ฮิคาริได้มายืนอยู่บนเนินเขาวีรบุรุษอีกครั้ง และได้พูดว่า ในที่สุดก็ได้กลับบ้าน พร้อมด้วยสหายเป็นแรงเสริม

ภายในเมืองมิกกะได้มาเคารพศพพ่อของเธอ ส่วนทางรึตสึก็เดินเข้ามาหาพร้อมกับบอกว่า
ริตสึ: พี่จะรีบกลับ นะมิกกะ
มิกกะ: พี่จะออกไปต่อสู้อีกแล้วใช่มั้ย
ริตสึ: เอาน่า อย่าทำหน้าเศร้าไปเลย
มิกกะ: หนูรู้ว่าเพราะพี่ทำงานหนัก เลยทำให้ชีวิตของพวกเราดีขึ้น แต่นี่มันไม่ใช่สิ่งที่หนูต้องการ
ริตสึ: แล้วน้องต้องการอะไรหรอ เธออิ่มท้อง มีหลังคาเหนือหัว และมีชุดกิโมโนใหม่เอี่ยม มีกี่คนที่สามารถทำแบบนี้ได้
มิกกะ: หนูแค่…ต้องการให้พี่อยู่ที่นี่ด้วยกัน หนูกลัว..หนูไม่รู้ว่าจะทำอย่างไรถ้าพี่ไม่กลับมา
ริตสึ: พี่สัญญา ว่าพี่จะกลับมา พี่อยากให้เธอมีความสุขนะมิกกะ มีความสุขมากจนสามารถลืมความทุกข์ทรมานทั้งหมดที่เคยเจอมาได้ เงยหน้าเอาไว้ เธอสมควรที่จะได้มองดูท้องฟ้า
มิกกะ: ค่ะพี่

ในห้องบัลลังก์
มูเกน: แม่ทัพริตสึ
ริตสึ: ฝ่าบาททรงเรียกหาหม่อมฉันหรอ?
มูเกน: น้องชายโง่เขลาของข้าและพวกราษฎรที่เขาเรียกว่ากองทัพได้เริ่มรุกคืบเข้ามาแล้ว
ริตสึ: ข้าจะเริ่มเสริมกำลังป้องกันปราสาททันที
มูเกน: ไม่ต้อง ข้าจะปล่อยมันให้เป็นหน้าที่ของคนอื่น เจ้าคอยอยู่ใกล้ข้าไว้ก็พอ
ริตสึ: นับเป็นเกียรติที่อยู่เหนือจิตนาการของข้ามากฝ่าบาท
มูเกน: เจ้าได้ก้าวข้ามศัตรูจำนวนนับไม่ถ้วนเพื่อไปถึงตำแหน่งของเจ้า จากชนชั้นต่ำสู่ตำแหน่งแม่ทัพ การผงาดขึ้นของเจ้าเป็นเครื่องพิสูจน์ถึงความเข้มแข็ง นี่คือวิถีแห่งโลก ผู้ยิ่งใหญ่จะสร้างปราสาทของตนบนซากศพของผู้อ่อนโยน

ทางด้านฮิคาริได้รับการแจ้งข่าวจากคาซาน
เมื่อถึงเวลาสุกงอม เหยี่ยวขอเชิญสหายมาร่วมงาน มายังคูซึ่งมีงานเลี้ยงรออยู่
ลงมาด้านล่างฮิคาริก็จะพบกับคาซาน
ฮิคาริ: คาซาน
คาซาน: ช่วงเวลานั้นอยู่ใกล้แค่เอื้อมแล้วสหาย ข้านำพันธมิตรมาด้วย มาดูเหล่าผู้กล้าของคูกัน
ฮิคาริและคาซานก็ได้เดินไปดูกองทัพพันธมิตร นอกจากเหล่ากลาดิเอเตอร์จาก Montwise แล้วยังมีชาวเมืองของคูเข้ามาร่วมด้วยอีกมากมาย
ชาวเมืองคู1: นายท่านฮิคาริ
ชาวเมืองคู2: องค์ชาย
ฮิคาริ: ทำไม..?
คาซาน: พวกเขาทั้งหมดมารวมตัวกันภายใต้ธงของนาย องค์ชายของฉัน…แน่นอนว่ามันเป็นความลับ
ฮิคาริ: ความกล้าหาญของพวกเจ้า ข้ารู้สึกชื่นชมมาก
เซโต้: พวกเราขอบอกว่าชีวิตของพวกเราเป็นของนายนะพี่ชาย และเราจะทำตามที่พูดไว้ทุกประการ
ฮิคาริ: ด้วยความยินดี เซโต้ เป็นเกียรติที่ได้ต่อสู้เคียงข้างเจ้า
จากนั้นก็มีเสียงตะโกนเรียกองค์ชายดังขึ้นมา แล้วเขาก็วิ่งมาปรากฏตัวนั่นก็คือเบงเคย์
เบงเคย์: ดูเหมือนว่าเวลาได้ทำให้ท่านดีขึ้น
ฮิคาริ: เบงเคย์ เจ้ายังมีชีวิตอยู่!
เบงเคย์: ข้าเคยบอกแล้วว่าไอสวะมูเกนโค่นข้าไม่ได้หรอก
คาซาน: ด้วยความช่วยเหลือจากดวงวิญญาณอันแสนดีของเพื่อนบ้าน ทำให้เบ็นเบงเคย์สามารถหลบหนีจากการต่อสู้และรักษาบาดแผลได้
ฮิคาริ: ข้าไม่เคยคิดเลยว่าจะได้สู้รบร่วมกันอีกครั้ง
เบงเคย์: ข้าก็เช่นกัน องค์ชาย ท่านจิโกะคงจะยิ้มให้กับการกลับมาพบกันอีกครั้งของเราอย่างแน่นอน
คาซาน: พวกเรามีจำนวนเพิ่มขึ้น อย่างไรก็ตาม ยังขาดไปอยู่คนหนึ่ง
ฮิคาริ: ไรเมย์จะต้องมาแน่นอน เชื่อมั่นเอาไว้คาซาน
คาซาน: ตามที่ท่านกล่าวองค์ชาย แล้วเราก็พร้อมในที่สุด ทุกอย่างได้จัดเตรียมเอาไว้เรียบร้อย พวกเราจะเดินขบวนเข้าสู่ปราสาทคู ป้อมปราการที่ยืนหยัดอย่างแข็งแกร่งมาเป็นเวลาหลายศตวรรษ กองทัพจำนวนนับไม่ถ้วนได้ทิ้งร่างไว้ที่กำแพง และถูกฝังไว้ข้างใต้มัน
ฮิคาริ: แล้วเหยี่ยวจะหาทางเจาะเข้าไปได้ยังไง
คาซาน: ไม่มีอะไรหรูหรา เราแค่บุกไปยังประตูหน้า
ฮิคาริ: ประตูหน้างั้นหรอ ข้าหวังว่าเจ้าจะคิดเรื่องนี้ดีแล้ว
คาซาน: ข้าคิดดีแล้ว ประตูหน้าของปราสาทคูคือจุดอ่อน
ฮิคาริ: อะไรนะ? ในประวัติศาสตร์ มันไม่เคยถูกทำลายลงเลยแม้แต่ครั้งเดียว
คาซาน: และความภาคภูมิใจนี่เองที่ทำให้พวกมันอ่อนแอ มันเลยมีทหารประจำการอยู่น้อยที่สุด ทหารส่วนใหญ่จะประจำการอยู่ที่จุดบกพร่องที่ชัดเจน พวกเขาเป็นเหมือนเหยื่อล่อ
ฮิคาริ: เหยื่อล่อ?
คาซาน: นักวางแผนกลยุทธ์ที่ไม่รอบคอบ จะโจมตีจุดอ่อนที่ชัดเจน โดยไม่รู้ว่าการทำเช่นนั้นจะทำให้พวกเขาแพ้ไปแล้ว เมื่อกองทัพของเขาถูกดึงเข้าไปในกับดัก พวกเขาก็ถูกโจมตีด้วยดาบและลูกธนู ปราสาทคูจะล่อศัตรูไปทางประตูทิศตะวันตก ซึ่งอยู่ตรงข้ามกับประตูหลัก พวกมันจะไม่คาดคิดว่าเราโจมตีจากด้านหน้า
ฮิคาริ: น่าสนใจ แล้วเจ้าวางแผนจะบังคับประตูให้เปิดได้ยังไง
คาซาน: ตามฉันมาสินายท่าน

คาซานก็ได้พาฮิคาริเดินมาที่เนินเขาแห่งหนึ่ง ซึ่งมีลมพัดที่แรงจนกระทั่งฮิคาริถึงกับเซถอยหลังไป
ฮิคาริ: อะไรเนี่ย ลมมันกำลังหอน!
คาซาน: พวกเขาเรียกมันว่า หุบเขาแห่งพายุทราย ลมจากทั่วทั้งภูมิภาค ได้ถูกพัดเข้ามาสู่ช่องเขาแห่งนี้ ที่ปลายอีกด้านหนึ่ง เราได้วางหินซ้อนกันไว้เพื่อกันลมไม่ให้พัดออกไป ข้าได้ค้นคว้าบันทึกสภาพอากาศของภูมิภาคนี้ ในปัจจุบัน กระแสน้ำที่แรงจากทะเลตะวันออกไหลเข้าสู่หุบเขา นายคิดว่าจะเกิดอะไรขึ้นเมื่อลมหนาวเหล่านั้นได้รับการปลดปล่อย พายุจะโหมกระหน่ำไปทั่วแผ่นดิน มันทรงพลังมากพอที่จะบังคับให้ประตูเปิดออก
ฮิคาริ: นั่นฟังดูเหมือนเรื่องเล่าจากในนิทานของเด็ก เจ้าตั้งใจจะควบคุมลมด้วยตัวเองจริงๆ เหรอ
คาซาน: นายลืมไปแล้วเหรอว่ากำลังคุยกับใคร เหยี่ยวแห่งคูไม่ได้ถูกผูกมัดด้วยตำนาน ข้าเป็นคนสร้างมันขึ้นมาเอง นำกองทัพของนายไปที่ปราสาท เมื่อเข้าใกล้ประตู ให้หลบอยู่หลังสิ่งใหญ่ๆ บางอย่าง หลังพายุพัดผ่านเปิดทางแล้ว จงเดินตามรอยพายุเหมือนกับทรายในทะเลทราย
ฮิคาริ: ข้าจะทำ ข้าเชื่อมั่นในตัวเจ้าเป็นที่สุด คาซาน
คาซาน: ดี ถึงเวลาแล้วองค์ชาย ชะตากรรมของท่านกำลังรออยู่

เมื่อการเตรียมตัวพร้อมแล้วให้คุยกับคาซานเพื่อเริ่มดำเนินการตามแผนที่วางไว้
ฮิคาริจะพากองทัพไปหลบอยู่หลังหินขนาดใหญ่ แล้วคาซานก็ให้สัญญาณปล่อยพายุไปยังประตูหน้า หลังจากพายุสิ้นสุดลง หนทางก็เปิดออกทุกอย่างเป็นไปตามแผนที่คาดการณ์เอาไว้ ตอนนี้ฮิคาริก็ได้นำทัพพุ่งเข้าไปยังปราสาทโดยตรง

ตอนนี้ให้เราวิ่งเข้าไปที่ปราสาท ระหว่างทางก็จะมีเหตุการณ์เล็กน้อยที่ทหารของเราจะออกมาต้านทัพของศัตรูเอาไว้ ส่วนฮิคาริก็ยังคงมุ่งหน้าเข้าสู่ตัวปราสาทได้สำเร็จ จนกระทั่งถึงบริเวณหน้าพระราชวัง อาเกฮะก็ได้ออกมาต้อนรับ พร้อมนำกองทัพเข้ามาล้อมพวกเราไว้ ตอนนั้นเองฮิคาริก็ได้นึกถึงคำพูดของคาซาน

คาซาน: สมมติว่านายผ่านประตูเข้าไปได้ ขั้นตอนต่อไปในกลยุทธ์ของฉันคือเสียงระฆังแห่งรุ่งอรุณ เมื่อเสียงระฆังดังขึ้น ทหารของเราที่ซ่อนตัวอยู่ในเมืองจะเริ่มโจมตี จนกว่าเสียงระฆังจะดังขึ้น องค์ชายจะเป็นเหยื่อล่อ ดึงดูดความสนใจของศัตรูของเราให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้

หลังจากที่ฮิคาริเข้าไปเคาะระฆัง กลุ่มตระกูลของไรเมย์ก็ปรากฏตัวออกมา จากนั้นก็เข้าโจมตีเหล่าทหารที่ล้อมเราไว้ ส่วนทางด้านไรเมย์ก็เข้าไปปะทะกับอาเกฮะด้วยตัวเอง และบอกให้ฮิคาริเข้าไปยังปราสาทโค่นล้มมูเกนให้จงได้

เมื่อเข้าไปถึงหน้าห้องบัลลังค์ รึตสึได้รอคอยเราอยู่
ริตสึ: ในที่สุดนายก็มาถึงที่นี่ฮิคาริ
ฮิคาริ: ริตสึ
ริตสึ: ประทับใจเหรอ? เจ้าคงไม่เคยคิดว่าข้าจะได้เป็นแม่ทัพ
ฮิคาริ: เจ้าจำเป็นต้องขวางทางของข้าถึงขนาดนี้เลยหรอ
ริตสึ: ข้ากำลังขวางทางอะไรอยู่อีก? การปลดปล่อย? อย่ามาทำให้ข้าหัวเราะเลย การพูดคุยเรื่องการเปลี่ยนแปลงประเทศทั้งหมดนี้เป็นเพียงคำพูดที่ว่างเปล่า สิ่งที่สำคัญคือสิ่งที่เจ้าสามารถถือไว้ในมือได้
ฮิคาริ: …
ริตสึ: มันก็ง่ายแบบนี้แหละ ฮิคาริ และนั่นคือเหตุผลว่าทำไมข้าถึงปล่อยให้เจ้าผ่านไปไม่ได้ นั่นคือหนทางที่ข้าเลือกเดิน
ฮิคาริ: ริตสึ ข้ายินดีที่จะเดินตามเส้นทางเดียวกันกับเจ้าหากทำได้ แต่ถ้าเจ้าไม่ถอยห่างออกไป ก็คงจะต้องถึงคราวที่ปะทะกัน
ริตสึ: งั้นก็เข้ามาสิฮิคาริ ข้ารู้ว่าเจ้าอยากจะเปลี่ยนประเทศนี้ แต่ก่อนอื่นข้าขอถามหน่อยว่า เจ้ารู้อะไรจริงๆ เกี่ยวกับคูแล้วหรอ ประเทศที่พวกเราใช้ชีวิตอยู่ด้วยเศษขยะจากคนที่เก่งกว่า เจ้าเคยรู้สึกถึงความทุกข์ยากในการใช้ชีวิตอันน่าสมเพชหรือไม่
ฮิคาริ: ข้าไม่เคยริตสึ คูถูกสร้างขึ้นมาเพื่อการทำสงคราม โดยไม่คำนึงถึงผู้คนภายใต้การปกครอง แต่ข้าอยากจะเปลี่ยนแปลงสิ่งนั้น ข้าอยากให้คูเป็นบ้านของทุกคน ไม่ว่าจะเกิดหรือตาย เป็นสถานที่ที่พวกเราคอยดูแลกันและกัน เพื่อที่จะตระหนักถึงสิ่งนั้น ข้ายอมที่จะสูญเสียอะไรไปก็ได้
การต่อสู้ระหว่างริตสึและฮิคาริก็ได้เริ่มขึ้น

ในระหว่างการต่อสู้
ริตสึ: ข้าเสียเวลาไปมากมาย เสียสละไปหลายอย่าง เพื่อจะทำให้มาถึงจุดนี้ เป็นยังไงล่ะ เจ้าคิดว่าตัวเองดีกว่าอีกงั้นหรอ?
ฮิคาริ: ไม่ใช่แบบนั้น ริตสึ ข้าคิดว่าพวกเราเท่าเทียมกัน มาทำสิ่งนี้ด้วยกันเถอะ ยุติสงคราม สร้างประเทศใหม่
ริตสึ: เจ้าก็ยังทำมัน เจ้ายังคงแสดงความสงสารข้าอยู่ ข้าจะทำให้เจ้าคายความสงสารนั่นออกมาเอง ฮิคาริ คนไร้อำนาจจะถูกผู้แข็งแกร่งเหยียบย่ำอยู่เสมอ เจ้าต้องยกเท้าของพวกมันออกจากตัวด้วยมือของตัวเอง เจ้าคิดว่า “สหาย” ของเจ้า ใส่ใจเจ้างั้นเหรอ? นั่นเป็นเรื่องโกหก! ความแข็งแกร่งคือสิ่งสำคัญที่สุด ข้าต้องฆ่าเจ้า ข้าต้องไปให้ถึงจุดสิ้นสุดของเส้นทางนี้
ฮิคาริ: เจ้าคิดผิดแล้วล่ะ มาร่วมเป็นสหายกับข้า และทิ้งเรื่องทั้งหมดนี้ไว้ข้างหลัง พวกเราจะร่วมกันโค่นมูเกนและยุติสงครามนี้ นี่จะเป็นวันสุดท้ายที่คูจะได้เห็นสีแดง จงลดดาบของเจ้าลงริตสึ ระหว่างเราไม่จำเป็นต้องมีการเสียเลือด แต่ถ้าเจ้าต่อสู้..ข้าจะไม่ลังเลที่จะจัดการกับเจ้า

เมื่อเอาชนะริตสึได้
ริตสึ: มิกกะ ยกโทษให้ด้วยนะ ฮิคาริ เจ้า..เจ้ายังคง…ส่องแสงสว่างที่สดใส..เป็นประภาคารให้กับทุกคนรอบข้าง..ข้ารู้…เพราะข้าติดตามเจ้า…มานานมาก.. บ้าเอ้ย..ไปเถอะ ฮิคาริ…เปลี่ยน…คู..สร้างโลกที่…มิกกะ…อยู่ได้…อย่างมีความสุข..
จากนั้นริตสึก็ได้เสียชีวิตลง
ฮิคาริ: ริตสึ ข้าเดินเคียงข้างเจ้ามาหลายปีแล้ว ข้าอยากจะเดินเคียงข้างเจ้าไปอีกนานเท่านาน ข้าจะทำให้คูเป็นสถานที่ที่เจ้ารู้สึกภูมิใจ ข้าสัญญา

สุดท้ายฮิคาริก็เข้ามายังห้องบัลลังก์ มูเกนได้ยืนรออยู่นานแล้ว
มูเกน: เจ้ามาแล้วสินะน้องข้า เจ้าทำได้ดีมากที่ฝ่าคนของข้ามาได้ ความแข็งแกร่งของเจ้ามันปกปิดชาติกำเนิดอันเป็นมลทินของเจ้าไว้
ฮิคาริ: มูเกน ความใคร่ในอำนาจของเจ้า ทำให้เกิดความเจ็บปวดมากเกินไป มันจะต้องไม่มีอีกแล้ว
มูเกน: เหลวไหล ศพของเจ้าจะเน่าเปื่อยไปพร้อมกับคนอื่นๆ จงรู้สึกเป็นเกียรติซะ ที่การตายของเจ้าจะหล่อเลี้ยงความรุ่งโรจน์ของตระกูลคู
ฮิคาริ: ข้าไม่คิดเช่นนั้น ข้าเคยอ่อนแอมาก่อน ทำให้ไม่สามารถปกป้องผู้คนรอบกายได้ แต่ข้าจะเป็นคนที่จะจัดการเจ้าและยุติความทุกข์ยากที่เจ้าหว่านไว้
มูเกน: ฮิคาริ ความอับอายของตระกูลคู เลือดอันต่ำต้อยของเจ้า จะได้รับเกียรติอยู่บนดาบของข้า
ฮิคาริ: ข้าจะไม่ปล่อยให้ความโกรธครอบงำดาบของข้า ข้าจะไม่แก้แค้นให้กับการตายของพ่อและแม่ ไม่ วันนี้ข้าจะต่อสู้เพื่อสหาย
มูเกน: ไอโง่ที่แสนอ่อนไหว
ศึกสายเลือดระหว่างเจ้าชายเลือดผสมกับเจ้าชายเลือดบริสุทธิ์แห่งตระกูลคูก็ได้เริ่มขึ้น

ในระหว่างการต่อสู้
มูเกน: ช่างอ่อนแอ…แม้แต่เด็กก็เอาชนะเจ้าได้
ฮิคาริ: นี่มันยังไม่จบ..สหาย…สหายของข้าได้มอบความแข็งแกร่งมาให้
มูเกน: ฮี่ฮี่….ฮี่ฮี่ฮี่ฮาฮาอา ความแข็งแกร่ง ความแข็งแกร่ง ความแข็งแกร่งคือการแสดงเจตจำนงของเจ้าต่อผู้อื่น ทำให้พวกมันทำตามหรือทำลายมัน เจ้าจะไปรู้อะไรเกี่ยวกับความแข็งแกร่งกันล่ะ เพื่อดูเลือดของศัตรู! เพื่อทำให้พวกมันรู้ตัวว่าควรอยู่ตรงไหน ขณะที่เจ้าฟันพวกมัน วันนี้ข้าจะทำให้เจ้ารู้ตัวเองว่าควรอยู่ตรงไหน ฮิคาริ
ฮิคาริ: …วันนี้…วันนี้ข้าจะต่อสู้เพื่อสหายของข้า

หลังจากปราบมูเกนลงได้
มูเกน: กรอดดด..! ทำไม..?
ฮิคาริ: มันจบแล้วมูเกน
มูเกน: ข้าจะไม่แพ้คนที่มีชาติกำเนิดต้อยต่ำเช่นนี้ ตระกูลคูมีความภาคภูมิใจและยิ่งใหญ่ขึ้นจากบรรพบุรุษซึ่งบดขยี้ศัตรูจนเป็นผุยผง แต่พ่อของพวกเราได้ทำให้ตัวเองเสื่อมเสียด้วยการอยู่กับคนธรรมดา หญิงที่น่าสงสารคนนั้นทำให้เขาเสื่อมเสีย ความเห็นอกเห็นใจของเธอทำให้เขาเสื่อมเสีย และแสงสว่างสายเลือดของเธอยังคงไหลผ่านอยู่ในตัวเจ้า ตระกูลของเธอเคยพยายามที่จะช่วยโลกเมื่อนานมาแล้ว เพื่อกอบกู้โลกจากเงามืด
ฮิคาริ: เงามืด..?
มูเกน: ความเมตตาไม่สามารถสร้างความยิ่งใหญ่ได้ ความแข็งแกร่งคือสิ่งที่นำพาตระกูลคูสู่ความรุ่งโรจน์ ด้วยความแข็งแกร่งเท่านั้น
ฮิคาริ: …
มูเกน: ดังนั้นข้าจึงรับหน้าที่กำจัดสายเลือดนั้นออกไปจากโลก แต่เจ้าก็รอดมาได้ และแม้แต่ข้าก็ไม่สามารถเลี่ยงการปกป้องของพ่อได้ ตอนนี้ข้าจะดับแสงที่เจ้าแบกไว้เอง ไม่มีใครที่คู่ควรจะเป็นศัตรูของข้า…ไม่มีเลย
ตอนนี้เองความมืดภายในใจของฮิคาริก็เริ่มตื่นเข้าครองงำตัวฮิคาริ
ฮิคาริ: ทำมันเลยฮิคาริ
มูเกน: อะไรน่ะ..? มันก็พูดกับเจ้าด้วย..?
“ฮิคาริ”: ฮิคาริ เอาหัวของมันมา แสดงให้มันเห็นว่าสายเลือดของเจ้าเท่านั้นที่คู่ควรที่จะปกครอง ผู้แข็งแกร่งย่อมมีชัย และผู้อ่อนแอจะถูกตัดออกจากหน้าประวัติศาสตร์ นี่คือธรรมชาติของโลก ใช่ไหม?
ฮิคาริ: ออกไป ข้าไม่ต้องการเจ้าที่นี่
“ฮิคาริ”: มาเถอะ ฮิคาริ มันถึงเวลาที่พวกเราต้องตัดสินใจว่าใครที่คู่ควรจะเดินหน้าต่อ ใครที่คู่ควรใช้ชื่อของเรา
ฮิคาริ: ไม่..วันนี้..วันนี้ข้าจะยุติความอาฆาตสายเลือดอันต้องสาปนี้

ฮิคาริจะเข้า Challenge กับ “ฮิคาริ” ความมืดภายในตัวของเขาเอง
“ฮิคาริ”: ฮี่ฮี่ฮี่ ข้าจะกลืนกินเจ้าให้หมดทั้งตัวเลย ฮิคาริ ตอนนี้เจ้าจะได้เรียนรู้ถึงความโง่เขลาในอุดมคติของเจ้าเองแล้ว
ฮิคาริ: ข้ายอมรับว่าเคยมีชีวิตอยู่ด้วยความหวาดกลัวในตัวเจ้า กลัวว่าการดำรงอยู่ของเจ้าหมายถึงอะไร ข้านั้นอ่อนแอ
“ฮิคาริ”: เจ้าจะยอมรับมันเหรอ? เจ้าทำให้หัวใจของข้าแหลกสลาย ฮิคาริ ให้ข้าได้แบ่งเบาภาระของเจ้าเถอะ จงมอบร่างกาย จิตใจ และวิญญาณของเจ้ามาให้ข้าได้แล้ว

เมื่อการต่อสู้จบลง “ฮิคาริ” จะพยายามเข้าครองงำฮิคาริอีกครั้ง
“ฮิคาริ”: ฮี่ฮี่ฮี่ มันไม่มีประโยชน์ที่จะต่อต้านหรอกนะฮิคาริ วันนี้เจ้าจะกลายเป็นข้า ฮาฮาฮา
แต่แล้วฮิคาริก็ได้ยินเสียงของเหล่าสหาย
คาซาน: เหยี่ยวได้มอบความไว้วางใจให้นายนะ ฮิคาริ อนาคตที่นายจินตนาการไว้..มันคุ้มค่าที่จะเดิมพันด้วยชีวิตของฉัน
ฮิคาริ: คาซาน
ไรเมย์: ข้าเคยกลัว…แต่ตอนนี้ไม่อีกต่อไป! ข้าจะไม่ทิ้งนายไปอีกแล้ว นายได้มอบความกล้าให้กับข้า ฮิคาริ
ฮิคาริ: ไรเมย์
ริตสึ: ฮิคาริ เปลี่ยนแปลงคู สร้างมันขึ้นมาใหม่ด้วยมือของเจ้าเอง
จากนั้นความมืดก็ได้หลุดออกจากร่างกายของฮิคาริ
“ฮิคาริ”: อะไรน่ะ..? มัน..เป็นไปไม่ได้..แพ้…เจ้าเด็กน้อยนี่
ฮิคาริ: ข้าเคยอ่อนแอมาก่อน แต่ข้าก็ไม่ได้อยู่ตัวคนเดียว ข้าจะไม่หวาดกลัวอีกต่อไป ไม่ใช่จากเจ้า
“ฮิคาริ”: ฮี่ฮี่ฮี่ อย่าลืมเสียล่ะว่าข้าจะคอยดูเจ้าอยู่ตลอด..รอคอย..
เมื่อการต่อสู้จบลง ความมืดภายในกายของฮิคาริก็สลายหายไป

ฮิคาริ: เจ้าจะไม่มีทางชนะ
มูเกน: …เจ้าพิชิตมันได้แล้ว…? เจ้าคือความอัปยศของสายเลือด..เจ้าทำได้ยังไง?
ฮิคาริ: ข้าจะทำทุกอย่างเพื่อลากเจ้าลงมามูเกน ข้าจะทำทุกทาง ตอนนี้ถึงเวลามาจบเรื่องนี้ได้แล้ว
มูเกน: หุบปากซะเจ้าโง่ เจ้าเป็นคนโง่ที่หยิ่งผยอง ข้ายังไม่พ่ายแพ้ ดาบโลหิตทมิฬจงมอบพลังให้แก่ข้า! พลังที่จะบดขยี้ศัตรู…เพื่อปกคลุมโลกด้วยความมืดมิด จงมองดู… ความแข็งแกร่งของข้า… และคุกเข่าลง!
จากนั้นมูเกนก็ดึงพลังแห่งความมืดจากดาบโลหิตทมิฬเข้าสู่ตัว และกลายร่างเป็น ราชาที่ซ่อนเร้น
ฮิคาริ: เจ้าไม่ใช่มูเกน
ราชาที่ซ่อนเร้น: ดับเปลวไฟ เพียกหารัตติกาล
ฮิคาริ: เขาถูกครอบงำจนหมดสิ้นแล้ว ถึงอย่างนั้น ข้าจะไม่แสดงความเมตตาต่อเจ้า ไม่ว่าจะด้วยวิธีใดก็ตาม เราจะต่อสู้กันเป็นครั้งสุดท้าย ท่านพี่
ราชาที่ซ่อนเร้น: ดับเปลวไฟ เพียกหารัตติกาล
ในที่สุดการต่อสู้ครั้งสุดท้ายเพื่อกอบกู้ประเทศคูของฮิคาริก็ได้เริ่มขึ้น

เมื่อปราบมันได้สำเร็จ
ราชาที่ซ่อนเร้น: อ๊ากกกกก
วิญญาณของราชาที่ซ่อนเร้นก็ได้ออกจากร่างของมูเกนกลับกลายเป็นดาบโลหิตทมิฬเหมือนเดิม
ฮิคาริ: มูเกน นานมากแล้ว..จนข้าลืมใบหน้าเจ้าไปแล้ว เจ้าแก่ตัวลงภายใต้เกราะ..จนกลายเป็นศพไปเสียเอง คำสาปของตระกูลได้พรากทุกอย่างไปจากเจ้า
จากนั้นคาซานก็ได้วิ่งเข้ามาในห้องบัลลังก์
คาซาน: องค์ชายฮิคาริ
ฮิคาริ: คาซาน
คาซาน: มันจบแล้วใช่มั้ย?
ฮิคาริ: มันจบแล้ว
คาซาน: ทำได้ดีมาก องค์ชาย ตอนนี้ทุกคนรออยู่ พวกเราต้องการใครสักคนที่จะมาส่งเสียงเชียร์สู่ชัยชนะ
ฮิคาริ: แน่นอน!
จากนั้นฮิคาริก็วิ่งออกไปจากห้องบัลลังก์ ทิ้งให้คาซานอยู่คนเดียว

ที่หน้าพระราชวังที่กำลังอยู่ในการต่อสู้ ฮิคาริก็ได้ตะโกนประกาศก้องถึงชัยชนะ
ฮิคาริ: เหล่าสหาย มูเกนได้ตายไปแล้ว! ลดอาวุธของเจ้าลง! สงครามได้จบลงแล้ว! วันนี้พวกเราได้รับชัยชนะ!
เบงเคย์: ครับ องค์ชาย!
เซโต้: พวกเราชนะ เยี่ยมมากน้องชาย!
ไรเมย์: ย๊า ย๊ากกกก

หลายวันหลังจากกลับมาถึงคู เหล่าพลเมืองของคูก็ต่างเร่งรีบเพื่อเข้าไปร่วมชมพิธีราชาภิเษกของราชาองค์ใหม่แห่งคู
ในห้องบัลลังก์ ตอนนี้ฮิคาริได้เตรียมพร้อมอยู่ในชุดราชาเป็นที่เรียบร้อยแล้ว
เบงเคย์: พร้อมแล้วใช่ไหมฝ่าบาท
ฮิคาริ: มงกุฎนี้หนักกว่าที่เห็นเสียอีก เบงเคย์
เบงเคย์: มันถูกสืบทอดมาหลายชั่วอายุคน มันคือภาระประวัติศาสตร์ของชาติเรา ได้อยู่บนไหล่ของฝ่าบาท ตอนนี้ประชาชนกำลังรออยู่
ฮิคาริ: ไปทักทายพวกเขากัน

เมื่อเดินออกจากห้องบัลลังก์จะได้พบว่าคาซานและไรเมย์
คาซาน: มงกุฎนี้เหมาะกับฝ่าบาทมากกว่าที่ข้าจินตนาการได้ มายกแก้วถวายแด่พระราชาองค์ใหม่กันเถอะ
ฮิคาริ: พวกเรามาถึงวันนี้ได้ ต้องขอบคุณดวงตาเหยี่ยวของเจ้านะคาซาน
คาซาน: “เหล้าชนิดเดียวที่หวานกว่าชัยชนะคือความสงบสุข” ในที่สุดเราก็สามารถร่วมดื่มกันได้แล้ว ใช่ไหม ราชาของข้า
ฮิคาริ: ในที่สุดก็ได้แล้ว
ไรเมย์: นายพูดถูกตั้งแต่ต้น ฮิคาริ ตอนนี้ข้าสามารถเดินได้อย่างมั่นใจ เพราะข้าไม่อับอายต่อโชคชะตาของตัวเอง
ฮิคาริ: ข้าไม่เคยสิ้นความศรัทธาในตัวเจ้าเลย ไรเมย์
ไรเมย์: และนายไม่ต้องกังวล นายมีสหายที่เชื่อใจได้ในตระกูลเมย์
ฮิคาริ: เช่นเดียวกัน

ที่หน้าพระราชวังพิธีราชาภิเษกได้จัดขึ้นที่นี่ ตอนนี้มีเหล่าประชาชนของคูเข้ามารอชมกันอยู่อัดแน่นเต็มพื้นที่
ฮิคาริ: มงกุฎมันหนักจริงๆ..อาจจะหนักเกินไป ประชาชนของคู วันนี้ข้าจะกลายเป็นพระราชาของเจ้า แต่ข้าจะยืนอยู่ต่อหน้าในฐานะสหาย
และแล้วฮิคาริก็ได้ถอดมงกุฏออก ทำให้ประชาชนต่างรู้สึกสับสนต่อการกระทำของฮิคาริเป็นอย่างมาก
คาซาน: ฮึ นายไม่เคยเปลี่ยนไปเลยนะฮิคาริ
ฮิคาริ: คูเป็นประเทศที่ติดอยู่ในวังวนแห่งการนองเลือด ประวัติศาสตร์ของเราเปื้อนเลือดจนเป็นสีแดง เรายืนอยู่บนความเสียสละนับไม่ถ้วน มีผู้ที่ตกเป็นเหยื่อนับไม่ถ้วน จะไม่มีอีกต่อไป! เราจะไม่ต้องชดใช้ความเจริญรุ่งเรืองด้วยเลือดอีกต่อไป! ดินแดนที่เราพิชิต ตระกูลที่เรายึดครอง วันนี้ข้าจะปล่อยพวกเขาให้เป็นอิสระ! วันนี้ข้าขอทำลายอำนาจเผด็จการของคูให้จากไปตลอดกาล และวันนี้พวกเราจะก้าวเข้าสู่อนาคตที่ไม่ต้องถูกผูกมัดด้วยชาติกำเนิด ทรัพย์สมบัติ หรือฐานะ แต่ผูกพันกันด้วยความเป็นมิตรและความรัก ถึงอย่างนั้นก็ตามพวกเราไม่ควรลืมผู้คนในอดีต เลือดที่หลั่ง! สหายที่จากไป! พวกเขานำทางเรามาที่นี่ และเราทุกคนจะสร้างบ้านที่ดีขึ้นร่วมกัน
เมื่อฮิคาริกล่าวคำปราศัยเสร็จ ก็ได้รับเสียงเชียร์จากเหล่าประชาชน

และในที่สุด สงครามชั่วนิรันดร์ของคูก็สิ้นสุดลง
ตั้งแต่วันนั้นเป็นต้นมา คูก็อ้าแขนต้อนรับเพื่อนบ้าน พวกเขาให้คำมั่นร่วมกันว่าแสงแห่งสันติภาพจะส่องสว่างตลอดไป
จะไม่มีวันเกิดเพลิงสงครามขึ้นอีก ในดินแดนแห่งนี้
ณ เนินเขาวีรบุรุษ มิกกะและฮิคาริได้มาแสดงความเคารพริตสึ
ฮิคาริ: ริตสึ…
มิกกะ: ฝ่าบาทฮิคาริ
ฮิคาริ: ข้ามาที่นี่เพื่อแสดงความขอโทษ ริตสึและข้า ไม่สามารถเดินร่วมทางเคียงข้างกันได้
มิกกะ: …สงครามเป็นสิ่งที่ฉันเรียนรู้ที่จะอยู่ร่วมด้วย พี่ชายของฉัน…ฉันรู้ว่าเขาฆ่าคนมากมาย …แต่ฉันไม่เข้าใจว่าทำไม ทำไมเราต้องต่อสู้กันมานานขนาดนี้? ฝ่าบาทฮิคาริ..ฝ่าบาทยังจำวันที่พวกเรามองขึ้นไปบนท้องฟ้าด้วยกันได้ไหม?
ฮิคาริ: ข้ายังจำมันได้
มิกกะ: มันเปลี่ยนไปแล้วล่ะ ดูสิ ไม่มีเมฆให้เห็นเลย
Hikari – Chapter 5 End

ตอนนี้ให้เข้าไปที่บาร์ในเมือง Ku เราจะไปต่อกันที่เนื้อเรื่องร่วมระหว่าง ฮิคาริและแอ็กเนีย



