3 สัปดาห์ต่อมาหลังจากเหตุการณ์สังหารหมู่ที่เมืองบาลมามูซา โศกนาฏกรรมครั้งนี้เป็นการจุดชนวนไฟสำหรับชาววาลิสเตอร์ ที่นำพาผู้คนให้ร่วมมือกันอย่างเป็นปึกแผ่นในแบบที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน อันที่จริง มันเพียงพอแล้วที่จะสร้างแรงบันดาลใจให้กับพวกกัลกัสตาลที่ไม่ชอบบัลบาโทสให้พวกเขาลงมือทำอะไรสักอย่าง

ในไม่ช้า กัลกัสตาลก็แยกออกเป็นสองฝ่าย ทำให้ไฮโรแฟนท์ บัลบาโทส อยู่ในสถานการณ์ที่ล่อแหลมอย่างมาก บัลบาโทสพยายามปิดปากเหล่าพวกเสียงคัดค้านทั้งหลาย แต่ในขณะที่อีกด้านเมืองต่างๆ เริ่มพ่ายแพ้ต่อกลุ่มต่อต้านของดยุกแล้ว ทำให้เขาจำเป็นต้องถอยกลับไปยังที่มั่นปลอดภัยของเขาในคอริตาเน ในขณะที่ทางด้านกัลกัสตานกำลังสั่นคลอน แต่ผู้คนจำนวนมากก็เริ่มเข้าร่วมกับกลุ่มต่อต้านของวาลิสเตอร์ ต่อมาไม่นานกองกำลังกบฏก็เพิ่มขึ้นเป็นสามเท่าของจำนวนเดิม ดูเหมือนว่าจะเหลือเวลาอีกไม่กี่วันก่อนที่บัลบาโทสจะถูกนำตัวออกมาที่หน้ากำแพงเมืองของเขาเอง เพื่อรับผิดชอบในสิ่งที่เขาได้ทำลงไป

ส่วนทางด้านเดนิมนั้น จากแผนการณ์ของดยุกที่ได้ป้ายความผิดไปที่เขา ทำให้เดนิมได้ชื่อว่าเป็นผู้วางแผนการสังหารหมู่ และได้ถูกตั้งค่าหัวเอาไว้ด้วย ทำให้ทั้งนักสู้ของกลุ่มต่อต้านและนักล่าหัวต่างก็ค้นหาตัวเขาตามถนนสายหลัก ในขณะที่เดนิมได้พักผ่อนชั่วคราวอยู่ในเมืองท่าที่ชื่อว่า แอสตัน

ในบ้านหลังหนึ่งทางด้านเดนิมและคัตชัวกำลังนั่งคุยกันอยู่ โดยคัตชัวก็ปลอบใจว่า นายอย่าโทษตัวเองไปเลย นายน่ะทำได้ดีที่สุดแล้ว ส่วนเดนิมก็รู้สึกว่าตัวเองทำอะไรไม่ได้เลย ไม่สามารถช่วยเหลือใครได้ คัตชัวก็เสนอว่าพวกเราออกจากหมู่เกาะแห่งนี้ล่องทะเลออกไปไกลๆ แล้วไม่หันกลับมาเลยจะดีมั้ย แต่เดนิมไม่เห็นด้วยเพราะอยากจะล้างแค้นให้ท่านพ่อ และอีกอย่างพวกเราจะปล่อยให้สถานการณ์มันเป็นแบบนี้ไม่ได้ พวกเราจะต้องอยู่ที่นี่คอยจับตามอง พวกเราเป็นหนี้ชีวิตของคนที่ตายลงไปในบาลมามูซาอยู่

ในจังหวะนั้นเองคาโนปุสก็ได้เปิดประตูเข้ามา แล้วก็บอกว่านายเป็นแบบนี้อีกแล้วสินะ หยุดคิดเล็กคิดน้อยแล้วมาดูนี่สิ ในขณะที่กองทัพของท่านดยุกกำลังเติบโต ค่าหัวของนายก็มากขึ้นตามไปด้วยนะ ตอนนี้มีค่าถึง 30,000 Goth แล้ว คัตชัวก็บอกว่าแบบนี้มันเหมือนสาดเกลือใส่แผลของเราเลย ตอนนี้พวกเรากลายเป็นอาชญากรต่อคนทั้งโลกแล้ว ความยุติธรรมและสงครามไม่ค่อยจะไปด้วยกันได้เท่าไหร่ ในความร้อนแรงของการรบ ทุกคนล้วนเป็นทั้งอาชญากรและผู้บริสุทธิ์ มีแต่ผู้ชนะเท่านั้นที่จะเป็นผู้ตัดสิน นั่นแหละคือวิถีของโลก ส่วนเดนิมก็บอกว่า ตั้งแต่ฉันแพ้ ตั้งแต่ฉันล้มเหลวที่บาลมามูซา ฉันก็กลายเป็นอาชญากรเพราะเรื่องนี้

คาโนปุสก็บอกว่า แบบนี้ก็ทำให้เรามีเหตุผลมากยิ่งขึ้นที่จะเลือกอยู่ฝ่ายที่ชนะ มาเถอะ หยุดเอาแต่เพ่งมองตัวเองสักที เราต้องไปแล้ว คัตชัวก็เลยสงสัยว่าเราจะไปที่ไหนกัน? คาโนปุสเลยบอกว่าตอนนี้ทหารของวาลิสเตอร์ได้รวมตัวกันแถว ตะวันตกเฉียงใต้ บริเวณเทือกเขาเบิร์นแฮมในหุบเขาซอนจิ เดนิมก็เลยบอกว่า ตอนนี้พวกกัลกัสตานไม่มีแรงพอจะขับไล่พวกกลุ่มต่อต้านแล้ว คาโนปุสก็บอกว่าตอนนี้ทางด้านบัลบาโทสก็เหมือนนับเวลาถอยหลัง ในขณะที่วาลิสเตอร์กลิ่นของชัยชนะนี่มันลอยมาอยู่ในอากาศเลยทีเดียว ส่วนคัตชัวก็บอกว่ายังไงก็ตามพวกเราก็ยังคงเป็นพวกนอกกฏหมายอยู่ต่อไป คาโนปุสก็บอกว่านี่ก็เป็นอีกเหตุผลที่เราต้องไปต่อ ต้องทำอะไรสักอย่าง ตอนนี้ได้ยินข่าวมาว่า อัศวินศักดิ์สิทธิ์แลนเซอล็อต กำลังอยู่ที่แนวหลังของวาลิสเตอร์ ตรงแถวเนินไทน์เมาท์ เนื่องด้วยวาลิสเตอร์กำลังรวมตัวกันที่อื่น ทำให้บริเวณไทน์เมาท์นั้นกำลังป้องกันค่อนข้างเบาบางเลยทีเดียว มันทำให้เราน่าจะฝ่าการป้องกันนี้ออกไปได้ คัตชัวก็เห็นด้วย และคิดว่าแลนเซอล็อตก็น่าจะช่วยพวกเราอีกแรง เดนิมก็เลยตัดสินใจว่าจะไปที่นั่นกัน ยังไงก็ดีกว่าอยู่ที่นี่แหละ

ตอนนี้ก็ให้เราเตรียมเสบียงจัดกองทัพให้พร้อม แล้วออกเดินทางกันได้ แต่ในตอนที่เรากำลังออกจากเมืองท่าแอสตันก็เจอเข้ากับกลุ่มที่นำมาโดย นักธนูสาว อาริเซลล์ แต่เธอก็บอกว่าเธอไม่ใช่นักล่าค่าหัว เธอตามหาเราก็เพื่อแก้แค้นให้กับชาวเมืองบาลมามูซาต่างหาก พอเดนิมได้ยินแบบนี้ก็ตกใจ แล้วบอกว่าเธออยู่ในเหตุการณ์ของบาลมามูซาหรอ? ได้โปรดฟังพวกเราก่อน แต่เธอปฏิเสธ เธอจะแก้แค้นเพื่อชาวบาลมามูซา และน้องชายของเธอ สำหรับศึกนี้เน้นไปที่การกำจัด อาริเซลล์ ก็พอ หรือจะค่อยๆ จัดการไล่ไปทีละตัวก็ได้

โดยในระหว่างการต่อสู้นี้เดนิมก็พยายามเล่าเรื่องราวให้ฟัง แต่อาริเซลล์เธอก็ปฏิเสธและคิดว่าเดนิมพูดโกหก ทางนักบุญ ดอนนัลโต ก็ช่วยพูดด้วยเช่นกัน เธอก็ตกใจที่นักบุญ ดอนนัลโต อยู่กับฝ่ายเรา เพราะเธอได้ยินจากลีโอนาร์ว่านักบุญ ดอนนัลโต ได้ตายลงไปในเหตุการณ์บาลมามูซาด้วย นักบุญ ดอนนัลโตก็บอกว่าการที่เขามีชีวิตอยู่นี่ก็พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าลีโอนาร์น่ะพูดโกหก แต่เธอก็ยังไม่เชื่ออยู่ดี

หลังจากที่เราจัดการกับ อาริเซลล์ได้ เธอก็บอกว่าฆ่าเธอได้เลย แต่เดนิมปฏิเสธและบอกว่าเธอไม่ใช่ศัตรูของเรา ถ้าเธอไม่ต้องการต่อสู้แล้วก็ไปจากที่นี่ได้เลย พวกเราจะไม่ตามล่าเธอ แต่อาริเซลล์บอกว่าถ้าเธอออกไปตอนนี้ ยังไงเธอก็จะกลับมาไล่ล่าเอาชีวิตของเราอยู่ดี เดนิมก็ไม่กลัวแถมบอกด้วยว่ากำลังจะไปที่ไทน์เมาท์ ถ้าเธออยากจะตามล่า ก็ตามไปที่นั่นได้เลย ก่อนที่อาริเซลล์จะไปก็ได้บอกว่า แล้วนายจะเสียใจกับเรื่องนี้ พอเธอไปแล้วเดนิมก็บ่นว่า เขาน่ะมีเรื่องให้ต้องเสียใจมามากเกินพอแล้ว

สถานที่ต่อไปก็คือ Rhea Boum Aqueduct เราจะได้เจอกับนักล่าค่าหัวที่ชื่อว่า ซาปัน โดยศึกนี้ค่อนข้างลำบากอยู่หน่อยตรงที่ว่า ทางเดินมันไม่ค่อยเปิดกว้าง เป็นทางแคบๆ แต่กลับมีมอนสเตอร์ปลาหมึกที่มันเข้าถึงตัวเราได้ง่ายแถมยังอึดเสียด้วย พยายามอย่าเปิดแนวรบที่กว้างจนเกินไป ให้ยึดพื้นที่บริเวณ 2 พื้นกว้างหลักในตอนเริ่มต้นเอาไว้ก็พอ ตัวคาโนปุสจะเป็นพระเอกในด่านนี้ก็ว่าได้เพราะบินได้นี่แหละเลยทำให้เคลื่อนที่ได้สะดวก ก็แนะนำให้บินไล่เก็บบัฟดาบด้วยก็จะทำให้การต่อสู้มันง่ายขึ้นเยอะ ส่วนคัตชัวถ้าช่วยได้ก็ช่วย ช่วยไม่ได้ก็ปล่อยเธอไปได้เลยยังไงก็ไม่ตายแค่หลบหนีเท่านั้น แนะนำว่าให้เล็งจัดการพวกปลาหมึกเสียก่อน แล้วค่อยไล่จัดการตัวอื่นไป เป้าหมายหลักก็คือจัดการกับซาปันให้ได้ เมื่อจัดการได้ซาปันจะหลบหนีออกจากสนามรบไป

ต่อไปเป็นศึกที่ Xeod Moors เมื่อเข้ามาเราจะเห็นว่า อาริเซลล์ กำลังโดนทหารของฝ่ายกัลกัสตานไล่จับตัวเธออยู่ เดนิมก็เลยบอกว่าพวกเราต้องเข้าไปช่วยเธอนะ แต่คัตชัวก็ไม่ค่อยเห็นด้วยเท่าไหร่ เพราะเธอเป็นฝ่ายโจมตีเราก่อน แต่เดนิมก็บอกว่าพี่สาวที่พี่บอกมาก็ถูกอยู่นั่นแหละ เพียงแต่ผมจะใช้ชีวิตในแบบที่ไม่ต้องมานั่งเสียใจในภายหลังอีกต่อไปแล้ว แน่นอนว่าศึกนี้สิ่งสำคัญก็คือช่วยชีวิต อาริเซลล์ ให้ได้ ถ้าเธอตายก็ให้รีด่านใหม่ได้เลย ส่วนเป้าหมายก็คือจัดการกับ Vance เราสามารถแยกเป็น 2 กลุ่มก็ได้ โดยทางหนึ่งเน้นช่วยชีวิต อาริเซลล์ ส่วนอีกทางก็บุกเข้าไปจัดการกับ Vance โดยตรงเลย

ในระหว่างการต่อสู้เดนิมได้บอกให้ อาริเซลล์ พยายามเข้ามาหาทางฝ่ายเราด้วย เพราะมาช่วยเธอ แต่อาริเซลล์ก็บอกว่านายคือศัตรู อย่าเข้ามาใกล้ ถ้าเข้ามาเธอจะฆ่าเรา นักบุญ ดอนนัลโต ก็ช่วยกันเกลี้ยกล่อมเธอและบอกว่าตอนนี้ลีโอนาร์น่ะกำลังเดินหลงทาง วางหน้าที่เอาไว้เหนือกว่าเกียรติยศของตัวเอง อาริเซลล์ก็เหมือนจะยอมฟังนักบุญ และคิดว่าอาจจะเป็นเพราะว่าเธอรักลีโอนาร์ดูเหมือนว่าความรักจะทำให้เธอตาบอดไปเสียแล้ว

หลังจากจบศึกนี้ อาริเซลล์ ก็ได้ยอมแพ้เธอรู้สึกเหนื่อยเกินไปที่จะไปต่อ เดนิมก็เลยบอกว่างั้นชีวิตของเธอก็เป็นของฉันแล้ว แต่ฉันจะยังไม่เอาชีวิตของเธอในตอนนี้ อาริเซลล์เลยบอกว่างั้นตอนนี้ฉันก็เป็นตัวประกันของนายแล้วสินะ อย่าคิดว่าจะเอาชีวิตของฉันไปต่อรองกับท่านดยุกเลยเชียวล่ะมันไม่ได้ผลหรอก เดนิมก็บอกว่าเธอเข้าใจผิดแล้ว พวกเราแค่อยากกอบกู้ชื่อเสียงของเราคืนมาเท่านั้น มองด้วยดวงตาของเธอ ฟังด้วยหูของเธอ พิสูจน์ความจริงของสงครามนี้ด้วยตัวเธอเอง และถ้าหากเธอยังไม่เชื่อเราล่ะก็ ชีวิตของเธอก็จะเป็นของเธออีกครั้ง และชีวิตของฉันก็จะเป็นของเธอด้วยเช่นกัน อาริเซลล์เลยบอกว่า คำพูดนายมันฟังดูมีความจริงอยู่ แต่ฉันคืออัศวินแห่งอัลโมริกา เกียรติยศต้องการหลักฐานที่หนักแน่นกว่านี้ เสร็จแล้วอาริเซลล์ก็จะเข้าร่วมกับเราในฐานะ Guest เป็นการชั่วคราวก่อน

ต่อกันที่ Lake Bordu เราจะเจอกับกลุ่มนักล่าค่าหัว Genzo ศึกนี้จะมีความน่ารำคาญอยู่ที่มังกร 2 ตัว ซึ่งมันค่อนข้างอึดและโจมตีได้แรง ก็ให้รุมจัดการมันก่อน เสร็จแล้วค่อยจัดการกับ Genzo ก็ได้ เนื่องด้วย Genzo มีอาชีพ Ninja ทำให้เดินเข้าถึงฝั่งเราได้เร็ว เรียกได้ว่าเดินแหลมมาให้เรารุมจัดการได้ง่ายๆ เหมือนกัน ทำให้ศึกนี้ไม่ยากเท่าไหร่นัก

สุดท้ายเราก็มาถึงจุดหมาย Tynemouth Hill พอมาถึงที่นี่ปรากฏว่ามันดูโล่งแปลกๆ และมีเรื่องเซอร์ไพสเล็กน้อยก็คือคนที่โผล่ออกมาก็คือไวซ์ ก็เลยทักทายกันนิดหน่อยไวซ์ก็เป็นห่วงกลัวว่าไอพวกนักล่าค่าหัวชั้นรองจะจัดการพวกเราไปได้เสียก่อน คัตชัวเลยตัดบทแล้วถามว่าแลนเซอล็อตไปไหนกัน ทำให้นายถึงโผล่มาอยู่ที่นี่ได้ อาริเซลล์ก็เลยถามไวซ์เช่นกันเพราะคิดว่าเขาควรจะไปอยู่ที่หุบเขาซอนจิ ไวซ์ก็บอกว่าเขาก็คิดว่าเธอน่าจะตายไปแล้ว รู้สึกว่าพวกเราคิดผิดกันทั้งคู่นี่เนอะ พวกเขาบอกว่าเธอไม่ยอมฟังคำสั่งของลีโอนาร์แล้วออกมาไล่ล่าเดนิมด้วยตัวเอง แต่นี่มันดูเหมือนว่า…จะมีอะไรเปลี่ยนไปสินะ งั้นตอนนี้เธอก็กลายเป็นคนทรยศแล้วใช่มั้ยล่ะ? ช่างโง่เขลาเสียจริงที่เธอเลือกจะอยู่กับฝ่ายที่แพ้แบบนี้

อาริเซลล์บอกว่าเธอน่ะไม่ได้เลือกข้างไหนทั้งนั้นจนกว่าเธอจะรับรู้ความจริงด้วยตัวเธอเอง เดนิมก็เลยถามว่านายมาทำอะไรที่นั่นไวซ์แล้วแลนเซอล็อตไปไหน ไวซ์ก็ไม่อยากจะเชื่อว่าแค่เพียงคำลวงเล็กๆ แบบนี้มันหลอกให้พวกเดนิมมาติดกับได้ ไอพวกเซโนเบียนั่นไม่ได้อยู่ที่นี่หรอกนะ แต่ไปอยู่ที่ไรมต่างหาก เสียใจด้วยที่พวกนายไม่ได้พบเขา เพราะนายจะตายอยู่ที่นี่ยังไงล่ะ และนี่ก็คือคำสั่งของท่านดยุก ไม่มีใครที่อยู่ในเหตุการณ์บาลมามูซาจะเหลือรอดไปได้ อาริเซลล์ก็ตกใจในเรื่องที่ไวซ์พูดออกมา แล้วถามว่าไวซ์ก็อยู่ในเหตุการณ์บาลมามูซาอย่างนั้นหรอ ไวซ์ก็บอกว่าใช่แล้ว และอยู่กับลีโอนาร์สุดที่รักของเธอด้วย เอ๊ะเดี๋ยวนะ นี่เธอไม่รู้อย่างงั้นหรอว่าทั้งหมดนี่มันเป็นแผนที่ถูกวางเอาไว้แล้วน่ะ ไม่รู้แม้สักนิดเดียวเลยหรอเนี่ย อาริเซลล์รู้สึกไม่อยากเชื่อและคิดว่าลีโอนาร์ต้องบ้าไปแล้วแน่ๆ ที่ยอมให้เกิดเรื่องแบบนี้ขึ้นมาเพื่อแลกกับชัยชนะในสงครามนี้ และสุดท้ายพวกเราก็เข้าต่อสู้กับไวซ์ ในศึกนี้เป้าหมายก็คือการจัดการกับไวซ์นั่นแหละ

เมื่อจัดการกับเขาได้ไวซ์ก็จะหลบหนีออกไป และบอกว่าตอนนี้เขาได้ตัดทางถอยของพวกเดนิมเอาไว้แล้ว ทำให้ไม่สามารถกลับไปที่เมืองท่าแอสตันได้อีก ส่วนอาริเซลล์ก็ได้ขอโทษพวกเราที่เข้าใจผิดมาตลอด ชีวิตของเธอจะเป็นของเดนิมแล้ว อยากทำอะไรก็ทำได้เลย เดนิมเลยบอกว่าตอนนี้พวกเราควรจะต้องหนีออกจากทีนี่ก่อน แล้วไปที่เมืองไครซาโรแทน พบจบภารกิจอาริเซลล์ก็จะเข้ากองทัพของเราแบบเต็มตัวไม่ใช่ในฐานะ Guest อีกต่อไป
Chapter 2 Chaos Path – กลุ่มแนวร่วมผู้ปลดปล่อย
