สำหรับเควสหลัก ความฝันครั้งที่สอง (The Second Dream) จะเริ่มได้ก็ต่อเมื่อปลดล็อคเข้าสู่ดาวเนปจูนได้แล้ว จากนั้นเราก็สามารถกดเริ่มเควสได้ที่ โคเด็กซ์ แล้วเราจะได้รับชมเรื่องราว ที่ Hunhow หนึ่งใน Sentient จะออกล่าร่างที่แท้จริงของ Tenno

แทรกซึมเข้าไปห้องเก็บเอกสารของ Grineer (Infiltrate the Grineer Archives)
มาเริ่มกันที่ภารกิจแรก ในจุด Umbriel ดาวยูเรนัส ภารกิจนี้จะเป็นรูปแบบ สอดแนม (Spy) โดยจะต้องไปทั้งหมด 2 จุดด้วยกัน ซึ่งในจุด A เราสามารถทำพลาดได้ แต่ในจุด B จะต้องดึงข้อมูลออกมาให้สำเร็จ เมื่อทำได้แล้วก็ไปที่จุดถอนตัวกลับขึ้นไปบนยาน

ค้นหาชิ้นส่วนของ Sentient (Find the Sentient Fragment)
ภารกิจนี้จะให้เราไปตรวจสอบพื้นที่แห่งหนึ่ง ซึ่งเมื่อเราดำน้ำไปจนถึงจุดบริเวณวงกลมสีเหลืองแล้ว ให้มองขึ้นไปด้านบน มันจะมีจุดที่ให้เราออกจากน้ำขึ้นไปบนบกได้ เมื่อขึ้นมาแล้วก็ให้รอ Lotus พูดให้จบ ก็จะไปที่จุดถอนตัวเป็นอันจบภารกิจ

ติดตาม Stalker (Follow the Stalker)
ภารกิจนี้จะไม่มีอะไรมาก เพียงแค่ลงไปก่อกวนตามเป้าหมายภารกิจเรื่อยๆ จนสุดท้ายเราได้ทำลายเครื่องบังสัญญาณของวอยด์ครบทั้ง 4 จุด ก็เป็นอันเสร็จภารกิจ

ปกป้องดวงจันทร์ (Protect the Moon)
ภารกิจนี้เราจะไปกันที่ ดาวลูอา หรือดวงจันทร์นั่นแหละที่จุด Plato เริ่มแรกให้เราไปที่จุดเป้าหมายเปิดใช้งานเครื่อง จากนั้นเราจะได้สู้กับ Shadow Stalker กำจัดมันให้ได้ เสร็จแล้วไปที่จุดภารกิจต่อไป จะเป็นการชาร์จพลังงานเข้าสู่พลังเข็มทิศ ให้เรายืนใกล้ๆ กับไอเจ้าเครื่องที่เป้าหมายภารกิจ โดยทำให้ได้เต็ม 100

จุดต่อไปให้ไปที่ส่วนเพนดูลา เมื่อมาถึงแล้วเราจะเห็นว่ามีเสาอยู่ทั้งหมด 4 ต้นด้วยกัน แล้วจะมีไอเจ้าเครื่องดวงตา ที่มันยิงลำแสงใส่เราเรื่อยๆ สิ่งที่เราต้องทำก็คือ ให้หลอกล่อดวงตา ให้มันยิงลำแสงใส่ แกนกลางเสาทั้ง 4 วิธีการง่ายๆ ก็คือ ตรงบริเวณเสาแต่ละต้น จะมีแท่นที่เราต้องทำลายเพื่อให้เรายืนอยู่ในจุดที่สูงขึ้น ตรงหน้าแกนของแต่ละเสาได้พอดี จากนั้นก็ให้ยืนรอจนกว่าดวงตาจะยิงลำแสงใส่ ในจังหวะที่มันยิงลำแสงมาก็ให้เราโดดหลบลำแสง แล้วลำแสงก็จะยิงไปโดนใส่แกนกลางเสาแทน ก็ทำแบบนี้ให้ครบทั้ง 4 จุดให้ได้ หลังจากครบแล้วก็จะไปที่จุดถอนตัวเป็นอันจบภารกิจ




คุ้มครองอ่างเก็บน้ำ (Save the Reservoir)
ภารกิจนี้จะเปิดเผยความจริงบางอย่างให้เราได้รับรู้ ซึ่งเราต้องไปช่วยคนออกมาจากเครื่อง จากนั้นก็ให้กลับขึ้นไปบนยาน

พอขึ้นมาบนยานแล้วก็ให้เดินไปตามทางจนเข้าสู่ห้องที่อยู่ด้านในสุดของตัวยาน เราจะได้พบกับ Shadow Stalker ที่ออกมาขัดขวาง วิธีการสู้ก็คือ ให้เรายิงพลังทำลายคลื่นที่ Stakler ยิงเข้ามา ในระหว่างนี้ก็ให้เดินหน้าต่อไปเรื่อยๆ จนเข้าใกล้เครื่องที่อยู่ตรงกลางห้องได้ พอเข้าใกล้เครื่องที่อยู่ตรงกลางแล้ว ให้เรายิงพลังไปยังจุดวงกลมสีเขียวด้านบนของเครื่อง เพื่อชาร์จพลังงานให้มัน แล้วเครื่องมันจะผลักเราออกไป โดยเราจะต้องทำแบบนี้ให้ครบ 3 ครั้ง

หลังจากครบ 3 ครั้งแล้วก็จะเปิดเผยว่าตัว Tenno จริงๆ แล้วข้างในมีคนคอยใช้พลังจิตบังคับมันอยู่ตลอดเวลา ซึ่งก็คือตัวเรานั่นเอง โดยจะถูกเรียกว่า โอเปอเรเตอร์ (Operator) มาโดยตลอด ซึ่งครั้งนี้เราจะได้ทำการปรับแต่งหน้าตาของตัว Operator นี้ด้วย ในที่สุดเราก็ได้เห็นหน้าตัวเอกของเรากันซะที เล่นมาตั้งนาน

ต่อมาเราจะได้เลือกพลังของ โฟกัส ซึ่งจะมีทั้งหมด 5 อย่างด้วยกัน แต่จะขอพูดถึงแค่ 2 อย่างเท่านั้น เนื่องด้วยแนะนำให้เลือกอย่างใดอย่างหนึ่งใน 2 อันนี้ก็พอ อันอื่นๆ คือไม่แนะนำเท่าไหร่
Madurai: โดดเด่นในเรื่องการเพิ่มพลังโจมตี ซึ่งจะมีความสามารถดีๆ อย่าง Phoenix Talons ที่เพิ่มพลังโจมตีกายภาพได้สูงสุดถึง 30% (ไม่ช่วยเพิ่มพลังโจมตีสกิล) และก็มีสกิล Power Transfer ที่เพิ่มพลังโจมตีเมื่อสลับร่างเป็น โอเปอร์เรเตอร์ และหากสลับกลับมายัง Warframe ก็จะเพิ่มความเร็วในการร่ายสกิล 50% ให้ชั่วคราว
Zenurik: สำหรับสายที่เน้นใช้สกิล จะมีความสามารถดีๆ Inner Might ที่ทำให้เราใช้สกิลได้ฟรีไม่เสีย Energy แต่จะมีคูลดาวน์อยู่ที่ 60 วินาที แล้วก็ Energy Pulse ที่จะทำให้เวลาที่เราเก็บลูกแก้วพลังงานจะได้พลังงานเพิ่มเติมขึ้นอีก 50%
แถมให้อีกหนึ่งอันก็คือ Naramon อันนี้จะเหมาะกับสายใช้อาวุธโจมตีประชิดเพราะช่วยในเรื่องของการเลี้ยงคอมโบอาวุธระยะประชิดได้ แต่สำหรับมือใหม่ก็ไม่ค่อยแนะนำเท่าไหร่นัก เนื่องด้วยมันเฉพาะทางไปหน่อย แต่หากใครอยากสุดสายอาวุธประชิดก็เลือกอันนี้มาก็ได้

สำหรับพลังแต่ละอย่างนั้นมันก็จะมีสายในการเก็บแต้ม เพื่อนำมาปลดสกิลต่างๆ อีกด้วย ซึ่งแต้มพวกนี้เราจะได้รับมาการลงภารกิจต่างๆ ทั่วไปนี่แหละ ซึ่งแน่นอนว่าในแต่ละวันก็จะมีขีดจำกัดสูงสุดด้วยเช่นกัน หากสะสมแต้มได้ครบแล้วก็นำมาปลดสกิลต่างๆ ในสายที่เราเลือกมาได้

หลังจากที่เราเลือกไปแล้ว หากอยากต้องการเปลี่ยนสายในภายหลังเราจะทำได้โดยการจะต้องหาสิ่งที่เรียกว่า Focus Lens ของสายพลังนั้นๆ มาติดตั้งให้กับตัว Warframe และอาวุธ และสะสมแต้มของสายพลังใหม่ให้ถึง 50,000 แต้ม ก็จะปลดล็อคสายพลังใหม่ได้ จากนั้นเราถึงจะสามารถเลือกปรับเปลี่ยนสายพลังได้นั่นเอง ซึ่งหากเราปลดแล้ว ก็สามารถสลับสายไปมาได้โดยไม่มีค่าใช้จ่ายแต่อย่างใด และแต่ละสายก็จะมีแต้มสะสมแยกไปเป็นของมันเอง



นอกจากนั้นเวลาที่เราเล่นในภารกิจต่างๆ ทีนี้เราสามารถกดที่ปุ่มเลข 5 เพื่อสลับร่างกลายเป็น โอเปอเรเตอร์ ได้ด้วยนั่นเอง และหากกดที่เลข 5 อีกครั้ง ก็จะกลับเข้าสู่ตัว Warframe ได้ สำหรับตอนนี้อาจจะยังไม่ค่อยจำเป็นเท่าไหร่นัก แต่หากเล่นเควสเนื้อเรื่องหลักไปถึงจุดหนึ่ง เราจะปลดล็อคความสามารถโอเปอเรเตอร์ได้มากขึ้นในภายหลังนั่นเอง

ส่วนตอนนี้เป้าหมายต่อไปที่แนะนำก็คือการ ปลดล็อคทางเชื่อมต่อดาวพลูโต (Pluto Junction)
