4 สัปดาห์ผ่านไปหลังจากเมืองไรมแตกพ่าย ฝ่ายบัครัมก็ได้เสริมกำลังเข้ามาที่ไรมทันที ทางฝ่ายอัศวินศักดิ์สิทธิ์แลนเซอล็อตและลูกน้องของเขาได้ออกมาต่อต้าน ทำให้ฝ่ายบัครัมต้องหยุดทัพลง ในขณะนั้นเอง กองกำลังของดยุกรอนเวย์ กำลังวุ่นวายอยู่กับเหล่าผู้สนับสนุนของบัลบาโทสที่เป็นฝ่ายต่อต้านวาลิสเตอร์ ดยุครู้ว่าจะต้องทำสักอย่างเพื่อจะพริกกระแสของสงครามนี้ให้ได้ ดยุคจึงได้ตัดสินใจรวบรวมกองทัพขนาดใหญ่ที่ปราสาทอัลโมริกา เพื่อต่อต้านภัยคุกคามจากบัครัม ขณะเดียวกันก็ได้ลอบส่งตัวแทนอย่างลับ เพื่อไปเจรจากับอัศวินรัตติกาล ชะลอไม่ให้พวกเขาเข้าสู่สนามรบ

ส่วนทางด้านเดนิมได้ปฏิเสธการเข้าร่วมกับฝ่ายดยุกและหลบซ่อนตัวอยู่ เพื่อรอเวลาที่เหมาะสมในการเข้าโจมตีอดีตเจ้านายของเขา ดยุคโกรธแค้นต่อการทรยศดังกล่าว จึงตัดสินว่าเดนิมเป็นคนทรยศ เขาได้ตั้งค่าหัวของเดนิมและสั่งให้ลีโอนาร์เป็นผู้ออกไล่ล่าด้วยตัวเอง ด้วยความกลัวว่าชีวิตของเขาจะตกอยู่ในอันตราย ฝ่ายเดนิมจึงได้เตรียมตัวที่จะออกจากเมืองท่าแอสตันแล้ว

ในห้องประชุมของปราสาท เหล่าอัศวินรัตติกาลกำลังประชุมกันอยู่ บัลเซฟอนมือขวาของแลนเซอล็อตกำลังไม่พอใจที่ บาร์บาสนั้น ไม่สนใจคำสั่งของเขาหลายต่อหลายครั้ง กระทำการหลายอย่างโดยไม่ได้รับอนุญาต เพิกเฉยคำสั่งเรียกตัวกลับ ทำให้เขารู้สึกไม่พอใจเอามากๆ มาร์ตี้ก็ได้พูดเสริมเข้าไปอีก ช่างน่ารำคาญ ไอ้คนดื้อรั้น เอาเลย ขออภัยเสียสิ บัลเซฟอนเลยบอกว่ามาร์ตี้นายพูดมากเกินไปแล้วนะ ฉันกำลังอารมณ์เสียอยู่ บาร์บาสเลยถามว่าเขาทำอะไรผิดล่ะ ปฏิเสธผู้สำเร็จราชการงั้นหรอ เป็นไปไม่ได้หรอก บัลเซฟอนก็บอกว่าไม่ได้หมายถึงไอเจ้าบรันทิน นายรู้อยู่แล้วใช่มั้ยว่าพวกอัศวินแห่งเซโนเบียอยู่ในไรมและเข้าร่วมการต่อสู้อยู่ ใช่หรือเปล่าล่ะ?

ขณะนั้นเองแลนเซอล็อตก็เดินเข้ามาในห้องประชุม พร้อมกับอัศวินอีก 2 คน แลนเซอล็อตบอกให้บัลเซฟอนพอได้แล้ว อะไรที่เกิดไปแล้วก็ให้มันจบไป บัลเซฟอนก็เลยกล่าวต้อนรับแลนเซอล็อตและเห็นว่าอัศวินทั้ง 2 คนนั้นมีชื่อว่า ออนซ์ และ ออซมา จากนั้นบัลเซฟอนก็ลุกขึ้นไปยืนอยู่ด้านข้าง เพื่อให้แลนเซอล็อตมานั่งแทน แลนเซอล็อตก็ได้ถามว่ามีข่าวจากทางวาลิสเตอร์มั้ย บัลเซฟอนก็บอกว่ามีผู้ส่งข่าวจากดยุกมาพอดี แลนเซอล็อตก็บอกว่าดีเลย มาฟังเรื่องที่เขาจะพูดกันดีกว่า จากนั้นอัศวินที่ชื่อว่า ออนซ์ ก็ได้เรียกตัวผู้ส่งสารเข้าให้มาในห้องประชุมได้

ผู้ส่งสารที่ว่านี้ก็คือไวซ์นั่นเอง เมื่อเขาเข้ามานั่งที่เก้าอี้แล้วก็บอกว่า ช่างเป็นการรวมตัวของอัศวินที่โหดร้าย…ที่มีเลือดติดอยู่บนชุดเกราะเป็นหลักฐาน บัลเซฟอนก็เลยด่าว่าอวดดีนัก ไวซ์ก็บอกว่าใจเย็นไอแก่ เดี๋ยวจะป่วยเอาเปล่าๆ นอกจากนั้นรู้สึกว่าเป็นฝ่ายข้านะที่ถูกกระทำน่ะ การผิดคำสาบานน่ะ ถือว่าเป็นเรื่องไม่ดี แลนเซอล็อตก็เลยถามว่า งั้นท่านดยุกก็รู้สึกไม่พอใจอยู่ล่ะสิ แล้วอยากให้พวกเราทำยังไงล่ะทีนี้ ไวซ์เลยตอบว่าไม่ต้องห่วงหรอกพวกเราไม่ได้อยากให้เจ้าไปกราบขอโทษหรอกนะ เราแค่จะรู้ความจริงในใจของพวกเจ้าเท่านั้นเอง แลนเซอล็อตก็บอกว่า แล้วถ้าเราบอกว่าความจริงในใจของพวกเราต้องการให้อัลโมริกาลุกเป็นไฟล่ะ ไวซ์ตอบกลับว่า งั้นข้าคงต้องหลั่งน้ำตาแทนประชาชน ที่ต้องทนทุกข์ในสงครามที่ตามมาเสียแล้วล่ะ ตามที่ฉันคาดไว้ ว่าพวกเจ้าอาจจะเสียความโปรดปรานจากทุกคนที่เคยนั่งบนบัลลังก์ ไม่ว่าจะในแผ่นดินนี้หรือแผ่นดินอื่น

บัลเซฟอนก็ทนไม่ไหวเลยพูดออกมาว่า แลนเซอล็อต ข้าจะไม่ยอมทนรับการดูถูกจากไอ้คนโง่นี่ในห้องประชุมของเราอีกต่อไปแล้ว สุดท้ายแลนเซอล็อตเลยบอกว่า พวกเราจะรักษาความสัมพันธ์ในฐานะเป็นกลางเอาไว้แบบเดิม แต่ไวซ์ยังคงไม่ยอมเลยต่อรองอีกว่า ในขณะที่อัศวินรัตติกาลบุกเข้าโจมตีเมืองไรมนี่นะ ที่เรียกว่าเป็นกลางน่ะ? แลนเซอล็อตเลยแก้ตัวว่า ก็พวกเราเป็นคนธรรมดาไม่ได้สมบูรณ์แบบ บางทีก็มักจะมีคนทำผิดพลาดอยู่บ้างนั่นแหละ ไวซ์บอกว่าท่านดยุกต้องการหลักฐาน แลนเซอล็อตก็ถามว่าแล้วหลักฐานแบบไหนล่ะ ไวซ์ก็บอกว่าฉันดีใจนะที่นายถามมาพอดี

ฉากก็ตัดมาที่เมืองท่าแอสตันที่สภาพของเมืองได้ถูกทำลายไปบางส่วน ในบ้านหลังหนึ่ง เดนิมกำลังคุยอยู่กับพี่สาว โดยมีคาโนปุสรับฟังอยู่ด้วยเช่นกัน เดนิมบอกว่าพี่สาวเธอคิดผิดแล้วล่ะ ฉันจะได้ทำเรื่องนี่เพื่อช่วยดยุกหรอกนะ คัตชัวก็บอกว่างั้นหรอ แล้วใครกันล่ะที่จะได้รับประโยชน์ในเรื่องนี้มากกว่า ถ้าเกิดสามารถขับไล่คนของฝ่ายไฮโรแฟนท์ ออกจากคอริตาเนไปได้น่ะ คาโนปุสที่ทนไม่ไหวก็เลยบอกให้ทั้งสองคนหยุดทะเลาะกันซะที แต่คัตชัวก็ยังไม่หยุด ต่อว่าเดนิมต่ออีกว่า นายนี่ต้องให้ได้ดั่งใจเท่านั้นใช่มั้ย ถ้าไม่ได้แบบนั้นก็จะไม่เอาเลย เหมือนเด็กจริงๆ

เดนิมพอได้ยินพี่สาวหาว่าเป็นเด็กก็ยิ่งไม่พอใจ บอกว่า ผมนี่น่ะเหมือนเด็ก? วันเวลาที่ใช้ไปกับการอยู่ในสนามรบ ต่อสู้เพื่อกองทัพวาลิสเตอร์ แต่กลับพบว่าไม่ใช่กลุ่มในแบบที่ต้องการต่อสู้เพื่อมัน สงครามระหว่างวาลิสเตอร์และกัลกัสตานน่ะ มันก็คือการใช้พลังเข้าห้ำหั่นกันระหว่างบัลบาโทสและดยุกก็เท่านั้นแหละ ในขณะที่พวกเราผู้ที่รับใช้พวกเขานั่นแหละที่ต้องทนทุกข์ มันไม่ใช่แค่เรื่องที่ว่าใครจะเป็นนั่งบนบังลังค์ แต่เป็นเรื่องที่ว่าความเจ็บปวดมันเกิดขึ้นรอบตัวเรา เข้าใจมั้ยพี่สาว! นั่นแหละคือสิ่งที่ฉันต่อสู้เพื่อมัน พี่น่ะเคยคิดถึงคนในชาติของเราบ้างไหม? หรือว่ามัวพะวงกับความทุกข์ของตัวเองจนไม่สนใจคนอื่นเลย คัตชัวบอกว่าพี่ก็อยากจะถามนายกลับแบบเดียวกันนั่นแหละ นายน่ะไม่เคยคิดถึงหัวอกพี่เลย ไม่เคยเลยสักครั้ง จากนั้นเธอก็งอนแล้วเดินหนีออกไป เดนิมก็ได้แต่ตะโกนห้ามว่าเดี๋ยวสิพี่สาว คาโนปุสก็บอกว่าปล่อยเธอไปเถอะ ตอนนี้เธอไม่ฟังนายหรอก และแล้วก็มีนักล่าค่าหัวตะโกนตามล่าตัวเดนิม

ศึกนี้ก็ธรรมดาไม่มีอะไรมากเพียงแค่จัดการกับ Gannon นักล่าค่าหัวคนนี้ให้ได้ก็พอ หลังจากจบด่านแล้ว จะออกมาที่หน้าแผนที่โลก แนะนำว่าให้เข้าไปที่เมนู Shop จากนั้นเลือกไปที่เมนู Buy เพื่อซื้อของ แล้วเลือกไปที่เมนู Sundries จากนั้นเลื่อนไปล่างสุดเลย จะเห็นว่ามีไอเทมที่ชื่อว่า Ranged Weapons II ขายอยู่ ให้ซื้อมันมาซะ

พอซื้อ Ranged Weapons II ได้แล้ว มันจะทำให้เราจะสามารถสร้างอุปกรณ์ที่ชื่อว่า Baldur Blowgun ได้ ผ่านทางเมนู Craft > Ranged โดยอุปกรณ์ชิ้นนี้ในการสร้างจะต้องการ วัตถุดิบ 3 อย่างก็คือ Silver Ingot, Baldur Ingot, Golden Ingot ซึ่งทั้ง 3 อย่างนี้เราสามารถหาซื้อได้ที่ร้านค้านี่แหละ ความพิเศษของมันก็คือ ราคาต้นทุนวัตถุดิบที่ใช้สร้างมันดันถูกกว่าราคาขาย ทำให้เราสามารถกดสร้าง Baldur Blowgun แล้วกดขายได้เรื่อยๆ เลย เพียงเท่านี้เราก็จะมีเงินใช้ได้อย่างไม่จำกัดแล้ว ส่วนใครที่คิดว่ามันโกงก็สามารถข้ามเทคนิคนี้ไปได้ เพียงแต่ก็แนะนำว่าให้ทำเถอะ มันค่อนข้างประหยัดเวลาในการฟาร์มเงินไปได้เยอะ แถมเกมนี้ต่อให้มีเงินเยอะมันก็ไม่ได้ทำให้ตัวละครเก่งสักเท่าไหร่ เพียงแค่เพิ่มความสะดวกสบายและลดเวลาในการฟาร์มเงินได้นั่นเอง



ทีนี้พอมีเงินไม่จำกัดแล้วก็แนะนำว่าให้ซื้อพวกเสบียงยาฟื้นฟู HP, MP, หินชุบ Blessing Stone, ยา Grimoire Exorcisme ที่เหมือนเป็นการใช้สกิล Exorcism รวมไปถึงไอเทมที่ใช้แก้สถานะผิดปกติต่างๆ มาให้เต็มที่ไปเลย แล้วเราค่อยปรับใส่ตามตัวละครและตามสถานการณ์ไป โดยเฉพาะเหล่านักเวทย์ นักบวช จะต้องพกไอเทมฟื้นฟู MP ติดตัวไปด้วย 2 Slot เป็นอย่างน้อย เพื่อช่วยเร่ง MP ทำให้ใช้เวทย์ได้เร็วขึ้นอีกหน่อย

เสริมในส่วนของเนื้อเรื่องอีกเล็กน้อยถ้าหากเราเข้าไปที่ส่วนของ Warren Report ในส่วนของ Talk จะมีข่าวสารใหม่ปรากฏออกมาโดยสรุปแล้วก็คือ ดยุกรอนเวย์ได้เจรจากับผู้นำของฝั่งกัลกัสตาน และควบรวมกองกำลังที่เหลือเรียบร้อยแล้ว ทำให้วาลิสเตอร์ได้เข้ายึดครองคอริตาเนอย่างสมบูรณ์ และสิ้นสุดอาณาจักรกัลกัสตาน อีกข่าวก็คือผู้ลี้ภัยเริ่มอพยพกลับเมืองไรมกันแล้ว ในตอนที่เกิดสงครามขึ้นมามีผู้ลี้ภัยจำนวนมากได้อพยพไปที่ไพโดชซึ่งที่นั่นเป็นเขตของบัครัม แต่หลังจากศึกได้จบลง ชาวบัครัมก็เริ่มขับไล่และปฏิบัติอย่างแย่ๆ ทำให้พวกเขาต้องออกไป และเดินทางกลับสู่เมืองไรมกันอีกครั้ง ส่วนอีกข่าวเกี่ยวกับภูเขาเวโอบรีในเทือกเขาบัมแฮมปะทุขึ้นเป็นครั้งแรกในรอบ 60 ปี และข่าวสุดท้ายป้อมคอริตาเน ได้ถูกกองกำลังที่เหลือของกัลกัสตานบุกเข้ายึดครองไป ซึ่งกองทัพนี้นำทัพโดย ผู้บัญชาการทหารสูงสุด เซบอส อดีตผู้ช่วยเหลือที่ใกล้ชิดของ ไฮโรแฟนท์ บัลบาโทส ผู้ล่วงลับ

ทีนี้เมื่อเราพร้อมจะลุยต่อแล้วก็ไปที่ Xeod Moors จะเจอเข้ากับกองกำลังของพวกวาลิสเตอร์นำทัพโดย Felnatorre ซึ่งด่านนี้ก็ไม่มีอะไรยากเลยแค่กำจัดเขาให้ได้ก็จบแล้ว

ศึกต่อไปจะอยู่ที่ ป้อมคอริตาเน ที่เป็นข่าวในก่อนหน้านี้ ซึ่งเราจะได้เจอกับกองทัพของกัลกัสตาน บริเวณหน้าประตูปราสาทนำทัพโดย Gildora เธอนึกว่าเราจะเป็นพวกวาลิสเตอร์บุกเข้ามาโจมตี ซึ่งในระหว่างการต่อสู้เดนิมก็พยายามบอกแล้วว่าเขาไม่ใช่พวกวาลิสเตอร์ แต่เธอก็ไม่รับฟัง ก็บุกเข้าไปจัดการเธอให้ได้ ด่านนี้จะมี 2 เส้นทางให้เราบุกเข้าโจมตีก็แนะนำว่าให้เลือกทางใดทางหนึ่งก็พอแล้ว แต่ถ้าไม่ยอมตีออกสักทาง จะทำให้ศัตรูบีบเราจาก 2 ทางแทน

ส่วนต่อมาเราจะบุกเข้าไปในตัวป้อมคอริตาเน และได้เผชิญหน้ากับ เซบอส เขาจะเรียกเราว่า เดนิมแห่งกอลยัต และกล่าวหาว่าเราจะต้องรับผิดชอบต่อการตายของกิลโดรา ช่างเป็นแผนที่เจ้าเล่ห์เอามากๆ แสร้งทำเป็นขัดแย้งกับดยุค สมควรแล้วที่กล้าก่ออาชญกรรมที่บาลมามูซา เดนิมก็บอกว่าตอนนี้เขาไม่ใช่ลูกน้องของดยุก มันเป็นเรื่องในอดีตที่ทำให้เขารู้สึกแย่กับตัวเองเอามากๆ คนอย่างนายน่ะก็ไม่ต่างกับดยุกหรอกที่คิดถึงแต่ผลประโยชน์ของตัวเอง อย่าเหมารวมว่าฉันจะเป็นเหมือนพวกนาย เซบอสเลยถามว่าแล้วมือของนายเองล่ะฆ่าคนด้วยความกระหายมาแล้วกี่คนกันล่ะ มือของพวกเราน่ะเต็มไปด้วยเลือดเหมือนกันทุกคนนั่นแหละ เดนิมก็ตีฝีปากว่า ต่อไปมันจะเป็นเลือดของนายนั่นแหละ

ในศึกนี้เป้าหมายของเราก็คือกำจัด เซบอส เพียงแต่อย่าประมาทกองทัพของเขาเชียวล่ะ ค่อนข้างครบเครื่องเลย ทั้งแนวหน้าที่อึด แรง และยังมากันเพียบเลย แถมแนวหลังยังมีนักบวชอีก 2 ตัว นักเวทย์ 1 และนักธนู 1 ส่วนตัวเซบอสเองคือบอกเลยว่าเกราะหนามาก ตีธรรมดาจะเข้าทีละ 1 เอง ต้องเก็บเกจแล้วประเคนท่าไม้ตายรุมเข้าใส่ถึงจะตีเกิน 100 ได้ แผนการที่แนะนำก็คือให้คาโนปุสบินไปรอบๆ คอยเก็บบัฟดาบที่ปรากฏขึ้นมาให้ได้สัก 3 อัน อย่าให้ฝ่ายศัตรูเก็บได้เชียวล่ะ ส่วนคนอื่นก็ยื้อทัพจัดการศัตรูไปทีละตัว พร้อมสะสมเกจท่าไม้ตายเอาไว้ แล้วรอให้เซบอสเป็นคนเดินหลุดเข้ามาทางฝั่งเรา จากนั้นก็ให้คาโนปุส, เดนิม และคนอื่นๆ รีบรุมจัดการเขาให้ได้โดยเร็วที่สุด หากเซบอสเลือดเหลือต่ำกว่า 20% เขาก็จะหลบหนีออกไปเป็นอันจบ

จากนั้นกองกำลังของเดนิมก็จะเป็นฝ่ายที่เข้ายึดครองป้อมคอริตาเนนี้แทน แล้วเราก็จับนักโทษคนหนึ่งมาสอบสวนทำให้รู้ว่าเซบอสนั้นหลบหนีไปที่ บริกันติส อันที่จริงแล้ว การโจมตีป้อมคอริตาเน เป็นแค่เพียงแผนลวงเพื่อล่อวาลิสเตอร์ให้โจมตีเข้ามาทีนี้ แล้วกองกำลังหลักที่บริกันติสจะโจมตีพวกเขาเพื่อปิดฉากอย่างเด็ดขาด แต่การมาถึงเรา ทำให้แผนของเซบอสพังทลาย เลยทำให้เซบอสเข้าใจผิดคิดว่าเราเป็นพวกเดียวกับดยุก แล้วทำให้เราตัดสินใจได้ว่าเป้าหมายต่อไปก็คือบุกไปที่ บริกันติส

ฉากจะตัดมาที่โถงในป้อมคอริตาเน คัตชัวกำลังออกเดินทางคนเดียว ทำให้เดนิมมาคอยห้ามเอาไว้ คัตชัวก็บอกว่าท่านฮีโร่ผู้ยิ่งใหญ่ต้องการอะไรจากฉันอย่างงั้นหรอ เดนิมก็บอกว่าอย่าพูดแบบนั้นสิ พี่ยังอารมณ์ไม่ดีอยู่ใช่มั้ย คัตชัวก็บอกว่าถ้านายไม่มีเรื่องเร่งด่วนอะไร เธอก็จะออกไปตามทางของตัวเอง เดนิมเลยถามว่าพี่จะกลับไปที่กอลยัตใช่มั้ย คัตชัวก็บอกว่าใช่ นายน่ะก็สู้ต่อไปตามที่ต้องการเถอะ เธอไม่อยากมีส่วนร่วมด้วยอีกแล้ว

จากนั้นจะมี 2 ตัวเลือกขึ้นมาก็คือ
1. ถ้างั้นพี่กำลังจะทิ้งผมไปใช่มั้ย?
2. นี่พี่สาวกำลังเริ่มเห็นแก่ตัวแล้วนะ

ตรงนี้ไม่ว่าจะเลือกตัวเลือกไหนก็ไม่ส่งผลต่อเนื้อเรื่องต่างกันแค่บทสนทนาแค่เพียง 2-3 ประโยคแค่นั้นเอง ซึ่งสุดท้ายคัดชัวก็จะพูดว่า เธอน่ะกลัวที่จะอยู่ตัวคนเดียว เดนิมเลยบอกว่าพวกเราไม่ได้สู้เพื่อต้องการล้างแค้นให้พ่อของเราอย่างนั้นหรอ คัตชัวเธอก็บอกว่าทำไมเราต้องล้างแค้นให้เขาด้วยล่ะในเมื่อเขาไม่ใช่พ่อที่แท้จริงของพวกเราเลย เดนิมเลยตกใจกับความจริงในเรื่องนี้ คัตชัวก็บอกเพิ่มว่าพวกเราน่ะถูกรับเลี้ยงมา เขาไม่ใช่พ่อของเราเลย ไม่มีความเกี่ยวข้องทางสายเลือด หรือทางไหนทั้งนั้น เดนิมก็ไม่เชื่อเลยถามว่าใครบอกเรื่องนี้ มันต้องเเป็นเรื่องโกหกแน่ คัตชัวก็ย้ำว่ามันไม่ใช่เรื่องโกหก เธอเคยแอบได้ยินเขาพูดเองเมื่อนานมาแล้ว ในโลกนี้มีนายแค่คนเดียวเท่านั้นที่เป็นครอบครัวที่แท้จริงที่เหลืออยู่ เดนิมก็ถามว่าแล้วทำไมมาบอกเรื่องนี้ในตอนนี้ล่ะ คัตชัวก็ตอบว่าเป็นเพราะว่านายจะทิ้งฉันยังไงล่ะ เดนิมเลยบอกว่า ทิ้งพี่ไปเหรอ? พวกเราแทบไม่มีวินาทีไหนที่เราไม่ได้อยู่ข้างกันเลยนะ และมันจะเป็นแบบนั้นตลอดไป ไม่มีวันทิ้งพี่ไปไหน คัตชัวก็บอกว่านั่นน่ะมันคำโกหก นายเลือกสงครามมากกว่าที่จะเลือกพี่สาวคนนี้ อีกนานแค่ไหนล่ะที่นานจะทิ้งพี่ไป หรือลืมพี่ไปเลย เดนิมก็บอกว่าไม่มีทางหรอกพี่สาว คัตชัวก็บอกว่าถ้าไม่มีนายน่ะฉันก็เหมือนอยู่ตัวคนเดียว พอพูดเสร็จคัตชัวก็วิ่งหนีไป เดนิมตะโกนห้ามเอาไว้เธอก็ไม่ฟัง ตอนนี้คัตชัวก็ได้ออกจากกองทัพของเราไปเรียบร้อยแล้ว
Chapter 3 Chaos Path – ปลดแอกปราสาทบริกันติส
