บทสรุป Castti – Chapter 4

แคสตี้ได้เดินทางมาถึงเมือง Timberain ตามที่ทรูโซได้เคยบอกว่า เมืองนี้จะจัดพิธีราชาภิเษก ทำให้ผู้คนมากมายจะมารวมตัวกันที่ปราสาท ตอนนี้แคสตี้รู้สึกว่า มวลอากาศเริ่มหนัก ฝนกำลังจะมา ทำให้เธอมีเวลาเหลือไม่มากแล้ว โดยจะต้องเริ่มจากการสำรวจรอบๆ เมืองนี้ก่อน

ให้เราเดินขึ้นบันไดไปทางซ้าย จะได้พบกับเอ็ดมันด์ แคสตี้ถามว่ามาทำอะไรที่นี่ เอ็ดมันด์เลยเล่าให้ฟัง เพราะความช่วยเหลือของแคสตี้ทำให้พวกเขาได้รับการยอมรับกลายเป็นพลเมืองของทิมเบอร์เรนแล้ว วันนี้เป็นวันราชาภิเษก ดังนั้นเราจึงต้องออกมาเฉลิมฉลองกันอย่างเต็มที่ เจ้าชายทรงจัดงานฉลองอย่างยิ่งใหญ่ ผู้คนจากทั่วทุกมุมโลกมารวมตัวกันเพื่อร่วมสนุก แม้แต่นักข่าวบางคนจากฝั่งตะวันออกก็เข้าร่วมในงานนี้ เมื่อได้ยินแบบนั้นยิ่งทำให้แคสตี้รู้สึกหนักใจ สุดท้ายแคสตี้ก็เลยยอมเล่าเรื่องแผนการของทรูโซให้เอ็ดมันด์ได้ฟัง เอ็ดมันด์ก็เชื่อที่แคสตี้เล่า และบอกว่าหากต้องการความช่วยเหลืออะไรก็ให้บอกมาได้เลย แคสตี้เลยบอกว่าอยากให้เอ็ดมันด์พาผู้คนทั้งหมดไปให้ไกลจากที่นี่และต้องไม่โดนฝน เอ็ดมันด์ก็ไม่รู้ว่าจะทำยังไงเพราะมีคนเยอะมากและเขาไม่ใช่หมาที่ต้อนแกะนะ แคสตี้บอกว่า ก็จริงมันทำได้ยากมากเพราะว่าเราขาดคน เอ็ดมันด์บอกว่าถ้าขาดคนล่ะก็ตามฉันมาก่อนสิ

ให้เราไปที่บาร์ เอ็ดมันด์จะพาเรามาแนะนำให้รู้จักกับเหล่าทหารของทิมเบอร์เรน พวกเขานี่แหละที่จะคอยเฝ้าระวังตามจุดต่างๆ ภายในพิธีราชาภิเษก ทำให้แคสตี้รู้สึกมีความหวังเพราะชาวเมืองจะไม่ฟังที่พวกเราพูด แต่จะฟังพวกทหารแน่นอน แคสตี้เลยเดินเข้าไป ตะโกนเล่าเรื่องให้ทหารฟัง บอกว่าจะมีฝนตกเป็นสีม่วงซึ่งมันมีพิษตกลงมา ใครก็ตามที่โดนมันจะตายแน่นอน หากอยากให้ทุกคนปลอดภัยจะต้องพาพวกเขาไปยังที่ปลอดภัย แต่พวกทหารกลับหัวเราะเยาะใส่ เพราะว่าเขาไม่เชื่อเกี่ยวกับฝนตกเป็นสีม่วง มีหลักฐานอะไรคือเปล่า แคสตี้เลยถกแขนเสื้อให้พวกเขาดูว่าเธอก็เคยเป็นเหยื่อ แขนของเธอตอนนี้ยังเป็นสีม่วงอยู่เลย จากนั้นก็เล่าเรื่องที่เกิดขึ้นในหมู่บ้านให้เหล่าหทารฟัง สุดท้ายกริฟที่เป็นหนึ่งในทหารพวกนั้นก็บอกว่า ให้เชื่อแคสตี้และเอ็ดมันด์เถอะ เพราะพวกเราเป็นหนี้บุญคุณทั้งสองคนนี้มาก พวกเขาช่วยชีวิตเพื่อนทหารของเราหลายสิบนายระหว่างการปะทะใน Sai เราเป็นทหารของทิมเบอร์เลน ที่มีชื่อเสียงด้านเกียรติยศ เราไม่สามารถเพิกเฉยต่อหนี้บุญคุณนี้ได้ เรามาเชื่อใจนักปรุงยาคนนี้ที่เคยช่วยชีวิตเราไว้ เรามามอบโอกาสให้เธอช่วยชีวิตเราอีกครั้งเถอะ จากนั้นเหล่าทหารก็ยอมเชื่อและออกทำงานกันอย่างเร่งด่วน ช่วยกันอพยพประชาชนให้เข้าไปยังที่ร่ม เข้าไปในบ้าน ไม่ให้โดนฝนเท่าที่จะทำได้

ตอนนี้แคสตี้ก็เหลืออยู่หน้าที่เดียวแล้วซึ่งก็คือการหยุดทรูโซ หลังจากที่คิดคำนวณดู ก็พบว่าสถานที่ที่ดีที่สุดในการปล่อยพิษต้องอยู่บนที่สูงมีลมแรง น่าจะอยู่ตรงเนินเขาฝั่งตะวันตก เมื่อมองไปแล้วก็พบว่ามันคือปราสาททิมเบอร์เลนนั่นเอง ตอนนี้ก็ให้เรามุ่งหน้าไปที่ปราสาทและพยายามขึ้นไปยังดาดฟ้า

เมื่อมาถึงที่ดาดฟ้าแล้วจะพบว่าสีของฝนมันเปลี่ยนเป็นสีม่วง และตัวแคสตี้เองก็รู้สึกว่าพิษครั้งนี้มันรุนแรงขึ้นกว่าเดิม ตอนนี้ให้เราพยายามเดินไปทางฝั่งซ้ายของดาดฟ้าให้ได้ ก็จะพบกับทรูโซกำลังปล่อยควันพิษอยู่

แคสตี้: ทรูโซ!
ทรูโซ: โอ้ สวัสดีหัวหน้า ฉันแปลกใจมากที่เห็นว่าคุณยังมีชีวิตอยู่
แคสตี้: ฉันเป็นหนี้ชีวิตทุกคน
ทรูโซ: เอ่อ มันก็เปลี่ยนแปลงอะไรไม่ได้อยู่ดี คุณมาที่นี่เพื่อดูอีกเมืองหนึ่งที่ถูกพัดด้วยสายฝนอันโอชะของฉันใช่ไหม
แคสตี้: ฉันจะไม่ยอมให้นายทำมันได้
ทรูโซ: ใช่ ใช่ ฉันเห็นคุณนำแกะเข้าคอก ทำได้ดีมาก ขอปรบมือให้ ปิดหน้าต่างหรือปิดประตูไว้ แต่อากาศก็ยังเข้าไปได้ ตราบใดที่ควันอันล้ำค่าของฉันยังคงลอยอยู่ ชีวิตของผู้คนเหล่านั้นต้องสูญสิ้นไป
แคสตี้: ทรูโซ ฉันยังคงหวังเอาไว้กับนาย ฉันคิดว่าในส่วนลึกๆ ของนาย ผู้ชายอ่อนโยนที่นายเคยเป็นยังคงมีชีวิตอยู่ แต่ฉันเข้าใจผิด หัวใจของนายมันดำมืดเหมือนโรคระบาดที่นายแพร่กระจายอยู่
ทรูโซ: โอ้ไม่ คุณกำลังคุกคามฉันอยู่หรือเปล่า มือนั่นไม่ได้ถูกสร้างมาเพื่อช่วยชีวิตหรอ? ไม่ใช่เพื่อยุติชีวิตของใคร?
แคสตี้: ฉันจะอัดนายลงไปกองกับพื้น มันเป็นวิธีเดียวที่จะยื่นมือเข้าช่วยเหลือทุกคนที่อยู่ข้างล่างนั่น
ทรูโซ: โอ้หัวหน้า ถ้าเพียงแต่คุณได้ฟังคำพูดของเขาในวันนั้น คุณจะยินดีที่ได้ร่วมมือกับผม เพื่อให้ทุกคนหลุดพ้นจากโลกที่เสื่อมโทรม ไม่ต้องห่วงนะหัวหน้า ฉันจะช่วยคุณด้วยเช่นกัน
จากนั้นศึกระหว่างแคสตี้และทรูโซก็ได้เริ่มขึ้น

ในระหว่างต่อสู้
ทรูโซ: อั่ก ทำไม ทำไมคุณถึงไม่เข้าใจ ลองนึกถึงความเจ็บปวดที่คุณสูญเสียคนรักไปสิ ความน่ากลัวที่รู้ว่าวันหนึ่งคุณจะต้องตาย ชีวิตที่เต็มไปด้วยความเจ็บปวดและความเสียใจที่ขมขื่นนั้นมีค่าอะไร?
แคสตี้: ชีวิตอาจมีช่วงเวลาที่เจ็บปวดและขมขื่น..แต่ยังมีความหวังเสมอ ความหวังที่จะยุติความขัดแย้งอันไร้จุดหมาย ความหวังที่จะบอกลูกสาวของนายว่านายใส่ใจเธอมากแค่ไหน ภารกิจของเราในฐานะนักปรุงยาคือการทำให้ทุกคนมีชีวิตยืนยาวเพียงพอ เพื่อให้ความหวังของพวกเขากลายเป็นความจริง ถึงแม้นั่นจะแลกมาด้วยชีวิตของพวกเราก็ตาม
ทรูโซ: อ่าา หัวหน้า ดูคุณสิ เต็มไปด้วยความทุกข์ที่ไร้ประโยชน์ ขอให้ฉันยื่นมือไปหาคุณและมอบหนทางสู่การหลุดพ้นให้กับคุณ ฉันจะชำระล้างมลทินในตัวคุณ เมืองนี้ และทุกๆ คน ด้วยความบริสุทธิ์อันแสนหวานแห่งความตาย ตอนนี้ก็ ตาย! ตาย ตาย ตาย ตาย ฮา ฮา ฮา ฮา ฮา ฮา

เมื่อเอาชนะทรูโซมาได้ แคสตี้ก็อยู่ในสภาพที่ไม่ค่อยดีเพราะพิษเริ่มจะแพร่กระจายในตัวเธอเยอะขึ้นแล้ว
แคสตี้: ฉันต้องการ…ปาฏิหาริย์
แคสตี้ได้ค้นไปในกระเป๋าของเธอและนำอะไรบางอย่างออกมา
แคสตี้: หยดหิมะ…ดอกไม้ที่มาลายาให้ฉัน แต่..ฝนพิษนี่ก่อให้เกิดผลเสียต่อผู้คนมากมาย ดูเหมือนจะเป็นไปไม่ได้ที่จะสร้างยาหนึ่งชนิดเพื่อรักษาพวกเขาได้ทั้งหมด..แต่ฉันก็ต้องทำ ฉันเป็นคนเดียวเท่านั้น…ที่สามารถ…ทำได้..
ในขณะนั้นเองมาลายาก็ได้ปรากฏตัวขึ้นตรงหน้าแคสตี้
แคสตี้: มาลายา ได้ยังไง?
มาลายา: จำให้ได้สิ แคสตี้
แคสตี้: จำ จำอะไร?
มาลายา: การเดินทางของเธอ ทุกเส้นทางที่เธอเดินล้วนนำมาสู่ช่วงเวลานี้ สู่การรักษานี้
แคสตี้: การเดินทางของฉัน เพียวบาล์มทำความสะอาดน้ำที่ปนเปื้อน ใบสะเก็ดเงิน เพื่อเป็นของขวัญให้โรซ่าช่วยยืดเวลาของเธอออกไป ดอกซานตาเนโฮเพื่อช่วยชีวิตแซลลี่ สกายบาล์ม และสุดท้ายหยดหิมะที่เธอมอบความไว้วางใจให้แก่ฉัน
มาลายา: แคสตี้ ฉันรู้ว่าเธอทำได้
แคสตี้: ฉันทำได้ ฉันต้องทำมัน
หลังจากมาลายาได้ช่วยเหลือแคสตี้แล้วก็ได้หายตัวไป ส่วนแคสตี้ตอนนี้เธอก็ลงมือปรุงยารักษา

เมื่อปรุงยาเสร็จเธอก็ได้ลองใช้มันกับตัวเองทันที
แคสตี้: หายใจสม่ำเสมอ เลือดไหลช้าลงด้วย ฉันรู้สึกได้ว่าอาการชาเริ่มจางลง และที่สำคัญที่สุดคืออาการบวมดำก็หายไปแล้ว อาการทั้งหมดหายแล้ว ขอบคุณนะมาลายา ฉันทำได้แล้ว เหมือนที่เธอบอกว่าฉันทำได้ ฉันพบวิธีรักษาฝนพิษของทรูโซ
ทรูโซ: อ่า อ่าา หนาว..มาก..ฉันเห็นคนตายมามากมาย…ครั้งแล้วครั้งเล่า เฮอะ..นี่สินะ..ความรู้สึกของความตาย แน่นอน..มันคือ…การหลุดพ้น
แคสตี้: ทรูโซ…
ทรูโซ: รู้สึกยังไงบ้างล่ะหัวหน้า? ที่ได้พรากชีวิต
แคสตี้: … ฉันต้องยื่นมือข้างหนึ่งออกไปพรากชีวิตคน เพื่อช่วยชีวิตคนนับพันด้วยอีกมือหนึ่ง
ทรูโซ: ฮ่า คุณไม่ได้เปลี่ยนไปเลยหัวหน้า ตั้งแต่ที่ฉันพบคุณครั้งแรก คุณไม่ได้เปลี่ยนไปเลย แต่ในสุสานแห่งความเสื่อมโทรมอันกว้างใหญ่นี้ คุณจะเป็นเหมือนเดิมได้อีกนานแค่ไหน?
จากนั้นทรูโซก็ได้ล้มตายลงไป
แคสตี้: ทรูโซ…ฝนมันกลับมาเป็นปกติแล้ว
ตอนนี้เองก็มีเสียงเรียกตัวแคสตี้ดังขึ้นมา นั่นก็คือเสียงของเอ็ดมันด์ที่ได้วิ่งขึ้นมายังดาดฟ้าของปราสาทเช่นกัน
เอ็ดมันด์: ฉันดีใจนะที่ได้เจอเธออีกครั้ง
แคสตี้: ไม่ต้องห่วงฉันหรอก ตอนนี้เมืองเป็นยังไงบ้าง?
เอ็ดมันด์: เราพาทุกคนไปถึงที่ปลอดภัยได้ทันเวลา แต่ก็มีคนพลัดหลงอยู่บ้าง แต่พวกเขาทั้งหมดกำลังต่อสู้เพื่อชีวิตของตนเองกับพิษนั่น แค่ก แค่ก บ้าเอ้ย.. ดูเหมือนฉันจะสูดควันพวกนั้นเข้าไป
แคสตี้: เอานี่ไปสิ คุณเอ็ดมันด์
เอ็ดมันด์: ได้เลย แต่เดี๋ยวนะ อย่าบอกนะว่านี่คือ..?
แคสตี้: ใช่แล้ว มันคือยารักษา
เอ็ดมันด์: เหลือเชื่อ! พวกเราสามารถช่วยทุกคนได้ด้วยสิ่งนี้
แคสตี้: แน่นอน ตอนนี้พวกเราต้องรีบหน่อยแล้ว ทุกวินาทีมีค่ามาก
เอ็ดมันด์: ได้เลย

จากนั้นทั้ง 2 สองก็ได้วิ่งออกไปทั่วเมืองเพื่อรักษาคนที่กำลังป่วยจากฝนพิษ สุดท้ายแคสตี้ก็ทำได้ เธอสามารถช่วยทุกคนเอาไว้ได้ จากนั้นเธอก็ได้เข้ามาพักผ่อนภายในบาร์และได้เผลอนั่งหลับไป ในความฝันนั้นเธอก็ได้พบกับมาลายาอีกครั้ง

แคสตี้: มาลายา ฉันได้ทำตามที่เธอคาดหวังไว้หรือเปล่า
มาลายา: เธอทำได้และยังมากกว่าที่คิดด้วย เธอช่วยชีวิตคนไว้มากมาย ขอบคุณนะหัวหน้า ฉันแน่ใจว่าทุกคนก็คิดแบบเดียวกัน แคสตี้ ฉันเหนื่อยมากแล้ว ฉันอยากจะพักผ่อน หัวหน้าช่วยฉันหน่อยได้มั้ย
ตอนนี้ให้เรากด Soothe ให้กับมาลายา ครั้งนี้จะเป็นการใช้สกายบาล์มกับมาลายา จากนั้นเหล่านักปรุงยาของเอียร์ก็จะปรากฏตัวออกมาด้วยเช่นกัน
แคสตี้: ฝันดีนะมาลายา ฝันดีนะทุกคน
และแล้วกลุ่มนักปรุงยาของเอียร์ที่เสียชีวิตก็สลายไป แคสตี้ก็ได้ตื่นจากฝัน

เอ็ดมันด์: อรุณสวัสดิ์
แคสตี้: อะไรนะ..?
เอ็ดมันด์: ในระหว่างที่เธอกรนอยู่ พวกเราก็เข้าร่วมพิธีราชาภิเษกแล้ว
แคสตี้: ฉันน่าจะต้องออกไปตั้งนานแล้ว แล้วพวกชาวเมืองล่ะ?
เอ็ดมันด์: ดูด้วยตาตัวเองเถอะ
แคสตี้ที่ได้ออกมาเดินดูบรรยากาศภายในเมือง ก็พบว่ามันมีบรรยากาศงานฉลองดูที่ร่าเริงมาก จากนั้นนักข่าวตัวน้อยโอริก็ได้เข้ามาพูดคุยกับแคสตี้
โอริ: ขอโทษนะคะ คุณคือนักปรุงยาที่ทุกคนกำลังพูดถึงอยู่หรือเปล่า ฉันเป็นนักข่าว ฉันเขียนเรื่องราวลงไปยังหนังสือพิมพ์เดลสต้า ไทมส์ ฉันได้ยินมาว่าคุณช่วยชีวิตทุกคนภายในเมืองทิมเบอร์เลน คุณมีข้อความอะไรที่อยากจะบอกแก่ผู้คนทั่วโลกบ้างไหม
แคสตี้: คุณบอกว่าฉันช่วยทุกคนหรอ
โอริก็พยักหน้าเป็นการตอบ แต่แคสตี้กลับส่ายหน้า
แคสตี้: ไม่ใช่ มันไม่ใช่แค่ฉันหรอก เป็นพวกเราต่างหาก กลุ่มนักปรุงยาของเอียร์

Castti – Chapter 4 End

ต่อไปให้ไปที่เมือง Cropdale สำหรับเนื้อเรื่องคู่ระหว่าง แคสตี้และโอชุตต์

The Apothecary & Hunter, Part 2

Share:

Facebook
X
Flex-Ad-Side-Bar.png
Privacy Overview

This website uses cookies so that we can provide you with the best user experience possible. Cookie information is stored in your browser and performs functions such as recognising you when you return to our website and helping our team to understand which sections of the website you find most interesting and useful.