เควสเสริมใน Crestlands จะมีทั้งหมด 9 เควสด้วยกัน
Pilgrim Protection
ให้วารืปไปที่ Flamechurch เดินไปบริเวณหน้าโบสถ์จะมีชายชราคนหนึ่งยืนอยู่ เขาจะเล่าให้ฟังว่าช่วงนี้มีคนเดินทางมาเพื่อแสวงบุญที่มหาวิหารเยอะขึ้น แต่เส้นทางที่เดินไปมหาวิหารนั้นค่อยข้างอันตราย เทียนแห่งเปลวเพลิงศักดิ์สิทธิ์มีพลังที่จะป้องกันภัยได้ การวางเทียนพวกนี้ไว้ตามเส้นทางจะช่วยทำให้มันปลอดภัยมากยิ่งขึ้น ถ้ามีใครสักคนช่วยทำธุระในเรื่องนี้ได้ก็คงดี

เล่าไปเล่ามาก็คือจะใช้งานพวกเราในการรวบรวมเทียนมามอบให้เขานั่นเอง โดยเราจะต้องตามเทียมทั้งหมด 3 เล่ม
เล่มแรกให้ปรับเวลากลางคืน เราจะเห็นนักบวชที่ยืนอยู่ข้างจุดเซฟบริเวณบันไดหน้าโบสถ์ให้กดใช้ Path Action เพื่อเอาไอเทมที่ชื่อว่า Sacred Flame Candle มาจากเขาได้เลย

เล่มที่สองให้เดินเข้าไปในโบสถ์จะเห็นแม่ชีที่อยู่ทางขวา ก็ให้ใช้ Path Action เอาเทียนมาจากเธอ

เล่มที่สามนี่ไกลหน่อยเราจะต้องเดินขึ้นไปจนถึงบริเวณหน้ามหาวิหาร Flamechurch: Cathedral Entrance เมื่อมาถึงแล้ว ให้เดินไปที่ส่วนทางฝั่งขวาแล้วลงบันไดอ้อมไปด้านล่าง เดินจนถึงบริเวณหลุมฝังศพจะเจอกับนักบวชคนหนึ่งก็ให้ใช้ Path Action เพื่อนำเทียนเล่มสุดท้ายมาได้เลย ทีนี้ก็ให้กลับไปหาชายชราเพื่อมอบเทียนทั้ง 3 เล่มนี้ให้กับเขาก็เป็นอันเสร็จสิ้นเควสนี้แล้ว

Ort’s Next Chapter
เควสนี้จะทำได้ก็ต่อเมื่อเคลียร์เนื้อเรื่องของเทเมนอสครบทุกบทเป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยให้เราไปที่ Flamechurch: Cathedral Entrance เมื่อมาถึงหน้าทางเข้าเราจะพบกับออร์ต ออร์ตก็ทักทายว่าดีใจที่ได้พบกับพวกเราที่นี่ หลังจากที่เคลดีน่าตาย เขาก็ได้เริ่มการสืบสวนของเขาเอง เกี่ยวกับทุกเรื่องที่เกิดขึ้นตั้งแต่การลอบสังหารของพระสังฆราช เขายังรู้สึกว่ามีบางกลุ่มที่ยังทำงานนี้ต่อ ทุกวันนี้เขารู้สึกละอายใจมาก และในวันที่เขาถูกหักหลังเขาสาบานว่าจะไม่มอบความศรัทธาผิดที่อีกต่อไป หลังจากนั้นเขาก็ได้พบเบาะแส สถาปนิกวาดอสชายที่ลงมือในคดีฆาตกรรมต่อเนื่องเป็นหัวใจสำคัญของเรื่องทั้งหมด ได้เขียนบันทึกและเก็บซ่อนไว้อย่างดี สิ่งที่เขาพบภายในนั้นทำให้รู้สึกอึ้งมาก วาดอสมีผู้สมรู้ร่วมคิด ผู้สมรู้ร่วมคิดคนนี้เป็นใครกันนะ ถ้าเขาพบตัวตนของคนนี้ได้ เขาจะเปิดเผยความจริง และเขาตัดสินใจค้นหาในเมืองที่ทุกอย่างเริ่มต้นขึ้น จากนั้นก็ขอความร่วมมือจากเราให้ช่วยเหลือในเรื่องนี้ที พวกเราก็พยักหน้าตกลงออร์ตก็ได้กล่าวขอบคุณและเพื่อไม่ได้ดึงความสนใจมากเกินไป เลยนัดให้ไปพบกันที่ทางลับใต้ดิน

ทีนี้ก็ให้เราเดินไปบริเวณขวาบน เราจะได้พบกับออร์ต และบริเวณนั้นก็มีชายที่น่าสงสัย 2 คนในชุดคลุมสีดำ ชายทั้งสองนั้นก็ได้คุยกันว่าตอนนี้คือโอกาสที่ดีแล้ว หากใครที่ผ่านลงไปยังทางใต้ดินจะต้องเจอพวกเขาจัดการในนามของนายท่าน ออร์ตก็คุยกับเราว่า พวกเขาเป็นใครกันนะมีท่าทางที่น่าสงสัยและดูเหมือนกำลังตามล่าอะไรบางอย่างอยู่ วิธีการเดียวที่จะรู้ก็คือเข้าไปดูว่าพวกเขาทำอะไรกันแน่ แต่ก็อย่าทำให้เกิดความวุ่นวายมากเกินไป

ทีนี้ก็ให้ใช้ Path Action ทำให้ชายชุดดำที่อยู่หน้าประตูสลบไป ออร์ตก็เข้ามาชมว่าเป็นวิธีที่ฉลาดมาก ทำให้เขานึกถึงตอนที่อยู่กับคริกเลย เมื่อใดก็ตามที่เรารับภารกิจที่เสียงชีวิต พวกเราจะคอยระวังหลังให้แก่กันและกัน ในเวลาต่อมาพวกเราก็ได้เข้าหน่วยอัศวินศักดิ์สิทธิ์ ในช่วงเวลานั้นเคลดีน่าได้เข้ามาทดสอบฝีมือของพวกเขาทั้งคู่และสุดท้ายก็เป็นคนแต่งตั้งให้พวกเขาเป็นอัศวินศักดิ์สิทธิ์ด้วยตัวเธอเอง หลังจากนั้นเคลดีน่าก็ได้แต่งตั้งให้ออร์ตเป็นบอดี้การ์ดของเธอ แต่สำหรับคริกราวกับว่าเคลดีน่าสามารถรู้ได้จากการประดาบกับคริก ว่าเธอไม่สามารถบังคับให้เขาทำตามที่เธอต้องการได้ คริกเดินบนเส้นทางที่ชอบธรรมเสมอ แม้ว่าเส้นทางนั้นจะเป็นเส้นทางที่ยากลำบากก็ตาม ตอนนี้ออร์ตก็หวังว่าจะมีความเชื่อมั่นเช่นเดียวกับคริก

ตอนนี้ก็ให้เราเดินเข้าไปที่ประตูด้านหลังแล้ววิ่งไปตามทางเรื่อยๆ จนกระทั่งได้พบกับชายน่าสงสัยในชุดคลุมดำ ดูเหมือนว่าชายคนนั้นจะหา เครื่องประดับผมที่ต้องการไม่เจอ ทีนี้ออร์ตก็ได้แสดงตัวเข้าทำการจับกุมชายคนนี้ แต่ก็ถูกต่อต้านพร้อมกับเรียกพวกมาเสริม ทำให้พวกเราก็ต้องแบ่งกันรับมือกับกลุ่มของชายชุดคลุมดำ

หลังจากที่เราจัดการเรียบร้อยแล้ว ออร์ตก็ได้สังเกตุเห็นว่าชายชุดคลุมดำได้สวมสร้อยคอรูปพระจันทร์เสี้ยว เลยถามว่าพวกเขาคือคนจากภาคีแห่งร่มเงาจันทร์ใช่มั้ย รู้จักสถาปนิกวาดอสหรือเปล่า กลุ่มคนของภาคีอยู่ที่นี่ก็แปลว่า วาดอสทำงานให้กับหัวหน้าของภาคีแห่งร่มเงาจันทร์สินะ แต่ทำไมเขาต้องทำแบบนั้นด้วย ในเมื่อภาคีแห่งร่มเงาจันทร์เป็นศัตรูคู่แค้นของชาวคาล ออร์ตก็ได้ถามต่อว่าใครคือผู้นำของพวกเขา แล้วกำลังหาอะไรกันอยู่ คนชุดดำก็หัวเราะไล่ให้ไปถามพระเจ้าของนายเองสิ เมื่อพูดจบชายชุดดำก็สิ้นลมหายใจ ทีนี้ออร์ตและเราก็ได้กลับออกมาจากทางเดินลับ ออร์ตได้ขอบคุณสำหรับความช่วยเหลือ เขาสาบานต่อคริกว่าจะไม่หลงเดินทางผิดอีกต่อไป เควสก็จบลงที่ตรงนี้

Cathedral Window Repair
เควสนี้ให้เราเดินทางไปที่ มหาวิหารในเมือง Flamechurch: Cathedral เมื่อเข้ามาแล้วให้ตรงขึ้นไปด้านบน เราจะเจอกับนักบวชทางซ้าย เขากำลังกลุ้มใจเนื่องด้วยงานซ่อมหน้าต่างในมหาวิหารนั้นไม่คืบหน้าเลย สาเหตุหลักก็เป็นเพราะขาดวัสดุสำหรับซ่อมแซม

ในการซ่อมแซมหน้าต่างนี้เราจะต้องใช้ไอเทมที่ชื่อว่า Soulstone (L) ทั้งหมด 4 ธาตุด้วยกัน ซึ่งไอเทมพวกนี้มันก็หาได้ไม่ยากและไม่ง่าย หากใครขาดไอเทมชิ้นไหนก็แนะนำให้ลองไปล่ามอนสเตอร์ตามรายการด้านล่างนี้ดู
Fire Soulstone (L): Steal จากมอนสเตอร์ที่ชื่อ Flame Remnant Mk.II ใน Tranquil Grotto
Ice Soulstone (L): Steal จากมอนสเตอร์ที่ชื่อ Ice Remnant Mk.II ใน Cavern of the Moon and Sun
Thunder Soulstone (L): Steal จากมอนสเตอร์ที่ชื่อ Thunder Remnant Mk.II ใน Infernal Castle
Wind Soulstone (L): Steal จากมอนสเตอร์ที่ชื่อ Wind Remnant Mk.II ใน Cavern of Waves
เมื่อหาไอเทมได้ครบแล้วก็นำมันกลับมาให้กับนักบวชแล้วหน้าต่างก็จะถูกซ่อมแซมเสร็จเรียบร้อย

Will Research for Money
เควสนี้ให้ไปที่เมือง Montwise แล้วเดินไปที่หน้าโรงแรมเราจะเจอกับ ชายคนหนึ่งเขาเป็นนักวิจัยปลาหมึกยักษ์ เขาจะถามเราว่ามีความสนใจในสิ่งมีชีวิตลึกลับคล้ายปลาหมึกที่รู้จักกันในชื่อ Octopuffs บ้างไหม ฉันคิดมาโดยตลอดว่าพวกมันเป็นปลาหมึกยักษ์สายพันธุ์ใหม่ แต่พวกมันกลับแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง ฉันอยากจะค้นหาคำตอบในเรื่องนี้ให้ได้ แต่การวิจัยต้องหยุดชะงักเพราะขาดเงินทุน แน่นอนว่าต้องมีใครสักคนเต็มใจที่จะให้เงินทุนสำหรับการวิจัยของฉัน

เรื่องนี้ก็ไม่ยาก เราแค่ต้องไปหาผู้สนับสนุนงานวิจัยนี้มาให้เขาก็พอ โดยให้วาร์ปไปที่เมือง Canalbrine แล้วเข้าไปที่บาร์ จะเห็นชายคนหนึ่งที่อยู่ทางขวาบน ชายคนนี้คือคนที่หลงใหลในปลาหมึกเป็นอย่างมาก ให้เราทำการชวนเขาเข้าปาร์ตี้แล้วกลับไปที่เมือง Montwise เพื่อคุยกับนักวิจัย หลังจากนั้นทั้ง 2 ก็คุยกันถูกคอและชายคนที่เราพามาก็ตัดสินใจให้เงินทุนแก่นักวิจัย เรื่องราวก็เป็นอันจบลงด้วยดี

Tourney Champion
เควสนี้เราจะต้องเคลียร์เนื้อเรื่องบทที่ 2 ของฮิคาริให้เรียบร้อยก่อน จากนั้นก็ไปที่เมือง Montwise เดินมาทางขวาเจอบันไดก็ลงไป แล้วจะเห็นผู้หญิงคนหนึ่งยืนอยู่ เธอกำลังกังวลที่แฟนหนุ่มของเธอยืนยันที่จะเข้าร่วมการต่อสู้ในทัวร์นาเม้น เขาอาจจะได้รับบาดเจ็บสาหัสหรือตายก็ได้ถ้าฉันไม่หยุดเขาก่อนก้าวเข้าสู่สนามประลอง

ทีนี้ให้เราเดินไปที่ส่วน Underground Arena จะเห็นชายในชุดทหารยืนเกาะกรงอยู่ทางขวา เขามีชื่อว่า Fainthearted Youth เขากำลังตื่นเต้นมากเกินไปเพราะใกล้ถึงคิวของเขาที่จะเข้าประลองแล้ว ให้เรากดใช้ Path Action เพื่อทำให้ชายหนุ่มคนนี้สลบไป แต่ก็มีปัญหาเกิดขึ้นเล็กน้อยก็คือตอนนี้ถึงตาที่ชายหนุ่มคนนี้ต้องขึ้นไปต่อสู้แล้วนั่นเอง เมื่อพิธีกรเห็นว่าไม่มีทางเลือกก็เลยขอร้องให้เราลงไปต่อสู้แทน

ในสนามประลองเราจะได้เจอกับ ยูรินาส แชมป์เก่าของสนามประลองแห่งนี้ สำหรับยูรินาสนั้นจะค่อนข้างเก่งอยู่บ้าง หากใครที่เลเวลยังไม่สูงจะไม่สามารถเอาชนะเธอได้ หากต้องการชนะก็ควรจะมีเลเวลประมาณ 40 ขึ้นไป ในการต่อสู้นี้เราไม่จำเป็นต้องเอาชนะเธอก็ได้เควสก็จะเสร็จอยู่ดี แต่หากชนะเธอได้เราจะได้รับเครื่องประดับที่ชื่อว่า Champion’s Belt เมื่อใส่จะเพิ่มพลังโจมตีกายภาพ 100 และคริติคอลอีก 100 นับว่าเป็นเครื่องประดับที่ดีมาก ในกรณีที่เราแพ้เธอหากต้องการได้รับ Champion’s Belt ก็ให้กลับมาที่เคาท์เตอร์แล้วคุยกับเจ้าหน้าที่เพื่อท้าทายเธออีกครั้งก็ยังได้ ทุกครั้งที่เอาชนะเธอได้เราก็ได้รับ Champion’s Belt มา

หลังจากการต่อสู้จบลงเราก็จะมาคุยกับยูรินาส เธอจะถอดหมวกของเธอออกทำให้เรารู้ว่าอันที่จริงแล้วเธอก็คือหญิงสาวที่เราเจอในตอนแรกนั่นเอง แต่เธอไม่อยากให้แฟนรู้ว่าเธอเป็นกลาดิเอเตอร์ มันจะทำให้แฟนของเธอเป็นกังวลเสียเปล่า ยิ่งไปกว่านั้นในการต่อสู้เธอไม่สามารถอ่อนข้อให้คู่ต่อสู้ได้เลย หากบังเอิญทำให้แฟนของเธอบาดเจ็บเสียเอง เธอคงทำใจไม่ได้ จากนั้นเธอก็ได้ขอบคุณเราที่มาช่วยในเรื่องนี้และอยากให้ปิดเรื่องนี้เอาไว้เป็นความลับ เป็นอันจบเควส

Procuring Peculiar Tomes
เควสนี้ให้เราไปที่ Montwise: Library เมื่อเข้ามาแล้วให้วิ่งไปด้านบนจนถึงทางแยก ให้เลี้ยวซ้ายเราจะเจอกับผู้หญิงคนหนึ่งที่ยืนอยู่หน้าตู้หนังสือ เธอมีชื่อว่า Unusual Tome Specialist ห้องสมุดในเมือง Montwise แห่งนี้เป็นแหล่งที่รวบรวมหนังสือจำนวนมากที่สุดในโซลิสเทีย เรามีหนังสือจากทั้งสองทวีป รวมถึงจารึกจากหมู่เกาะ แต่ก็ยังมีหนังสือบางเล่มที่ยังไม่มีอยู่ในห้องสมุดแห่งนี้ นั่นก็คือ “จากนรกที่ไกลโพ้น”, “รายงานข่าวจากเกาะสัตว์ร้าย” และ “ตำนานประหลาดเกี่ยวกับกำแพงใหญ่” หวังเป็นอย่างยิ่งว่าวันหนึ่งเราอาจจะสามารถนำหนังสือที่แปลกประหลาดที่สุดทั้งสามเล่มนี้มาอยู่ในห้องสมุดได้

เควสนี้ก็คือการตามหาตำราทั้ง 3 เล่มนั่นเอง ซึ่งเราจะเริ่มจากเล่มที่ง่ายที่สุดก่อนนั่นก็คือ Dispatches from Beastling Island (รายงานข่าวจากเกาะสัตว์ร้าย) ให้เราวาร์ปไปที่ Beastling Village แล้วเดินไปจนถึงบริเวณที่มีจุดเซฟ ใกล้กันนั้นจะเห็นนักเดินทางในชุดเขียวยืนอยู่ ให้กดใช้ Path Action แล้วเอาหนังสือที่เราตามหามาจากเขาได้เลย

ส่วนเล่มที่สองเราจะไปที่เมือง Crackridge จากนั้นให้เราวิ่งไปทางขวาสุด จนเห็นบันไดไม้เป็นทางลง ก็ให้ลงมาตามทาง จนเราเห็นบันไดยาวที่ลงไปด้านล่างแต่เราไม่ต้องลงบันไดนี้ ให้เราวิ่งขึ้นไปด้านบนแทน มันจะเป็นทางอ้อมลอดใต้สะพานที่มุมกล้องมันบังอยู่ เมื่อเดินจนสุดทางก็จะเห็นบันไดลงอีกอันหนึ่ง ให้เดินลงบันไดอันนี้มาแล้วจะพบชายที่ยืนเฝ้าหน้าประตู ก็ใช้ Path Action ทำให้เขาสลบแล้วเข้าไปในบ้านเปิดกล่องสมบัติ ก็จะพบกันหนังสือที่ชื่อว่า From the Far Reaches of Hell (จากนรกที่ไกลโพ้น)

ส่วนเล่มที่สามให้วาร์ปไปที่เมือง Stormhail แล้วลงไปด้านล่างเข้าแผนที่ Southern Stormhail Snows แล้วเดินลงมาด้านล่างตามทางเรื่อยๆ จนเกือบหลุดไปยังอีกแผนที่หนึ่ง เมื่อเราเห็นทางแยกสุดท้ายมันจะมีจุดเซฟ ให้เราเดินเลยไปทางขวาก็จะเจอกับชายคนหนึ่งยืนอยู่ตรงหน้าผา ให้กดใช้ Path Action แล้วเอาหนังสือ The Curious Legend of the Great Wall (ตำนานประหลาดเกี่ยวกับกำแพงใหญ่) มาจากเขาได้เลย

เมื่อรวบรวมครบแล้วก็ให้กลับไปคุยกับหญิงสาวในห้องสมุดอีกครั้ง เธอจะรู้สึกตกใจว่าในที่สุดหนังสือทั้ง 3 เล่มนี้ก็ถูกรวบรวมมาครบแล้ว เพียงแต่หนังสือจากนรกที่ไกลโพ้น มันถูกเขียนด้วยภาษาที่อ่านไม่ออก จำเป็นต้องไปพบกับ นักโบราณคดีที่ชื่อว่า Georges เพียงแต่ตอนนี้เขาได้ออกเดินไปสำรวจยังเกาะที่ห่างไกลสักแห่ง หากไม่มีเขาการถอดรหัสภาษาในหนังสือเล่มนี้คงเป็นเรื่องที่ยากเกินไป หลังจากนั้นเธอก็ขอบคุณสำหรับการรวบรวมหนังสือทั้ง 3 เล่มนี้มามอบให้แก่ห้องสมุด เป็นอันจบเควส

From the Far Reaches of Hell
เควสนี้จะทำได้หลังจากสำเร็จเควส Traveler’s Bag (เควสเสริมอันแรกของเกมที่ได้รับมาตอนเริ่มเนื้อเรื่องตัวละครหลัก) และเควส Procuring Peculiar Tomes เมื่อสำเร็จทั้ง 2 เควสแล้วให้ไปที่ Montwise แล้วเข้าไปที่ห้องสมุดบริเวณขวาบนของเมือง ในห้องสมุดให้เราเดินตรงมาจนสุดทาง แล้วไปที่ส่วนทางขวาของห้องสมุด เราจะเจอกับ AI เขาก็ทักทายเราว่าจำเขาได้หรือเปล่า เขาอยากอ่านหนังสือที่ชื่อว่า “จากนรกที่ไกลโพ้น” แต่ลองดูสิมันเขียนด้วยภาษาที่ไม่เข้าใจเลย! นอกจากชื่อเรื่องเท่านั้น มันไม่ใช่ภาษาของดินแดนแห่งนี้ และไม่ใช่ภาษาจากบ้านเกิดของเขาด้วย ไม่รู้ว่าจะถอดรหัสภาษานี้ได้อย่างไร

ให้วาร์ปไปที่ Beasting Bay: Anchorage แล้วขึ้นเรือ ทีนี้ให้ล่องเรือไปด้านบนเล็กน้อยก็จะเจอกับเกาะแห่งหนึ่งที่มีชื่อว่า Nameless Isle สำรวจเกาะนี้ให้ทั่วจนสุดทางเราจะเจอกับบอสที่ชื่อว่า Gigantes เมื่อปราบมันได้เราจะพบกับชายที่ชื่อว่า Georges Lazuli เขาจะขอบคุณเราที่ช่วยชีวิตเขาโดยการกำจัด Gigantes จากนั้นก็เล่าให้ฟังว่าเขาเป็นนักสำรวจซากปรักหักพังและโบราณสถานทั่วโลก อีกทั้งเขายังมีความสามารถทางด้านภาษาศาสตร์ที่สูงมาก ทีนี้ก็ให้เราใช้ Path Action สืบค้นกับเขา เราก็จะได้รับ How to Decipher Unknown Languages วิธีการถอดรหัสภาษาที่ไม่รู้จักมา ทีนี้ก็ให้กลับไปหา AI ที่ห้องสมุดในเมือง Montwise ได้เลย

เมื่อเราได้สอนวิธีการถอดรหัสภาษากับ AI แล้ว ทำให้เขาสามารถเข้าใจบางส่วนในหนังสือ “จากนรกที่ไกลโพ้น” และทำให้เขาแน่ใจแล้วว่าหนังสือเล่มนี้คือลางร้าย ตอนนี้เราได้ช่วยเหลือเขามาแล้วถึง 2 ครั้ง คราวนี้ถึงตาของเขาบ้าง เขาจะใช้ความพยายามทั้งหมดนี้เพื่อช่วยเหลือโลกของเรา โปรดระมัดระวังตัวจนกว่าเราจะได้พบกันอีกครั้ง

Laila’s Next Chapter
เควสนี้จะทำได้ก็ต่อเมื่อเคลียร์เนื้อเรื่องของแอ็กเนียและเทเมนอสหมดทุกบทแล้ว จากนั้นให้ไปยังเมือง Merry Hills เดินขึ้นไปด้านบนจนจนเกือบไปอีกแผนที่ เราจะกับไลลา เธอจะเต้นรำโชว์อยู่ข้างถนน หลังจากจบโชว์ก็ได้เข้ามาคุยกับเรา เธอก็ถามว่าการเต้นของเธอเป็นยังไงบ้าง มันค่อนข้างดีใช่มั้ย เราเคยได้ยินข่าวเกี่ยวกับการแข่งขันเต้นรำหรือเปล่า ผู้ชนะจะได้เงินรางวัลก้อนโตเลย ผู้ชนะงานนี้จะต้องเป็นเธอ และเธอก็จะเอาเงินนี้ไปจัดงานเลี้ยงฉลองกับทุกคนที่หมู่บ้าน ในตอนนั้นเองก็มีเสียงระฆังดังขึ้น ไลลาก็บอกว่างานแข่งขันกำลังจะเริ่มขึ้นแล้ว หวังว่าพวกเราจะมาเชียร์เธอด้วยล่ะ

ที่เวทีการแข่งขัน เฮอร์เมสเทพธิดาแห่งเมือง Canalbrine ก็ได้ขึ้นแสดงการเต้นรำของเธอ ส่วนทางด้านล่างเวที ผู้ตัดสินได้ขอให้เธอเปลี่ยนรองเท้าเป็นอันที่เขานำมาให้ ซึ่งเป็นหนึ่งในกฏข้อบังคับ ทางด้านไลลาไม่มีทางเลือกจึงต้องเปลี่ยนรองเท้าตามที่ผู้ตัดสินได้บอกเธอ หลังจากที่เฮอร์เมสได้จบการแสดง ก็ถึงคิวของไลลา แต่ในระหว่างที่เธอเต้นกลับล้มลงเนื่องด้วยรองเท้าที่เธอใส่นั่นเอง สุดท้ายทนไม่ไหวกับความผิดพลาดจึงได้วิ่งหนีออกจากเวทีไปอย่างกะทันหัน

ทีนี้ให้กลับมาที่ Merry Hills แล้ววิ่งลงไปด้านล่างอ้อมขึ้นไปบนสะพานเราจะได้พบกับไลลาที่วิ่งหนีออกจากเวทีการแสดงมา ไลลาก็เล่าให้ฟังว่า เธอได้ฝึกฝนอยู่ทุกวัน เธอตัดสินใจที่จะเต้นอยู่เสมอไม่ว่าจะฝนตกหรือแดดออก ตอนนั้นผู้คนในหมู่บ้านต่างก็หน้านิ่วคิ้วขมวดเวลาที่เธอก่อปัญหา แต่หลังจากที่เธอฝึกเต้นรำผู้คนในเมืองก็เต็มไปด้วยรอยยิ้ม นั่นแหละคือเหตุผลที่เธอฝึกฝนต่อเพราะมันนำพาซึ่งความหวังให้แก่ผู้คนในเมือง ตอนที่เธอบอกว่าจะเข้าแข่งขันผู้คนในเมืองต่างก็ให้กำลังใจ แต่หลังจากที่ล้มเธอก็ทำได้แค่วิ่งหนีออกจากเวที ตอนนี้เธอไม่กล้าสบตากับคนในเมืองอีกแล้ว ในระหว่างที่คุยกันอยู่เฮอร์เมสก็ได้มาพบเข้ามากับพวกเรา ไลลาก็ถามว่าเฮอร์เมสมาทำอะไรที่นี่ เฮอร์เมสก็ถามไลลาว่าเธอบาดเจ็บมั้ย วันนี้มันเป็นการเต้นรำที่แปลกประหลาด บางคนก็ล้ม บางคนก็ลื่นเหมือนเต้นอยู่บนน้ำแข็ง ไลลาเลยบอกว่าน่าจะเป็นเพราะรองเท้าที่ผู้ตัดสินบอกให้ใส่ เฮอร์เมสเลยตรวจสอบรองเท้านั่นแล้วพบว่า พื้นรองเท้ามีความเหนียว มีอะไรบางอย่างทำให้มีน้ำมันไหลซึมออกมาทุกครั้งที่ก้าวเดิน ไลลาก็ตกใจคิดว่าเป็นเพราะเหตุนั้นที่ทำให้เธอล้ม เฮอร์เมสก็เลยชวนไลลาให้กลับที่เวทีการแข่งขันอีกครั้ง เพื่อถามพวกเขาให้โอกาสเธอให้การแสดงโชว์อันน่าทึ่ง ไลลาก็ตกลงเพราะเธอยังไม่อยากยอมแพ้แบบนี้ แต่เธอก็ถามเฮอร์เมสว่าทำไมถึงมาช่วยเธอล่ะ เฮอร์เมสเลยถามว่าเวลาที่เธอเต้นรู้สึกยังไงบ้างล่ะ ส่วนเธอรู้สึกเหมือนเป็นปลาโลมา สิ่งที่เลวร้ายทั้งหมดรอบตัวถูกชะล้างออกไปจนเหลือแค่เพียงตัวเองและความรู้สึกเท่านั้น เธอแข็งแกร่งพอที่จะว่ายน้ำไปถึงขอบฟ้าและกลับมาได้ ไลลาก็บอกว่าเธอเข้าใจความรู้สึกนั้น เฮอร์เมสเลยเล่าต่อว่าสำหรับเธอการเต้นรำมันเหมือนกับมหาสมุทร ที่เธออยากจะว่ายไปไหนก็ได้ตามต้องการ และเธอไม่ยอมให้ใครมาทำให้น้ำของเธอแปดเปื้อน ไลลาก็กล่าวขอบคุณเฮอร์เมสและกลับไปที่เวทีการแสดง

ตอนนี้ให้เราวิ่งกลับไปที่ Merry Hills: Shrine Entrance แล้วพวกเราจะได้พบว่า ผู้ดูแลของเฮอร์เมสกำลังมอบเงินให้กับผู้ตัดสิน เขาบอกว่าตอนนี้เฮอร์เมสกำลังโด่งดังเลยไม่อยากให้มีอะไรผิดพลาด ยิ่งช่วงนี้เกล็ดของเธอก็เสมือนทองคำเลยเชียวล่ะ ผู้ตัดสินก็หัวเราะแล้วบอกว่าช่างฉลาดเสียจริง ในระหว่างนั้นเองเฮอร์เมสและพวกเราก็เดินเข้าไปหาทั้ง 2 คนนั้น เฮอร์เมสก็ได้ถามขึ้นมาทันทีว่า นายใช่มั้ยที่ทำให้ทุกคนต้องใส่รองเท้านั่น ผู้ดูแลเลยบอกว่านั่นไม่ใช่เรื่องที่เธอต้องกังวล พวกเราก็แค่ทำในสิ่งที่มั่นใจว่าเธอจะต้องชนะอย่างแน่นอน ตอนนี้ชื่อเสียงของเธอกำลังโด่งดังไปทั่ว และทำให้เธอมีเงินมากยิ่งขึ้นจนไม่รู้ว่าจะใช้มันยังไงให้หมดเลยทีเดียว ทำไมตอนนี้พวกเราไม่ไปรับรางวัลกันล่ะ เฮอร์เมสเลยปฏิเสธว่าเธอไม่ต้องการเงินรางวัลนั่น นายกล้าดียังไงมาทำลายศิลปะการเต้นรำ แล้วเธอก็พุ่งเข้าไปชกผู้ดูแล พร้อมกล่าวต่อว่า ว่าต่อไปนี้นายจะไม่มีทางก้าวเข้ามาสู่มหาสมุทรของเธอได้อีก ผู้ตัดสินเห็นท่าไม่ดีก็เลยขอตัวลาก่อนวิ่งหนีออกไปทันที ไลลาก็เลยชวนเราให้ไปสั่งสอนบทเรียนให้กับผู้ตัดสินหน้าเงินนั่นกัน

ทีนี้ให้วิ่งไปทางฝั่งขวาก็จะเห็นผู้ตัดสินยืนอยู่บริเวณนั้น ให้เราใช้ Path Action ทำให้เขาสลบ ทีนี้กลุ่มคณะผู้ตัดสินคนอื่นก็มาเห็นเหตุการณ์เข้าเลยสอบถามพวกเราว่าเกิดอะไรขึ้นกันแน่ เฮอร์เมสก็เลยอาสาจะเล่าเรื่องทั้งหมดให้กับคณะผู้ตัดสินได้ฟังกัน หลังจากนั้นทั้งเฮอร์เมสและไลลาก็ได้ขึ้นเวทีเต้นรำพร้อมกันให้เหล่าผู้คนได้รับชม เมื่อจบการแสดงแล้วเฮอร์เมสก็ได้แบ่งเงินรางวัลให้กับไลลาอีกด้วย ทำให้ไลลารู้สึกขอบคุณและหวังว่าจะได้เต้นรำพร้อมกันในเวทีที่ยิ่งใหญ่ยิ่งกว่านี้ และแล้วเควสก็ได้จบลง

A Mysterious Box
เควสนี้ให้เราไปที่เมือง Merry Hills: Shrine Entrance ที่บริเวณหน้าทางเข้าสู่โคลอสเซียม ให้เดินไปทางขวาจนสุด เราจะพบกับชายคนหนึ่งชื่อว่า Young Collector ให้เรากดใช้ Path Action แล้วเอาไอเทมที่ชื่อว่า Mysterious Box มาจากเขา แล้วชายคนนั้นก็จะบอกกับเราว่าได้โปรดนำกล่องปริศนานี้ออกไปให้ห่างจากตัวเขา เมื่อพูดจบชายคนนี้ก็สลบไป

ทีนี้ให้เราวาร์ปไปที่เมือง Timberain แล้วออกจากเมืองไปด้านล่างเข้าสู่แผนที่ Southern Timberain Trail ให้เดินลงมาตามทางเมื่อเจอแยกที่มีจุดเซฟให้เลี้ยวซ้าย ในระหว่างที่เดินไปทางซ้ายจะได้ยินเสียงลึกลับที่บอกว่า ให้เอามันกลับมา มันคือสมบัติของเขา ทีนี้ก็ให้เราเดินไปตามทางซ้ายล่างจนพบเข้ากับคฤหาสน์หลังหนึ่ง ทางเข้าคฤหาสน์นี้จะอยู่ทางฝั่งขวา ปีนบันไดขึ้นไปแล้วทางซ้ายจะมีประตูอยู่ เราก็จะเข้าสู่ House Wellows Manor

ในคฤหาสน์นี้ให้เราปรับเป็นเวลากลางคืนแล้วหาทางเข้าสู่ห้องที่อยู่ตรงกลางในชั้น 2 ให้ได้ จะเจอกับผู้หญิงคนหนึ่งรออยู่ ให้เรามอบ Mysterious Box ให้กับเธอ แล้ววิญญาณของคนอื่นที่อยู่ในคฤหาสน์นี้จะปรากฏตัวออกมา หญิงคนนั้นก็ได้บอกว่าในที่สุดมันก็กลับมาแล้ว สักพักเด็กผู้หญิงตัวเล็กก็ปรากฏตัวขึ้นมา แล้วผู้หญิงคนนั้นก็บอกว่าเธอได้กลับบ้านแล้ว จากนั้นเหล่าวิญญาณก็หายตัวไป เป็นอันเสร็จสิ้นเควส




