บทสรุป Tactics Ogre: Reborn Chapter 3 Chaos Path – ความจริงของลีโอนาร์

เรื่องราวผลิกพัน ดยุกได้ตายลงไปที่เมืองไรม ทำให้เราต้องเดินหน้าต่อไปที่ปราสาทอัลโมริกา เมื่อเรามาถึงที่ปราสาทแล้ว พวกทหารในสังกัดของกลุ่มต่อต้านกองกำลังเดิมของท่านดยุกนั้นจะยอมสวามิภักเข้าพวกกับเราทันที ส่วนคนที่ไม่ยอมแพ้ก็ได้ออกจากปราสาทไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ซึ่งอันที่จริงแล้วมันเป็นคำสั่งของลีโอนาร์ที่ให้พวกทหารยอมแพ้ให้แก่เดนิมซะ เดนิมก็พูดว่า ผู้สำเร็จราชการ บรันทิน, ไฮโรแฟนท์ บัลบาโทส, ดยุก รอนเวย์ นี่คือชื่อของคนที่ทำให้พวกเราต้องต่อสู้ซึ่งกันและกัน พวกเขาลากวาเลเรียนเข้าสู่สงครามไร้สิ้นสุด เพื่อสนองความอยากในอำนาจของตัวเอง มีผู้บริสุทธิ์กี่คนกันที่ต้องทนทุกข์เพราะความโลภของพวกเขา เมื่อครั้งที่เรายังคงอยู่ใต้เงื้อมมือของกัลกัสตาน ข้าสาบานว่าจะไม่ก้าวตามรอยของพวกเขา และถ้าข้าพบว่าตัวเองกำลังเดินบนเส้นทางเดียวกับพวกเขา ข้าขอสละชีวิตเพื่อชดใช้ พวกเจ้าเตรียมใจที่จะทำตามเหมือนกันแล้วใช่มั้ย? ทหารของกลุ่มต่อต้านก็ได้ตอบว่า พวกเราที่เหลืออยู่ ต่างเก็บงำความสงสัยต่อวิธีการของท่านดยุคมาเนิ่นนานแล้ว ข้าไม่อาจกล่าวได้ว่าทุกคนพร้อมจะเสียสละเช่นนั้น… แต่พวกเราจะพยายามเดินตามแบบอย่างของท่านให้ดีที่สุดเท่าที่จะทำได้ ตอนนี้ทหารทุกคนได้รับรู้แล้วว่าเราไม่ได้มีส่วนในเหตุการณ์สังหารหมู่ที่บาลมามูซา เพราะว่าลีโอนาร์ได้เป็นคนบอกความจริงทุกอย่างด้วยตัวเองก่อนที่เขาจะไปที่คอริตาเน เขาได้พาตัวพวกที่ไม่ยอมฟัง หรือแม้แต่พวกที่ยังสนับสนุนดยุคอยู่ทั้งที่รู้ความจริงแล้วไปกับเขาด้วย มีทหารคนหนึ่งอยู่ด้วยในเหตุการณ์บาลมามูซาเขาได้เล่าความจริงให้ฟังว่า ตอนนั้นเขาถูกลีโอนาร์สั่งว่าให้อยู่เฉยๆ เขาสั่งแบบเดียวกันกับใครก็ตามที่เขารู้สึกว่ากำลังลังเลต่อคำสั่งสังหารนั่น เมื่อภารกิจสำเร็จ เขาบอกว่าจะรับผิดชอบเรื่องนี้แต่เพียงผู้เดียว ส่วนเดนิมจะเป็นคนรับหน้าที่ต่อจากตัวเขาแทน เดนิมก็เลยถามว่าลีโอนาร์เป็นคนพูดจริงๆ งั้นหรอ ทหารคนนั้นก็สาบานว่าเรื่องที่เล่าให้ฟังนี่คือความจริง เดนิมเลยตอบรับว่า ดีแล้ว ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป พวกเราจะสู้เป็นหนึ่งเดียวกัน

ไม่น่าเชื่อว่า ลีโอนาร์ เขาได้ฝากฝังทุกอย่างเอาไว้ที่เราตั้งนานแล้ว

ฉากจะตัดมาที่บ้านโทรมๆ หลังหนึ่ง ซึ่งภายในห้องมีผู้หยั่งรู้แห่งดวงดาว วาร์เรน โอมอน นอนอยู่บนเตียง พร้อมกับ 2 อัศวินศักดิ์สิทธิ์ เมอร์ดินและกิลดาส แล้วเดนิมกับคาโนปุสก็จะเดินเข้ามาในห้อง ทางด้านเมอร์ดินก็ดีใจที่ได้พบพวกเราทั้ง 2 คนเลย เดนิมก็ตอบรับว่าดีใจที่ได้พบทั้ง 2 เช่นกัน คาโนปุสก็สอบถามถึงอาการของ วาร์เรน เมอร์ดินก็บอกว่า เขาหลับมาโดยตลอด แต่ยังหายใจและร่างกายก็สมบูรณ์ดี คาโนปุสเลยบอกว่างั้นก็แปลว่าอาการยังดีอยู่ จากนั้นก็ถามหาแลนเซอล็อตว่าเป็นยังไงบ้าง กิลดาสเลยตอบแทนว่า เขาไม่เห็นแลนเซอล็อตเลยตั้งแต่ในคืนที่ไรมถูกโจมตีโดยพวกบัครัม พวกมันกักขังเราไว้ที่ค่ายนอกเมืองไรม หากไม่ใช่เพราะพวกเรา พวกเขาก็คงยังถูกขังอยู่ที่นั่น แล้วกิลดาสก็ถามว่าพวกเราจะเอายังไงกันต่อ จะเข้าโจมตีที่ปราสาทไพโดชหรอ เดนิมก็บอกว่าใช่มันอยู่ในแผนการณ์ เพราะตอนนี้รอยร้าวกำลังก่อตัวขึ้นระหว่างบรันตินกับอัศวินรัตติกาล ในตอนที่พวกมันกำลังขัดแย้งกันอยู่ ก็นับว่าเป็นโอกาสดีของพวกเราแล้วที่จะเข้าโจมตีไปที่ปราสาทไพโดช กิลดาสก็เลยบอกว่าพวกเราก็มีหนี้แค้นที่ต้องตามชำระกันอยู่ พอจะมีที่ให้พวกเขาสัก 2 ที่ด้วยมั้ยล่ะ เดนิมก็พยักหน้า เมอร์ดินก็บอกว่าดีเลย จากนั้นก็มีทหารเข้ามาบอกว่า มีสารจากสายลับที่เป็นทหารของพวกบัครัมส่งมา อัศวินรัตติการส่งกองกำลังกลุ่มหนึ่งจากไพโดชออกไป พวกมันเคลื่อนตัวอย่างลับๆ มุ่งสู่โบเอ็ด คาโนปุสเลยสงสัยว่าทำไมต้องไปที่โบเอ็ดด้วย เดนิมก็นึกออกว่าต้องเกี่ยวกับพวกกลุ่มแนวร่วมผู้ปลดปล่อย แต่ไม่รู้ว่าเพราะอะไรพวกอัศวินรัตติกาลที่ต้องเข้าโจมตีด้วย กิลดาสบอกว่า ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลอะไร แต่มันก็เป็นเรื่องไม่ดีแน่ ทางที่ดีพวกเราควรจะไปดูด้วยตาของตัวเองนะ เดนิมก็ตกลงรีบไปที่นั่นทันที ตอนนี้ทั้งเมอร์ดินและกิลดาสก็ได้เข้าร่วมทัพ บอกเลยว่าทั้ง 2 คนนี้เก่งมาก แนะนำให้จัดเอาไว้ในกองกำลังหลักของเราได้เลย

ได้กลับมาพบกับพวกเซโนเบียอีกครั้ง ดีใจที่กิลดาสยังไม่ตาย

พอได้ออกมาหน้าแผนที่โลกแล้วถ้าใครอยากใช้เมอร์ดินและกิลดาสก็อย่าลืมปรับแต่งพวกเขาด้วยล่ะ แล้วก็เตรียมเสบียงให้พร้อม เพราะศึกต่อไปจะเหมือนตัวเกมเพิ่มความยากของทหารทั่วไปขึ้นไปอีกขั้นหนึ่งล่ะ จากนั้นก็ไปกันต่อที่ป้อมโบเอ็ด ซึ่งจะอยู่เยื้องไปทางขวาของปราสาทอัลโมริกา เมื่อเราเข้ามาจะเห็นว่ากองทัพของอัศวินรัตติกาลเข้าควบคุมในป้อมโบเอ็ด ฐานทัพของกลุ่มแนวร่วมผู้ปลดปล่อย เป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยออซมาก็ได้บอกกับออนซ์ว่างานของพวกเราเสร็จเรียบร้อลแล้วถอนตัวกันได้ ออนซ์เลยถามว่าแล้วนักบุญล่ะ ออซมาเลยบอกว่าพวกเราพาตัวเขาไปเงียบๆ แล้ว แล้วออซมาเธอก็เดินออกส่วน ส่วนออนซ์ได้สั่งการพวกทหารว่า พวกเราจะต้องลบล่องรอยออกจากที่นี่ให้หมด ส่วนนายเอาคบเพลิงไปวางไว้ให้ทั่ว แล้วทำให้แน่ใจด้วยว่าไม่มีใครเหลือรอดไปได้ แต่ในจังหวะนั้นเอง กองทัพของเดนิมก็ได้มาถึง ก็เลยได้เปิดศึกกัน

พวกมันจะเผาทำลายไม่ให้เหลือคนรอดชีวิต

สำหรับศึกนี้จะเป็นครั้งแรกที่เราได้ปะทะกับพวกทหารของหน่วยอัศวินรัตติกาล ทหารพวกนี้บอกเลยว่าเก่งกว่าทหารทั่วไปพอสมควร ต้องสังเกตุที่สีของพวกทหารนี้ด้วยถึงจะรู้ความต่างของอาชีพได้  อีกอย่างก็คืออนซ์เขาจะมีเวทย์ที่โจมตีระยะไกลจากด้านบนได้ แถมยังรุนแรงเสียด้วย ทำให้ศึกนี้เพิ่มขึ้นยากขึ้นไปอีกขั้น นอกจากเรื่องของตัวทหารเองแล้ว ด้วยความที่พื้นที่ของด่านมันสั้นแถมศัตรูอยู่บนที่สูงทำให้เป็นศึกที่ลำบากหน่อย เพราะเสียเปรียบเรื่องตำแหน่งเอามากๆ ส่วนแผนการรบแนะนำให้เคลื่อนทัพไปสู้กันที่ทางขั้นบันไดฝั่งขวาล่างสุดของด่านจะดีกว่า แถมการดึงไปขวาล่างสุดแบบนี้ จะเป็นการล่อให้ออนซ์เดินลงมาชั้นล่างสุดได้ ทำให้พวกเราสามารถรุมโจมตีจัดการเขาได้ทันที โดยที่ไม่ต้องเสียเวลาไปไล่เก็บทหารจนหมดฉาก พอจัดการได้ออนซ์ก็จะหนีไป

ดึงให้แนวรบไปอยู่ทางขวาล่าง จะล่อให้ออนซ์ลงมาปะทะด้านล่างได้

ทีนี้พวกเราก็ได้เข้ามาสำรวจข้างในฐานทัพ ก็พบแต่ศพอยู่เต็มไปหมด แต่แล้วก็ได้พบกับเซรียาผู้นำของกลุ่มแนวร่วมผู้ปลดปล่อย เดนิมเลยถามว่ามันเกิดอะไรขึ้น ทำไมพวกอัศวินรัตติกาลที่ได้เข้าโจมตี เซรียาเลยเล่าให้ฟังว่ามันเป็นเพราะพวกเธอได้พานักบุญหลบหนีออกมาจากไฮม์ เดนิมก็ถามว่านักบุญคนไหน เซรียาก็บอกพ่อของนายนั่นแหละ นักบุญ แพนเซ็ต เดนิมก็ตกใจว่าพ่อของเขายังมีชีวิตอยู่ ก็เลยถามว่าแล้วเขาอยู่ที่ไหนล่ะ เซรียาก็บอกว่าตอนนี้เธอไม่รู้ ตอนนี้ก็ยังไม่เห็นศพของเขาเลย พวกอัศวินรัตติกาลน่าจะพาตัวไปแล้ว คริสติน่าก็เลยสงสัยว่าทำไมพวกอัศวินรัตติกาลจะต้องเข้าโจมตีเพื่อผู้ชายเพียงคนเดียวด้วยล่ะ เซรียาเลยบอกว่าพวกมันตามหาผู้หญิงที่ชื่อ มันนาฟลอรา และคนเดียวที่รู้ก็คือท่านนักบุญนั่นล่ะ เพียงแต่เซรียาก็คิดว่าพวกเขาน่าจะเจอตัวมันนาฟลอราแล้ว เดนิมก็เลยถามว่ามันหมายความว่ายังไงกันแน่ เซรียาก็ไม่รู้จะพูดยังไงเพราะเรื่องมันค่อนข้างซับซ้อน คริสติน่าก็เปลี่ยนเรื่องเธอคิดว่าตอนนี้น่าจะต้องรีบไปจากที่นี่ก่อนจะดีกว่า เดนิมก็เห็นด้วยและได้ชวนเซรียาให้มาด้วยกัน เซรียาก็ไม่แน่ใจว่าจะเข้าร่วมกับพวกเราดีมั้ย เดนิมก็เลยเกลี้ยกล่อมว่าพวกเราน่ะไม่ใช่กลุ่มต่อต้านเหมือนก่อนแล้ว ไม่ได้เดินไปในเส้นทางเดียวกับดยุก เข้าร่วมกับพวกเราเถอะ ถ้าร่วมมือกันพวกเราสามารถจบสงครามนี้ได้ สุดท้ายเซรียาก็จะยอมเข้าร่วมกองทัพของเรา สำหรับเซรียานั้น ตำแหน่งโดยรวมคือทับกับคริสติน่า ถ้าใช้เธออยู่ก็ต้องเลือกแล้วล่ะว่าจะเอาใครลงเป็นตัวหลัก

เดนิมได้รู้ข่าวว่าพ่อยังไม่ตาย แต่ถูกพวกอัศวินรัตติกาลพาตัวไป

หลังจากที่ได้สืบทราบข่าวเกี่ยวกับพ่อของเราแล้ว ทีนี้เราก็จะบุกไปที่ปราสาทไพโดชกัน ซึ่งนับว่าเป็นศึกที่ยากมากอีกหนึ่งศึกเลย ก็แนะนำว่าให้เซฟเอาไว้ก่อนจะเข้าไปลุยด้านในปราสาท เพราะถ้าไม่ไหวเราสามารถออกมาเก็บเลเวลปรับแต่งทัพของเราได้ ทีนี้หากพร้อมแล้วก็เข้าไปในปราสาทกันได้เลย ในศึกแรกจะแบ่งออกเป็น 2 ทาง ก็คือ Phidoch South Curtain Wall กับ Phidoch West Curtain Wall ตรงนี้จะเลือกไปข้างไหนก็ได้ เหมือนเป็นแค่ด่านน้ำจิ้มก่อนเข้าศึกใหญ่เท่านั้นเอง

ซ้ายหรือขวาก็ได้ อันนี้แค่น้ำจิ้ม

เมื่อเราผ่านด่านหน้าแล้ว ฉากจะตัดเข้าสู่สถานการณ์ภายในปราสาท ในห้องประชุมหลักมีบัลเซฟอนนั่งรออยู่ด้านใน ส่วนออซมากำลังวิ่งเข้ามารายงานสถานการณ์ว่า ตอนนี้แนวหน้าได้แตกทัพแล้ว ไพโดชกำลังจะแพ้ บัลเซฟอนก็บอกว่าทั้งที่ฉันเป็นคนคุมปราสาทแท้ๆ ช่างน่าอับอายยิ่งนัก ออซมาเลยรีบบอกว่า ตอนนี้พวกเราต้องพยายามรักษาในสิ่งที่ทำได้ และขอให้บัลเซฟอนรีบหลบหนีไปก่อน เธอจะเป็นคนป้องกันปราสาทนี้เอาไว้เอง บัลเซฟอนก็ไม่พอใจแล้วบอกว่า เจ้าคิดว่าข้าจะละทิ้งหน้าที่งั้นหรือ? แต่ออซมาเธอให้เหตุผลว่า ท่านจอมทัพใหญ่ออกไปภาคสนามโดยไม่มีแม้แต่องครักษ์ติดตาม! ข้าอยากขอให้ท่านไปคุ้มครองเขา บัลเซฟอนก็เลยคิดได้ว่าเขาควรจะไปพบกับแลนเซอล็อตให้เร็วที่สุด แถมยังมีเด็กผู้หญิงคนน้ันอีกด้วย สุดท้ายบัลเซฟอนก็เลยได้แต่ส่งต่อหน้าที่ป้องกันปราสาทให้กับออซมาไว้ แต่ก่อนที่จะไปบัลเซฟอนก็บอกว่าให้เธอระวังตัวเองด้วย ออซมาก็ตอบรับก่อนจะออกไปทำหน้าที่ของเธอ

ออซมาจะขอรับหน้าที่ป้องกันปราสาทด้วยตัวเอง

ก่อนจะบุกไปกันต่อที่โถงด้านในแนะนำว่าให้เซฟแยกเอาไว้อีกอันเลยจะดีกว่า เพราะศึกนี้หนักแน่ เดนิมที่เข้ามาถึงห้องโถงกลางแต่กลับไม่พบใครเลย ในระหว่างนั้นเองเดนิมก็ได้เห็นพี่สาวของเขา แล้วก็ถามว่าพี่สาวมาทำอะไรอยู่ที่นี่ คัตชัวก็ตอบกลับว่า นายมาช่วยฉันงั้นหรอ ช่างเป็นน้องชายแสนดีเสียจริง จังหวะนั้นเองเธอก็ชักดาบฟันเข้าใส่เดนิม เดนิมหลบได้แต่ก็ล้มลงไปกับพื้น แล้วถามพี่สาวของเธอว่า พี่กำลังทำอะไรเนี่ย!  ตอนนี้เองแลนเซอล็อตก็เข้ามาขัดจังหวะ เขาเรียกให้คัตชัวรีบหลบหนีออกไปจากปราสาทนี่ แล้วออซมาก็วิ่งเข้ามาสมทบไปอีก เธอคิดว่าแลนเซอล็อตอยู่ข้างนอก แลนเซอล็อตก็ดีใจที่ออซมายังมีชีวิตอยู่ ออซมาเลยแจ้งข่าวว่าบัลเซฟอนกำลังตามหาแลนเซอล็อตอยู่ แต่แลนเซอล็อตบอกว่ามันช้ามากแล้ว ต้องรีบหนีออกไปจากปราสาทให้เร็วที่สุด ส่วนทางเดนิมก็ตะโกนเรียกพี่สาว แต่ดูเหมือนเธอจะไม่สนใจ ออซมาเลยบอกว่าปล่อยเดนิมให้เป็นหน้าที่ของเธอเอง ส่วนแลนเซอล็อตได้โปรดปกป้ององค์หญิงด้วย แลนเซอล็อตก็ชมเชยในความกล้าของออซมา จากนั้นเขาก็พาคัตชัวหลบหนีออกไป

เดนิมได้พบกับพี่สาวอีกครั้ง แต่เธอกลับชักดาบฟันเขา มันเกิดอะไรขึ้นกันนะ?

ออซมาเลยหันมาพูดกับเดนิมว่า เป็นเพราะเจ้าทำให้ข้าถูกเหยียดหยาบเรื่องที่ไรม ตอนนี้มันถึงเวลาชำระแค้นกันแล้วพ่อหนุ่มน้อย จากนั้นเธอก็ผิวปากเรียกกำลังทหารเข้ามาในห้องโถง ซึ่งหนึ่งในนั้นก็คือ ออนซ์ เมื่อเห็นเดนิมก็ถามเลยว่าจะเริ่มจากตาข้างไหนดีล่ะ ขวาหรือซ้าย อ่าไม่ว่าจะข้างไหนก็น่าจะเป็นของขวัญให้กับพี่สาวของนายได้ดีเลย ไม่ว่าจะไปทำเป็นสร้อยหรือเข็มกลัดก็ตาม ช่างเหมาะสมเอามากๆ ข้าจะได้บอกด้วยว่าตอนนี้ตาของเจ้าจะมองแค่เธอเท่านั้น

ออซน์นี่ออกแนวจิตๆ ไม่เบาเลยทีเดียว

สำหรับการต่อสู้ครั้งนี้เราจะต้องกำจัดทั้ง ออซน์และออซมา ซึ่งทั้ง 2 คนนี้บอกเลยว่าโหดเอาเรื่อง แต่มีข้อดีก็คือตำแหน่งของออซมาอยู่ไกลจากจุดปะทะ ทำให้กว่าเธอจะเข้าสู่แนวรบได้ต้องเดินหลายครั้ง ดังนั้นในช่วงแรกให้พยายามกำจัดศัตรูออกไปให้ได้เยอะที่สุดก่อน โดยให้เริ่มจากไฮดร้า 3 หัวก่อนเลย เพราะว่ามันป่วนทัพของเราได้ดี ต่อด้วยพวกทหารที่อยู่รอบตัวออซน์ ในระหว่างนี้เราจะต้องพยายามหาตัวบุกเข้าไปที่แนวหลังของศัตรูด้วย เพื่อกำจัด Cleric และ Witch หลังจากที่จัดการ Cleric ได้แล้ว เราถึงจะเริ่มโถมเข้าโจมตีออซน์ก่อน ต้องกำจัดเขาให้เร็วที่สุดเท่าที่ทำได้เนื่องด้วยออซน์มีการโจมตีเวทย์แบบกลุ่มและรุนแรง ทำให้ฝ่ายเราต้องรับความเสียหายที่มากเกินไป คีย์ของด่านนี้อยู่ตรงที่ความเร็วในการกำจัด Cleric, Witch และ ออซน์ ตามลำดับ หากจัดการทั้ง 3 คนนี้ออกไปได้ ที่เหลือก็สบายๆ แล้ว ส่วนตัวออซมาให้เก็บไว้นวดทีหลังสุดได้เลย อีกหนึ่งสิ่งที่สำคัญคือบัฟดาบ บัฟเวทย์ บัฟฟ้าอื่นๆ พวกนี้พยายามอย่าให้ศัตรูเก็บมันได้เยอะเกินไป ไม่งั้นจะมีปัญหาแน่ บางทีถ้าบัฟมันไปสุ่มเกิดใกล้ศัตรูเยอะเกินไป ก็น่าจะต้องรีด่านใหม่ได้เลย

บุกแผงหลังศัตรูได้แล้ว จัดการออซน์ต่อ ทีเหลือก็สบายล่ะ

ในระหว่างการต่อสู้ก็จะมีบทสนาของเรากับทางออซน์และออซมาด้วย โดยออซมาจะบอกว่า เดนิมแห่งกอลยัต เจ้าได้ทำร้ายน้องชายของข้า เดนิมเลยตอกกลับว่า พวกเจ้าเป็นฝาแฝดกันสินะ มีหน้าตาที่คล้ายกันเลย แต่พวกเจ้าก็มีนิสัยหยาบคายเหมือนกันด้วยหรอ ออซมาเลยบอกว่า ข้าหวังว่าเจ้าจะรู้สึกสนุกกับความหยาบคายแบบนั้นไปเถอะ เพราะยังไงมันก็เป็นครั้งสุดท้ายของเจ้าแล้ว ส่วนออซน์ก็จะเล่าเพิ่มว่าพวกเราน่ะมีอะไรที่เหมือนกันนะเดนิมก็คือมีพี่สาวที่เราต้องทำทุกอย่างเพื่อปกป้องเธอ เดนิมเลยบอกว่าเอาตัวเธอกลับมาให้ข้า แล้วก็หุบปากไปซะ อย่าพูดว่าเรามีอะไรเหมือนกันอีก! ออซน์ก็ยิ่งไม่หยุดปั่นประสาท เจ้าควรจะฟังสิ่งที่ตัวเจ้าเองพูดนะ เอาตัวเธอกลับมาให้ข้า เอาตัวเธอกลับมาให้ข้า ฮ่าฮ่าฮ่า ใช่เลย ข้าน่าจะอ้อนวอนแบบนั้นบ้าง ถ้าข้าเป็นเจ้า แค่คิดถึงเรื่องนี้ก็ทำให้รู้สึกหนักอึ้งไปหมดแล้ว ออซมาก็ถึงกับทนไม่ไหวเธอบอกว่า หยุดได้แล้วออซน์ เพราะแบบนี้เจ้าถึงได้แพ้การรบที่โบเอ็ดยังไงล่ะ ออซน์เลยบอกว่า พี่สาวทำร้ายจิตใจข้านะเนี่ย ไม่เห็นถึงความใส่ใจของข้าเลยหรือยังไง

ออนซ์เป็นคนที่เหมือนจะคลั่งรักพี่สาวมาก

เดนิมได้ถามพวกเขาด้วยว่าพวกเจ้าทำอะไรกับพ่อของข้ากันแน่ ออซมาตอนแรกก็งงว่าเรื่องอะไรกัน ออซน์เลยบอกว่าเขาคือลูกของนักบุญ แพนเซ็ต ออซมาเลยบอกว่าอย่างงั้นหรอ เดนิมก็แทรกเลยว่า พวกเจ้าได้ตัว มันนาฟลอราไปแล้ว จะต้องการพ่อของข้าไปทำไมกันอีก บอกมาสิว่าพาตัวเขาไปไว้ที่ไหนกันแน่ ออซมาก็บอกว่า นายนี่ไม่รู้อะไรเลยสินะ ตอนนี้เขามีชีวิตอยู่แต่ว่า… เดนิมที่ได้ยินแบบนั้นก็ยิ่งร้อนใจ พวกแกทำอะไรกับพ่อข้ากันแน่! ออซน์ตอบกลับ จะว่าไป พวกเราก็เพียงแค่ทำให้เขาเปิดปากพูดออกมาเท่านั้นเอง เดนิมเลยด่าพวกเขาว่า พวกแกทุกคนมันไอพวกปีศาจ

พวกเขาได้ทรมานนักบุญเพื่อให้คลายความลับบางอย่าง

พอเราเอาชนะศึกนี้ได้แล้ว เดนิมจะไม่เข้าใจว่าทำไมคัตชัวต้องไปกับพวกนั้น เธอคิดอะไรอยู่กันแน่ แล้วฉากจะตัดไปที่ลานประหาร ตอนนี้ทหารของบัครัมได้จับตัวไวซ์เอาไว้ และทำการประหารเขา ซึ่งกว่าเดนิมจะรู้เรื่องที่ไวซ์ถูกประหาร ก็ผ่านไปหลังจากนั้นอีก 2 วัน

ไวซ์เพื่อนรัก ก่อนถูกประหารได้ตะโกนเรียกชื่อเดนิม เพื่อหวังให้เขาช่วย

Share:

Facebook
X
Flex-Ad-Side-Bar.png
Privacy Overview

This website uses cookies so that we can provide you with the best user experience possible. Cookie information is stored in your browser and performs functions such as recognising you when you return to our website and helping our team to understand which sections of the website you find most interesting and useful.