ศึกต่อไปจะอยู่ที่ ป้อมปราการคาดริกา (คา-ดริ-กา) เมื่อเข้ามาถึงเราก็จะได้เจอกับ ไนเบธเสียที ซึ่งไนเบธก็ได้บอกว่าเขาไม่ได้สนใจเลยว่าใครจะเป็นคนปกครองหมู่เกาะแห่งนี้ แต่การที่เขาเข้าโจมตีปราสาทอัลโมริกานั้น เป็นเพียงการร่วมมือทางธุรกิจกับไฮโรแฟนท์ เพื่อตอบสนองความอยากรู้อยากเห็นของตัวเขาเองเท่านั้น แล้วอันที่จริงตอนนี้พวกเราก็ได้ปราสาทคืนกลับไปแล้ว มันก็ควรจะจบ เขาไม่อยากเสียเวลาในการทำวิจัย มามัวจัดการกับพวกเรา มันไร้ประโยชน์ แต่สุดท้ายทางเดนิมก็ไม่ยอมเลยได้เปิดศึกกันเสียที

สำหรับด่านนี้ค่อนข้างจะตึงมือพอสมควรเลยล่ะ ถ้าเตรียมตัวกันมาไม่ค่อยดีน่าจะเละเอาง่ายๆ น่าจะต้องมีการติด Blessing Stone เพื่อเอาไว้ชุบชีวิตเพื่อนของเราด้วย และสิ่งสำคัญเลยก็คือสกิลอย่าง Exorcism ก็ให้เราค่อยๆ จัดการกับศัตรูทีละตัว พยายามให้คาโนปุส บินเข้าไปจัดการกับศัตรูที่ใช้ธนูก่อน เพื่อตัดกำลัง เคล็ดลับสำคัญของด่านนี้เลยก็คือ ค่อยกำจัดศัตรูที่บุกเข้ามา ยื้อ HP ฝั่งเราไปเรื่อยๆ ในระหว่างสู้กันอยู่พยายามให้เดนิม หรือ คาโนปุส ใครก็ได้สักคนเดินไปหยิบการ์ดบัฟรูปดาบที่เพิ่มพลังโจมตี สัก 2-3 อัน หลังจากนี้ถ้ามีจังหวะดีๆ เข้าประชิดตัวของไนเบธได้ ก็จะสามารถจัดการกับเขาได้ทันทีเลย เพียงเท่านี้เป็นอันจบภารกิจ ทางด้านไนเบธก็จะแปลงกายเป็นอีกาแล้วก็บินหนีออกไป จากนั้นให้เราเดินทางกลับไปที่ปราสาทอัลโมริกา

ลีโอนาร์จะได้กลับมารายงานผลการรบทั้งหมดให้กับทางดยุกได้รับทราบ และเขาก็ขอบคุณพวกเราด้วย พร้อมกับมีการมอบภารกิจใหม่ทันที โดยครั้งนี้ดยุกจะขอให้เราร่วมมือกับลีโอนาร์ไปที่ปราสาท ไพโดช ซึ่งทางฝั่งบัครัมได้ยึดมันเอาไว้อยู่ เดนิมก็เลยสงสัยว่าทำไมถึงให้โจมตีปราสาทนั้นกันล่ะ ทางดยุกก็ให้เหตุผลมาว่า จุดประสงค์ของเรื่องนี้ก็เพื่อให้ฝั่งเดนิมไปทำสนธิสัญญากับทางอัศวินรัตติกาลของโลดิส ว่าจะไม่เข้ามาแทรกแซงพวกเรา เพราะกำลังจะเปิดศึกกับทางกัลกัสตาน ทางคัตชัวไม่เห็นด้วย เพราะว่าเป็นฝั่งบัครัมเองที่เป็นฝ่ายก่อสงครามขึ้นมา แถมหลายครอบครัวตายเพราะว่าฝีมือของพวกโลดิส ถ้าพวกโลดิสไม่ได้ยื่นมือเข้ามาช่วยบัครัม ผู้คนของเราก็คงไม่สูญเสียกันมากถึงขนาดนี้ ดยุกก็เลยบอกว่า ไม่มีใครรู้เรื่องนี้ดีไปกว่าตัวเขาหรอก แต่ให้ลองคิดดูว่าถ้าหากพวกเราต้องเผชิญหน้ากับศัตรูแบบนี้โดยตรง พวกมันนี่แหละจะบดขยี้เราแน่ ไอพวกคนของบัครัมที่กินดีอยู่ดีจนอ้วนเป็นหมูนั่นน่ะ ไม่ใช่ปัญหาหรอก แต่เหล่าอัศวินรัตติกาลต่างหาก ที่เป็นศัตรูที่น่ากลัวเป็นอย่างมาก

ซึ่งเป็นเหตุว่าทำไมพวกเราจึงต้องสวามิภักดิ์กับทางโลดิสเพื่อทำให้แน่ใจว่าพวกเขาจะไม่ใช่ศัตรูของเรา ไวซ์ก็เลยถามว่า สรุปแล้วท่านดยุกอยากจะให้พวกเราไปคุกเข่าขอร้องพวกโลดิสอย่างนั้นหรอ ดยุกก็บอกว่า เขารู้ดีว่านี่มันก็เป็นเหมือนกับสัญญาของปีศาจ เพียงแค่เราต้องอดทนจนกว่าจะจัดการกับพวกกัลกัสตานและบัลบาโทสให้ได้เสียก่อน ถ้าหากเหล่าอัศวินรัตติกาลไปอยู่ตรงหน้าพวกมันแล้วล่ะก็ ไอพวกกลุ่มเรียกร้องสงครามของฝ่ายกัลกัสตานก็จะหุบปากลงไปเอง จังหวะนี้แหละมันคือโอกาสของพวกเรา เมื่อจัดการกับบัลบาโทสและขุดหลุมฝังมันลงไปได้ ทีนี้ก็ถึงเวลาที่เราจะเข้าโจมตีพวกบัครัมต่อทันที ส่วนทางฝั่งอัศวินศักดิ์สิทธิ์แห่งเซโนเบียก็ไม่สนใจจะยึดครองหมู่เกาะวาเลเรียน และพวกโลดิสก็ไม่ได้สนใจเช่นเดียวกัน นอกจากนั้นทางฝ่ายกษัตริย์ทริสตันก็จะไม่คัดค้านสนธิสัญญาในเรื่องการไม่แทรกแซง ซึ่งเป็นการแสดงเจตนารมณ์ว่าจะสนับสนุนรัฐที่กำลังเติบโตของพวกเรา เรื่องทั้งหมดก็เท่านี้แหละ ดยุกก็ย้ำมาอีกว่ายิ่งลีโอนาร์และพวกของเดนิมออกเดินทางไปปราสาทไพโดชได้เร็วเท่าไหร่ก็ยิ่งดีเท่านั้น แล้วก็มอบเงินสนับสนุนกองทัพของเรามาให้อีก 5,000 Goth ทีนี้ก็แนะนำว่าให้เข้าร้านจัดเตรียมของซื้ออาวุธและเสบียงจัดทัพให้พร้อมเราจะลุยกันต่อในศึกต่อไปแล้ว
Chapter 1 – การเจรจาที่ปราสาทไพโดช
