บทสรุป Tactics Ogre: Reborn Chapter 3 Chaos Path – ถล่มป้อมคอริตาเนอีกครั้ง

เป้าหมายหลักของเราตอนนี้คือเดินทางกลับไปที่ ป้อมคอริตาเน ทีนี้เมื่อเราเดินกลับลงมาที่ Bahanna Highlands จะเจอเข้ากับเหตุการณ์พิเศษแทน เราจะไปเจอเข้ากับชายคนหนึ่งที่ถูกศัตรูกำลังไล่ล่าอยู่ พอศัตรูเห็นเราเท่านั้นแหละเขาก็รู้สึกดีใจที่ได้เจอคนมีค่าหัวด้วยพอดี ก็เลยทำให้เราต้องต่อสู้กับคนกลุ่มคนไปด้วย ด่านนี้ไม่มีอะไรยากเลย เพียงแค่ให้เราพยายามเข้าถึงตัว ผู้ชายที่ถูกตามล่าแล้วช่วยชีวิตของเขาเอาไว้ให้ได้จนจบ ส่วนหัวหน้าที่ชื่อว่า Modiliani นั้นเนื่องด้วยเป็นนักเวทย์พอเขาเดินขึ้นมาตรงกลางแผนที่ก็รุมจัดการได้เลย

นักดาบตาบอดคนหนึ่งเก่งใช่เล่นเลยนะ

พอจบศึกแล้วชายคนนั้นก็จะขอบคุณเราและถามว่าเราคือฮีโร่แห่งกอลยัตใช่มั้ย เดนิมก็ตอบว่ามันจะดีกว่าถ้าเรียกเขาด้วยชื่อ เขาชื่อว่า เดนิม พาเวล เขาก็ขออภัยและแนะนำตัวเขาชื่อว่า โฮไบริม แวนดัม เขาเป็นหนี้ชีวิตเรา และจะไม่ลืมบุญคุณนี้แน่นอน เดนิมก็เลยถามว่าเขามาทำอะไรแถวนี้หรอ เขาก็บอกตามตรงเลยว่า เพราะว่าได้ยินมาว่าเดนิมกำลังจะสู้กับอัศวินรัตติกาล ก็เลยอยากจะมาช่วยเดนิมอีกแรง เดนิมเลยถามว่าดูเหมือนว่าเจ้าจะมีเรื่องที่ต้องจัดการกับอัศวินรัตติกาลใช่มั้ย โฮไบริมก็ยอมรับว่าใช่ และเป็นพวกมันนั่นแหละที่ขโมยแสงสว่างไปจากตัวเขา ตอนนนี้ดวงตาของเขาอาจมองไม่เห็น แต่ดาบของเขาน่ะซื่อตรงและแม่นยำกว่ามาก เขาอยากจะร่วมสู้ไปกับเราด้วย ตอนนี้ก็จะมีตัวเลือกขึ้นมาให้เลือก ถ้าตอบข้อ 1 ก็จะได้รับโฮไบริมเข้าร่วมทัพ ส่วนข้อ 2 ก็คือไม่ ตรงนี้ให้เลือกตอบข้อ 1 ได้เลย แถมโฮไบริม เป็นนักดาบที่เก่งโจมตีได้แรง ใครที่ชื่นชอบสายนักดาบไม่ควรพลาด

ตอบข้อ 1 รับเขาเข้ากองทัพของเราเลย

ฉากจะตัดมาที่ฝั่งดยุกกำลังคุยกับไวซ์ ข้าได้ยินมาว่า ทาร์ทารอสได้ตอบรับข้อเสนอของเราแล้ว ไวซ์ก็ตอบว่าใช่แล้ว พวกเราจะไปรวมตัวกันที่วิหารในไรม ส่วนเรื่องของเวลาเป็นพวกเรากำหนด แต่เขาจำกัดว่าจะพาผู้ติดตามไปได้ฝ่ายละเพียง 3 คนเท่านั้น ดยุกก็ได้ชมไวซ์ว่าเป็นทูตที่มีฝีมือดีมาก ไวซ์ก็บอกว่าพวกเราเหลืออยู่อีกเพียงก้าวเดียวเท่านั้น ก็จะสามารถกำจัดพวกบัครัมได้แล้ว ทหารคนหนึ่งก็พูดว่า ตอนนนี้พวกเราอยู่ในสถานการณ์ที่ดีมาก เพียงแต่ว่าเราจะเชื่อใจพวกอัศวินริตติกาลนี่ได้ใช่มั้ย ไวซ์ก็บอกว่าข้าจะตัดลิ้นของเจ้าออก ที่กล้าสงสัยในผลงานของข้า ดยุกก็เลยห้ามหยุดทะเลาะกันเป็นเด็กแบบนี้ ความห่วงใยของเจ้าน่ะ ข้ารับรู้และซาบซึ้ง… แต่ไม่จำเป็นต้องกังวลไป อัศวินรัตติกาลจะรักษาสัญญาของตนเอง พวกเขารู้ดีว่าบัครัมจะไม่สามารถต่อต้านพวกเราได้หรอก ตั้งแต่ตอนที่พวกกัลกัสตานได้หายไปแล้ว พันธมิตรนี้มีค่าทั้งต่อทั้งพวกเขาและพวกเราเช่นเดียวกัน

จับมือกับอัศวินรัตติกาลเพื่อถล่มพวกบัครัม

ทหารอีกคนก็พูดขึ้นมาว่า หากประชาชนทั่วไปรู้เรื่องข้อตกลงของเรากับอัศวินรัตติกาลแล้วล่ะก็…ผลที่ออกมามันคงจะไม่ค่อยดีเท่าไหร่นัก ดยุกก็เลยบอกว่า ที่เราต้องทำก็แค่พยายามรักษาความลับนี้เอาไว้ จนกว่าจะจัดการกับบรันทินได้ก็พอแล้ว อำนาจของเขายึดโยงอยู่กับทายาทหนุ่มแห่งตระกูลเอลทีนาฮา หากปราศจากเด็กคนนั้น บรันทินก็ไร้น้ำยาแล้ว การปลดเขาจากตำแหน่งผู้สำเร็จราชการคงไม่ได้ยากนัก… เมื่อเขาเสียอำนาจไป ผู้ติดตามของเขาก็จะแตกกระจายกันไปเอง เมื่อสันติสุขกลับคืนมาที่หมู่เกาะแห่งนี้แล้ว อัศวินรัตติกาลก็ไม่อาจมีทางเลือกอื่น นอกจากต้องกลับไปที่โลดิส แล้วดยุกก็หันไปทางไวซ์บอกกับเขาว่า ข้าเข้าใจนะว่าเจ้าพึ่งกลับมาน่ะ แต่ตอนนี้ยังไม่ใช่เวลาที่เจ้าต้องพัก พวกเราต้องแจ้งเวลานัดหมายให้แก่ทาร์ทารอสได้รับรู้ ไปเอาปากกาและกระดาษมาให้ข้า

แผนการณ์ท่านดยุกช่างล้ำลึกเสียจริง

เมื่อฉากกลับมาที่กองทัพของเราแล้ว ก็อย่าลืมปรับแต่โฮไบริมให้เข้าที่เข้าทาง กดเซฟแยกเอาไว้ จากนั้นบุกไปยังป้อมคอริตาเนกันได้เลย โดยศึกแรกจะอยู่ที่บริเวณหน้าประตูเข้าปราสาทต้องกำจัด Marino ส่วนที่ต้องระวังก็คือศัตรูจะบีบเราจาก 2 ทาง พยายามเข้าไปตีทางฝั่งขวาก่อนก็ได้เพราะอยู่ใกล้กับเรามากกว่า พอจัดการได้แล้วค่อยๆ ไล่ตีไปเรื่อยๆ จนเข้าถึงตัว Mario ได้ แต่ก็ควรระวังด้วยเนื่องจาก Mario โจมตีค่อนข้างรุนแรงเลย หากรุมจัดการเขาได้ก็เป็นอันจบเรื่องแล้ว

กองทัพของวาลิสเตอร์ยังคงถูกปิดตาและคิดว่าเราฆ่าคนในบาลมามูซาอยู่เลย

ก่อนจะเดินเข้าไปยังฉากถัดไปให้กดเซฟแยกเอาไว้อีกอันเผื่อด้วยจะดีกว่า เพราะการต่อสู้จะมี 2 แบบให้เราเลือกได้ เมื่อเราเข้ามาในห้องโถงของปราสาทก็จะพบกับลีโอนาร์ เข้าก็ทักทายว่าไม่ได้เจอกันนานเลยนะเดนิม เจ้ายังไล่ตามความหวังนั่นอยู่ หรือว่าถูกความสิ้นหวังเข้ามากัดกินแทนแล้วล่ะ เจ้ารู้มั้ยว่าแม้กระทั่งตอนนี้ในกลุ่มต่อต้านก็ยังมีที่ของเจ้าอยู่นะ เจ้าจัดการกับผู้บัญชาการสูงสุดเซบอสนั่นได้ ด้วยเกียรติยศอันสูงส่งแบบนี้ จะไม่มีใครกล้าขัดขวางการกลับมาของเจ้าเลย เดนิมเลยตอบกลับว่า นั่นไม่ใช่เหตุผลที่สู้กับเซบอสนะ ทั้งเจ้าและผู้คนของเจ้าควรจะรู้ว่าใครเป็นคนเริ่มต้นทำสงคราม ในกองกำลังต่อต้านนั่น มันไม่มีที่สำหรับข้า หรือแม้แต่เจ้าด้วยเช่นกัน ลีโอนาร์ก็ตอบกลับว่า มันมีช่องว่างอยู่ตรงกลางระหว่างสิ่งที่เป็นกับสิ่งที่ควรจะเป็น ต้องมีใครสักคนที่ก้าวข้ามช่องว่างนี้ไปให้ได้ เดนิมก็เลยถามว่างั้นเจ้าคือคนที่จะทำมันงั้นหรอ นั่นหรอคือสิ่งที่เจ้าต้องการน่ะ ลีโอนาร์เลยตอบกลับ วงล้อแห่งชะตากรรมได้หมุนไปแล้ว โชคชะตาของเราถูกลิขิตตั้งแต่ที่เจ้าก้าวมายืนอยู่ต่อหน้าข้า เจ้าโหยหาแสงสว่าง… ส่วนข้านั้นพอใจที่จะอยู่ในความมืด และดื่มเลือดอย่างล้ำลึก ชักดาบของเจ้าออกมา พวกเราจะตัดสินกันที่นี่ ระหว่างเจ้าและข้าเท่านั้น

เราไม่อาจหยุดยั้งกงล้อแห่งโชคชะตาได้เลย

ตรงจุดนี้จะมี 2 ตัวเลือกให้เราเลือก ซึ่งมีผลการต่อสู้ในศึกนี้ได้
1. ดวลกันสินะ ได้เลย (สู้กับลีโอนาร์แบบ 1-1 ยากมากถ้าเดนิมไม่เก่งพอ)
2. ศึกนี้มันไม่ควรจะมีแค่เราเท่านั้น (สู้แบบปกติ)

อยากได้อะไรโหดๆ จัดข้อ 1 ไปเลย

สำหรับการเลือกสู้กับลีโอนาร์แบบ 1-1 นั้นก็แนะนำว่าให้ปรับเดนิมเป็นอาชีพ Rund Fencer แล้วอย่าใส่เกราะหนักเกินไป เพราะมันจะลด Spd ซึ่งมันสำคัญมาก ถ้าเราตัวหนักเกินไปให้ลีโอนาร์จะได้เทิร์นติดกัน 2 เทิร์นบ่อยกรณีแบบนี้คือเราจะเสร็จเขาแน่นอน ทีนี้ในเวลาสู้ก็คือให้ยิงเวทย์ใส่เขาแล้ววิ่งหนี วนไปเรื่อยๆ มีโอกาสก็เข้าไปเก็บบัฟเวทย์ รวมไปถึงคอยหาจังหวะฟื้น HP ด้วย ที่สำคัญคือเดนิมควรจะพกไอเทมฟื้นฟู HP ที่ดีที่สุดที่เรามีให้ครบทั้ง 4 ช่องด้วย แต่ถ้าใครไม่ไหวก็โหลดเซฟไปเลือกตัวเลือกที่ 2 ก็ได้ ซึ่งจะเป็นการสู้แบบกลุ่มตามปกติเลย ส่วนเนื้อเรื่องก็จะไม่ต่างกัน

แนะนำให้เดนิมใช้ Run Fencer มายิงเวทย์
กว่าจะชนะได้ ก็เกือบตายเหมือนกัน

พอเราปราบลีโอนาร์ได้ เขาก็จะบอกว่าเจ้าแข็งแกร่งขึ้นมากเลยนะเดนิมและเจ้าพูดถูก เดนิมเจ้าฟังนะ ดยุกจะไปพบกับพวกอัศวินรัตติกาลที่ไรม เขาต้องการสร้างข้อตกลงขึ้นมาใหม่ แต่สิ่งที่เขาทำ… มันคือพันธสัญญากับปีศาจ หลังจากบาครัมพ่ายแพ้แล้ว แต่ดยุกก็ไม่คิดจะไล่อัศวินรัตติกาลออกไปเลยแม้แต่น้อย เขาจะยอมคุกเข่าก้มหัวให้พวกโลดิส และวาเลเรียนจะกลายเป็นรางวัลตอบแทนของเขา ดยุกน่ะบ้าคลั่งในอำนาจไปแล้ว! ได้โปรดเดนิม จงไปที่ไรม เจ้าจะต้องเป็นคนหยุดดยุก ข้ายังเห็นความหวังอยู่ในตัวเจ้า…อาริเซลล์ที่รักของข้า และเขาก็ได้สิ้นใจไป

ท่านดยุกมีแผนจะขายชาตินี่เอง

แล้วเราก็จะมาปรึกษาแผนในขั้นต่อไปกัน เดนิมก็บอกว่าจะไปไรมได้ ต้องผ่านอัลโมริกาเท่านั้น ที่ปรึกษาก็ได้แนะนำว่า นั่นมันเป็นถนน แต่หากเราจ้างเรือผ่านทางเมืองท่าแอสตันแทนล่ะ แต่เดนิมคิดว่าการเดินทางผ่านทะเลนั้นมันอันตรายเกินไป ตอนนี้ดยุกเสริมกำลังลาดตระเวน เพื่อคุมพวกกองโจรและกลุ่มที่เหลือรอดของบัลบาโทส ที่ปรึกษาก็คิดตามแล้วว่า เรือมันจะดึงความสนใจเกินไป แถมในภาวะสงครามแบบนี้ทำให้มีโจรสลัดอยู่เยอะเลย แต่เขาก็คิดได้ว่ามันมีหนทางอื่นอยู่เช่นกัน เดนิมก็เลยถามว่างั้นทางไหนล่ะ ที่ปรึกษาเลยแนะนำว่ามันคือ เทือกเขาบัมแฮม เป็นเขาที่ตั้งอยู่ระหว่างคอริตาเนและไรมอยู่พอดี เดนิมก็บอกว่าจะให้ข้ามเทือกเขานี่ไปหรอ ล้อเล่นหรือยังไง มันไม่เคยมีใครข้ามเขานี้ได้สำเร็จมาก่อนเลยนะ ที่ปรึกษาก็บอกว่า มันมีเส้นทางลับที่กองคาราวานใช้มาตั้งแต่สงครามเริ่มต้น เพื่อมุ่งไปยังไรมอยู่ ถึงมันจะไม่ใช่เส้นทางที่ง่าย แต่ก็ไม่มีตัวเลือกอื่นแล้ว เดนิมพูดว่า ถ้ามันช่วยให้เราเข้าถึงไรมโดยไม่ทำให้บัครัมหรือดยุกรู้ตัวมันก็คือตัวเลือกที่ดีแล้ว ที่ปรึกษาเลยบอกว่า ก็ไม่ใช่ว่าทางนี้มันจะเป็นตัวเลือกที่ดีนัก เพราะว่าเส้นทางนี้มันมีอันตรายอยู่หลายอย่าง นอกจากพวกหน้าผาและกองหินแล้ว เส้นทางนี้ยังมีพวกมอนสเตอร์, ปีศาจ และสิ่งที่น่ากลัวกว่านั้นอยู่ด้วย แต่เดนิมก็บอกว่า เอาล่ะ ถ้าอธิบายแบบนั้นแล้ว เราจะรออะไรอีกเล่า?

Chapter 3 Chaos Path – มุ่งหน้าสู่ไรม

ในแผนที่จะเห็นทางใหม่ จากเทือกเขาตัดเข้าไรมได้เลย

Share:

Facebook
X
Flex-Ad-Side-Bar.png
Privacy Overview

This website uses cookies so that we can provide you with the best user experience possible. Cookie information is stored in your browser and performs functions such as recognising you when you return to our website and helping our team to understand which sections of the website you find most interesting and useful.