แคสตี้ได้เดินทางมาถึงเมือง Timberain ตามที่ทรูโซได้เคยบอกว่า เมืองนี้จะจัดพิธีราชาภิเษก ทำให้ผู้คนมากมายจะมารวมตัวกันที่ปราสาท ตอนนี้แคสตี้รู้สึกว่า มวลอากาศเริ่มหนัก ฝนกำลังจะมา ทำให้เธอมีเวลาเหลือไม่มากแล้ว โดยจะต้องเริ่มจากการสำรวจรอบๆ เมืองนี้ก่อน

ให้เราเดินขึ้นบันไดไปทางซ้าย จะได้พบกับเอ็ดมันด์ แคสตี้ถามว่ามาทำอะไรที่นี่ เอ็ดมันด์เลยเล่าให้ฟัง เพราะความช่วยเหลือของแคสตี้ทำให้พวกเขาได้รับการยอมรับกลายเป็นพลเมืองของทิมเบอร์เรนแล้ว วันนี้เป็นวันราชาภิเษก ดังนั้นเราจึงต้องออกมาเฉลิมฉลองกันอย่างเต็มที่ เจ้าชายทรงจัดงานฉลองอย่างยิ่งใหญ่ ผู้คนจากทั่วทุกมุมโลกมารวมตัวกันเพื่อร่วมสนุก แม้แต่นักข่าวบางคนจากฝั่งตะวันออกก็เข้าร่วมในงานนี้ เมื่อได้ยินแบบนั้นยิ่งทำให้แคสตี้รู้สึกหนักใจ สุดท้ายแคสตี้ก็เลยยอมเล่าเรื่องแผนการของทรูโซให้เอ็ดมันด์ได้ฟัง เอ็ดมันด์ก็เชื่อที่แคสตี้เล่า และบอกว่าหากต้องการความช่วยเหลืออะไรก็ให้บอกมาได้เลย แคสตี้เลยบอกว่าอยากให้เอ็ดมันด์พาผู้คนทั้งหมดไปให้ไกลจากที่นี่และต้องไม่โดนฝน เอ็ดมันด์ก็ไม่รู้ว่าจะทำยังไงเพราะมีคนเยอะมากและเขาไม่ใช่หมาที่ต้อนแกะนะ แคสตี้บอกว่า ก็จริงมันทำได้ยากมากเพราะว่าเราขาดคน เอ็ดมันด์บอกว่าถ้าขาดคนล่ะก็ตามฉันมาก่อนสิ

ให้เราไปที่บาร์ เอ็ดมันด์จะพาเรามาแนะนำให้รู้จักกับเหล่าทหารของทิมเบอร์เรน พวกเขานี่แหละที่จะคอยเฝ้าระวังตามจุดต่างๆ ภายในพิธีราชาภิเษก ทำให้แคสตี้รู้สึกมีความหวังเพราะชาวเมืองจะไม่ฟังที่พวกเราพูด แต่จะฟังพวกทหารแน่นอน แคสตี้เลยเดินเข้าไป ตะโกนเล่าเรื่องให้ทหารฟัง บอกว่าจะมีฝนตกเป็นสีม่วงซึ่งมันมีพิษตกลงมา ใครก็ตามที่โดนมันจะตายแน่นอน หากอยากให้ทุกคนปลอดภัยจะต้องพาพวกเขาไปยังที่ปลอดภัย แต่พวกทหารกลับหัวเราะเยาะใส่ เพราะว่าเขาไม่เชื่อเกี่ยวกับฝนตกเป็นสีม่วง มีหลักฐานอะไรคือเปล่า แคสตี้เลยถกแขนเสื้อให้พวกเขาดูว่าเธอก็เคยเป็นเหยื่อ แขนของเธอตอนนี้ยังเป็นสีม่วงอยู่เลย จากนั้นก็เล่าเรื่องที่เกิดขึ้นในหมู่บ้านให้เหล่าหทารฟัง สุดท้ายกริฟที่เป็นหนึ่งในทหารพวกนั้นก็บอกว่า ให้เชื่อแคสตี้และเอ็ดมันด์เถอะ เพราะพวกเราเป็นหนี้บุญคุณทั้งสองคนนี้มาก พวกเขาช่วยชีวิตเพื่อนทหารของเราหลายสิบนายระหว่างการปะทะใน Sai เราเป็นทหารของทิมเบอร์เลน ที่มีชื่อเสียงด้านเกียรติยศ เราไม่สามารถเพิกเฉยต่อหนี้บุญคุณนี้ได้ เรามาเชื่อใจนักปรุงยาคนนี้ที่เคยช่วยชีวิตเราไว้ เรามามอบโอกาสให้เธอช่วยชีวิตเราอีกครั้งเถอะ จากนั้นเหล่าทหารก็ยอมเชื่อและออกทำงานกันอย่างเร่งด่วน ช่วยกันอพยพประชาชนให้เข้าไปยังที่ร่ม เข้าไปในบ้าน ไม่ให้โดนฝนเท่าที่จะทำได้

ตอนนี้แคสตี้ก็เหลืออยู่หน้าที่เดียวแล้วซึ่งก็คือการหยุดทรูโซ หลังจากที่คิดคำนวณดู ก็พบว่าสถานที่ที่ดีที่สุดในการปล่อยพิษต้องอยู่บนที่สูงมีลมแรง น่าจะอยู่ตรงเนินเขาฝั่งตะวันตก เมื่อมองไปแล้วก็พบว่ามันคือปราสาททิมเบอร์เลนนั่นเอง ตอนนี้ก็ให้เรามุ่งหน้าไปที่ปราสาทและพยายามขึ้นไปยังดาดฟ้า

เมื่อมาถึงที่ดาดฟ้าแล้วจะพบว่าสีของฝนมันเปลี่ยนเป็นสีม่วง และตัวแคสตี้เองก็รู้สึกว่าพิษครั้งนี้มันรุนแรงขึ้นกว่าเดิม ตอนนี้ให้เราพยายามเดินไปทางฝั่งซ้ายของดาดฟ้าให้ได้ ก็จะพบกับทรูโซกำลังปล่อยควันพิษอยู่

แคสตี้: ทรูโซ!
ทรูโซ: โอ้ สวัสดีหัวหน้า ฉันแปลกใจมากที่เห็นว่าคุณยังมีชีวิตอยู่
แคสตี้: ฉันเป็นหนี้ชีวิตทุกคน
ทรูโซ: เอ่อ มันก็เปลี่ยนแปลงอะไรไม่ได้อยู่ดี คุณมาที่นี่เพื่อดูอีกเมืองหนึ่งที่ถูกพัดด้วยสายฝนอันโอชะของฉันใช่ไหม
แคสตี้: ฉันจะไม่ยอมให้นายทำมันได้
ทรูโซ: ใช่ ใช่ ฉันเห็นคุณนำแกะเข้าคอก ทำได้ดีมาก ขอปรบมือให้ ปิดหน้าต่างหรือปิดประตูไว้ แต่อากาศก็ยังเข้าไปได้ ตราบใดที่ควันอันล้ำค่าของฉันยังคงลอยอยู่ ชีวิตของผู้คนเหล่านั้นต้องสูญสิ้นไป
แคสตี้: ทรูโซ ฉันยังคงหวังเอาไว้กับนาย ฉันคิดว่าในส่วนลึกๆ ของนาย ผู้ชายอ่อนโยนที่นายเคยเป็นยังคงมีชีวิตอยู่ แต่ฉันเข้าใจผิด หัวใจของนายมันดำมืดเหมือนโรคระบาดที่นายแพร่กระจายอยู่
ทรูโซ: โอ้ไม่ คุณกำลังคุกคามฉันอยู่หรือเปล่า มือนั่นไม่ได้ถูกสร้างมาเพื่อช่วยชีวิตหรอ? ไม่ใช่เพื่อยุติชีวิตของใคร?
แคสตี้: ฉันจะอัดนายลงไปกองกับพื้น มันเป็นวิธีเดียวที่จะยื่นมือเข้าช่วยเหลือทุกคนที่อยู่ข้างล่างนั่น
ทรูโซ: โอ้หัวหน้า ถ้าเพียงแต่คุณได้ฟังคำพูดของเขาในวันนั้น คุณจะยินดีที่ได้ร่วมมือกับผม เพื่อให้ทุกคนหลุดพ้นจากโลกที่เสื่อมโทรม ไม่ต้องห่วงนะหัวหน้า ฉันจะช่วยคุณด้วยเช่นกัน
จากนั้นศึกระหว่างแคสตี้และทรูโซก็ได้เริ่มขึ้น

ในระหว่างต่อสู้
ทรูโซ: อั่ก ทำไม ทำไมคุณถึงไม่เข้าใจ ลองนึกถึงความเจ็บปวดที่คุณสูญเสียคนรักไปสิ ความน่ากลัวที่รู้ว่าวันหนึ่งคุณจะต้องตาย ชีวิตที่เต็มไปด้วยความเจ็บปวดและความเสียใจที่ขมขื่นนั้นมีค่าอะไร?
แคสตี้: ชีวิตอาจมีช่วงเวลาที่เจ็บปวดและขมขื่น..แต่ยังมีความหวังเสมอ ความหวังที่จะยุติความขัดแย้งอันไร้จุดหมาย ความหวังที่จะบอกลูกสาวของนายว่านายใส่ใจเธอมากแค่ไหน ภารกิจของเราในฐานะนักปรุงยาคือการทำให้ทุกคนมีชีวิตยืนยาวเพียงพอ เพื่อให้ความหวังของพวกเขากลายเป็นความจริง ถึงแม้นั่นจะแลกมาด้วยชีวิตของพวกเราก็ตาม
ทรูโซ: อ่าา หัวหน้า ดูคุณสิ เต็มไปด้วยความทุกข์ที่ไร้ประโยชน์ ขอให้ฉันยื่นมือไปหาคุณและมอบหนทางสู่การหลุดพ้นให้กับคุณ ฉันจะชำระล้างมลทินในตัวคุณ เมืองนี้ และทุกๆ คน ด้วยความบริสุทธิ์อันแสนหวานแห่งความตาย ตอนนี้ก็ ตาย! ตาย ตาย ตาย ตาย ฮา ฮา ฮา ฮา ฮา ฮา

เมื่อเอาชนะทรูโซมาได้ แคสตี้ก็อยู่ในสภาพที่ไม่ค่อยดีเพราะพิษเริ่มจะแพร่กระจายในตัวเธอเยอะขึ้นแล้ว
แคสตี้: ฉันต้องการ…ปาฏิหาริย์
แคสตี้ได้ค้นไปในกระเป๋าของเธอและนำอะไรบางอย่างออกมา
แคสตี้: หยดหิมะ…ดอกไม้ที่มาลายาให้ฉัน แต่..ฝนพิษนี่ก่อให้เกิดผลเสียต่อผู้คนมากมาย ดูเหมือนจะเป็นไปไม่ได้ที่จะสร้างยาหนึ่งชนิดเพื่อรักษาพวกเขาได้ทั้งหมด..แต่ฉันก็ต้องทำ ฉันเป็นคนเดียวเท่านั้น…ที่สามารถ…ทำได้..
ในขณะนั้นเองมาลายาก็ได้ปรากฏตัวขึ้นตรงหน้าแคสตี้
แคสตี้: มาลายา ได้ยังไง?
มาลายา: จำให้ได้สิ แคสตี้
แคสตี้: จำ จำอะไร?
มาลายา: การเดินทางของเธอ ทุกเส้นทางที่เธอเดินล้วนนำมาสู่ช่วงเวลานี้ สู่การรักษานี้
แคสตี้: การเดินทางของฉัน เพียวบาล์มทำความสะอาดน้ำที่ปนเปื้อน ใบสะเก็ดเงิน เพื่อเป็นของขวัญให้โรซ่าช่วยยืดเวลาของเธอออกไป ดอกซานตาเนโฮเพื่อช่วยชีวิตแซลลี่ สกายบาล์ม และสุดท้ายหยดหิมะที่เธอมอบความไว้วางใจให้แก่ฉัน
มาลายา: แคสตี้ ฉันรู้ว่าเธอทำได้
แคสตี้: ฉันทำได้ ฉันต้องทำมัน
หลังจากมาลายาได้ช่วยเหลือแคสตี้แล้วก็ได้หายตัวไป ส่วนแคสตี้ตอนนี้เธอก็ลงมือปรุงยารักษา

เมื่อปรุงยาเสร็จเธอก็ได้ลองใช้มันกับตัวเองทันที
แคสตี้: หายใจสม่ำเสมอ เลือดไหลช้าลงด้วย ฉันรู้สึกได้ว่าอาการชาเริ่มจางลง และที่สำคัญที่สุดคืออาการบวมดำก็หายไปแล้ว อาการทั้งหมดหายแล้ว ขอบคุณนะมาลายา ฉันทำได้แล้ว เหมือนที่เธอบอกว่าฉันทำได้ ฉันพบวิธีรักษาฝนพิษของทรูโซ
ทรูโซ: อ่า อ่าา หนาว..มาก..ฉันเห็นคนตายมามากมาย…ครั้งแล้วครั้งเล่า เฮอะ..นี่สินะ..ความรู้สึกของความตาย แน่นอน..มันคือ…การหลุดพ้น
แคสตี้: ทรูโซ…
ทรูโซ: รู้สึกยังไงบ้างล่ะหัวหน้า? ที่ได้พรากชีวิต
แคสตี้: … ฉันต้องยื่นมือข้างหนึ่งออกไปพรากชีวิตคน เพื่อช่วยชีวิตคนนับพันด้วยอีกมือหนึ่ง
ทรูโซ: ฮ่า คุณไม่ได้เปลี่ยนไปเลยหัวหน้า ตั้งแต่ที่ฉันพบคุณครั้งแรก คุณไม่ได้เปลี่ยนไปเลย แต่ในสุสานแห่งความเสื่อมโทรมอันกว้างใหญ่นี้ คุณจะเป็นเหมือนเดิมได้อีกนานแค่ไหน?
จากนั้นทรูโซก็ได้ล้มตายลงไป
แคสตี้: ทรูโซ…ฝนมันกลับมาเป็นปกติแล้ว
ตอนนี้เองก็มีเสียงเรียกตัวแคสตี้ดังขึ้นมา นั่นก็คือเสียงของเอ็ดมันด์ที่ได้วิ่งขึ้นมายังดาดฟ้าของปราสาทเช่นกัน
เอ็ดมันด์: ฉันดีใจนะที่ได้เจอเธออีกครั้ง
แคสตี้: ไม่ต้องห่วงฉันหรอก ตอนนี้เมืองเป็นยังไงบ้าง?
เอ็ดมันด์: เราพาทุกคนไปถึงที่ปลอดภัยได้ทันเวลา แต่ก็มีคนพลัดหลงอยู่บ้าง แต่พวกเขาทั้งหมดกำลังต่อสู้เพื่อชีวิตของตนเองกับพิษนั่น แค่ก แค่ก บ้าเอ้ย.. ดูเหมือนฉันจะสูดควันพวกนั้นเข้าไป
แคสตี้: เอานี่ไปสิ คุณเอ็ดมันด์
เอ็ดมันด์: ได้เลย แต่เดี๋ยวนะ อย่าบอกนะว่านี่คือ..?
แคสตี้: ใช่แล้ว มันคือยารักษา
เอ็ดมันด์: เหลือเชื่อ! พวกเราสามารถช่วยทุกคนได้ด้วยสิ่งนี้
แคสตี้: แน่นอน ตอนนี้พวกเราต้องรีบหน่อยแล้ว ทุกวินาทีมีค่ามาก
เอ็ดมันด์: ได้เลย

จากนั้นทั้ง 2 สองก็ได้วิ่งออกไปทั่วเมืองเพื่อรักษาคนที่กำลังป่วยจากฝนพิษ สุดท้ายแคสตี้ก็ทำได้ เธอสามารถช่วยทุกคนเอาไว้ได้ จากนั้นเธอก็ได้เข้ามาพักผ่อนภายในบาร์และได้เผลอนั่งหลับไป ในความฝันนั้นเธอก็ได้พบกับมาลายาอีกครั้ง

แคสตี้: มาลายา ฉันได้ทำตามที่เธอคาดหวังไว้หรือเปล่า
มาลายา: เธอทำได้และยังมากกว่าที่คิดด้วย เธอช่วยชีวิตคนไว้มากมาย ขอบคุณนะหัวหน้า ฉันแน่ใจว่าทุกคนก็คิดแบบเดียวกัน แคสตี้ ฉันเหนื่อยมากแล้ว ฉันอยากจะพักผ่อน หัวหน้าช่วยฉันหน่อยได้มั้ย
ตอนนี้ให้เรากด Soothe ให้กับมาลายา ครั้งนี้จะเป็นการใช้สกายบาล์มกับมาลายา จากนั้นเหล่านักปรุงยาของเอียร์ก็จะปรากฏตัวออกมาด้วยเช่นกัน
แคสตี้: ฝันดีนะมาลายา ฝันดีนะทุกคน
และแล้วกลุ่มนักปรุงยาของเอียร์ที่เสียชีวิตก็สลายไป แคสตี้ก็ได้ตื่นจากฝัน

เอ็ดมันด์: อรุณสวัสดิ์
แคสตี้: อะไรนะ..?
เอ็ดมันด์: ในระหว่างที่เธอกรนอยู่ พวกเราก็เข้าร่วมพิธีราชาภิเษกแล้ว
แคสตี้: ฉันน่าจะต้องออกไปตั้งนานแล้ว แล้วพวกชาวเมืองล่ะ?
เอ็ดมันด์: ดูด้วยตาตัวเองเถอะ
แคสตี้ที่ได้ออกมาเดินดูบรรยากาศภายในเมือง ก็พบว่ามันมีบรรยากาศงานฉลองดูที่ร่าเริงมาก จากนั้นนักข่าวตัวน้อยโอริก็ได้เข้ามาพูดคุยกับแคสตี้
โอริ: ขอโทษนะคะ คุณคือนักปรุงยาที่ทุกคนกำลังพูดถึงอยู่หรือเปล่า ฉันเป็นนักข่าว ฉันเขียนเรื่องราวลงไปยังหนังสือพิมพ์เดลสต้า ไทมส์ ฉันได้ยินมาว่าคุณช่วยชีวิตทุกคนภายในเมืองทิมเบอร์เลน คุณมีข้อความอะไรที่อยากจะบอกแก่ผู้คนทั่วโลกบ้างไหม
แคสตี้: คุณบอกว่าฉันช่วยทุกคนหรอ
โอริก็พยักหน้าเป็นการตอบ แต่แคสตี้กลับส่ายหน้า
แคสตี้: ไม่ใช่ มันไม่ใช่แค่ฉันหรอก เป็นพวกเราต่างหาก กลุ่มนักปรุงยาของเอียร์
Castti – Chapter 4 End

ต่อไปให้ไปที่เมือง Cropdale สำหรับเนื้อเรื่องคู่ระหว่าง แคสตี้และโอชุตต์



