วิธีการฟาร์มหาทรัพยากรแต่ละอย่าง

สำหรับ Resource หรือทรัพยากรภายในเกมนั้นต้องบอกเลยว่ามีอยู่เยอะมาก และเราจำเป็นต้องฟาร์มหาและใช้เป็นปริมาณมากด้วยเช่นกัน ซึ่งในบทความนี้เราจะมาแนะนำสถานที่ฟาร์มทรัพยากรแต่ละอย่างให้นั่นเอง เพียงแต่สถานที่ที่เราแนะนำนี้เป็นแค่เพียงส่วนหนึ่งในตัวเลือกเท่านั้น หากใครมีสถานที่หรือคำแนะนำที่ดีกว่าก็สามารถร่วมพูดคุยกันได้ หรือคอมเม้นใน Fanpage ของเราได้เช่นกัน สำหรับวิธีการฟาร์มหลักๆ ส่วนใหญ่แล้ว เราขอแนะนำว่าให้ฟาร์มในด่านภารกิจ เอาชีวิตรอด (Survival) จะดีที่สุด เมื่อเราเริ่มภารกิจแล้วให้มองหา สถานที่ที่มีทางเข้าออกเพียง 1 แห่งเท่านั้น จากนั้นก็ยืนรอให้ศัตรูวิ่งเข้ามาหาก็พอแล้ว ทีนี้เราก็สามารถจัดการศัตรูได้เรื่อยๆ จนกว่าจะพอใจ และที่สำคัญก็คืออย่าลืมหาสมาชิกในปาร์ตี้ให้ครบ 4 คนด้วย เพราะยิ่งคนเยอะ ศัตรูก็เยอะและอัตราดรอปไอเทมก็จะเพิ่มขึ้นด้วยเช่นกัน สำหรับคนที่เล่นคนเดียวก็ไม่ต้องกังวลไป เพราะด่านฟาร์มทรัพยากรส่วนใหญ่มักจะมีผู้เล่นลงด่านและฟาร์มหาทรัพยากรกันเป็นเรื่องปกติอยู่แล้ว ทำให้ในแต่ละด่านนั้นมักจะหาปาร์ตี้กับผู้เล่นคนอื่นได้ง่ายๆ เลย Alloy Plate: Gabii (ซีรีส), Draco (ซีรีส), Malva (ดาวศุกร์) Argon Crystal: ดาววอยด์ทุกด่าน เน้นไปที่การทำลายกล่องตามด่าน หรือลงด่านเอาชีวิตรอดแล้วกำจัดศัตรูไปเรื่อยๆ Circuits: Draco (ซีรีส), Malva (ดาวศุกร์) Control Module: Ani (วอยด์), Mot […]
รายละเอียดของ Mod

Mod เปรียบเสมือนขุมพลังหลัก เป็นการ์ดที่ช่วยเพิ่มพลังให้กับ Warframe, อาวุธ, คู่หู, ยานพาหนะ เรียกได้ว่าความเก่งกาจของเราก็ขึ้นอยู่กับ Mod ที่ใส่ลงไปนี่แหละ สำหรับ Mod นั้นจะมีโอกาสดรอปทั่วไปจากเหล่าศัตรูภายในด่าน หรือได้รับหลังจากจบภารกิจในบางด่าน การอัปเกรด Mod เพื่อเพิ่มพลัง Mod ที่เราได้รับมานั้น ทุกอันจะสามารถทำการอัปเกรดเพิ่มขั้นของมันได้ ด้วยเมนู ฟิวชั่น (Fusion) จะใช้ Endo และ เครดิต (Credits) โดยในแต่ละ Mod นั้นก็จะมีขั้นสูงสุดที่แตกต่างกันไป เช่น บางอันขั้นสูงสุดอยู่ที่ขั้น 5 หรือบางอันก็อาจจะขั้น 10 ข้อควรระวังในการอัปขั้นสำหรับมือใหม่ก็คือ Mod ที่มีขั้นสูงสุดที่ 10 อย่าทำการอัปเกรดมันไปถึงขั้น 10 เด็ดขาด เพราะมันใช้ Endo และ เครดิตในการเลื่อนขั้นเยอะมากเกินไป แนะนำให้เลื่อนขั้นเอาไว้แค่ 5 ก็เพียงพอแล้ว แต่หากอยากดันให้สูงขึ้นอีกหน่อยก็ได้ แต่อย่าเกินขั้น 8 จะดีกว่า ไว้ภายหลังที่เรามี […]
พื้นฐานการเคลื่อนที่ภายในเกม

ภายในเกมนี้วิธีการเคลื่อนที่นอกจากวิ่งธรรมดา ยังมีส่วนของการทำปาร์กัว ทั้งกลิ้ง สไสด์ กระโดด เกาะกำแพง หากนำมารวมกันจะทำให้เราเคลื่อนที่ได้ไวมากยิ่งขึ้น และทุกคนภายในเกมจะต้องเรียนรู้วิธีการเคลื่อนที่พื้นฐานนี้ด้วย เพื่อช่วยเร่งให้จบภารกิจได้ไวมากยิ่งขึ้น และวิ่งตามคนอื่นภายในเกมได้ทันนั่นเอง ส่วนวิธีพื้นฐานก็แนะนำให้ลองดูคลิปที่ Youtube ดู ซึ่งเราก็มีแนะนำอยู่ 1 ช่อง นั่นก็คือของคุณ KNOT APE GAMING ภายในคลิปนี้นอกจากสอนการเคลื่อนที่แบบพื้นฐานแล้ว ยังสอนวิธีสิ่งที่มือใหม่ต้องรู้อย่างอื่นอีกด้วย แนะนำให้ลองดูตั้งแต่ต้นจนจบเลย
บทสรุป รางวัลของ Vor

ในตอนเริ่มเกมครั้งนั้น เราจะได้พบกับฉากเปิดของเนื้อเรื่อง หลังจากจบแล้วเราจะได้เลือกตัว Warframe 1 ใน 3 ตัว นั่นก็คือ Excalibur ตัวละครนี้จะโดดเด่นในเรื่องของการโจมตีระยะประชิด, Mag โดดเด่นในการใช้สกิลต่างๆ เพื่อควบคุมและโจมตีศัตรู, Volt โดดเด่นในเรื่องของความเร็ว และสร้างความเสียหายได้ดีในระดับหนึ่ง ทั้ง 3 ตัวละครนี้ไม่ว่าจะเลือกตัวไหนก็นับว่าเป็นตัวเลือกที่ไม่แย่เลย แต่หากจะให้เล่นง่ายสะดวกที่สุดสำหรับมือใหม่ ส่วนตัวผู้เขียนเองก็แนะนำเป็น Excalibur เล่นได้ง่ายสุดเน้นใช้อาวุธประชิดฟันใส่ศัตรูไปเรื่อยๆ ไม่ต้องเล็งปืน แถมในช่วงปลดดาวใหม่ เราจำเป็นต้องต่อสู้กับศัตรูที่เก่งพอสมควรแบบ 1 ต่อ 1 ซึ่ง Excalibur นั้น จะมีสกิล 2 ใช้สตั้นศัตรูได้ ในจังหวะที่ศัตรูติดสตั้นเราจะใช้ดาบแทงใส่ โจมตีได้รุนแรงมาก และจัดการศัตรูได้ง่ายกว่าตัวอื่นๆ อีกหนึ่งเหตุผลที่สำคัญที่แนะนำให้เลือก Excalibur เลยก็คือ เพราะว่ามันมีสกิล 4 Exalted Blade ด้วยสกิลนี้ทำให้เราสามารถปรับเปลี่ยน ปืนหลัก, ปืนรอง และอาวุธประชิด เพื่อเก็บค่า Mastery Rank ได้เรื่อยๆ (Mastery […]
คำแนะนำ มือใหม่

โหมดตอนสร้างตัวละคร ตอนที่สร้างตัวละครเกมจะถามเกี่ยวกับโหมดในการเล่นซึ่งจะมีอยู่ทั้งหมด 2 โหมดหลักด้วยกันก็คือ Standard และ Hardcore ทั้ง 2 โหมดนี้จะเป็นการแยกผู้เล่นออกจากกันไปเลย เหมือนคนละเซิร์ฟเวอร์ สำหรับ Standard คือโหมดการเล่นปกติธรรมดา ซึ่งส่วนใหญ่จะเลือกโหมดนี้กัน ส่วน Hardcore ทุกอย่างจะเหมือนกับการเล่นใน Standard เพียงแต่ เราไม่สามารถตายได้ หากตัวละครในโหมด Hardcore ตายไป ตัวละครนั้นจะตกไปอยู่ในโหมด Standard ทันที ซึ่งโหมด Hardcore นี้จะเหมาะสำหรับผู้เล่นมือโปรที่มาท้าทายกับความยากในรูปแบบที่ห้ามตายเลยแม้แต่สักครั้งเดียวนั่นเอง นอกจากนี้ในแต่ละโหมดเราจะเห็นคำว่า Solo Self-Found (SSF) อยู่ สำหรับตัวเลือกนี้จะทำให้เราไม่สามารถเทรดของกับผู้เล่นคนอื่น และไม่สามารถปาร์ตี้กับผู้เล่นคนอื่นได้เลย เปรียบเสมือนกับการเลือกเพื่อเน้นการเล่นแบบตัวคนเดียวเท่านั้น เพียงแต่ในภายหลังเราสามารถเลือกเอาส่วนของ SSF นี้ออกไปได้ แล้วตัวละครของเราก็จะสามารถเทรดและปาร์ตี้กับผู้เล่นคนอื่นได้เป็นปกติ แต่ก็ไม่สามารถเลือกกลับไปเล่นแบบ SSF ได้ หากต้องการกลับไปเป็นแบบ SSF อีกต้องสร้างตัวละครใหม่เท่านั้น สำหรับตัวเลือก SSF นี้ไม่ค่อยได้รับความนิยมเท่าไหร่นัก เพราะเรื่องของการเทรดไอเทมกับผู้เล่นคนอื่นไม่ได้ ทำให้การเล่นจะยากมากขึ้นไปอีกขั้น แค่นั้นไม่พอเราไม่สามารถเข้าร่วมปาร์ตี้เล่นกับเพื่อนได้เลย เลือกอาชีพ […]
บทสรุป Atlas

สำหรับการเล่นใน Altas จะเริ่มขึ้นทันทีหลังจากจบ Act 6 โดยตัวเราจะถูกส่งมาที่ ที่หลับภัยซิกกุรัต (Vaal Ziggurat) ให้เริ่มจากคุยกับ ดอร์ยานี (Doryani) เพื่อรับเควส การเล่นใน Atlas จำเป็นต้องใช้ไอเทมที่เรียกว่า ศิลานำทาง โดยจะดรอปจากมอนสเตอร์ทั่วไปนี่แหละ ซึ่งตัวศิลานี้ก็จะมีแบ่งออกเป็น Tier ด้วย ยิ่ง Tier สูง เลเวลของมอนสเตอร์ก็จะเพิ่มขึ้นตามไปด้วย เมื่อมีศิลานำทางแล้วก็ให้ไปที่ เครื่องเปิดแผนที่ โดยมันจะอยู่ตรงกลางในที่หลบภัยนี่แหละ เมื่อกดเข้ามาแล้วก็จะเป็นการเปิดแผนที่ใน Atlas สำหรับแผนที่พวกนี้ เราจะเดินไปในทิศทางไหนก็ได้ ไม่มีความแตกต่างกัน เพราะสุดท้ายมันจะเป็นการเปิดแผนที่ไปเรื่อยๆ ไม่รู้จบ โดยในแต่ละแผนที่เราจะเห็นว่ามันมีสัญลักษณ์อยู่ ซึ่งแต่ละอันก็จะมีคอนเท้นต์ที่แตกต่างกันไป เป้าหมายสูงสุดของการเล่นใน Atlas ก็คือการเข้าไปปราบบอสของคอนเท้นต์ต่างๆ ซึ่งจะมีอยู่ทั้งหมด 5 ตัวด้วยกัน โดยแต่ละตัวก็จะอยู่ในคอนเท้นต์ที่แตกต่างกันและมีเงื่อนไขในการเข้าไปปราบที่ต่างกันด้วย ที่ซ่อน (Hideout): เมื่อเราเจอสัญลักษณ์นี้ หากเราเข้าไปแล้วจัดการมอนสเตอร์ทั้งหมดภายในแผนที่นั้นเรา จะเป็นการยึดครองทำให้ปลดล็อคระบบที่ซ่อน ซึ่งภายในที่ซ่อนของเรานั้น จะสามารถเลือกปรับแต่งสิ่งต่างๆ รวมไปถึง NPC ได้เองตามที่ต้องการเลย บอสประจำแผนที่ […]
บทสรุป Act 6

มาถึง Act สุดท้ายก่อนที่จะเข้าสู่ระบบท้ายเกม Altas กันเสียที ใน Act ก็จะวนลูปเหมือนเดิมเพียงแต่ก็มีการตัดบางส่วนที่ไม่จำเป็นออกไปได้ อย่างเช่น ไม่จำเป็นต้องไปสู้บอสลาวา เมคทุล ในพระคลังหลอมเหลว (หรือจะเลือกไปสู้ก็ได้แต่ก็ไม่ได้อะไรพิเศษ) ทางที่ดีก็แนะนำให้พยายามเร่งให้จบ Act 6 ไปเลยจะดีกว่า เพื่อเข้าสู่ระบบ Altas ไปเลยจะดีกว่า หากมีเวลาว่างค่อยมานั่งเคลียร์บอสไม่สำคัญพวกนี้ในภายหลังก็ยังได้ บึงพัดทราย (Sandswept Marsh) เมื่อเริ่มใน Act 6 ให้คุยกับผู้คลุมกายเพื่อรับเควส จากนั้นออกสำรวจพื้นที่ เพื่อหาทางไปที่ค่ายซิกกุรัตเลยก็ได้ (Ziggurat Encampment) เพราะไม่มีอะไรสำคัญในแผนที่นี้ แต่หากอยากจะทำ มันก็จะมีบอส รูทเดรดจ์ (Rootdredge) และ ค่ายกองไฟโอร็อค (Orok Campfire) บริเวณนี้จะมีมอนสเตอร์แรร์อยู่ 2 ตัว กำจัดมันให้ได้ และเดินเข้าไปที่ค่ายจะเจอ ตะกร้า (Basket) เปิดมันแล้วจะได้รับ Jeweller’s Orb ชั้นต่ำ (Lesser Jeweller’s Orb) […]
บทสรุป Act 5

ใน Act 5 นี้ หากเล่นไปเรื่อยๆ ตามเควสที่ปรากฏขึ้นมา มันจะมีบั๊กอยู่ก็คือเควส ที่ให้เราไปยังทางผ่านผู้ทรยศ แต่จะหาทางไปต่อไม่ได้ ซึ่งจริงๆ มันคือเควสที่เราให้เข้าสู่ บททดสอบแห่งเช็คเคมา เหมือนใน Act 2 ทำให้เราไม่สามารถเคลียร์เควสนี้ได้ มันจะขึ้นอยู่ตลอดเวลา เพราะฉะนั้นหากมันขึ้นมา ว่าให้ไปที่ทางผ่านผู้ทรยศก็ไม่ต้องสนใจเควสนี้เลยก็ได้ นอกจากนั้นก็คือในแผนที่ทะเลทราย ตำแหน่งบางแผนที่มันจะแตกต่างจากใน Act 2 อยู่บ้าง ต้องหาให้ดี ชายแดนวาสตีรี (Vastiri Outskirts) เมื่อมาถึงใน Act 5 ให้คุยกับผู้คลุมกายเพื่อรับเควสใหม่ จากนั้นให้เดินไปตามทางจนถึง ตลาดค้าขายมาราเค็ท (Maraketh Bazzaar) ให้เราพยายามมองหาคนที่ชื่อ ชาร์คา (Zarka) คุยกับเธอแล้วเราก็จะได้รับเควสใหม่เพื่อออกไปปราบบอสที่อยู่แถวนี้ จากนั้นให้เราหาเดินออกจากส่วนของตลาดไปยังจุดที่มีมอนสเตอร์ สำรวจทางให้ทั่วจนได้เจอเข้ากับ หน้าผาผู้รุกราน (Raiders’ Cliffs) และปราบบอสที่ชื่อว่า แรธเบรกเกอร์ (Rathbreaker) หลังจากเอาชนะมันได้แล้วก็ให้เปิดวาร์ปกลับไปคุยกับ ชาร์คา ได้เลย และเปิดทางให้เราสามารถขึ้นไปยังบนรถของกองคาราวานอาร์ดูร่า (The Ardura Caravan) […]
บทสรุป Act 4

ใน Act 4 นี้ จะเป็นเหมือนการเล่นซ้ำใน Act 1 นั่นเอง เพียงแต่ศัตรูก็จะมีเลเวลเพิ่มขึ้น และมีบางเควสหรือบอสบางตัวที่เราไม่จำเป็นต้องไปปราบแล้วก็ได้ และการเล่นรอบนี้ก็ไม่จำเป็นต้องเดินให้ทั่วแผนที่แล้ว แนะนำให้เน้นทำเฉพาะสิ่งที่ต้องทำเท่านั้น เพื่อความรวดเร็วในการเคลียร์ Act 4-6 จะได้เข้าสู่ Altas ซึ่งเป็นคอนเท้นต์ท้ายเกมได้รวดเร็ว โดยหลังจากที่เข้าประตูมิติใน Act 3 มา เราก็จะมาเริ่มกันที่ ริมตลิ่ง (The RiverBank) ก็เหมือนเดิมในปราบบอส เจ้าของโรงสีขึ้นอืด (The Bloated Miller) แล้วเข้าไปสู่ ค่ายเคลียร์เฟล (Clearfell Encampment) เมื่อมาถึงค่ายแล้วให้คุยกับ เรนลีย์ (Renly) จากนั้นให้ไปคุยกับ อูน่า (Una) เสร็จแล้วก็ออกจากค่ายเคลียร์เฟลไปยังแผนที่ เคลียร์เฟล (Clearfell) เคลียร์เฟล (Clearfell) ในแผนที่เคลียร์เฟล หากเริ่มรู้สึกแล้วว่า จัดการมอนสเตอร์ได้ช้า หรือตายบ่อยแนะนำให้หาทางอัพเกรดอุปกรณ์สวมใส่ก่อนเลยเป็นอันดับแรก ส่วนการอัพเกรดอุปกรณ์แนะนำให้หาซื้อของผ่าน POE2 Trade ส่วนในแผนที่เคลียร์เฟลสิ่งที่เราต้องทำก็จะมี ภายในป่าเกรลวูด […]
บทสรุป Act 3

บึงพัดทราย (Sandswept Marsh) เมื่อเริ่มใน Act 3 ให้คุยกับผู้คลุมกายเพื่อรับเควส จากนั้นออกสำรวจพื้นที่ โดยในแผนที่นี้จะมีบอสอยู่ 1 ตัว รูทเดรดจ์ (Rootdredge) และหา ค่ายกองไฟโอร็อค (Orok Campfire) ให้เจอ บริเวณนี้จะมีมอนสเตอร์แรร์อยู่ 2 ตัว กำจัดมันให้ได้ และเดินเข้าไปที่ค่ายจะเจอ ตะกร้า (Basket) เปิดมันแล้วจะได้รับ Jeweller’s Orb ชั้นต่ำ (Lesser Jeweller’s Orb) ซึ่งเป็นหินที่เอาไว้ใช้เจาะรูสกิลเสริม ปกติแล้วหินสกิลทุกอันเราจะสามารถใส่สกิลเสริมได้เพียง 2 รูเท่านั้น แต่หากต้องการเพื่อให้เป็น 3 รู ก็ต้องใช้หินนี้แหละเป็นตัวเจาะรูนั่นเอง ส่วนรูที่ 4 จะต้องใช้ Jeweller’s Orb ชั้นสูง (Greater Jeweller’s Orb) และรูที่ 5 ใช้ Jeweller’s Orb ไร้ที่ติ […]