ขอเกริ่นนำเกี่ยวกับเนื้อเรื่องสักเล็กน้อยก็แล้วกัน สำหรับ Tactics Ogre เวอร์ชั่นนี้จะนับเป็นตอนที่ 7 ของซีรีส์ Ogre Battle Saga สถานที่หลักในภาคนี้เราจะมาอยู่กันที่ หมู่เกาะวาเลเรียน อัญมณีแห่งทะเลโอเบโร่ ที่ซึ่งเป็นศูนย์กลางการค้าทางทะเลมายาวนาน ประชาชนที่นี่ต่อสู้เพื่อปกครองชายฝั่งเหล่านี้มาตลอดประวัติศาสตร์

หมู่เกาะวาเลเรียนเป็นกลุ่มเกาะเล็กๆ ที่มีประวัติความขัดแย้งภายในมายาวนานระหว่างสามชนชาติ คือ บัครัม, กัลกัสตานี และ วาลิสเตอร์ เมื่อ 50 ปีก่อน หมู่เกาะเหล่านี้ถูกรวมเป็นหนึ่งเดียวโดยกษัตริย์ ดอร์กาลัว โอเบรีธ ผู้ปกครองยุคแห่งสันติภาพและความรุ่งเรือง แต่เมื่อกษัตริย์สิ้นพระชนม์อย่างกะทันหันโดยไม่มีผู้สืบทอดที่ชัดเจน ทำให้วาเลเรียกลับเข้าสู่สงครามกลางเมืองอีกครั้ง

ที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือของหมู่เกาะเป็นฐานที่มั่นของบัครัม ซึ่งรวมกลุ่มชนชั้นสูงและชนชั้นปกครอง โดยมี บรันทิน มอนน์ ผู้แทนบัครัม ได้ก่อตั้งอาณาจักรที่ชื่อว่า บัครัม-วาเลเรียน และตั้งตนเป็นผู้สำเร็จราชการ และเขาได้สร้างพันธมิตรกับจักรวรรดิศักดิ์สิทธิ์โลดิซเซียน ที่เป็นดินแดนอำนาจใหญ่จากต่างประเทศ

ส่วนทางตะวันตกเฉียงใต้ ได้มีการก่อตั้งอาณาจักรที่ชื่อว่า กัลกัสตาน ภายใต้การนำของ ไฮโรแฟนท์ เลียนดาร์ บัลบาโทส กองทัพกัลกัสตานเป็นกองทัพที่ใหญ่ที่สุดบนหมู่เกาะแห่งนี้ และต่อมาบัลบาโทสได้ตั้งเป้าหมายที่จะสังหารชาววาลิสเตอร์ ซึ่งทางฝ่ายวาลิสเตอร์ที่นำโดยดยุก จูดา รอนเวย์ ก็ได้ทำการก่อตั้งกองกำลังต่อต้านขึ้นมา แต่ก็ถูกกดดันอย่างหนักจนสุดท้ายดยุกก็ถูกจับตัวไป ทำให้ตอนนี้สงครามได้มาถึงจุดที่หยุดชะงักกัน

เริ่มต้นมาเราจะได้เห็นฉากที่ทหารกองทัพหนึ่ง นำทัพมาโดยแม่ทัพที่มีผ้าปิดตาสีดำอยู่ข้างหนึ่ง เขาคือ แลนเซอล็อตกัปตันของเหล่าอัศวินรัตติกาล ได้บุกเข้ามาโจมตีหมู่ เข่นฆ่าเหล่าชาวบ้าน พร้อมทั้งมีการเผาบ้านเรือน และจะมีอยู่เหตุการณ์หนึ่งที่เราจะได้เห็นว่ามีชายคนหนึ่งได้ถูกพวกมันจับกุมตัวไป ซึ่งพระเอกของเราก็ไม่ยอมจะเข้าไปช่วยและร้องตะโกนห้าม แต่ก็ถูกพี่สาวของเขาได้หยุดเอาไว้


ในเวลาต่อมา ณ เช้าวันหนึ่ง เพื่อนของเราที่ชื่อว่า ไวซ์ (Vyce) ก็ได้รีบเข้ามาพบกับพระเอกของเราที่บ้าน เขาได้ข่าวมาว่ากองทัพของ แลนเซอล็อต (Lanselot) ได้กลับมาแล้ว เดนิม (Denam) พระเอกของเราก็กล่าวกลับพี่สาวที่ชื่อ คัตชัว (Catiua) ว่า งั้นตอนนี้มันก็ถึงเวลาแล้วสิ แต่พี่สาวของเธอกลับปฏิเสธ ว่าไม่ควรจัดการกับพวกแลนเซอล็อตในตอนนี้ ก็เลยทำให้ไวซ์ไม่พอใจ แต่คัตชัวก็บอกว่า มันเป็นเรื่องที่โง่มากเลยถ้าคิดว่าพวกเรา 3 คนจะสามารถจัดการกับเหล่าอัศวินรัตติกาลได้ ทำให้ไวซ์ยิ่งไม่พอใจหนักเข้าไปอีกต่อว่าคัตชัวว่าเธอน่ะขี้ขลาด ถ้ากลัวจะเสียเลือดล่ะก็เดี๋ยวเขาจะทำเอง เดนิมก็เลยขัดจังหวะแล้วบอกว่าไปกันเถอะ

เมื่อทั้ง 3 ออกมาข้างนอกทางคัตชัวก็ยังคงพยายามพูดห้ามอยู่ดีว่ามันไม่มีประโยชน์เลยที่จะทำแบบนี้ ทางไวซ์ก็แย้งมาว่า แลนเซอล็อตน่ะเป็นกัปตันของเหล่าอัศวินรัตติกาลและเป็นขุมพลังที่สำคัญของพวกบัครัม การฆ่าแลนเซอล็อตจะเหมือนเป็นการถอนหนึ่งในเสาใหญ่ของมันออกไป และทำให้บัครัมนั้นสั่นคลอนได้ และเป็นช่วยเวลาเดียวที่เหล่าชาวกัลกัสตานีต้องการ แต่คัตชัวก็ยังไม่เห็นด้วย เพราะสงครามมันได้สงบลงไปแล้ว จะก่อมันขึ้นมาอีกทำไม แต่ไวซ์ก็ได้ถามกลับไปว่าแล้วตอนนี้ชาววาลิสเตอร์เป็นอิสระอยู่อย่างเป็นสุขกันอย่างนั้นหรอ พวกเราน่ะก็เป็นเหมือนเหล่าแมลงที่ถูกบดขยี้อยู่ใต้เท้าของพวกมันเท่านั้นแหละ คัตชัวก็บอกว่าถ้าเริ่มสงครามใหม่อีกครั้ง ก็มีแต่พวกเรานี่แหละที่จะตายเหมือนเดิม ในระหว่างที่พูดกันอยู่นั่นเอง กองทัพของแลเซอล็อตก็ได้โผล่ออกมาพอดี ทำให้ทั้ง 3 คนตัดสินใจที่จะโจมตีทันที

ในศึกแรกนี้ไม่จำเป็นต้องคิดมากเป็นแค่เพียงการแนะนำระบบการเล่นเบื้องต้นเท่านั้น เพียงแค่โจมตีใส่กลุ่มนั้นได้ 1 ครั้ง ทางแลนเซอล็อตก็จะถามว่าพวกเราเป็นใคร ไวซ์ก็ได้บอกว่าพวกเราน่ะคือกลุ่มต่อต้าน และเจ้าแลนเซอล็อตคือศัตรูของพวกเรา แลนเซอล็อตที่ได้ยินแบบนั้นก็สับสนว่าเกิดอะไรขึ้น เพราะว่าเขาไม่รู้เรื่องเลย ไวซ์ก็บอกว่าเขาไม่มีทางลืมแน่ เพราะว่าพวกแกเหล่าอัศวินรัตติกาลได้เผาหมู่บ้านนี้เมื่อตอนฤดูหนาวที่ผ่านมา แลนเซอล็อตก็บอกว่าไม่ใช่แล้ว พวกเราน่ะมาจาก อาณาจักรเซโนเบียแห่งใหม่ ที่มาจากทางทวีปตะวันออก คัตชัวเลยเสริมเข้าไปอีกว่า แลนเซอล็อตแห่งอัศวินรัตติกาลนั้นมีแค่ตาเดียว แต่ชายคนนี้น่ะมี 2 ตานะ แลนเซอล็อตคนนี้ก็ได้แนะนำตัว เขาชื่อว่า แลนเซอล็อต แฮมิลตัน อัศวินศักดิ์สิทธิ์แห่งเซโนเบีย ชาวที่ปีกก็แนะนำตัวว่าเขาคือ คาโนปุส ถัดไปก็เป็นชายแก่ ผู้หยั่งรู้แห่งดวงดาว วาร์เรน โอมอน ต่อด้วย เมอร์ดิน วอลฮอร์น อัศวินแห่งเซโนเบีย และ กิลดาส อัศวินแห่งเซโนเบียเช่นกัน จากนั้นทางฝั่งเราก็ได้ขอโทษและแนะนำตัวกันไป และย้ายสถานที่ในการพูดคุยกันต่อ

กลับมาที่บ้านของเดนิมกันอีกครั้ง โดยทางคัตชัวได้เล่าสถานการณ์ที่เกิดขึ้นให้ฟังและตอนนี้กลุ่มต่อต้านก็กำลังขาดแคลนอาวุธอยู่ ส่วนทางบัครัมนั้นพวกเขาแก้ไขปัญหาด้วยการจับมือกับโลดิซ คาโนปุสก็บอกว่าเพราะแบบนั้นสินะ โลดิซเลยได้ส่งเหล่าอัศวินรัตติกาลแห่งลอสลอเรียนมาให้ วาร์เรนจึงได้เสริมต่อว่า พวกมันคือกองกำลังที่อยู่ภายใต้มหาปุโรหิตซาร์เดียน ผู้ปกครองแห่งโลดิซ และเป็นกองกำลังที่ยิ่งใหญ่ที่สุดใน 16 กองทัพ แถมยังเป็นกองทัพที่โปรดปรานของมหาปุโรหิตอีกด้วย ปกติแล้วกองทัพนี้พวกเขาไม่ได้ใช้มันในการต่อสู้หลัก แต่จะใช้พวกมันเป็นดั่งเงาในที่ลับตา เป็นหูเป็นตา เป็นเหมือนดั่งมีด และพวกมันก็ดำมืดเช่นชื่อของกองทัพ

ไวซ์ก็ได้ถามขึ้นมาว่าทำไมพวกเขาถึงมาที่หมู่เกาะแห่งนี้ได้ล่ะ หรือพวกเซโนเบียต้องการหมู่เกาะแห่งนี้ อยากจะก่อสงครามระหว่างเซโนเบียกับโลดิซที่นี่งั้นหรอ คัตชัวจึงได้บอกให้ไวซ์หยุดซะ แต่แลนเซอล็อตก็บอกว่าคำถามนี้พวกคุณควรจะได้รับคำตอบ ก่อนอื่นเลยพวกเขาน่ะไม่ได้เป็นอัศวินแห่งเซโนเบียอีกต่อไปแล้ว เพราะพวกเขาได้ถูกขับไล่ออกมา เป็นเหมือนพวกนอกกฏหมายที่ไม่มีบ้านให้กลับ พวกเขาแค่ต้องการงานที่จ่ายเงินที่เหมาะสมให้ แต่ไวซ์กลับไม่เชื่อใจพวกเรา ไม่เชื่อเรื่องราวที่เล่ามา คัตชัวก็ได้ห้ามไวซ์ไว้อีก ทางแลนเซอล็อตเลยถามว่าพวกเรามีแผนอะไรอยู่บ้าง เดนิมเลยเล่าว่า ข้อแรกจะช่วยเหลือดยุก รอนเวย์ออกมาจากปราสาทอัลโมริกา ตอนนี้เขาถูกขังโดยพวกกัลกัสตานีอยู่ แต่คัตชัวก็ไม่เห็นด้วยกับข้อเสนอนี้ซักเท่าไหร่ แต่สุดท้ายพวกเขาก็ได้ตกลงร่วมมือกันจนได้

ก่อนที่ทั้งหมดจะออกไปคัตชัวก็ได้ถามเดนิมว่าทำให้นายถึงไม่ยอมฟังเธอเลยล่ะ เธอเข้าใจความรู้สึกของเราดี แต่เธอไม่อยากสูญเสียเราไป หลังจากที่พ่อเสียไป ตอนนี้ก็เหลือพวกเราแค่เพียง 2 คนเท่านั้นในโลกนี้ เธอทนไม่ไหวแน่หากเสียเราไปอีกคน สุดท้ายเธอขอให้เราสัญญาว่าจะไม่ปล่อยให้เธออยู่คนเดียว จากนั้นไวซ์ก็ได้เข้ามาตาม หลังจากที่เดนิมเดินออกไป ไวซ์ก็ได้บอกคัตชัวว่า จะมานั่งประคบประหงมทำเหมือนเดนิมเป็นเด็กน้อยอยู่ตลอดเวลาไม่ได้แล้ว คัดชัวก็บอกว่านายไม่ต้องมายุ่ง ยังไงเขาก็ไม่ได้กระหายเลือดแบบนายหรอก จากนั้นก็ทั้งสองก็เถียงกันสักพักแล้วไวซ์ก็ได้ออกไป

จากนั้นออกมาที่ฉากแผนที่ก็แนะนำอะไรกันเล็กน้อยแล้วเราก็จะมุ่งหน้าไปสู่ปราสาทอัลโมริกา ในด่านแรกนี้ จะให้เรากำจัดศัตรูที่ชื่อว่า Bapal ให้ได้ โดยในระหว่างการเล่นก็จะมีการสอนเกี่ยวกับวิธีการเล่นเบื้องต้นให้ด้วย ซึ่งในตอนนี้เราจะไม่สามารถบังคับตัวละครใดได้เลยนอกจากเดนิมคนเดียวเท่านั้น ในภารกิจด่านแรกนี้ไม่น่าจะมีปัญหาอะไรมากนัก พยายามเรียนรู้วิธีการเล่นเบื้องต้นก็พอ ในระหว่างการสู้เราจะได้เห็นคัตชัวและไวซ์ทะเลาะกันอยู่เช่นเดิม

ด่านต่อมาจะอยู่ที่โถงทางเดินในปราสาท โดยภารกิจจะให้เราจัดการกับ Agares ก็ไม่มีอะไรยากสักเท่าไหร่ แค่พยายามเล็งไปที่ Agares ได้เลย หลังจากำจัดเขาได้ก็เป็นอันจบภารกิจในการช่วยเหลือ ดยุก รอนเวย์

ฉากจะตัดมาอยู่ในห้องประชุมทางดยุก รอนเวย์ ก็ได้กล่าวขอบคุณพวกเรา และได้มีการกล่าวชมเดนิมและพวกเสียยกใหญ่ แล้วท่านดยุกก็ได้วกเข้าเรื่องว่าพวกเราควรจะต้องมีการรวมกำลังกันใหม่อีกครั้ง ก่อนที่พวกกัลกัสตานีจะส่งกองกำลังใหม่เข้ามาจับกุมตัวเขาอีกครั้ง ดยุกยังได้บอกอีกว่าเขาพอได้ยินข่าวจากฝั่งของเซโนเบียมาก่อนแล้วว่า เมื่อ 2 ปีก่อนมีการก่อตั้งอาณาจักรเซโนเบียใหม่ขึ้นมา และคนที่อยู่เคียงข้างกษัตริย์ทริสตัน นั่นก็คือ แลนเซอล็อต กัปตันแห่งอัศวินศักดิ์สิทธิ์ ตอนนี้กษัตริย์ผู้ศักดิ์สิทธิ์องค์นั้นหน้าด้านถึงขนาดขับไล่เหล่าคนที่แต่งตั้งเขาขึ้นครองบัลลังก์ได้เชียวหรือเนี่ย แต่เขาก็ยังกังวลกับสถานการณ์ตอนนี้อยู่ เนื่องด้วยไอเจ้าพวกอัศวินรัตติกาลจากโลดิสกำลังปั่นป่วนวาเลเรียนอยู่ เขาก็หวังว่ากลุ่มของแลนเซอล็อตจะไม่ได้มาก่อสงครามด้วยเช่นกัน โดยเขาอยากจะขอพิสูจน์ ไหนๆ พวกเขาก็กำลังหางานทำเพื่อเงินอยู่แล้ว เขาก็เลยอยากจะจ้างให้พวกแลนเซอล็อตมาช่วยสอนเหล่าทหารของเขาให้หน่อยในปราสาทอัลโมริกานี่แหละ ซึ่งทางแลนเซอล็อตก็ได้ตอบตกลงทันที

หลังจากพวกแลนเซอล็อตได้ออกไป ดยุกก็ถามเดนิมขึ้นมาว่า พ่อของเขาน่ะเคยเป็นนักบุญที่อยู่ในกอลยัตใช่มั้ย เขาเคยพบกันอยู่ครั้งหนึ่ง นักบุญ พรันเซ็ต ดยุกก็เลยถามว่ามันเกิดเรื่องอะไรขึ้นที่กอลยัตกันแน่ คัตชัวก็เลยขอร้องให้ทางดยุกช่วยล้างแค้นให้พ่อของเขาที รวมถึงประชาชนทุกคนในกอลยัต ดยุกก็ตอบว่าในตอนนี้ศัตรูที่สำคัญที่สุดก็คือพวกกัลกัสตานี และตอนนี้เขาก็ต้องการเหล่าอัศวิน อัศวินแบบพวกเรานี่แหละ และก็ได้เชิญให้พวกเรามาเข้าร่วมกับเขาในปราสาทอัลโมริกา ทางไวซ์ก็รีบตอบตกลงทันทีและบอกว่าเดนิมก็ตกลงด้วยแน่นอน หลังจากทางดยุกก็จะให้เราตั้งชื่อกองทัพอัศวินของเราด้วย

พอตั้งชื่อกองทัพเสร็จแล้วดยุกก็จัดภารกิจแรกให้กับทัพของเรา โดยจะให้เดินทางไปที่เมือง คริซาโร ที่อยู่ทางตะวันตกเฉียงใต้ เขาเล่าต่อว่า กัปตันทัพอัศวินของเขาที่ชื่อว่าลีโอนาร์ ได้หายตัวไปขณะไล่ล่าอดีตผู้ปกครองปราสาทแห่งนี้ เนโครแมนเซอร์ ไนเบธ ก็เลยอยากจะส่งพวกเราไปช่วยลีโอนาร์ และดยุกยังได้มอบเงินมาให้เรา 30,000 Goth เพื่อเป็นเงินทุนในการสร้างกองทัพและซื้อเสบียงต่างๆ

หลังจากนั้นเราจะได้เจอกับกลุ่มของแลนเซอล็อตเขาก็จะขอบคุณเราที่ทำให้สุดท้ายพวกเราก็ได้งานทำซักที และเขาก็ขอให้เราระวังตัวในการทำภารกิจด้วย ไม่ว่าจะชนะหรือแพ้ แต่หากมีชีวิต ก็ยังมีความหวัง จากนั้นเราก็จะได้คุยกับ ท่านหญิง เรเวนเนส เธอก็เข้ามาถามว่าพวกเราคือ ฮีโร่แห่งกอลยัตใช่มั้ยล่ะ ขอบคุณมากที่ได้ช่วยท่านดยุคเอาไว้ เดนิมก็ถามว่าเธอคือใคร เธอจึงแนะนำตัวว่าเธอคือ เรเวนเนส ล็อกซาเรียน อัศวินรับใช้ของดยุก รอนเวย์ อันที่จริงเธออยากจะไปช่วยลีโอนาร์ด้วย แต่ท่านดยุกมีงานอื่นให้เธอทำ ภารกิจนี้เลยตกไปอยู่ที่พวกเดนิมแทน และพวกเราก็ได้รู้ว่า ในระหว่างที่บุกโจมตีปราสาทอยู่นั้น ทางฝั่งเรเวนเนส เป็นคนล่อเหล่ากองทัพรักษาการณ์ของปราสาทนี้ไปส่วนหนึ่งด้วย เลยทำให้พวกเราโจมตีปราสาทได้สำเร็จ และกลายเป็นฮีโร่แห่งกอตยัต ส่วนหนึ่งก็เป็นแผนเพื่อให้ประชาชนมีกล้าหาญมากยิ่งขึ้น เมื่อได้รู้แบบนี้ทำให้ไวซ์รู้สึกไม่พอใจเท่าไหร่นัก เรเวนเนสก็เลยบอกว่า ถ้าไม่ชอบนักก็พยายามทำให้เรื่องโกหกนี้กลายเป็นความจริง โดยการขีดเขียนชะตาของตัวเองในสนามรบซะ ก่อนจากกันเดนิมก็ได้บอกว่าขอให้โชคชะตาอยู่เคียงข้างพวกเราทั้งคู่ เรเวนเนสตอบกลับว่าพวกนายได้รับเงินจากท่านดยุกใช่มั้ย เงินพวกนั้นไม่ได้เอาไว้ให้พวกนายนั่งจิบกาแฟสบายๆ จงเอาไปใช้ซื้อยุทโธปกรณ์ที่จำเป็นแล้วเธอก็เดินออกไป คัตชัวได้ยินแบบนั้นก็แอบแขวะ เธอคิดว่าตัวเธอช่างสูงส่งเสียเหลือเกิน หวังว่าพวกเราจะไม่ได้อยู่ใกล้ๆ นะ ในตอนที่เธอกำลังตกจากที่สูงส่งแบบนั้นน่ะ

ตอนนี้เราจะได้รับทหารมาทั้งหมด 3 คนด้วยกันเป็น อาชีพ Warrior 1 คน, Archer 1 คน, Wizard 1 คน และ Cleric อีก 1 คน แนะนำเลยว่าอาชีพอย่าง Wizard กับ Cleric นั้นสำคัญมาก ควรจะจับให้อยู่ในปาร์ตี้หลัก ส่วน Warrior นั้น ส่วนตัวแล้วขอแนะนำให้เปลี่ยนอาชีพให้กลายเป็น Knight แทนไปเลยจะดีกว่า ได้กลายเป็นทัพหน้าตัว Tank แถมยังมีสกิลฮีลด้วย ส่วนที่แนะนำอีกอย่างก็คือให้เราลองเข้าร้านซื้อของ สิ่งที่จำเป็นก็คือ Mend Leat ที่เป็น HP ได้ แนะนำให้ติดเอาไว้ทุกตลอดเลย เป็นการฟื้นฟู HP ฉุกเฉิน กันตัวละครตาย กับ Blessing Stone อันนี้จะราคาแพงหน่อย ซื้อติดเอาไว้สัก 5 อัน ก็ดี เอาไว้เผื่อกรณีฉุกเฉิน จะได้ชุบตัวละครได้ เกมนี้ถ้าตัวละครไหนสลบไปแล้วจะมีเลขนับถอยหลังบนหัว หากถึงศูนย์เมื่อไหร่นั่นคือตายจริง ตัวละครจะหายไปเลยจริงๆ ไม่สามารถนำมาใช้ได้แล้ว ก็แนะนำให้ซื้อ Blessing Stone หินชุบนี่ติดเอาไว้ไปด้วย

หลังจากที่เราทำการปรับแต่งตัวละคร ปรับสกิลต่างๆ มาเล็กน้อยแล้ว หากใครยังไม่ค่อยชินกับระบบแนะนำให้กดที่ตัวปราสาท แล้วเลือกหัวข้อ Train เพื่อต่อสู้ ให้เราคุ้นเคยกับระบบมากขึ้น และเป็นการดูว่าควรจะปรับแต่งตรงไหนอีกดีมั้ย แถมยังได้เก็บเลเวลและความชำนาญสกิลเล็กๆ น้อยๆ ด้วย ถ้าพอใจเมื่อไหร่ก็ค่อยลุยกันต่อได้
บทสรุป Tactics Ogre: Reborn Chapter 1 – เปิดศึกที่เมือง ไครซาโร
