ก่อนที่จะไปกันต่อ แนะนำให้ว่าเข้าร้านค้าเติมเสบียงเต็มๆ ให้พร้อมพยายามใส่ไอเทมฟื้นฟู HP ให้เดนิมเอาไว้เต็มที่ด้วย เพราะเราจะได้เจอกับศึกหนักอย่างต่อเนื่อง อีกอย่างก็คือให้เซฟแยกเอาไว้ก่อนจะลุย หากเตรียมตัวพร้อมแล้วก็กดเข้าไปที่ The Arkhaiopolis of Rhime ได้เลย เมื่อเราเข้าไปที่เมืองแล้วเดนิมจะพบว่าเมืองค่อนข้างเงียบก็เลยเรียกพี่สาวให้ออกมาได้ แต่กลายเป็นว่าเราได้พบกับ ซาปัน นักล่าค่าหัวอีกครั้ง ดูเหมือนว่าเราจะติดกับดักอีกแล้ว ทำให้ถูกกองกำลังของซาปันเข้าล้อมได้

ปัญหาของภารกิจนี้ก็คือตัวเดนิมและคัตชัว ได้ถูกแยกออกมา 2 คน ส่วนกองทัพของเราจะอยู่ค่อนข้างห่างไกลเลยทีเดียว หากเดนิมของเราแข็งแกร่งพอก็แนะนำว่าให้ยืนค้ำบริเวณนั้นเอาไว้ได้เลย เพื่อคอยปกป้องคัตชัวไม่ให้ถอดตัวเร็วเกินไป แต่ถ้าเดนิมไม่ใช่อาชีพที่ชนเป็นทัพหน้าได้ ก็ให้เดินถอยกลับเข้าทัพโดยเร็ว จากนั้นค่อยสร้างแนวรบขึ้นมาทีหลัง พยายามให้สู้อย่างใจเย็นๆ เพราะศัตรูค่อนข้างมีตัวเก่งๆ อยู่เยอะ ทั้งมังกรและนักกล้าม ที่เลือดมันเยอะ โจมตีแรง แนะนำให้พยายามตรึงกำลังเอาไว้ตรงกลางฉาก ล่อให้ซาปันมันบุกเข้ามาแล้วรุมโจมตีเพื่อจัดการมันได้เลย เพียงแค่เราลดเลือดของซาปันไปครึ่งหนึ่งได้ ก็จะจบด่านนี้แล้ว

เมื่อซาปันกำลังจะถอนตัว ก็พบว่าอีกด้านหนึ่งของเมืองกำลังถูกเผา โดยที่ตัวซาปันเองก็ตกใจอยู่เหมือนกัน แล้วเราก็จะเห็นว่ามันคือกลุ่มอัศวินรัตติกาลพร้อมกับแม่ทัพที่ชื่อว่า บาร์บาส ในระหว่างนั้นเอง แลนเซอล็อต อัศวินศักดิ์สิทธิ์ก็ออกมาช่วยเหลือปกป้องชาวเมือง ทำให้แลนเซอล็อตและบาร์บาสเข้าต่อสู้กัน

ในขณะที่ทางฝั่งเดนิม ดูเหมือนว่าคัตชัวจะพลาดท่าทำให้ซาปันจับตัวเธอไปได้ หากอยากเห็นหน้าเธออีกครั้งก็ไปเจอเธอได้บนกำแพงของปราสาทอัลโมริกา เดนิมก็เลยจะวิ่งเข้าไปช่วยแต่กลับมีทหารจากฝ่ายอัศวินรัตติกาลโผล่เข้ามาขัดขวาง เขามีชื่อว่า มาร์ตี้ ได้บอกเดนิมว่า แม่ของนายไม่เตือนนายบ้างหรอว่า อย่าออกมาเที่ยวเล่นบนถนนกลางดึกแบบนี้มันอันตราย จากนั้นกิลดาสแห่งกลุ่มเซโนเบียก็ปรากฏตัวออกมา เข้าขัดขวางมาร์ตี้เอาไว้ให้เรา แล้วบอกให้เดนิมรีบไปตามตัวพี่สาวจากซาปัน แต่ดูเหมือนว่ากิลดาสจะพลาดท่าให้กับมาร์ตี้ แต่ก็ทำให้เราหลบหนีออกจากเมืองไปได้เช่นกัน


ทีนี้ก็ให้เราเตรียมตัวให้ดี เซฟแยกเอาไว้ด้วย เมื่อพร้อมแล้วก็บุกเข้าไปที่ปราสาทอัลโมริกาเพื่อช่วยพี่สาวกันได้เลย เมื่อเข้าไปฉากจะตัดไปที่ ป้อมคอริตาเน มีทหารกำลังเข้าไปรายงานอะไรบางอย่างให้ท่านดยุก ทำให้เขาอารมณ์เสียพอสมควร ทหารได้รายงานว่า ตอนนี้ฝ่ายบัครัมได้เข้าโจมตีที่ไรมแล้ว ดยุกก็รู้สึกตกใจกับข่าวนี้ ดยุกก็เลยถามว่ามีรายละเอียดเพิ่มเติมอีกมั้ย ภายในเมืองเป็นยังไงบ้าง มันแตกพ่ายหรือยัง แต่ทหารก็บอกว่ายังคงสามารถรักษาเมืองเอาไว้ได้ เพราะว่าอัศวินแห่งเซโนเบียได้เข้ามาช่วยเหลือเอาไว้ทัน แต่พวกเราก็ไม่สามารถต้านทานพวกบัครัมเอาไว้ได้นาน เลยร้องขอให้มีกำลังเสริมเข้าไปช่วยโดยด่วน ดยุกก็เลยบอกว่าให้เรียกตัวลีโอนาร์ให้มาพบกับเขาด้วย แต่ทหารก็บอกว่าลีโอนาร์ได้ออกไปที่ปราสาทอัลโมริกาตั้งแต่ช่วงรุ่งสางแล้ว ดยุกก็พึ่งนึกได้เลยสั่งให้ทหารนำกระดาษและปากกาขนนกเข้ามา เพื่อเขียนข่าวแจ้งไปทางลีโอนาร์ให้เขาได้รับรู้เรื่องนี้ด้วย และให้เตรียมม้าเร็วในคอริตาเนเอาไว้ด้วย ทหารก็รับคำสั่งแล้วรีบออกไปในทันที ส่วนดยุกตอนนี้ก็ไม่รู้ว่าทางบัครัมมันมีแผนอะไรอยู่กันแน่ พอจัดการกับบัลบาโทสแล้ว ดูเหมือนว่าสัญญาพันธมิตรก็กลายเป็นเถ้าถ่านเลยสินะ

ทีนี้ก็กลับมาที่เดนิมอีกครั้ง เราจะบุกเข้าไปยังส่วนประตูปราสาทอัลโมริกา คราวนี้เราจะได้เจอกับ ซาปันอีกครั้ง มาพร้อมกับนักเวทย์ที่ชื่อว่า รามิดอส เธอเข้าร่วมเพราะหวังจะล้างแค้นให้กับชาวบาลมามูซา เดนิมก็ได้ถามซาปันว่าเอาพี่สาวไปไว้ที่ไหน ซาปันก็บอกตามตรงว่าเธออยู่ในปราสาทนี่แหละ แต่ถ้าอยากเอาตัวเธอไปก็ต้องใช้กำลังเท่านั้น ศึกนี้แนะนำว่าให้เล็งไปที่ รามิดอส ได้เลย เพราะเธอเป็นนักเวทย์ตัวบาง เมื่อกำจัดเธอได้แล้ว ซาปันก็จะหนีออกไปเอง แต่ก่อนที่รามิดอสจะตายเธอก็บอกว่าตอนนี้เหล่าวิญญาณได้บอกความจริงทุกอย่างให้เธอรู้แล้ว และขอให้เดนิมให้อภัยเธอด้วย ในที่สุดเธอก็ได้ไปอยู่กับลูกชายของเธอเสียที

มาต่อกันที่ด่านต่อไปเป็นโถงทางเดินในปราสาทอัลโมริกา ฉากนี้จะบังคับให้เดนิมเข้าต่อสู้ได้เพียงคนเดียวเท่านั้น แนะนำให้ปรับเดนิมเป็นอาชีพที่ต่อสู้ระยะประชิดเก่งๆ อย่าง Knight หรือ Terror Knight พอเข้ามาในฉากจะได้พบกับไวซ์ที่กำลังลงมือจัดการกับซาปันอยู่ พอจัดการซาปันเสร็จแล้ว ไวซ์ก็หันมาพูดกับเดนิมว่า นายจะเป็นรายต่อไป เดนิมก็เลยถามว่านายทำอะไรกับคัตชัว จากนั้นเราก็ได้ยินเสียงคัตชัวร้องเรียกชื่อเรา เธอได้ถูกทหารพาตัวเข้าไปที่ส่วนลึกของปราสาท เดนิมเลยบอกกับไวซ์ว่าให้ปล่อยตัวพี่สาวของเขาซะ ไวซ์ก็บอกว่าได้สิ แต่ต้องจัดการเรื่องของเราสองให้เสร็จก่อนนะ เดนิมเลยบอกว่ามันต้องมีวิธีอื่นสิ ฟังฉันก่อน ไวซ์ก็ไม่พอใจบ่นว่า นายมันเอาแต่ พูด พูด พูด ปล่อยให้เหล็กของเรามันพูดแทนจะดีกว่า ทีนี้ก็ถึงเวลาเผชิญหน้าแบบ ตัวต่อตัวกับไวซ์แล้ว ในศึกนี้หากเตรียมตัวมาไม่ดีก็ค่อนข้างยากเลยล่ะ

ในระหว่างที่ต่อสู้เดนิมจะพยายามคุยกับไวซ์ เดนิมก็บอกว่าเรื่องของเรามันไม่ควรจะจบแบบนี้สิ ไวซ์ก็บอกว่าตั้งแต่ยังเด็ก ดูเหมือนว่านายไม่เคยทำอะไรผิดเลย ผู้คนเอาแต่มองดูนายอย่างชื่นชม แต่ปล่อยให้ฉันถูกลืม เรื่องนี้มันเป็นเพราะพ่อของพวกเรา นายคิดเหมือนฉันหรือเปล่า ลูกชายของนักบุญที่น่าเคารพ กับลูกชายของคนขี้เมาที่โง่เขลา ฉันน่ะรู้สึกโล่งใจจริงๆ ในตอนที่เขาตายไป แต่มันก็ไม่ได้เปลี่ยนแปลงอะไรเลย ทำไมพวกเขายังเกลียดฉันอยู่ดี ฉันมีข้อบกพร่องตรงไหนที่นายไม่มีกันแน่ เดนิมก็บอกว่า นั่นมันเป็นเพียงแค่จิตนาการของนาย พวกเรายังเป็นเพื่อนกันอยู่ แต่ไวซ์ก็ปฏิเสธแล้วบอกว่านี่ฉันแอบซ่อนความเกลียดเอาไว้ได้ดีอย่างงั้นหรอ นายยังถึงคิดว่าเป็นเพื่อนของฉันอยู่ ฉันล่ะอิจฉานายจริงๆ มีพ่อเป็นนักบุญที่ดี มีพี่สาวที่ทั้งสวยและสง่างาม เดนิมก็บอกว่าคัตชัวน่ะ คิดกับนายเหมือนเป็นน้องชายอีกคนหนึ่งเลยนะ ไวซ์ก็บอกว่ามันมีแค่นายเท่านั้นแหละที่เธอรู้สึกใส่ใจอยู่ตลอดเวลา ต่อให้เป็นพ่อก็ยังไม่สำคัญเท่านายในสายตาเธอ นายเป็นคนเดียวที่เธอเชื่อใจ นายเป็นคนเดียวที่เธอรัก

เดนิมก็บอกอีกว่าตอนนี้มันยังไม่สายไปนะ ไม่ว่านายจะพูดยังไงเราก็ยังเป็นเพื่อนกันอยู่ สามารถกลับไปเป็นแบบเดิมได้อีกครั้ง แต่ไวซ์ก็ปฏิเสธเขาไม่ต้องการคนทรยศมาเป็นเพื่อนหรอกนะ ทั้งท่านดยุกและลีโอนาร์เขายอมเชื่อในตัวฉัน พวกเขาน่ะก็เหมือนเพื่อนแล้ว เดนิมก็บอกว่าพวกเขาแค่หลอกใช้นายเท่านั้นแหละ หากนายหมดประโยชน์เมื่อไหร่พวกเขาก็จะโยนนายทิ้งให้หมาป่ากินทันที ไวซ์ก็ไม่เชื่อบอกว่าเดนิมนายคิดผิดแล้วล่ะ ฉันไม่ใช่เด็กน้อยในป่าที่กำลังร้องไห้หาเพื่อน ฉันนี่แหละที่เป็นหมาป่า และคอยใช้พวกเขาตามที่เห็นสมควร

ในการต่อสู้กับไวซ์แนะนำว่าให้เราพยายามเก็บบัฟดาบด้วย ในจังหวะที่เก็บบัฟก็หยิบไอเทมฟื้นฟู HP มาใช้ ทีนี้พอมีบัฟดาบแล้ว ก็จะสู้ได้สบายยิ่งขึ้น แต่หากเราปล่อยให้ไวซ์เก็บบัฟได้ก็เตรียมตัวตายได้เลย ทีนี้หากเราสามารถลด HP ของไวซ์ให้เหลือต่ำกว่า 20% ได้ เป็นอันจบภารกิจ

โดยลีโอนาร์จะปรากฏตัวออกมาห้ามทัพพวกเรา ทางด้านไวซ์ก็บอกว่าเขาสมควรตาย ลีโอนาร์ก็บอกให้ไวซ์ใจเย็นหน่อย ตอนนี้สถานการณ์มันเปลี่ยนไปแล้ว ไวซ์ก็บอกว่าแต่ก่อนหน้านี้เป็นนายเองนะที่สั่งให้จัดการกับเดนิม ลีโอนาร์ก็บอกให้หยุดพูดแล้วฟังเรื่องนี้ให้ดี นายก็ด้วยเดนิม ตอนนี้ไรมได้โดยบัครัมยึดครองแล้ว และพวกมันกำลังจะมาที่นี่เร็วๆ นี้ เดนิมก็ถามว่าแล้วแลนเซอล็อตล่ะ ลีโอนาร์ก็บอกว่าไม่รู้สิอาจจะตายหรือหลบหนีออกไปแล้ว แต่พวกเราไม่มีเวลาให้สู้กันเองอีกต่อไปแล้ว เดนิมนายควรจะเข้าร่วมกับท่านดยุก เรื่องที่ผ่านมาก็ให้มันแล้วกันไป ตอนนี้ศัตรูที่แท้จริงได้มาอยู่ต่อหน้าพวกเราแล้ว ไวซ์ก็บอกว่านายบ้าไปแล้วหรอ เดนิมมันเป็นคนทรยศนะ ลีโอนาร์ก็บอกให้ไวซ์พอได้แล้ว ไม่ได้ยินเรื่องที่เขาพูดหรือไง แล้วก็หันไปพูดกับเดนิมว่า ฉันรู้นะว่านายสู้เพื่ออะไร นายฝันถึงโลกที่เป็นอิสระจากสงครามและความเกลียดชัง เป็นความฝันอันมีค่าและสมเหตุสมผล แต่เหตุผลเพียงอย่างเดียวไม่อาจกระตุ้นให้คนลงมือทำได้ นายอยากให้เรื่องนี้จบลงแบบนั้นเหรอ? จะไม่แก้แค้นให้พ่อของนายหรอ? เข้าร่วมกับพวกเรา มันไม่ใช่แค่เพื่อตัวนายเองเท่านั้น แต่เพื่อชาววาลิสเตอร์ด้วย

ตอนนี้จะมีตัวเลือกขึ้นมา 2 ข้อ ซึ่งมันจะทำให้เนื้อเรื่องแตกแยกออกไปอีก 2 เส้นทาง
1. นายพูดถูกตอนนี้ไม่ใช่เวลาที่เราจะมาสู้กัน (เข้าสู่เส้นเรื่อง Neutral Path)
2. นายก็รู้ว่าฉันทำแบบนั้นไม่ได้ (เข้าสู่เส้นเรื่อง Chaos Path)

กรณีเลือกข้อ 1 (เข้าสู่เส้นเรื่อง Neutral Path)
โดยหากเลือกตอบข้อ 1 เดนิมก็จะบอกกับลีโอนาร์ว่า บัครัมน่ะคือศัตรูที่แท้จริง พวกเราควรจะร่วมมือกันเพื่อหยุดบัครัมให้ได้ (หากใครเลือกข้อ 2 ข้ามส่วนนี้แล้วเลื่อนลงไปดูด้านล่างได้เลย) ลีโอนาร์ก็บอกว่าดีเลย นายอ่านสถานการณ์ออกจริงๆ ฉันคาดหวังกับตัวนายอยู่นะ แต่ทางไวซ์ก็รู้สึกไม่พอใจ เขาบอกว่าพวกนายต้องบ้าไปแล้วแน่ๆ ฉันจะไม่มีส่วนร่วมในเรื่องนี้อีกต่อไปแล้ว เสร็จแล้วเขาก็รีบวิ่งออกไป แต่เดนิมก็พยายามตะโกนห้ามไวซ์ แต่เขาก็ไม่หันกลับมามองเลย ส่วนลีโอนาร์ก็บอกว่าปล่อยเขาไปเถอะ พวกเราต้องไปพบท่านดยุกแล้ว

ฉากก็จะตัดไปที่เมืองไรม จะเห็นว่ามีชาวบ้านนอนตายกันเกลื่อนอยู่ทั่วทั้งเมือง และสุดท้ายก็จะได้เห็นกิลดาสนอนอยู่ ไม่รู้ว่าเขาแค่เพียงสลบหรือว่าไม่มีลมหายใจเหลืออยู่แล้วกันแน่ แต่ในขณะนั้นเองเนโครแมนเซอร์ ไนเบธ ดูเหมือนว่าจะเข้ามาทำอะไรกับกิลดาส…

กรณีเลือกข้อ 2 (เข้าสู่เส้นเรื่อง Chaos Path)
ทางด้านเดนิมก็จะปฏิเสธและบอกว่าฉันจะไม่มีทางเข้าร่วมกับพวกนาย เพราะว่าพวกนายไม่ได้ต่างไปจากพวกบัครัมเลย นายน่ะพ่ายแพ้แล้ว และเป็นนายต่างหากที่ไล่ตามความฝัน ไม่มีอะไรที่เป็นจริงได้หากปราศจากหยาดเหงื่อและการเสียสละ ลีโอนาร์ก็บอกว่าแล้วนายจะทำยังไง จะพยายามบิดโลกให้ได้ตามที่นายต้องการอย่างงั้นหรอ ฉันไม่ได้หยิ่ง อวดดีถึงขนาดนั้น แต่ฉันจะแสดงให้คนของเราได้เห็นว่ามันมีอีกวิธีอื่นอยู่ ฉันเชื่อว่าพวกเขาสามารถก้าวข้ามความคับแคบนี้ไปได้ ลีโอนาร์ก็บอกว่าตราบใดที่เรายังเดินอยู่บนดิน ยังไงมันก็มีความขัดแย้งเกิดขึ้นมาอยู่ดี คนเราจะฆ่าคนอื่นเพื่อเศษขนมปัง ถ้าเกิดไม่มีใครมายับยั้งเรื่องนี้เอาไว้ เป็นหน้าที่ของพวกเราที่จะต้องคอยควบคุมสิ่งมีชีวิตต่ำต้อยพวกนี้ นำความสงบสุขและความเรียบร้อยมาสู่โลก พวกมันต่างก็ต้องการเจ้านายให้มาเป็นผู้นำ เพื่อมอบเป้าหมายให้แก่ชีวิต เดนิมเลยบอกว่า สิ่งที่นายพูดมามันก็มีความเป็นจริงอยู่ แต่ฉันยังคงไม่วางใจในคำพูดพวกนั้น ฉันไม่รู้ว่าจะเชื่ออะไรดี ทำไมฉันถึงต้องสู้ ทำไมพวกเราต้องทำมัน

ลีโอนาร์ก็ได้ยอมแพ้ต่อเดนิม เขาบอกว่าหวังว่าสักวันนายจะเข้าใจมัน พวกปีศาจนี้นายจะต้องเผชิญหน้ากับมันตามลำพัง ตอนนี้นายไปได้แล้วเดนิม พาตัวพี่สาวของนายไป และรีบออกไปจากที่นี่ซะ แต่ไวซ์กลับไม่ยอม ทำไมจะต้องยอมปล่อยให้เดนิมออกไปได้ง่ายๆ แบบนี้ ลีโอนาร์ก็ไม่สนใจไวซ์แต่พูดกับเดนิมอีกว่า ออกไปสิ ไปมองโลกตามที่มันเป็นและขจัดความสงสัยของนาย ค้นหาให้ทั่วหมู่เกาะ ค้นหาให้ทั่วโลก แล้วนายจะรู้ว่าไม่มีวันเจอในสิ่งที่นายตามหาอยู่ เมื่อความหวังของนายหมดสิ้นลง จงกลับมาที่นี่ ฉันจะรอนายอยู่ เดนิมก็บอกว่า งั้นนายคงต้องรอนานหน่อยล่ะ

ฉากก็จะตัดไปที่เมืองไรม จะเห็นว่ามีชาวบ้านนอนตายกันเกลื่อนอยู่ทั่วทั้งเมือง และสุดท้ายก็จะได้เห็นกิลดาสนอนอยู่ด้วย ไม่รู้ว่าเขาแค่เพียงสลบหรือว่าไม่มีลมหายใจเหลืออยู่แล้วกันแน่
Chapter 3 Chaos Path – ทะเลาะกับพี่สาว
