ก่อนที่จะไปกันที่เป้าหมายต่อไปที่เมืองไครซาโร ขอแนะนำเล็กน้อยว่าหากตอนนี้เรากดเข้าไปที่เมนู Warren Report เลือกเมนู Talk จากนั้นให้อ่านเอกสารที่ชื่อว่า Phorampa Open to Hunting จะเปิดแผนที่ใหม่ที่ชื่อว่า Phorampa Wildwood โดยจะอยู่ทางเหนือของ Tynemouth Hill จะเห็นว่ามันมีแผนที่ใหม่อยู่ด้านบนให้กดเข้าไปได้


สำหรับ Phorampa Wildwood จะเป็นเหมือนกับดันเจี้ยนที่มีหลายด่าน โดยจะค่อยๆ เปิดด่านใหม่ในทุก Chapter ซึ่งตอนนี้เราอยู่ Chapter 2 ทำให้เข้าไปได้ไม่ลึกเท่าไหร่นัก ก็ยังไม่ค่อยจำเป็นเข้ามาสำรวจ แต่ส่วนสำคัญก็คือ หากเรามีอาชีพ Beast Master แล้วอัพสกิลที่ชื่อว่า Tame มาแล้ว จะทำให้เราสามารถชวนพวกมอนสเตอร์เผ่ามังกรเข้าร่วมทีมได้ ป่านี้จะมีมังกรให้เราเลือกเยอะเลย ส่วนข้อดีของเผ่ามังกรก็คือเป็นกองหน้าที่อึดพอสมควรและสร้างความเสียหายทั้งแบบเดี่ยวและแบบกลุ่มเล็กๆ ได้ด้วย ก็นับว่าเป็นหนึ่งในตัวเลือกทัพหน้าที่ค่อนข้างดีเลยทีเดียว หากใครมีเวลาก็ลองไปชวนมังกรเข้าทีมมาสักตัวดูก็ได้

กลับมาลุยกันต่อ ทีนี้ให้เดินทางไปที่เมือง ไครซาโร เราก็จะเห็นกลุ่มทหารของวาลิสเตอร์ ได้จับกุมอัศวินเอาไว้คนหนึ่ง ดูเหมือนว่าอัศวินคนนี้จะตามหาพวกเราอยู่ด้วย แต่เดนิมก็ได้ถามกับพี่สาวว่ารู้จักอัศวินคนนี้มั้ย พี่สาวก็บอกว่าไม่รู้จักเหมือนกัน ยังไงก็แล้วแต่ เราจะต้องจัดการกับทหารกลุ่มนี้ให้ได้เสียก่อน เป้าหมายก็คือจัดการกับ Sir Farrel ก็ไม่ได้นับว่าเป็นศึกที่ยากอะไรเลย เพียงแค่ค่อยๆ จัดการศัตรูไล่ไปเรื่อยๆ เดี๋ยวก็จบได้

ทีนี้เราจะมาพูดคุยกับอัศวินที่ถูกจับตัวคนนั้น เขาก็จะแนะนำตัวเอง เขาชื่อว่า โฟลเคิร์ต เป็นอัศวินสังกัดกลุ่มแนวร่วมปลดปล่อย คัตชัวก็จำได้ว่ากลุ่มนี้คือกลุ่มเดียวกับคริสติน่านี่เอง โฟลเคิร์ตก็แน่ใจแล้วว่าพวกเรานี่เองที่เป็นคนช่วยคริสติน่าเอาไว้ที่เมืองไรม เพื่อนของเขาได้เล่าเกี่ยวกับเรื่องของพวกเราให้ฟังมาบ้าง แต่ตัวเขาเองก็ไม่คิดว่าพวกเราจะได้เจอกันแบบนี้ เดนิมก็บอกว่าหากมาช้ากว่านี้ก็คงไม่ได้เจอกันแล้ว เพราะว่ากลุ่มทหารของดยุกกำลังไล่ตามเราอยู่ จะต้องรีบไปที่ไรมให้เร็วที่สุด แต่โฟลเคิร์ตคิดว่าการจะไปไรมในตอนนี้เป็นความคิดที่ประมาทอีกฝั่งมากเกินไป มีโอกาสแค่เพียงเล็กน้อยเท่านั้นที่จะตีฝ่าแนวป้องกันของดยุกออกไปได้ เดนิมก็บอกว่ามันก็ดีกว่ายืนอยู่เฉยๆ โดยไม่ทำอะไรเลย

โฟลเคิร์ตก็เลยมีข้อเสนอ ตอนนี้เพื่อนของเขาได้ถูกพวกโจรสลัดจับตัวเอาไว้อยู่ ถ้าหากพวกเดนิมร่วมมือช่วยเพื่อนของเขาได้ พวกเขาก็จะมีเรือพาเดนิมไปที่เมืองไรมได้เช่นกัน มันเป็นแผนที่ดีต่อพวกเราทั้งคู่เลยนะ แต่คัตชัวกลับบอกว่ามันฟังดูเป็นข้อเสนอที่เห็นแก่ตัวมากกว่า โฟลเคิร์ตก็ไม่เถียงแต่บอกว่าพวกนายน่ะขาดตัวเลือก ส่วนฉันน่ะขาดกำลังคน เดนิมก็รู้สึกเห็นด้วยเพราะว่าเดินทางผ่านทะเลน่าจะง่ายกว่า โฟลเคิร์ตก็เลยเสริมอีกว่าตอนนี้พวกโจรสลัดมันอยู่ที่ป้อมปราการคาดริกา ไม่ไกลจากที่นี่นัก แถมพวกมันยังมีคนไม่ค่อยเยอะด้วย สุดท้ายเดนิมก็ตัดสินใจร่วมมือกับโฟลเคิร์ต

แต่ก่อนที่จะเดินทางไปในช่วงที่เดนิมกับคัตชัวอยู่กัน 2 คน คัตชัวก็บอกว่า นายเชื่อใจโฟลเคิร์ตอย่างงั้นหรอ อย่าลืมนะว่ากลุ่มแนวร่วมปลดปล่อยทำอะไรลงไปบ้าง เดนิมเลยบอกว่า ยังไงพวกเราก็ไม่มีทางเลือกอยู่แล้ว ถ้าบุกฝ่าทหารของดยุกเข้าไปแบบนี้พวกเราตายแน่ คัตชัวบอกว่าเธอไม่ชอบการบังคับกันแบบนี้เลย เดนิมก็เลยบอกให้คัตชัวเปิดใจให้มากกว่านี้ โฟลเคิร์ตก็แค่อยากช่วยเหลือเพื่อนของเขาเท่านั้นเอง คัตชัวก็เลยบอกว่าเธอก็หวังว่าตัวเองจะมีความเชื่อเหมือนเดนิมบ้าง เดนิมก็บอกว่าเธอแค่ไม่ใส่ใจในสิ่งที่เธอไม่เห็นด้วยก็แค่นั้นเอง

ตอนนี้โฟลเคิร์ตก็จะเข้าร่วมกับเราในฐานะ Guest แล้วบุกเข้าป้อมปราการคาดริกากันได้เลย เมื่อเข้ามาแล้ว เราจะเห็นกลุ่มโจรสลัดกำลังล้อมเพื่อนของโฟลเคิร์ตอยู่ เขาเป็นนักเวทย์ที่ชื่อว่า บายิน ภารกิจส่วนนี้อันที่จริงก็ไม่ยากเท่าไหร่นัก แค่เพียงพยายามอย่าให้ บายินตาย หากตายก็กดเริ่มใหม่เลย แล้วก็หาโอกาสจัดการกับ Darza ให้ได้ ส่วนที่เป็นปัญหาที่สุดก็คือมอนสเตอร์รูปร่างเหมือนไก่ มันอึดและน่ารำคาญมากที่สกิลทำให้เราตาบอด ลดความแม่นยำลง พยายามไล่จัดการไอเจ้าไก่พวกนี้ก่อนเลย ส่วนบายินเขาจะพยายามเดินเข้ามาร่วมกลุ่มกับเราด้วยเช่นกัน เพียงแต่ก็ทำให้กลายเป็นเป้าโจมตีไปด้วย ช่วงแรกก็แนะนำให้พยายามเดินเข้าไปหา บายินให้เร็วที่สุด แล้วระดมฟื้น HP เขาไปด้วย ก็จะช่วยเซฟชีวิตของบายินได้ ทีนี้เราค่อยตั้งแนวรบกันใหม่ ไล่จัดการศัตรูรวมไปถึง Darza ให้ได้

จากนั้นฉากก็ตัดมาที่ท่าเรือ โฟลเคิร์ตกำลังจะร่องเรือไปส่งเราที่ไรม แต่บายินก็มาแจ้งข่าวว่า ไอเจ้าพวกโจรสลัดมันจับตัวคริสติน่าไป โฟลเคิร์ตก็บอกก่อนจะไปช่วยคริสติน่าพวกเราควรส่งพวกเดนิมไปที่ไรมก่อน บายินก็บอกว่าไอโง่ ถ้าแบบนี้มันก็เหมือนกับนายฆ่าคริสติน่านั่นแหละ โฟลเคิร์ตเลยบอกว่าพวกเขามีเกียรติและทำตามสัญญาแล้ว ทีนี้ก็ถึงตาของเขาที่จะทำตามสัญญาด้วยเช่นกัน บายินเลยบอกว่า ฉันล่ะคิดว่านายรักคริสติน่า แต่ดูเหมือนฉันจะเข้าใจผิดเสียแล้ว โฟลเคิร์ตก็เถียงว่าฉันเป็นอัศวินนะ ฉันจะไม่ผิดคำสัญญาของตัวเองเด็ดขาด บายินเลยต่อว่า ไอเจ้าลาหัวดื้อ! ถ้าเจ้าจะไม่ช่วย งั้นข้าคงต้องวิงวอนต่อธรรมชาติที่ดีงามในตัวพวกเขาแล้วล่ะ

จากนั้นบายินก็หันมาพูดกับเราว่า นายคงได้ยินเรื่องของพวกเราแล้วว่าเพื่อนของเราถูกโจรสลัดจับตัวไป ถึงแม้มันจะไม่ใช่เรื่องของพวกนาย แต่เราต้องการความช่วยเหลือเพื่อไปช่วยเธอให้ได้ พวกนายจะว่ายังไงล่ะ ทางคัตชัวก็บอกว่า อันที่จริงก็มีคนอื่นมากมายที่นายสามารถไปขอร้องพวกเขาได้ ทำไมไม่ไปซะล่ะ บายินก็บอกว่ามันติดปัญหาเรื่องของเวลา ถ้าช้าเกินไปก็คงไม่ทันการณ์แน่ คัตชัวก็บอกว่าทางฝั่งเรากำลังถูกตามล่าอยู่ และนี่ก็ช้าเกินไปมากแล้วนะ พวกเราก็ทำตามคำพูดแล้ว ตีป้อมปราการจนแตก ได้เรือกลับคืนมา ที่โฟลเคิร์ตพูดน่ะถูกต้องแล้ว ตอนนี้ถึงเวลาที่ต้องทำตามคำสัญญา

บายินก็ไม่ยอมแพ้และบอกว่า พวกเราจะปลอดภัยเมื่อลอยอยู่กลางทะเล ไอเจ้าพวกวาลิสเตอร์มันตามมาไม่ได้หรอก หากเข้าจัดการพวกโจรสลัดมันทำให้พวกเราเสียเวลาเพียงแค่ไม่กี่วันเอง โฟลเคิร์ตพูดขัดว่าให้บายินหยุดได้แล้ว ที่คัตชัวพูดน่ะถูกต้องนายก็รู้ แต่บายินยังไม่ยอมแพ้ อยากให้เดนิมเป็นคนตัดสินว่าจะเอายังไง ตรงนี้จะมีตัวเลือกขึ้นมาให้เราเลือกข้อ 1 ก็คือช่วย ส่วนข้อ 2 ก็คือไม่ช่วย ก็แนะนำว่าให้ช่วยจะดีกว่า ถ้าไม่ช่วยก็แค่ข้ามฉากไปเลย และจะไม่ได้รับ โฟลเคิร์ต, บายิน และคริสติน่าเข้าทัพของเรา

ทีนี้ก็ให้มุ่งหน้าไปที่ ป้อมปราการ นดัมซา เพื่อช่วยเหลือคริสติน่า ด่านนี้ขอบอกว่าค่อนข้างตึงมือเลย เพราะฝ่ายศัตรูจะมีกริฟฟอนบุกเข้ามา 2 ตัว แถมยังมีนักเวทย์และนักธนูคอยโจมตีจากระยะไกลอีก นอกจากนั้นที่สำคัญก็คือห้ามให้ โฟลเคิร์ตและบายิน ตายเด็ดขาด ถ้าตายก็เริ่มใหม่ วิธีการสู้หลักๆ ก็คือตั้งหลักกันอยู่บริเวณเริ่มต้นนี่แหละ ร่วมมือกันจัดการกริฟฟอนก่อน พอเสร็จแล้วค่อยขยายแนวรบไปตาม โฟลเคิร์ตและบายิน เพราะเราบังคับเขาไม่ได้ และต้องเซฟชีวิตพวกเขาด้วย ก็เลยต้องขยับตัวตามการเดินของพวกเขาไป ค่อยๆ ไล่จัดการศัตรูไปทีละตัว จนกระทั่งจัดการกับ Veldrei ได้

ทีนี้เราก็จะมาอยู่ที่ท่าเรืออีกครั้ง โดยทางด้านคริสติน่าก็ได้ขอบคุณเราที่ช่วยชีวิตเธอถึง 2 ครั้งแล้ว โฟลเคิร์ตก็บอกว่าเขากลัวมากเลยที่จะไม่ได้เจอหน้าคริสติน่าอีกครั้ง ต้องขอบคุณแสงสว่างที่ช่วยให้เธอมีชีวิตรอดมาได้ คริสติน่าก็บอกว่าเธอเองก็ดีใจที่ได้เจอกับโฟลเคิร์ตและบายิน คัตชัวก็ตะโกนออกมาว่า ตอนนี้เธอก็ไม่ได้อยากจะขัดอะไรหรอกนะ แต่พวกเราควรต้องรีบออกเรือกันได้แล้ว โฟลเคิร์ตก็รีบตอบรับว่าจะออกเรือ

แต่บายินดันบอกว่าออกมาว่า ก่อนที่เราจะไปไรมกัน บางทีอาจจะร่วมทางกับพวกเขาไปที่ป้อมโบเอ็ดเสียก่อน คริสติน่าก็รู้สึกว่าไอเดียนี้ดีมาก ถ้าโชคดี เราอาจไปหาเซรียาทันเวลาเพื่อหยุดเธอได้ คัตชัวก็สงสัยว่าจะไปที่โบเอ็ดทำไม โฟลเคิร์ตเลยเล่าให้ฟังว่า ถึงแม้มันจะดูทรุดโทรมไปบ้าง แต่โบเอ็ดคือป้อมปราการที่สำคัญ ผู้นำของเรา เซรียา สั่งการอยู่ที่นั่น เดนิมก็สงสัยว่าจะให้พวกเราไปเจอกับผู้นำของกลุ่มแนวร่วมปลดปล่อยทำไม คริสติน่าก็ไม่ได้บอกรายละเอียดเพียงแค่บอกว่า ถ้าพวกเราไปเจอเธอแล้วจะเข้าใจเอง ทางฝั่งพวกเธอก็มีปัญหาอยู่เช่นเดียวกัน โฟลเคิร์ตก็ไม่รอช้าสั่งออกเรือทันที

จากนั้นก่อนจะไปที่ป้อมโบเอ็ดได้ ก็ต้องผ่านเข้าไปที่เมืองกอลยัตเสียก่อน ภายในเมืองนี้เราจะเจอเข้ากับกลุ่มนักล่าค่าหัวที่นำมาโดยนักเวทย์ Dagon ต้องบอกตามตรงว่าภารกิจนี้ไม่มีอะไรยากเป็นพิเศษเลย เพียงแต่ต้องคอยระวังอย่าให้ 3 สหาย โฟลเคิร์ต, บายิน และคริสติน่า ตายเสียล่ะ โดยเฉพาะคริสติน่า เธอเลือดไม่ค่อยเยอะแต่เดินล้ำหน้าอยู่ตลอด หาคนไปประกบเธอเพื่อคอยรับการโจมตีแทนด้วยก็จะดีมาก

สถานที่ต่อไปก็คือ ป้อมโบเอ็ด พวกเราจะได้พบกับหัวหน้ากลุ่มแนวร่วมปลดปล่อย เซรียา เธอก็จะถามคริสติน่าทันทีเลยว่า เธอพาผู้ต้องหามาที่สถานลี้ภัยของเราทำไมกัน เธอจะบอกผู้ส่งข่าวและผู้ส่งสารทุกคนให้รู้ไปถึงปราสาทอัลโมริกาให้ได้เลยใช่มั้ย ว่าพวกเราซ่อนตัวกันอยู่ที่ไหน บอกมาเถอะว่าเธอกลับมาที่นี่ทำไม คริสติน่าก็บอกว่าพี่สาวอย่าพึ่งรีบโกรธกันสิ ฟังเรื่องของเธอก่อน เซรียาก็บอกว่าที่นี่ฉันไม่ใช่พี่สาวของเธอ แต่เป็นหัวหน้าของเธอ คริสติน่าก็เล่าให้ฟังว่าเธอถูกพวกโจรสลัดจับตัวไป และพวกเราก็ช่วยเธอออกมา อย่างน้อยเธอก็เป็นหนี้ชีวิตพวเรา เซรียาเลยตกใจว่าพวกโจรสลัดงั้นหรอ มันทำอะไรเธอมั้ย คริสติน่าก็บอกว่าไม่เป็นไร

อันที่จริงเธอมาที่นี่ก็เพื่อหยุดไม่ให้เซรียาทำตามแผนที่บ้าคลั่งนั่น เซรียาก็เหมือนจะไม่ฟัง เธอบอกว่าเรื่องราวที่เล่ามานานจนเก่าจืดชืด มัวแต่ทะเลาะกันก็ตามใจเถอะ แต่มันก็ไม่ทำให้อะไรเปลี่ยนแปลงไปหรอกนะ ที่เธอออกจากกลุ่มไปก็เพราะเธอเองก็สงสัยเรื่องนั้นใช่มั้ยล่ะ ฉันไม่บังคับใครให้เข้าร่วมอย่างไม่เต็มใจหรอก ถ้าไม่เช่นนั้นฉันก็คงไม่ปล่อยให้เธอจากไป คัตชัวก็ทนไม่ไหวเลยถามว่า นี่มันเรื่องอะไร แล้วมีแผนจะทำอะไรกัน เซรียาก็บอกว่ามันไม่ใช่เรื่องของพวกเรา และก็จะขอบคุณมากถ้าไม่พูดอะไรออกไป

คริสติน่าเลยเฉลยออกมาว่า พวกเขามีแผนที่จะลอบสังหารดยุกรอนเวย์ เซรียาเลยบอกให้คริสติน่าเงียบซะ คริสติน่าก็ยังไม่ยอมแล้วบอกว่า การลอบสังหารแค่เพียงคนเดียว ต่อให้เป็นดยุกก็ตาม มันไม่ทำให้สงครามนี้จบลงไปได้หรอกนะ เมื่อไม่มีใครคอยคุมหางเสือของวาลิสเตอร์แล้วล่ะก็ ทางบัครัมก็จะเห็นว่านี่แหละคือโอกาสและจะเปิดสงครามเต็มรูปแบบแน่นอน เซรียาก็บอกว่านั่นแหละคือจุดประสงค์ของเธอ เพราะว่าบัลบาโทสและกัลกัสตานกำลังสั่งคลอน หากวาลิสเตอร์จัดการกับพวกเขาได้จะทำให้วาลิสเตอร์สามารถยึดครองวาเลเรียนไปได้ครึ่งหนึ่งเลยทีเดียว ทีนี้บัครัมกับวาลิสเตอร์ก็จะมีกำลังเท่าเทียมกัน ทีนี้พวกเขาก็จะทำลายกันเองไปเรื่อยๆ แต่บรันทินและรอนเวย์ก็ไม่ใช่คนโง่ พวกเขาจะเจรจาสงบศึกกัน และทุกอย่างก็คงจะเป็นเหมือนตอนนี้อยู่ดี

แต่ถ้าเกิดว่าดยุกตายลงไป มันจะเป็นอีกเรื่องหนึ่งเลย พวกบัครัมก็จะบุกรวบรวมวาเลเรียนได้ จากนั้นในตอนที่บรันทินประกาศว่าตนเองเป็นผู้ครองอำนาจแห่งวาเลเรีย ช่วงเวลานั้นเองพวกเราจะลอบสังหารบรันทินซะ คัตชัวก็บอกว่าเรื่องนี้มันมีความไม่แน่นอนอยู่มากมาย แต่เซรียาไม่เห็นด้วย มันไม่มากเกินที่จะควบคุมหรอก สุดท้ายหมู่เกาะแห่งนี้ก็จะเป็นของเรา ตอนนี้พวกนายก็ได้ยินเรื่องราวทั้งหมดแล้ว ทำไมไม่มาเข้าร่วมด้วยกันล่ะ ต่อสู้เพื่อกลุ่มแนวร่วมปลดปล่อย พวกนายจะมัวปล่อยให้ดยุกไล่ล่า หรือจะกลายเป็นผู้ล่าเสียเอง การช่วยเหลือพวกเราจะทำให้จัดการดยุกได้ จัดการอัศวินรัตติกาลได้ และฟื้นฟูสันติภาพ แต่คริสติน่าไม่เห็นด้วยเธอบอกว่า ความน่ากลัวของสงครามน่ะมันไม่ได้ส่งผลกับเราหรอก แต่มันส่งผลกับชาวเมืองกลุ่มเล็กๆ ที่โดนร่างแหจากวังวนพวกนี้ด้วย ฉันไม่ต้องการมีส่วนร่วมกับอาณาจักรที่มันถูกสร้างขึ้นจากกระดูกของผู้บริสุทธิ์หรอกนะ

ในตอนนี้เองก็มีทหารคนหนึ่งเข้ามาขัดจังหวะทำให้เซรียาไม่พอใจ ทหารเลยรีบรายงานว่ามีข่าวด่วนมารายงาน ตอนนี้คอริตาเนได้แตกพ่าย กองกำลังของวาลิสเตอร์จัดการกับกัลกัสตานเรียบร้อย คัตชัวก็ถามว่ามันเกิดอะไรขึ้น ทหารก็รายงานต่อว่า ไฮโรแฟนท์ บัลบาโทส ได้ถูกจับกุมตัวและถูกประหารไปแล้วเมื่อเช้านี้เอง เซรียาเลยบอกว่านี่มันไม่ได้เปลี่ยนแปลงอะไร ตอนนี้ก็ให้ไปเตรียมตัวกันได้แล้ว คริสติน่าก็ยังคงห้ามพี่สาวของเธออยู่ดี แต่เซรียาก็ยังคงไม่ยอม แถมบอกอีกว่าพวกเราต้องเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็ว ก่อนที่ดยุกจะรวมตัวกองกำลังของกัลกัสตานที่เหลืออยู่ให้เข้ากับฝ่ายของเขาได้ ถ้ามีหนทางอื่นอยู่มันก็ช้าเกินไปเสียแล้วล่ะคริสติน่า แต่คริสติน่ายังคงไม่ยอมบอกว่า พี่สาวเธอคิดผิดแล้วล่ะ เธอคิดผิดแล้ว จากนั้นเธอก็ได้เดินออกไปข้างนอก

ส่วนเซรียาก็บอกว่า ตอนนี้เธอจำเป็นต้องไปที่อื่นแล้ว ส่วนน้องสาวของเธอก็ยังคงมองไม่เห็นผลลัพธ์ของวันนี้ และมัวแต่ไล่ตามความฝันของเธอตลอดไป วิสัยทัศน์อันสูงส่งนั้นดีและน่าชื่นชม แต่หากปราศจากเท้าที่มั่นคงตั้งอยู่บนพื้นดิน เธอก็จะล่องลอยไปเรื่อยๆ อยู่ดี หากน้องสาวของฉันไม่ปล่อยให้มือแปดเปื้อนบ้างล่ะก็ ช่วงเวลาเหล่านั้นก็จะหลุดลอยไปจากมือของเธอเอง เช่นเดียวกับที่มันเกิดขึ้นกับนาย แต่ไม่ว่าอย่างไรก็ตาม ฉันก็รักน้องสาวของฉันอยู่ดี ได้โปรดดูแลเธอด้วย และ อย่าปฏิเสธที่จะช่วยเหลือเธอเลย

จากนั้นเราจะมาคุยกับคริสติน่า โดยเธอบอกว่า พี่สาวของฉันน่ะคิดผิด มันควรจะมีหนทางที่ดีกว่านี้ หากเราเลือกจุดจบโดยไม่สนวิธีการ พวกเราก็ไม่ได้ดีไปกว่าปีศาจร้ายอย่างบรันทินหรือดยุกหรอก นั่นน่ะคือสิ่งที่พี่สาวของฉันต่อสู้เพื่อมันหรอ? ประเทศที่มีรากฐานเกิดขึ้นมาจากกองเลือด ฉันไม่อยากจะเชื่อเรื่องนี้เลย ตอนนี้ก็จะมีตัวเลือกมาให้เราเลือกตอบ หากเลือกข้อ 1 ที่ชวนให้คริสติน่ามาด้วยกัน เราก็จะได้รับ โฟลเคิร์ต, บายิน และคริสติน่า เข้าร่วมกองทัพด้วย แต่หากเลือกข้อ 2 ที่บอกกับคริสติน่าว่าเธอมัวแต่ไล่ตามความฝัน ก็จะไม่ได้รับทั้ง 3 คนให้เข้าร่วม ก็สรุปแล้วควรเลือกข้อ 1 นั่นแหละ จากนั้นก็จะได้รับทั้ง 3 คนมาและเดินทางไปต่อที่ไรม
Chapter 2 Chaos Path – บุกปราสาทช่วยพี่สาว
