วิธีการเล่นใน Technocyte Coda เพื่อเอาอาวุธ Coda

สำหรับวิธีการเล่นของ Technocyte Coda เพื่อเอาอาวุธ Coda นั้น จะมีเงื่อนไขอยู่ก็คือ จะต้องเสร็จเควสหลัก The Hex ก่อน และ ต้องไม่มีพวก Kuva Lich, Sister of Parvos, Technocyte Coda ตัวใดตัวหนึ่งที่กำลังปรากฏอยู่ หากผ่านเงื่อนไขทั้ง 2 อย่างที่ว่าแล้ว ก็มาเริ่มกันได้เลย ขั้นตอนการเตรียมตัวสำหรับการเตรียมตัว ควรจะเริ่มกันที่หาสิ่งที่เรียกว่า Antivirus Mods ซึ่งจะมีทั้งหมด 8 แบบด้วยกัน ควรจะต้องเตรียมหามาให้ครบทั้ง 8 แบบเลย โดยเราสามารถหามันได้จากการลงเล่นในภารกิจ ล่ารางวัล (Bounty) แบบพิเศษใน Höllvania (ใน 1999 นั่นแหละ) โดยจะอยู่บนสุดของกระดานล่ารางวัลเลย ให้ตรวจสอบที่ของรางวัลก็จะเห็นว่าเราจะได้รับเป็น Antivirus Mods นั่นเอง ก็ให้พยายามลงภารกิจทำเวียนไปเรื่อยๆ จะกว่าจะสะสม Anitivirus Mods ได้ครบทั้ง 8 แบบ […]
ไกด์แนะนำวิธีการเล่นหลังปลดล็อค Steel Path

หลังจากที่เราปลดล็อค Steel Path เป็นที่เรียบร้อยแล้ว ทีนี้ผู้เล่นหลายคนก็อาจจะเกิดคำถามว่า แล้วต้องทำอะไรต่อไปดีล่ะ? เมื่อเรามาถึงตรงนี้ก็เรียกได้ว่าเป็นอิสระทำอะไรที่อยากทำได้เลย ไม่มีลำดับความสำคัญก่อนหลังขึ้นอยู่กับเราล้วนๆ เพียงแต่ว่าเราก็มีสิ่งที่จะมาแนะนำเป็นไกด์ให้ลองอ่านแล้วเลือกทำดูได้ 1.ไล่เคลียร์เควสที่เหลือทั้งหมดสำหรับใครที่ปลดล็อค Steel Path แล้วยังเหลือพวกเควสที่ไม่ได้ทำอยู่ โดยเฉพาะเควสประเภท เควสหลักและเควสเสริม ใครที่ยังมีเควสเหลืออยู่ก็แนะนำให้ไล่ทำให้หมดก่อน เพราะมันมีส่วนช่วยในการปลดล็อคระบบต่างๆ ที่สำคัญเป็นอย่างมาก 2.หา Warframe Prime ตัวหลักตัวแรก รวมไปถึงอาวุธหลักไว้ใช้งานใน Steel Pathเมื่อปลดล็อค Steel Path แล้ว สิ่งที่ควรทำอีกหนึ่งอย่างก็คือ ให้เราเริ่มมองหา Warframe ที่จะใช้เป็นหลักในการเล่นในโหมด Steel Path ซึ่งการจะปั้น Warframe มาใช้เป็นหลัก พร้อมกับอาวุธหลัก 1 ชิ้น จะต้องใช้ทรัพยากรมากพอสมควร ทั้ง Endo และ Credit เพื่อใช้ในการอัพเลเวล Mod, ตัว Arcane ที่ต้องหาซื้อด้วย Platinum เนื่องด้วยมือใหม่จะยังคงไม่มี Arcane ดีๆ ใช้แน่นอน […]
วิธีปลดล็อค Steel Path (เส้นทางเหล็กกล้า)

Steel Path หรือเส้นทางเหล็กกล้าในภาษาไทย สำหรับระบบนี้จะนับว่าเป็นเหมือนกับการเพิ่มระดับความยากของเกมไปอีกหนึ่งขั้น ซึ่งมอนสเตอร์จะมีเลเวลเพิ่มจากโหมดปกติ 100 เลเวลเลยทีเดียว (เพิ่ม 50 เลเวลในภารกิจที่มีการใส่ Archwing) รวมไปถึงมีเลือดและเกราะเยอะมากขึ้นรวม 250% สำหรับข้อดีของการเล่นในโหมดหลักๆ เลยก็คือ มันจะเพิ่มอัตราการดรอปของทรัพยากร และ Mod เพิ่มขึ้น 100% นอกจากนั้นทุกครั้งที่สำเร็จภารกิจในโหมด Steel Path ก็จะได้รับสิ่งที่เรียกว่า Steel Essence 1 อัน และในทุกวันจะมีภารกิจแบบ Alert จำนวน 6 ภารกิจต่อวัน ซึ่งหากทำภารกิจพวกนี้สำเร็จก็จะได้รับ Steel Essence เพิ่มพิเศษอีก 5 อัน ต่อภารกิจ สำหรับ Steel Essence นั้นจะสามารถนำไปแลกของรางวัลได้กับ Teshin ที่อยู่ในรีเลย์ต่างๆ ซึ่งของรางวัลก็จะมีทั้งแบบรายสัปดาห์ และของทั่วไปให้แลกด้วยเช่นกัน ซึ่งหนึ่งในของที่ดีที่สุดที่แลกได้ก็คือ Umbra Forma Blueprint โดยจะเวียนมาให้แลกทุก 8 สัปดาห์ […]
บทสรุป The Hex

สำหรับเควสนี้จะทำได้ก็ต่อเมื่อผ่านเควส The Lotus Eaters และ The Duviri Paradox หลังจากผ่านทั้ง 2 เควสนี้แล้วเราสามารถกดรับภารกิจ The Hex ได้ผ่านทาง โคเด็กซ์ โดยตอนที่เรากดรับเควส ก็จะมีข้อความขึ้นมาเตือนด้วยว่าภารกิจนี้จะใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมงครึ่ง ซึ่งในระหว่างนี้จะไม่สามารถทำภารกิจหรือเล่นตามระบบปกติได้เลย หากเราพร้อมแล้วก็ให้พิมพ์คำว่า KALYMOS ลงไป เพื่อเป็นการยืนยัน เริ่มภารกิจ สุขสันต์ยุค Y2K (Happy Y2K!)เริ่มมาเราจะได้บังคับ Arthur ซึ่งพ่อหนุ่มคนนี้คือต้นแบบของ Warframe Excalibur ให้เราทำการเดินไปคุยกับเพื่อนในทีม ซึ่งแต่ละคนก็จะเป็นตัวต้นแบบของ Warframe รูปแบบต่างๆ ด้วยเช่นกัน หลังจากครบแล้วเราก็จะได้ออกไปทำภารกิจกัน ในภารกิจช่วงแรกจะไม่มีอะไรมา ก็ให้วิ่งไปตามจุดที่ภารกิจบอกเรื่อยๆ จนกระทั่งได้เจอกับรถถัง ซึ่งไอเจ้ารถถังนี้วิธีการจัดการกับมันก็คือ ให้เรายิงใส่จุดเฉพาะที่เป็นวงกลมสีเขียว ที่อยู่ด้านข้างของตัวรถถัง ข้างละ 2 อัน และบนตัวรถถังอีก 4 อัน หากทำลายได้ครึ่งหนึ่ง ก็จะเป็นการปลดเกราะของมันออกแล้ว ก็จะเห็นว่าหลอดเลือดของมันกลับมาเป็นสีเหลือง ทีนี้ก็ให้เราโถมโจมตีใส่มันจุดไหนก็ได้ […]
บทสรุป เสียงกระซิบในกำแพง (Whispers in the Walls)

สำหรับเควสนี้จะรับได้หลังจากทำภารกิจ สงครามใหม่ (The New War) เสร็จเป็นที่เรียบร้อยและรับเควสได้ผ่านทางโคเด็กซ์ ลำดับคำสั่ง Kalymos (The Kalymos Sequence)เมื่อกดรับเควสมาแล้ว สถานที่แรกที่เราต้องไปก็คือใน นครเนคราลิสก์ (Necralisk) เมื่อกดเข้าไปแล้วจะได้รับชมฉากเนื้อเรื่องสั้นๆ จากนั้นตัดกลับมาที่เรา ก็ให้เดินตาม Loid ไปเรื่อยๆ จนเข้าสู่ห้องทดลองและเริ่มต้นภารกิจ ในภารกิจนี้เราจะได้รับ Grimoire เป็นหนังสือที่นับเป็นอาวุธรอง ซึ่งอาวุธชิ้นนี้ค่อนข้างจะพิเศษอยู่บ้างตรงที่สามารถยิงได้แบบไม่จำกัดกระสุน และยังมี Mod ชนิดพิเศษสำหรับมันโดยเฉพาะอีกด้วย หลังจากนั้นก็ให้ทำภารกิจไปจนสุดทางก็จะได้เจอกับชายคนหนึ่งที่หลับไหลอยู่ในไครโอพอด ซึ่งเราก็จะปลุกเขาให้ตื่นขึ้นมา จากนั้นตัวภารกิจจะให้เราสำรวจพูดคุยกับ NPC ภายในสถานที่แห่งนี้ให้ครบ และเราจะได้เจอกับเครื่องคอนโซลแบบใหม่ที่เป็นเครื่องคอมพิวเตอร์ ซึ่งจะเป็นการแก้เครื่องคอนโซลแบบเฉพาะเมื่อเราทำภารกิจที่เกี่ยวข้องภายในเมืองนี้นั่นเอง ทีนี้เราจะได้บังคับตัวละครชายคนหนึ่ง ซึ่งเป็นภารกิจเอาชีวิตรอดให้ได้เป็นเวลา 1 นาที ต่อด้วยการกำจัดศัตรู 16 ตัว แล้วเราก็จะได้รับชมฉากเนื้อเรื่องอีกเล็กน้อย ตัดกลับมาที่ตัวเราตามปกติ จากนั้นระบบจะให้ทำการติดตั้งหนังสือ Grimoire ในช่องอาวุธรอง แล้วเริ่มภารกิจที่เป็นรูปแบบ Mirror Defense คือให้เราป้องกันสถานที่ทั้งหมด 2 จุดด้วยกัน โดยจะต้องป้องกันไปทีละจุด เมื่อครบ 2 […]
บทสรุป Jade Shadows

สำหรับเควสนี้จะรับได้ก็ต่อเมื่อผ่านเควส สงครามใหม่ (The New War) โดยสามารถกดรับได้ที่โคเด็กซ์ เมื่อเรากดรับภารกิจแล้ว ก็จะมีคำเตือนแสดงขึ้นมาว่า เควสนี้จะใช้เวลาประมาณ 30-40 นาที แล้วให้พิมพ์คำว่า SHADOWS เพื่อเป็นการยืนยัน เมื่อเริ่มเควสมาเราจะได้บังคับ Stalker เมื่อเดิมตามทางจะได้เจอกับ Warframe ตัวหนึ่งซึ่งกำลังนอนป่วยอยู่ จากนั้นเราจะต้องออกไปทำภารกิจแรก เพื่อหายามารักษา ภารกิจนี้จะเป็นรูปแบบ สอดแนม (Spy) โดยเราจะต้องเข้าไปดึงไบโอพลาสมาจากทั้งหมด 4 จุดด้วยกัน เสร็จแล้วเราก็จะกลับมาที่ฐานทัพของเราอีกครั้ง เพื่อนำยามารักษาปรากฏว่ายาไม่ได้ผล เราจึงต้องออกไปข้างนอกอีกครั้ง แต่ในระหว่างทางเดิน จะพบว่ามีผู้บุกรุกเข้ามาที่ฐานทัพของเราก็ให้กำจัดพวกมันให้หมด จากนั้นก็ขึ้นยานของเรา แล้วจะพบว่า เราได้มาอยู่ที่ยานของพวกเราเอง ตรงส่วนนี้จะเป็นเหมือนมินิเกมเล็กน้อย ที่เราจะต้องคอยหลบสายตาของ Ordis แล้วหาทางเข้าห้องไปเจอกับ Operator ให้ได้ เมื่อเข้าห้องของ Operator แล้ว Stalker และ Operator ก็ได้ปรึกษากันถึงวิธีการช่วยชีวิต Warframe ที่ป่วยอยู่ สุดท้ายจึงได้ส่ง Stalker ไปทำภารกิจ จัดการกับ Juggernaut […]
บทสรุป เทวทูตแห่ง Zariman (Angels of the Zariman)

สำหรับเควส เทวทูตแห่ง Zariman (Angels of the Zariman) เงื่อนไขในการปลดล็อครับเควสได้ก็คือจะต้องผ่านเควส สงครามใหม่ (The New War) มาเป็นที่เรียบร้อยแล้วก่อน จากนั้นก็ให้กดเลือกเควสนี้ได้ในโคเด็กซ์ โดยเมื่อเรากดเลือกรับเควสแล้ว หากเรายังทำการสวมใส่ Mote Amp ที่เป็นปืนแรกเริ่มของตัว Operator อยู่ ตัวเกมก็จะมีคำเตือนแนะนำให้ทำการเปลี่ยนปืนเป็น Sirocco ก่อนด้วย เพราะจำเป็นต้องใช้อาวุธของร่าง Operator ที่ดี เพื่อจัดการศัตรูด้วย ค้นหาที่มาของเพลง (Find the Song’s Source)หลังจากที่เรารับเควสมาแล้ว ภารกิจแรกบนยาน Zariman ในช่วงแรกจะไม่มีอะไรมาก จนกระทั่งได้เจอภารกิจที่ให้เรากำจัด Thrak โดยศัตรูตัวนี้ ในร่างปกติ เราสามารถสร้างความเสียหายโดยปืนธรรมดาหรือสกิลได้โดยตรง แต่เมื่อกำจัดมันได้แล้ว จะมีร่างที่ 2 เป็นวิญญาณลอยออกมา ซึ่งร่างนี้ เราจะต้องสลับไปเป็น Operator แล้วใช้ Amp ปืนของ Operator ยิงมันแทนถึงจะสร้างความเสียหายและกำจัดมันลงได้ จากนั้นก็จะเป็นการเริ่มภารกิจ วอยด์แคสเคด […]
บทสรุป Veilbreaker

เควสนี้จะสามารถรับได้หลังจากที่เราผ่านเควส สงครามใหม่ (The New War) มาเป็นที่เรียบร้อยแล้ว จากนั้นเราจะสามารถเริ่มเควสได้จากในโคเด็กซ์ เมื่อรับเควสมาเราจะได้รับจดหมายจาก Daughter หลังจากอ่านจดหมายแล้ว เป้าหมายแรกของเรา จะเป็นการตรวจสอบ Murex (Investigate the Murex) ที่จุด Horend ดาวเดมอส เมื่อลงมาที่จุดนี้ เราจะอยู่บน Murex ให้เดินเข้าไปตรวจสอบจุดที่ภารกิจระบุ แล้วภารกิจจะถูกปรับเปลี่ยน เป็นการทำลายศูนย์กลางเครือข่าย Medusa แทน ซึ่งวิธีการก็คือให้เรายิงทำลายไปทีละจุด หลังจากที่ยิงจุดแรกแล้ว ลำแสงมันจะพาเราไปยังจุดต่อไป ทำแบบนี้เรื่อยๆ จนครบ 9 จุด ให้ทันภายในเวลาที่กำหนด หลังจากนั้นเราจะได้บังคับ Kahl-175 ก็ให้เราทำตามเป้าหมายไปเรื่อยๆ โดยเราจะต้องตามเหล่าสหาย พร้อมกับทำภารกิจ ที่ค่อนข้างยาวหน่อย จนกระทั่งในที่สุด ก็ได้ขึ้นยานออกมาจาก Murex ได้สำเร็จ เมื่อจบภารกิจแล้วตัว Kahl-175 จะออกมาเป็น NPC ประจำอยู่ที่ จุดแคมป์ของดริฟเตอร์ ดาวโลก ซึ่งหากเราคุยกับ Kahl-175 จะเป็นการทำภารกิจพิเศษประจำสัปดาห์ […]
บทสรุป สงครามใหม่ (The New War)

สำหรับเควส สงครามใหม่ (The New War) จะมีส่วนที่เราต้องไปขับยาน Railjack ของเราเองด้วย ซึ่งหากใครไมไ่ด้ปรับแต่งยาน Railjack มาบ้าง ก็อาจจะเล่นเควสนี้ได้ผ่านยากหน่อย แต่ก็ยังสามารถพอผ่านไปได้ เพียงแต่อาจจะต้องใช้ความพยายามลองเล่นหลายครั้งหน่อยในช่วงภารกิจที่ให้ขับยาน Railjack (แต่แพทช์ล่าสุด ทางตัวเกมปรับให้ง่ายขึ้นมาอีกหน่อยแล้ว) ส่วนอื่นๆ ที่ต้องระวังก็คือ เควสนี้จะเป็นเควสต่อเนื่องใช้เวลาหลายชั่วโมงในการผ่าน ในระหว่างที่เควสไม่จบเราจะไม่สามารถเล่นในคอนเท้นต์อื่นๆ ได้เลย เพียงแต่ในระหว่างที่เล่นหากเกิดมีธุระอยากเลิกกลางคันก็ทำได้ เพราะตัวเกมจะมีระบบเซฟมันจุดเหมือน Check Points ให้อยู่ ไม่จำเป็นต้องเริ่มเล่นใหม่ทั้งหมด เงื่อนไขในการกดรับเควสนี้ได้ก็คือผ่าน บทโหมโรมสู่สงคราม (Prelude to War) และมียาน Railjack เป็นของตัวเองแล้ว ก็มารับเควสในโคเด็กซ์ได้เลย ส่วนในตอนที่เรากดรับเควส สงครามใหม่ (The New War) มา จะมีคำเตือนแจ้งเอาไว้ด้วยว่า เควสนี้อาจจะต้องใช้เวลาในการเล่นหลายชั่วโมง และต้องพิมพ์คำว่า NEWWAR เพื่อยืนยันในการเข้าเล่นเควสอีกด้วย หลังจากกดรับไปแล้ว จะเข้าสู่เนื้อเรื่องทันที ทำให้ไม่สามารถเล่นคอนเท้นต์อื่นๆ ได้เลยจนกว่าจะจบเควสนี้ หลังจากจบเนื้อเรื่องเปิดแล้ว เราจะได้บังคับ Kahl-175 […]
บทสรุป บทโหมโรมสู่สงคราม (Prelude to War)

สำหรับ บทโหมโรมสู่สงคราม (Prelude to War) จะเป็นเควสที่สามารถทำได้หลังจากผ่านเควส การเสียสละ (The Sacrifice) มาแล้ว โดยเราสามารถกดเริ่มเควสนี้ได้ที่โคเด็กซ์เลย สำหรับเควสนี้จะถูกแยกย่อยออกเป็นบท ซึ่งในบทแรกก็คือ เปิดฉากแห่งความเพ้อฝัน (Chimera Prologue) เมื่อกดเริ่มแล้วเราจะได้ต้องสำรวจที่หมวกของ Lotus ที่อยู่ภายในยาน แล้วจะถูกส่งเข้าสู่ภารกิจทันที ภายในภารกิจก็ไม่มีอะไรมาก จัดการศัตรูตามทางเรื่อยๆ จนสุดทางเราจะได้เจอกับ Ballas ตรงจุดนี้จะเป็นเหมือนมินิเกมที่เล่นซ่อนแอบแทน เราจะต้องคอยใช้ Void Sling เปลี่ยนตำแหน่งที่อยู่ ไปอยู่ด้านหลังของมัน คอยไม่ให้ Ballas มองเห็นตัวเรา เปลี่ยนที่ไปเรื่อยๆ จนกระทั่ง Ballas สร้างดาบ Paracesis เสร็จ เราจะก็กลับมาอยู่บนยานและเป็นอันจบ เควสเปิดฉากแห่งความเพ้อฝัน จากนั้นให้เรากลับไปที่โคเด็กซ์ เข้าไปที่ บทโหมโรมสู่สงคราม ก็จะเห็นว่ามีตอนใหม่ปลดล็อคแล้วนั่นก็คือ Erra ก็ให้เลือกและทำเควสต่อได้เลย ซึ่งมันก็จะให้เรากลับไปสำรวจที่หมวกของ Lotus แล้วจะได้รับชมฉากเนื้อเรื่อง เมื่อฉากจบก็จะเสร็จเควส Erra ทันที ก็ให้เรากดที่เควสต่อไป ผู้สร้าง […]