หลังจากที่เราเตรียมตัวพร้อมแล้วก็ให้ไปยัง The Reisan Way ที่นี่เราจะได้เจอกับ แคสซานดร้าและเครสซิดา เป็นเนโครแมนเซอร์ฝึกหัดที่เป็นลูกศิษย์ของไนเบธ โดยทางแคสซานดร้าจะบอกลูกสาวของเธอเครสซิดา ให้รีบรายงานเรื่องเดนิมให้ท่านไนเบธได้รับรู้ แต่ดูเหมือนว่าเครสซิดาจะไม่อยากทิ้งแม่ของเธอเอาไว้คนเดียว แต่แคสซานดร้าก็ปฏิเสธบอกให้เธอรีบไป เพราะเธอมีอาร์ติแฟกต์ของไนเบธอยู่ มันจะช่วยเธอได้ นอกจากนั้นที่เธอต้องการต่อสู้กับเราก็เพราะอยากจะล้างแค้นให้กับโมลโดวา ลูกสาวของเธออีกคนที่เราได้ฆ่าไปในช่วงบุกเมืองไครซาโรเพื่อช่วยลีโอนาร์นั่นเอง

ในศึกนี้จริงๆ แล้วก็ไม่มีอะไรมาก ถ้าหากเราเตรียมตัวมาดี ก็คือ Cleric ติดสกิล Exorcism และมีบางคนติด Grimoire Exorcisme มาด้วย จะได้ช่วยกันจัดการศพของ Undead ให้หายไปได้ ในระหว่างสู้ถ้ามีโอาสก็พยายามเข้าถึงตัวแคสซานดร้าแล้วจัดการเธอให้ได้ เนื่องด้วยเธอเป็นนักเวทย์เลยทำให้เลือดน้อยตัวบาง จัดการได้ไม่ยากเลย ทีนี้ก็กลายเป็นว่าเราจัดการครอบครัวเนโครแมนเซอร์นี่ไปแล้วถึง 2 คน

สำหรับศึกต่อไปจะเป็น Bahanna Highlands เมื่อเรามาถึงที่นี่ก็จะได้เจอกับเครสซิดาอีกครั้ง เธอก็รู้แล้วว่าพวกเราได้จัดการแม่ของเธอไป ในระหว่างการพูดคุยกันอยู่จะมีอัศวินคนหนึ่งเข้ามา เขาชื่อว่า เฮกเตอร์ ซึ่งได้รับคำสั่งจากไนเบธให้มาเตือนเธอถึงอันตรายหากเข้าต่อสู้กับเดนิม และที่เขาต้องรีบมาด้วยตัวเองก็เพราะว่า เครสซิดาคือน้องสาวของคู่หมั้นเขา เลยไม่อยากปล่อยให้เธอต้องเจอกับอันตราย จึงบอกให้เครสซิดารีบกลับไปที่ บริกันติส ส่วนเขาจะเป็นคนจัดการกับเดนิมเอง แต่เครสซิดาปฏิเสธเธออยากร่วมต่อสู้ด้วยเพื่อล้างแค้นให้กับแม่และพี่สาวของเธอ แต่เฮกเตอร์ก็บอกว่านี่เป็นคำสั่งของท่านไนเบธที่ให้เธอรีบกลับไปที่ปราสาท แต่เครสซิดาก็ยังปฏิเสธอีกอยู่ดี เฮกเตอร์เลยบอกว่า พวกเราน่ะพ่ายแพ้แล้ว ผู้บัญชาการทหารสูงสุดคงไม่พูดอะไรมากนัก แต่ประชาชนแห่งกัลกัสตานไม่อยู่ข้างเราอีกต่อไปแล้ว ท่านไนเบธน่ะมองเห็นความจริงก็เลยกลัวว่าเธอจะไม่ปลอดภัย อีกอย่างถ้าเธอไม่มีชีวิตอยู่ แล้วใครจะจดจำตัวเขาและโมลโดวาได้ล่ะ เครสซิดาเลยบอกว่าพี่สาวของฉันเธอเลือกสามีได้ดีเลยทีเดียว พร้อมกับยอมจากไป ส่วนเฮกเตอร์ก็หันมาต่อสู้กับพวกเราเพื่อแก้แค้นให้กับคู่หมั้นของเขาเอง

สำหรับแผนต่อสู้ในด่านนี้เนื่องด้วยส่วนใหญ่จะศัตรูจะโจมตีระยะประชิด จริงๆ เราก็ยืนรอให้ศัตรูค่อยๆ เดินเข้ามา แล้วก็ให้เราไล่จัดการไปเรื่อยๆ ได้เลย ก็เริ่มจากกริฟฟอนก่อนเลยตัวนี้บุกเดี่ยวเข้ามาให้เรารุมกินโต๊ะได้ง่ายๆ แล้วค่อยจัดการกับมังกรและที่เหลือก็ค่อยๆ ไล่ตีตามลำดับไป แต่เนื่องด้วยเฮกเตอร์มีเกราะที่หนามาก แนะนำให้จัดการกับเขาหลังจากเก็บ Cleric ฝ่ายศัตรูให้หมดไปแล้วจะดีกว่า เมื่อจัดการเฮกเตอร์ได้ก็เป็นอันจบศึกนี้ แต่ก่อนที่เฮกเตอร์จะตาย เขาได้ขอร้องเราว่าช่วยเมตตาเครสซิดาด้วย

ฉากจะตัดไปที่เมืองหลวงแห่งไฮม์ ตอนนี้ผู้สำเร็จราชการ บรันทิน มอนน์ ได้นั่งสั่งการอยู่บนบังลังค์ โดยมีทหารเข้ามารายงานว่า การโจมตีที่คอริตาเนนั้นไม่ได้เกี่ยวกับข้องกองกำลังที่อยู่ในอัลโมริกาเลย บรันทินก็เลยคิดว่าถ้าแบบนั้นรอนเวย์ก็คงไม่มีทางเลือก เขาคงต้องยอมส่งคนเข้าไปโจมตีที่ปราสาทนั่น จำเป็นจะต้องส่งลีโอนาร์ออกไปจัดการด้วยตัวเอง เพราะว่าคนอื่นไม่สามารถจัดการกับฮีโร่แห่งกอลยัตได้แน่ ถ้าแบบนั้นล่ะก็ สั่งการลงไปให้รวบรวมทหารที่ดีที่สุด 5,000 นาย ที่อยู่ในไฮม์นี่ ทหารคนนั้นก็รับคำสั่งแล้วรีบออกไปดำเนินการทันที

แต่ขณะนั้นเอง โวลาค ซึ่งเป็นอัศวินรัตติกาลได้เข้ามาห้าม โดยเขาให้เหตุผลว่า ข้าเชื่อว่าท่านยังไม่ลืมข้อตกลงของท่านกับแลนเซอล็อตนะ ข้อตกลงนั่นมีผลผูกพันบางประการ ข้าต้องขอให้ท่านงดการกระทำที่เร่งรีบหรือประมาท บรันทินที่ได้ยินแบบนั้นก็รู้สึกไม่พอใจ เจ้าพูดว่าข้อผูกพันอย่างงั้นหรอ เท่าที่จำได้ พวกเจ้าต้องให้ความช่วยเหลือทุกอย่างเพื่อให้ข้ายึดครองเกาะนี้ แล้วตอนนี้ข้าต้องนั่งเฉยๆ อยู่ที่นี่ คอยฟังแกมานั่งสั่งสอนฉันเกี่ยวกับเรื่องข้อผูกพันอย่างงั้นหรอ โวลาคก็บอกให้บรันทินใจเย็น เขาแค่ตั้งใจจะแนะนำว่าการยั่วยุพวกอัลโมริกาอาจไม่ใช่แนวทางที่ฉลาดที่สุด ขอให้ท่านอดทนไว้ก่อน บรันทินที่ได้ยินคำแนะนำก็ยิ่งโกรธมากขึ้นไปอีก เก็บความอดทนและคำแนะนำของแกไปลงนรกซะ เจ้าคนนั้นน่ะ ไปดูให้แน่ใจว่าคำสั่งของข้าจะต้องถูกปฏิบัติตาม! นายทหารคนนั้นก็รีบปฏิบัติตามทันที ส่วนโวลาคก็บอกว่าการกระทำของท่านจะก่อให้เกิดศัตรูมากยิ่งขึ้น

ในจังหวะนั้นเองก็มีนายทหารคนหนึ่งรีบเข้ามารายงานว่ามีผู้ส่งสารมาจากอัลโมริกา ปรากฏว่าผู้ส่งสารคนนั้นก็คือไวซ์นั่นเอง เขาวิ่งเข้ามาโดยพลการแล้วถามว่าคุณใช่มั้ยคือผู้สำเร็จราชการน่ะ โวลาคที่เห็นถึงความหยาบของไวซ์ก็เรียกองครักษ์ให้มาจัดการ ไวซ์ก็บอกว่าใจเย็นก่อน พวกนายไม่ควรจะฆ่าผู้ส่งสารก่อนที่จะได้รับฟังข่าวหรอกนะจริงมั้ย บรันทินก็บอกว่าช่างเป็นเด็กหนุ่มที่ใจกล้าดีนี่ งั้นก็บอกมาสิ ไวซ์ก็บอกว่าฉันคิดแล้วว่าคุณจะต้องอยากฟัง และคิดว่าจะต้องชอบสิ่งที่ได้ยินแน่นอน โวลาคถามว่านายมาจากอัลโมริกาสินะ นายเป็นใครล่ะ ไวซ์ก็แนะนำตัวว่าเขาเป็นสมาชิกที่ดีและน่านับถือของกองกำลังต่อต้าน แล้วบอกอีกว่า ข้าคิดว่า…ท่านควรจะให้ไอแก่นั่นออกไปก่อนนะ เพราะเรื่องนี้มันค่อนข้างละเอียดอ่อนเลยทีเดียว บรันทินเลยบอกว่า ฮะ! ความกล้านั่นช่างเกือบจะกลายเป็นความอวดดีเสียแล้ว… หายากนัก คนแบบนี้ จากนั้นก็หันไปบอกโวลาคว่าให้ออกไปก่อน นี่ไม่ใช่เรื่องของโลดิสแล้ว โวลาคก็ยอมออกไปโดยดี ฉากก็จะตัดไป

กลับมาที่เดนิมต่อกันบ้าง คราวนี้ก็เตรียมตัวกันให้ดีเพราะเราจะบุกเข้าไปที่ปราสาทบริกันติส เมื่อเข้ามาจะมี 2 ทางให้เลือกเข้าโจมตี ซึ่งจะเลือกทางไหนก็ได้ไม่ต่างกันเท่าไหร่นัก และไม่มีผลกับเนื้อเรื่องด้วย แต่ถ้าเลือกไปทางซ้าย Brigantys West Curtain Wall เราจะได้เจอกับ Orgeau เขาจะมาล้างแค้นให้กับ Gildora ซึ่งเป็นหญิงสาวที่เขารัก ส่วน Gildora นี่เธอคือนักเวทย์ที่เฝ้าอยู่หน้าประตูตอนที่เราเข้าโจมตีป้อมคอริตาเนนั่นเอง และก่อนที่เขาตายก็จะรำพึงถึง Gildora ด้วยว่าในที่สุดก็จะได้ไปอยู่กับเธอซะที

ฉากจะตัดมาในปราสาทบริกันติส เครสซิดาเธอได้ถามว่าทำไมไนเบธถึงจะล่ะทิ้งปราสาทนี้ด้วยล่ะ พวกเราจะไปที่ไหนกัน เราต้องเดินหน้าจนถึงที่สุดสิ ถึงแม้ปลายทางจะหมายถึงจุดจบของเราเองก็ตาม! ถ้าไม่ใช่เพื่อสิ่งนี้… แล้วเรามีชีวิตอยู่ไปเพื่ออะไรกันล่ะ ไนเบธก็บอกว่าเธอน่ะยังเด็กเกินไปที่จะเข้าใจได้ พวกเราอยู่ที่นี่ไม่ได้เพื่อสู้กับวาลิสเตอร์นะ ไฮโรแฟนท์ บัลบาโทสได้จากไป แต่เจ้านายหนุ่มแห่งคอริตาเนคนใหม่เกิดขึ้นมา…ทำให้ราชอาณาจักรนี้ คงไม่มีวันลุกขึ้นมาได้อีกแล้ว หน้าที่ของเราคือใช้ประโยชน์จากสถานการณ์นี้ให้ถึงที่สุด… และทำการวิจัยให้สำเร็จ! นั่นแหละ คือจุดมุ่งหมายของเรา เข้าใจมั้ยเครสซิดา เครสซิดาเลยบอกว่า งั้นขอให้ฉันถามคุณหน่อยในฐานะของลูกสาวที่ถามพ่อของเขา พ่อไม่เคยคิดที่จะล้างแค้นให้กับแม่และพี่สาวเลยใช่มั้ย? ไอคนที่บุกปราสาทมาตอนนี้น่ะคือคนที่ฆ่าพวกเขาไปนะ การทอดทิ้งแผ่นดินเกิดน่ะว่าแย่แล้ว… แต่การหันหลังให้สายเลือดของตัวเองนั่นยิ่งเลวร้ายกว่า! ฉันทำไม่ได้ ฉันจะไม่ทำมัน ไนเบธเลยบอกว่า ดื้อเหมือนพี่สาวเจ้าซะจริง…

ตอนนั้นเองเซบอสก็ได้เข้ามาถามว่า ท่านไนเบธ ทำไมท่านยังอยู่ที่นี่? ตอนนี้มันถึงเวลาที่ต้องหนีไปแล้ว! ไนเบธก็ตอบกลับ ผู้บัญชาการ รอนเซนบาค ข้าอับอายที่ท่านต้องมาเห็นเหตุการณ์นี้ด้วยตาตนเอง… เซบอสก็บอกว่า นั่นไม่ใช่เรื่องน่าอับอายเลย การที่ได้เห็นบุตรสาวรักและอุทิศตนเพื่อประชาชน แต่เครสซิดาเธอต้องรีบออกจากที่นี่ไปพร้อมกับพ่อของเธอแล้วนะ เครสซิดาก็ตกใจว่าเกิดอะไรขึ้น เธอน่ะตั้งใจที่ตายอยู่ที่นี่พร้อมกับผู้บัญชาการแล้วนะ

เซบอสก็เลยบอกว่างั้นเธอก็เป็นคนโง่แล้วล่ะ… ชีวิตของข้าและลูกน้องน่ะมันเป็นค่าตอบแทนที่เพียงพอสำหรับวันนี้แล้ว ผู้สูงส่งทรงเห็นว่า การค้นคว้าของท่านไนเบธนั้น เป็นร่มเงาแห่งอนาคตของกัลกัสตาน ถ้ายังมีความหวังอยู่บ้าง… เขาก็อาจคว้ารางวัลนั้นได้ — รางวัลที่ยิ่งใหญ่ที่สุด ถึงเวลาที่เราจะทุ่มเททุกอย่างเพื่อให้เขาทำงานได้สำเร็จ ข้าไม่อาจปฏิเสธได้เลย ว่าผู้คนภายนอกกำลังพุ่งความโกรธมาที่พวกเรา แต่เธอไม่จำเป็นต้องแบกรับภาระนี้เพียงคนเดียว จงทำการวิจัยให้สำเร็จ… พิสูจน์ให้เห็นว่าเราคู่ควรกับพรอันยิ่งใหญ่นี้… นำความสุขมาสู่กัลกัสตาน! ที่ของเธอน่ะจะต้องคอยอยู่เคียงข้างพ่อ เพื่อเห็นแก่เฮกเตอร์ เพื่อเห็นแก่พวกเราทุกคน จากนั้นเซบอสก็หันไปพูดกับไนเบธ ท่านไนเบธ ได้โปรดรีบไปเถิด… ผลงานของท่านจะเป็นมรดกที่เราฝากไว้ให้คนรุ่นหลัง ไนเบธก็ตอบรับ ข้าจะถือมันเป็นหน้าที่สูงสุดของข้า เหนือสิ่งอื่นใดทั้งปวง ขอให้เดินทางโดยสวัสดิภาพนะ เครสซิดา วันหนึ่งเจ้าจะได้เล่าเรื่องราวให้แก่บุตรของเจ้า ถึงความรุ่งเรืองและการพลัดพลาดของราชอาณาจักรกัลกัสตานอันยิ่งใหญ่

ทีนี้ก็ถึงเวลาที่เราจะบุกเข้าไปในโถงปราสาท แน่นอนว่าเซบอสเขารอเราอยู่แล้ว เดนิมก็บอกว่ามันจบแล้วล่ะเซบอส วางอาวุธของนายลงซะและยอมแพ้ เซบอสก็บอกว่าแกควรจะแสดงความเคารพด้วยนะ เวลาที่พูดกับผู้บัญชาการสูงสุดน่ะเด็กน้อย จะแพ้หรือชนะก็ตาม ถ้าหากต้องลงนรก แกก็ต้องไปด้วยกัน!

ขอบอกก่อนเลยว่าศึกนี้มีความตึงอย่างแน่นอน เนื่องด้วยความอึดของเซบอสที่มีอยู่เหมือนเดิม แถมเขายังมีบัฟดาบติดตัวมาด้วย 2 บัฟ และบัฟฟื้นฟู MP อีก 2 บัฟ ทำให้นอกจากอึดแล้วยังโจมตีได้รุนแรง ในช่วงแรกพยายามอยู่ให้ห่างจากตัวเขาให้นานที่สุดเท่าที่ทำได้ ตอนเริ่มต้นแนะนำว่าไม่ต้องขยับตำแหน่ง หรือจะหนีไปทางซ้ายล่าง ขวาล่างแทนก็ได้ เพื่อดึงระยะให้ห่างจากเซบอสออกไปอีก แล้วค่อยๆ ไล่จัดการกับกองทัพหน้าของศัตรูให้หมด จากนั้นค่อยไล่ตามเก็บพวกศัตรูที่อยู่วงนอก ส่วนตัวเซบอสให้เหลือเอาไว้สุดท้ายเลย

พอเราเข้ายึดปราสาทได้ พวกคนแก่ชาวกัลกัสตานที่ถูกจับตัวอยู่ก็จะกล่าวขอบคุณเราที่มาช่วยชีวิตพวกเขาไว้ แต่เขาก็อยากจะถามหน่อยว่าทำไมถึงได้ทำแบบนี้ มันนานมากแล้วนะที่วาลิสเตอร์จะออกแรงเพื่อช่วยพวกเราน่ะ และเขาก็ได้ยินมาว่า เราน่ะคือคนที่อยู่เบื้องหลังเหตุการณ์สังหารหมู่ที่เมืองบาลมามูซา เดนิมก็บอกว่าฉันน่ะอยู่ที่นั่น แต่ไม่ได้มีส่วนกับเหตุการณ์สังหารหมู่เลย ในตอนที่รู้ว่าพวกเขาวางแผนสังหารหมู่ที่บาลมามูซา ก็ได้ถอดตัวออกจากกลุ่มต่อต้านทันที ดยุกก็เลยแก้แค้นด้วยการป้ายความผิดของการสังหารหมู่มาที่ฉัน พร้อมกับตั้งค่าหัวเอาไว้ด้วย ตอนนั้นฉันก็ได้รู้แล้วว่าใครคือศัตรูที่แท้จริง เรื่องราวความขัดแย้งระหว่างวาลิสเตอร์กับกัลกัสตานที่เล่ากันมายาวนาน… มันไม่ใช่เรื่องจริง พวกไฮโรแฟนท์กับดยุก ใช้เราเป็นเครื่องมือในการต่อสู้เพื่ออำนาจของพวกเขาเอง ผู้ที่สมควรถูกลงโทษน่ะไม่ใช่ฉันหรือพวกคุณเลย แต่เป็นพวกเขาต่างหาก

ฝ่ายชาวกัลกัสตานก็ได้ถามว่า และเมื่อนายก้าวขึ้นมาเป็นผู้นำของผู้คน… จงบอกมาตามตรง เถอะว่า นายไม่เคยหวั่นเลยหรือ ว่าวันหนึ่งจะกลายเป็นทรราชที่ไม่ต่างจากคนที่ล้มล้างไปน่ะ? แล้วถ้าเป็นแบบนั้นจะทำยังไงต่อ? เดนิมก็ตอบด้วยความมั่นใจถ้าเกิดเป็นแบบนั้นขึ้นมา เขาจะจบชีวิตตัวเอง ชาวกัลกัสตานก็บอกว่านั่นช่างเป็นความคิดของคนหนุ่มสาว ดูเหมือนว่านายจะเชื่อในสิ่งที่ตัวเองพูด แค่นั้นก็เพียงพอแล้วสำหรับพวกเรา เดนิมก็บอกว่า ฉันหวังว่าจะพิสูจน์ให้พวกคุณได้เห็นเอง จากนั้นเองก็มีคนเข้ามาแจ้งข่าวว่า คอริตาเนได้ตกอยู่ในมือของดยุกแล้ว เดนิมดูเหมือนจะไม่ตกใจ เพราะคิดเอาไว้อยู่แล้วว่า ในที่สุดพวกกลุ่มต่อต้านก็มาแล้วสินะ ตอนแรกไม่เคยตั้งใจทำลายพวกเขาเลย…แต่ตอนนี้มันก็มาถึงจุดนี้จนได้ ถ้าการจัดการกับดยุก หมายถึงการนำสันติสุขมาสู่วาเลเรียนล่ะก็ ฉันจะต่อสู้เพื่อสิ่งนั้นด้วยความยินดี
Chapter 3 Chaos Path – ถล่มป้อมคาริตาเนอีกครั้ง
