ, ไดอารี่! ในที่สุดฉันก็ได้งานเป็นนักเขียน—ที่นิวเดลสต้า ไทมส์ ด้วย! ข้อมูลทั้งหมดของโลกไหลผ่านหนังสือพิมพ์ เหมือนแม่น้ำของข้อเท็จจริงไหลไปกับกังหันน้ำแห่งกระดาษ เป็นขบวนการที่ไม่มีที่สิ้นสุดของการรายงานข่าว ในฐานะนักข่าว ฉันจะวิ่งไปทั่วโลกเพื่อสืบสวน เปิดเผย และรายงานข่าว จะมีวิธีไหนที่ดีกว่านี้ในการทำภารกิจของฉัน? ฉันคิดเกี่ยวกับเรื่องนี้มาก และทุกคนมีข้อเท็จจริงบางอย่างที่พวกเขาซ่อนอยู่ ความรู้จำนวนมหาศาลถูกล็อกอยู่ในหัวของผู้คนทั่วโลก แต่จะเปิดเผยคลังความรู้นั้นได้อย่างไร? นั่นคือปัญหานั่นเอง ตอนนี้ ฉันสงสัยว่าตัวเองมีความสามารถพอที่จะไขล็อกที่ซ่อนอยู่ในหัวของผู้คนได้หรือไม่ ฉันเติบโตมาในสภาพแวดล้อมที่โดดเดี่ยวเสมอ ออกห่างจากวงจรสังคม ซ่อนตัวอยู่ขอบนอกของสังคม แต่มีวิธีคิดเชิงบวกเกี่ยวกับเรื่องนี้ เวลาของฉันทั้งหมดหากไม่พูดคุยกับผู้คนแล้ว ฉันก็ใช้มันในการสังเกตพวกเขาแทน นี่คือสิ่งที่ฉันเรียนรู้ ผู้คนมักจะปล่อยตัวเมื่ออยู่รอบๆ สัตว์น่ารัก หัวหน้ายามที่หน้าตาบึ้งตึงจะเล่นกับลูกสุนัขน่ารัก และในไม่ช้าก็จะสารภาพทุกอย่างเกี่ยวกับปัญหาของเขาให้กับเจ้าสัตว์น้อยฟัง ดังนั้น, ฉันจะกลายเป็นลูกสุนัข! ฉันจะกระดิกหางน้อยๆ ของฉัน ทำตัวเป็นลูกบอลขนฟูที่เป็นมิตรและไม่เป็นอันตราย และเข้าไปในความลับของผู้คน พี่ชายของฉันอาจเป็นเหยี่ยวที่บินขึ้นฟ้าแล้วมองลงมา […]
บทสรุป Extra Stories: Tranquil Grotto

เมื่อมาถึงเมือง Ku ให้สลับเอา ฮิคาริและแอ็กเนียเข้าปาร์ตี้ (ส่วนนี้จำเป็นต้องทำ) แล้วออกไปที่ Southern Ku Sands แล้วต่อที่ Eastern Ku Sands ทีนี้ไปทางขวาล่างก็จะถึง Tranquil Grotto ที่เป็นจุดหมายปลายทางของเราแล้ว เดินเข้าไปด้านในจนสุดถึงบริเวณที่เราเคยเจอกับโยมิ แล้วจะเห็นว่าที่ด้านหลังก่อนหน้านี้มีกำแพงกั้นไว้ มันจะถูกเปิดออกเผยให้เห็นแท่นบูชาเปลวไฟ จากนั้นให้เราไปยืนอยู่หน้าแท่นบูชาเปลวไฟหรือรูปปั้นก็ได้ จากนั้นให้กดไปที่หน้าเมนู ตอนนี้เราจะเห็นว่าส่วนของ Inventory จะมีแสงขึ้นมา แล้วเลือกไปที่เมนูย่อย Valuables แล้วเลือกใช้ไอเทม Shiny Mirror (กระจกนี้ได้มาจากอัลพาเตส) กระจกทำให้กระตุ้นความทรงจำบางอย่างขึ้นมา ความหวังคือสิ่งที่ผลักดันฉัน.. ผลักดันฉันให้มีชีวิตอยู่ เพื่อเอาชีวิตรอด ผลักดันฉันให้หลุดพ้นจากเงื้อมมือของความตาย..เพื่อนำทางผู้อื่นให้เดินไปบนเส้นทางเดียวกัน.. แต่ความหวัง ความหวังคือความผิดพลาดไม่มีอะไรที่คุ้มค่าที่จะมีชีวิตอยู่ ไม่มีสิ่งใดในโลกที่โหดร้ายและน่ารังเกียจนี้ ไม่มีรุ่งอรุณใดที่คุ้มค่าที่จะรอคอย แล้วเราก็จะได้เห็นคาซานกำลังคุยอยู่กับอาเกฮะที่ตอนนี้ได้รับบาดเจ็บคาซาน: เจ้าจะยอมเสียสละสิ่งใดเพื่อจะได้เห็นวันพรุ่งนี้ ท่านอาเกฮะอาเกฮะ: คาซาน…ทำไม..แกถึงได้ทรยศพวกเรา..? แกทำให้นายท่านมูเกนขึ้นสู่บัลลังก์..แต่แกก็กลับโค่นเขาลงจากบัลลังก์คาซาน: ฮี่ฮี่ เหยี่ยวก็ต้องซ่อนกรงเล็บของมัน มันเป็นวิธีเดียวที่จะจับเหยื่อที่แท้จริงได้…ดาบโลหิตทมิฬ สมบัติศักดิ์สิทธิ์ของตระกูลคู มันไม่ง่ายเลยที่จะขโมยมาได้ มูเกนมันยืนขวางทางข้าอยู่ ก็เลยต้องกำจัดมันออกไป..ด้วยดาบของฮิคาริอาเกฮะ: ..แก..แกเป็นอะไรกันแน่…?คาซาน: ข้าเก็บซ่อนเจนตาเอาไว้ ไม่ให้ตระกูลคูรู้มานานหลายปีแล้ว ชื่อที่แท้จริงของข้า […]
บทสรุป Extra Stories: The Beginning

เมื่อเรามาถึงแผนที่ Southern Cropdale Trail ให้ไปบริเวณด้านล่างจะเจอกับส่วนที่มีเต้นท์ และกองไฟเหมือนเตรียมแคมป์ปิ้งกัน ทีนี้ให้เรากดสำรวจไปที่หม้อตรงกองไฟ ตัวเกมก็จะมีคำแนะนำขึ้นมา ว่าการดำเนินเนื้อเรื่องต่อจากนี้ การกระทำบางอย่างจะถูกจำกัดไว้ และควรเปลี่ยน Slot Save ด้วย เมื่อพร้อมแล้วก็ให้ตอบ Yes ได้เลย แอ็กเนียและพาร์เททิโอกำลังเตรียมการก่อไฟแอ็กเนีย: ฮึ่มม ไฟไม่ติดเลยพาร์เททิโอ: ลองอีกแล้วก็แล้วกัน แอ็กเนีย ทุกความผิดพลาดจะทำให้ก้าวไปสู่ความสำเร็จแอ็กเนีย: นั่นสินะ พวกเราก็แค่ต้องลองมันอีกเรื่อยๆจากนั้นออสวอลด์และแคสตี้ก็ได้เดินตามสมทบแคสตี้: พวกเราซื้อฟื้นมาให้เธอ 2 คนแล้วนะแอ็กเนีย: ขอบคุณนะแคสตี้แคสตี้: ระวังด้วยล่ะ การก่อไฟนี่มันไม่คุ้มค่าให้เธอเจ็บตัวนะออสวอลด์: หากต้องการไฟล่ะก็ ฉันทำให้ได้นะพาร์เททิโอ: ไม่ต้องรีบร้อนเพื่อน แล้วเราจะทำให้เหงื่อออกได้ยังไงล่ะออสวอลด์: นายยืนกรานจะใช้วิธีที่ไร้ประสิทธิภาพสินะต่อมาฮิคาริและเทเมนอสก็เดินเข้ามาฮิคาริ: พวกเรากลับมาแล้ว ไม่พบสัตว์ร้ายที่ซ่อนอยู่เลยเทเมนอส: แต่พวกเราเจอน้ำ ให้ตายเถอะงานใช้แรงแบบนี้ไม่เหมาะกับฉันเลยพาร์เททิโอ: ไม่มีอะไรจะดีไปกว่าการได้ทานอาหารดีๆ หลังจากทำงานหนักมาทั้งวันแคสตี้: พูดถึงเรื่องนั้น..ฉันสงสัยว่านักล่าเป็นยังไงบ้างเมื่อแคสตี้พูดจบโอชุตต์และโทรเน่ก็มาถึงที่แคมป์ ทางโอชุตต์ส่งเสียงร้อง ฮึบ ฮึบ พร้อมกับแบกเนื้อกองโตมาวางไว้ที่แคมป์โอชุตต์: ทาดาาา งานเลี้ยงจะไม่สมบูรณ์หากไม่มีอาหารจานหลักฮิคาริ: งานเลี้ยง? เนื้อนี่มันพอที่จะเปิดร้านขายเนื้อได้เลยนะโทรเน่: ฮ่า ฉันไม่คิดเลยว่าการล่าจะสนุกได้ขนาดนี้โอชุตต์: ฮ่าฮ่า เธอมีสิ่งที่นักล่าที่ยิ่งใหญ่ควรจะมีอยู่นะ […]
บทสรุป The Dancer & Warrior, Part 2

แอ็กเนียและฮิคาริได้เดินมาที่เมือง Ku ภายในเมืองได้มีการประดับโคมไฟเอาไว้ ทำให้ดูสวยงามเป็นพิเศษแอ็กเนีย: ดูนั่นสิพวกมันสวยจัง มันคืออะไรหรอ ฮิคาริ แสงไฟนั่นทำให้รู้สึกผ่อนคลายมากฮิคาริ: มันคือโคมกระดาษที่ถูกทำขึ้นให้คล้ายกับวิญญาณของมนุษย์ ผู้คนในเมืองเริ่มตกแต่งถนน เพื่อส่งผู้เสียชีวิตแอ็กเนีย: ฉันเข้าใจแล้ว พวกเขาอาจจะจากไป แต่ก็ไม่เคยห่างไกลจากใจเราเลยฮิคาริ: ใช่แล้ว และดวงวิญญาณของพวกเขาก็ส่องทางให้เราแอ็กเนีย: ช่างน่าอัศจรรย์เบงเคย์: ฝ่าบาทฮิคาริฮิคาริ: มีอะไรหรอเบงเคย์เบงเคย์: อาจเป็นเพียงข้อเสนอแนะที่ไร้สาระ แต่…เราควรจัดเทศกาลเพื่อรำลึกถึงชัยชนะของเราหรือไม่ ตั้งแต่สมัยโบราณ คูได้เฉลิมฉลองชัยชนะในสงครามด้วยงานฉลองที่อลังการ เราควรทำเช่นเดียวกัน เพื่อประชาชนจะได้รักราชาองค์ใหม่ของตนฮิคาริ: …ไม่เบงเคย์: ทำไมล่ะ ฝ่าบาทฮิคาริ: บาดแผลของเพื่อนเรายังสดใหม่ ร่างกายและจิตใจของพวกเขายังคงบอบช้ำ เราทุกคนสูญเสียอะไรไปมากมายในสงคราม ไม่มีเหตุผลที่จะเฉลิมฉลองแอ็กเนีย: นายมีจิตใจที่ดีจัง ฮิคาริ แต่นายก็ไม่ควรอารมณ์ร้ายตลอดเวลา การเห็นนายมีความสุขจะทำให้คนอื่น มีความสุขตามไปด้วยฮิคาริ: แอ็กเนียแอ็กเนีย: งั้นมาลองแบบนี้กันดูไหมล่ะ จัดงานเทศกาลเพื่อขอพร มอบความสุขให้กับผู้ที่สูญเสียฮิคาริ: และด้วยวิธีนี้เราได้แสดงความอาลัยต่อเพื่อนของเรา..ข้าเห็นคุณค่าในเรื่องนี้ พิธีกรรมแห่งการรำลึก ข้าชอบมันเบงเคย์: เป็นความคิดที่ยอดเยี่ยม ข้าจะเริ่มเตรียมการทันที ท่านหญิงแอกเนีย คุณจะให้เกียรติเต้นรำในงานเฉลิมฉลองไหมแอ็กเนีย: ฉันหรอ? นับเป็นเกียรติอย่างยิ่ง!เบงเคย์: งั้นพวกเราก็มีทุกอย่างพร้อมแล้วฮิคาริ: ยังไม่ครบนะเบงเคย์ พิธีกรรมต้องมีอุปกรณ์ที่เหมาะสมเบงเคย์: อ่าา นั่นสินะฝ่าบาท […]
บทสรุป Hikari – Chapter 5

ฮิคาริได้มายืนอยู่บนเนินเขาวีรบุรุษอีกครั้ง และได้พูดว่า ในที่สุดก็ได้กลับบ้าน พร้อมด้วยสหายเป็นแรงเสริม ภายในเมืองมิกกะได้มาเคารพศพพ่อของเธอ ส่วนทางรึตสึก็เดินเข้ามาหาพร้อมกับบอกว่า ริตสึ: พี่จะรีบกลับ นะมิกกะมิกกะ: พี่จะออกไปต่อสู้อีกแล้วใช่มั้ยริตสึ: เอาน่า อย่าทำหน้าเศร้าไปเลยมิกกะ: หนูรู้ว่าเพราะพี่ทำงานหนัก เลยทำให้ชีวิตของพวกเราดีขึ้น แต่นี่มันไม่ใช่สิ่งที่หนูต้องการริตสึ: แล้วน้องต้องการอะไรหรอ เธออิ่มท้อง มีหลังคาเหนือหัว และมีชุดกิโมโนใหม่เอี่ยม มีกี่คนที่สามารถทำแบบนี้ได้มิกกะ: หนูแค่…ต้องการให้พี่อยู่ที่นี่ด้วยกัน หนูกลัว..หนูไม่รู้ว่าจะทำอย่างไรถ้าพี่ไม่กลับมาริตสึ: พี่สัญญา ว่าพี่จะกลับมา พี่อยากให้เธอมีความสุขนะมิกกะ มีความสุขมากจนสามารถลืมความทุกข์ทรมานทั้งหมดที่เคยเจอมาได้ เงยหน้าเอาไว้ เธอสมควรที่จะได้มองดูท้องฟ้ามิกกะ: ค่ะพี่ ในห้องบัลลังก์มูเกน: แม่ทัพริตสึริตสึ: ฝ่าบาททรงเรียกหาหม่อมฉันหรอ?มูเกน: น้องชายโง่เขลาของข้าและพวกราษฎรที่เขาเรียกว่ากองทัพได้เริ่มรุกคืบเข้ามาแล้วริตสึ: ข้าจะเริ่มเสริมกำลังป้องกันปราสาททันทีมูเกน: ไม่ต้อง ข้าจะปล่อยมันให้เป็นหน้าที่ของคนอื่น เจ้าคอยอยู่ใกล้ข้าไว้ก็พอริตสึ: นับเป็นเกียรติที่อยู่เหนือจิตนาการของข้ามากฝ่าบาทมูเกน: เจ้าได้ก้าวข้ามศัตรูจำนวนนับไม่ถ้วนเพื่อไปถึงตำแหน่งของเจ้า จากชนชั้นต่ำสู่ตำแหน่งแม่ทัพ การผงาดขึ้นของเจ้าเป็นเครื่องพิสูจน์ถึงความเข้มแข็ง นี่คือวิถีแห่งโลก ผู้ยิ่งใหญ่จะสร้างปราสาทของตนบนซากศพของผู้อ่อนโยน ทางด้านฮิคาริได้รับการแจ้งข่าวจากคาซานเมื่อถึงเวลาสุกงอม เหยี่ยวขอเชิญสหายมาร่วมงาน มายังคูซึ่งมีงานเลี้ยงรออยู่ลงมาด้านล่างฮิคาริก็จะพบกับคาซานฮิคาริ: คาซานคาซาน: ช่วงเวลานั้นอยู่ใกล้แค่เอื้อมแล้วสหาย ข้านำพันธมิตรมาด้วย มาดูเหล่าผู้กล้าของคูกันฮิคาริและคาซานก็ได้เดินไปดูกองทัพพันธมิตร นอกจากเหล่ากลาดิเอเตอร์จาก Montwise แล้วยังมีชาวเมืองของคูเข้ามาร่วมด้วยอีกมากมายชาวเมืองคู1: นายท่านฮิคาริชาวเมืองคู2: องค์ชายฮิคาริ: ทำไม..?คาซาน: […]
บทสรุป The Apothecary & Hunter, Part 2

โอชุตต์และแคสตี้ได้เดินทางมายังเมือง Cropdale อีกครั้ง ที่หน้าเมืองโอชุตต์ก็บ่นว่าหิวเช่นเดิม แคสตี้เลยบอกว่าเธอจำได้ว่ามีร้านขายเนื้ออยู่นะ แต่เมื่อมองออกไปดูเห็นว่ามันไม่มีร้านนั้นอีกแล้ว ส่วนทางโอชุตต์ก็นึกถึงดูออร์ดูออร์ที่เคยรักษามันเมื่อครั้งก่อน ตอนนี้จะเป็นอย่างไรบ้างนะ ทั้ง 2 ก็เลยตกลงกันว่าจะไปเยี่ยมดูอาการกันหน่อย ให้เราเดินทางไป Animal Trail ป่าที่เคยไปรักษาดูออร์ดูออร์ครั้งที่แล้ว เมื่อมาถึงก็พบว่าป่ามันแปลกไป ไม่มีสิ่งมีชีวิตอยู่แถวนี้เลย แถมบรรยากาศก็ดูมืดลง เมื่อเดินลึกเข้าไปอีก ก็ได้เจอกับเงาดำแปลกๆ ทำให้แคสตี้มีอาการไม่ค่อยดีเท่าไหร่นัก โอชุตต์ก็เลยอาสาจัดการมันเอง ตอนนี้ให้เรา Challenge เงาดำแปลกๆ นั่น เมื่อโอชุตต์กำจัดมันได้แล้ว เราก็จะเจอดูออร์ดูออร์ที่ตามหา ตอนนี้มันดูเหมือนได้รับบาดเจ็บ แถมยังมีรอยสีดำอยู่ตามตัว แคสตี้ก็เลยคิดว่ามันอาจจะเกิดอาการเดียวกันกับที่โดนฝนพิษก็ได้ เธอจึงอยากขอลองรักษามันดู หลังจากนั้นแคสตี้ก็รักษาอาการให้ดีขึ้นมาได้ ส่วนดูออร์ดูออร์ก็เล่าให้ฟังว่า มันพยายามใช้ตัวเองเป็นโล่ป้องกันพวกเงาเอาไว้ เพื่อให้สิ่งมีชีวิตอื่นสามารถหลบหนีได้ มันจะทำลายเงาให้ได้ในไม่ช้าก็เร็ว แต่แคสตี้ก็เป็นห่วงกลัวว่าเงาจะทำร้ายมันได้อีก สุดท้ายแคสตี้กับโอชุตต์ก็เลยติดสินใจตามร่องรอยของเงาลึกเข้าไปในป่า เมื่อเดินลึกเข้าไปแคสตี้ก็พบว่าตัวเองพลัดหลงกับโอชุตต์ไปแล้ว ส่วนเธอก็ต้องเดินหน้าต่อไป สุดท้ายก็พบเข้ากับเงามืดมันพยายามล่อลวงและเข้าครอบงำตัวของแคสตี้ ตอนนั้นเองโอชุตต์ก็ได้ตะโกนเรียกแคสตี้ให้ตั้งสติกลับมาได้ แคสตี้เลยถามว่าโอชุตต์หายไปไหนมา โอชุตต์ก็บอกว่าเธอไม่ได้หายไปไหนเลยต่างหาก ส่วนเงาดำมันก็ถามว่าโอชุตต์เป็นใคร เธอมีแสงสว่างในตัวมากเกินไป และไม่มีเงามืดอยู่ภายในเลย จากนั้นทั้ง 2 ก็เข้าต่อสู้กับเงาดำนั้น เมื่อเอาชนะมันได้ ความมืดที่เข้าครอบงำอยู่ในป่าแห่งนี้ก็ได้หายไปและกลับมาเป็นปกติ แคสตี้ก็รู้สึกสงสัยว่าสถานที่ที่พวกเธอไปมานั้นมันคือที่ไหนกันแน่ มันรู้สึกเหมือนชีวิตกำลังจะหลุดลอยออกไป […]
บทสรุป Castti – Chapter 4

แคสตี้ได้เดินทางมาถึงเมือง Timberain ตามที่ทรูโซได้เคยบอกว่า เมืองนี้จะจัดพิธีราชาภิเษก ทำให้ผู้คนมากมายจะมารวมตัวกันที่ปราสาท ตอนนี้แคสตี้รู้สึกว่า มวลอากาศเริ่มหนัก ฝนกำลังจะมา ทำให้เธอมีเวลาเหลือไม่มากแล้ว โดยจะต้องเริ่มจากการสำรวจรอบๆ เมืองนี้ก่อน ให้เราเดินขึ้นบันไดไปทางซ้าย จะได้พบกับเอ็ดมันด์ แคสตี้ถามว่ามาทำอะไรที่นี่ เอ็ดมันด์เลยเล่าให้ฟัง เพราะความช่วยเหลือของแคสตี้ทำให้พวกเขาได้รับการยอมรับกลายเป็นพลเมืองของทิมเบอร์เรนแล้ว วันนี้เป็นวันราชาภิเษก ดังนั้นเราจึงต้องออกมาเฉลิมฉลองกันอย่างเต็มที่ เจ้าชายทรงจัดงานฉลองอย่างยิ่งใหญ่ ผู้คนจากทั่วทุกมุมโลกมารวมตัวกันเพื่อร่วมสนุก แม้แต่นักข่าวบางคนจากฝั่งตะวันออกก็เข้าร่วมในงานนี้ เมื่อได้ยินแบบนั้นยิ่งทำให้แคสตี้รู้สึกหนักใจ สุดท้ายแคสตี้ก็เลยยอมเล่าเรื่องแผนการของทรูโซให้เอ็ดมันด์ได้ฟัง เอ็ดมันด์ก็เชื่อที่แคสตี้เล่า และบอกว่าหากต้องการความช่วยเหลืออะไรก็ให้บอกมาได้เลย แคสตี้เลยบอกว่าอยากให้เอ็ดมันด์พาผู้คนทั้งหมดไปให้ไกลจากที่นี่และต้องไม่โดนฝน เอ็ดมันด์ก็ไม่รู้ว่าจะทำยังไงเพราะมีคนเยอะมากและเขาไม่ใช่หมาที่ต้อนแกะนะ แคสตี้บอกว่า ก็จริงมันทำได้ยากมากเพราะว่าเราขาดคน เอ็ดมันด์บอกว่าถ้าขาดคนล่ะก็ตามฉันมาก่อนสิ ให้เราไปที่บาร์ เอ็ดมันด์จะพาเรามาแนะนำให้รู้จักกับเหล่าทหารของทิมเบอร์เรน พวกเขานี่แหละที่จะคอยเฝ้าระวังตามจุดต่างๆ ภายในพิธีราชาภิเษก ทำให้แคสตี้รู้สึกมีความหวังเพราะชาวเมืองจะไม่ฟังที่พวกเราพูด แต่จะฟังพวกทหารแน่นอน แคสตี้เลยเดินเข้าไป ตะโกนเล่าเรื่องให้ทหารฟัง บอกว่าจะมีฝนตกเป็นสีม่วงซึ่งมันมีพิษตกลงมา ใครก็ตามที่โดนมันจะตายแน่นอน หากอยากให้ทุกคนปลอดภัยจะต้องพาพวกเขาไปยังที่ปลอดภัย แต่พวกทหารกลับหัวเราะเยาะใส่ เพราะว่าเขาไม่เชื่อเกี่ยวกับฝนตกเป็นสีม่วง มีหลักฐานอะไรคือเปล่า แคสตี้เลยถกแขนเสื้อให้พวกเขาดูว่าเธอก็เคยเป็นเหยื่อ แขนของเธอตอนนี้ยังเป็นสีม่วงอยู่เลย จากนั้นก็เล่าเรื่องที่เกิดขึ้นในหมู่บ้านให้เหล่าหทารฟัง สุดท้ายกริฟที่เป็นหนึ่งในทหารพวกนั้นก็บอกว่า ให้เชื่อแคสตี้และเอ็ดมันด์เถอะ เพราะพวกเราเป็นหนี้บุญคุณทั้งสองคนนี้มาก พวกเขาช่วยชีวิตเพื่อนทหารของเราหลายสิบนายระหว่างการปะทะใน Sai เราเป็นทหารของทิมเบอร์เลน ที่มีชื่อเสียงด้านเกียรติยศ เราไม่สามารถเพิกเฉยต่อหนี้บุญคุณนี้ได้ […]