ใน Leaflands จะมีทั้งหมด 10 เควสด้วยกัน
Crop Revival
เควสนี้จะอยู่ที่เมือง Cropdale เมื่อเข้าเมืองมาก็จะได้พบกับเธอเลย เมื่อคุยจะได้รู้ว่าเธอคือช่างทอผ้า สมัยก่อนที่แห่งนี้ก็มีชื่อเสียงในด้านการผลิตผ้าทอจากพืชซึ่งมีลวดลายที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว แต่น่าเสียดายที่ประเพณีนี้เสื่อมถอยไปนานแล้ว และไม่มีใครที่รู้จักวิธีการทอผ้าที่เป็นเอกลักษณ์นี้เหลืออยู่ แต่ถ้ามีใครสักคนที่รู้จักวิธีนี้และยังอยู่ก็คงจะดี เพราะเธอจะทำให้มันกลับมาเฟื่องฟูเอง

ทีนี้ให้เราออกจากหมู่บ้านไปด้านบนจะเข้าสู่ Forest Path ตรงขึ้นไปเล็กน้อยก็จะเห็นชายคนหนึ่งทางซ้ายมือ เขามีชื่อว่า Elderly Woman’s Son ให้เราใช้ Path Action สืบค้นข้อมูลกับเขา แล้วจะได้ข้อมูล Hidden Item มา ทีนี้ให้เดินลงไปด้านล่างข้ามสะพานไป แล้วจะเดินไปที่ท่าเรือ ก็ให้พายเรือขึ้นไปที่บ้านด้านบน เข้าไปในบ้านหลังนั้น เราจะเจอกับแสงสีฟ้ากระพริบก็ให้เก็บมันมาแล้วจะได้รับ Crop Tapestry Pattern เมื่อได้รับไอเทมมาแล้วให้กลับไปหาช่างทอผ้าอีกครั้ง เธอจะดีใจมากที่วิธีการทอผ้านี้ยังคงสืบทอดมาอยู่ เธอสร้างทำมันขึ้นมาใหม่ได้อีกครั้ง เป็นอันจบภารกิจ

The Soused Nobleman
เควสนี้ให้ไปที่เมือง Cropdale ที่บาร์ในเมือง แล้วปรับเป็นเวลากลางคืน จากนั้นให้คุยกับผู้หญิงที่ยืนอยู่หน้าเวที เธอบอกว่า ท่านผู้สูงศักดิ์ได้ให้เกียรติเราด้วยการปรากฏของเขาอีกครั้ง ทุกคืนเขาจะอยู่ที่นี่ พูดเสียงดังที่สุดเท่าที่คุณเคยได้ยิน และทำให้คนอื่นปวดหัว จะโกรธเหมือนแตนถ้าคุณบอกให้เขารักษามารยาท พวกเราไม่รู้ว่าจะทำยังไงแล้ว

วิธีผ่านเควสนี้ไม่ยากเลย ที่ใกล้กันนั้นจะเห็นชายคนหนึ่งแต่งตัวดูดี เมาโวยวายอยู่ ก็ให้ใช้ Path Action ทำให้เขาสลบไป หลังจากที่เขาตื่นขึ้นมาแล้วก็จะขอโทษทุกคนที่สร้างความเดือดร้อนให้ หญิงสาวผู้ช่วยร้านก็ถามว่าถ้ารู้ว่าเมาแล้วทำตัวแบบนี้ ทำให้ต้องดื่มเยอะให้เมาขนาดนั้นด้วย ชายคนนั้นก็บอกว่าอันที่จริงเขาอยากดื่มเพื่อความสนุก ทำให้ลืมเรื่องทุกข์ใจ หญิงสาวก็เลยถามเป็นถึงตระกูลชั้นสูงแล้วมีเรื่องอะไรทุกข์ใจด้วยหรอ ชายคนนั้นก็ตัดสินเล่าให้ฟังว่าเขาแค่เพียงแต่งงานกับตระกูลขุนนางผู้มีชื่อเสียง ทำให้เขาต้องทำตามที่ภรรยาและแม่ยายบอก ห้ามถาม ห้ามเถียง ทำตามอย่างเดียว ขนาดลูกสาวยังมองเขาด้วยสายตาที่แข็งกร้าว ทั้งหมดนี่มันมากเกินจะรับไหว หญิงสาวเมื่อได้ฟังเรื่องราวก็รู้สึกดีขึ้น และยังคงให้เขามาที่นี่ได้ เพียงแต่ช่วงนี้คงจะเสริฟให้แค่น้ำผลไม้พีชเท่านั้นนะ ชายคนนั้นก็โอเค ขอเพียงแค่ที่นี่คอยมีคนมารับฟังให้เขาได้ระบายเรื่องราวเท่านั้นก็พอ แล้วปัญหาก็ได้จบลง

Through a Child’s Eyes
เควสนี้อยู่ที่เมือง Wellgrove บริเวณซ้ายล่างของเมืองจะมีเด็กสาวคนหนึ่งกำลังกังวลใจอยู่ เธอเล่าให้ฟังว่าตอนนี้พ่อและแม่ของเธอดูเหมือนความสัมพันธ์ไม่ค่อยดีเท่าไหร่ แต่เธอก็ไม่รู้ว่าทำไมถึงเป็นแบบนั้น อีกอย่างพ่อของเธอตอนนี้ก็ไม่ใช่พ่อแท้ๆ เป็นพ่อเลี้ยงแต่เธอก็รักทั้งพ่อและแม่ตอนนี้มาก ถ้าหากพวกเราได้อยู่พร้อมหน้าพร้อมตากันอาจจะรู้ก็ได้ว่ามันเกิดอะไรขึ้น

เควสนี้เราจะต้องทำการชวนพ่อและแม่ของเธอเข้าปาร์ตี้ของเราพร้อมกัน เพราะฉะนั้นต้องเปลี่ยนให้ตัวละครในปาร์ตี้ของเรามีความสามารถในการเชิญชาวเมืองเข้าร่วมปาร์ตี้ได้อย่างน้อย 2 คน สำหรับพ่อเลี้ยงจะอยู่บริเวณด้านบน ที่หน้าบ้านกิลด์ Dancer เขาจะชื่อว่า Girl’s Stepfather ทีนี้ก็ชวนเขาเข้าปาร์ตี้ได้เลย

ส่วนแม่จะอยู่ตรงกลางระหว่าง บาร์และโรงแรม เธอก็จะชื่อว่า Girl’s Mother

เมื่อชวนทั้ง 2 คนเข้าร่วมปาร์ตี้แล้วก็ให้กลับไปคุยกับเด็กสาวอีกครั้ง เมื่อเด็กสาวได้เห็นพ่อและแม่พร้อมหน้าพร้อมตากัน เธอก็ดีใจคิดว่าทั้ง 2 คนคืนดีกันเรียบร้อยแล้ว แต่พ่อกับแม่ก็บอกว่าพวกเราไม่เคยทะเลาะกันเลยนะ เธอเข้าใจผิดแล้วล่ะ แต่เด็กสาวก็บอกว่าอย่าโกหกเธอ ช่วงนี้ทั้งพ่อและแม่ไม่เคยยิ้มเลย เธอเป็นห่วงมากและอยากให้ทั้ง 2 คนมีความสุข ทั้งพ่อและแม่ก็ได้ยอมรับและขอโทษเด็กสาว ส่วนเด็กสาวก็บอกว่าอย่าทะเลาะกันอีกเลยนะ พ่อและแม่ก็เลยตัดสินใจคืนดีกัน เป็นอันจบเรื่อง

Useless Fruit
เควสนี้อยู่ที่เมือง Wellgrove ให้ไปที่บริเวณซ้ายบนก่อนเข้าไปที่ส่วนคฤหาสถ์ของอัลรอนด์ จะเห็นชาย 2 คนยืนคุยกันอยู่ เด็กหนุ่มทางขวาก็บ่นเกี่ยวกับดอกไอริส ดอกไม้ตรงมันดูสวยแต่ผลของมันส่งกลิ่นที่แย่มาก หากเผลอไปเหยียบมันล่ะก็ จะทำให้อากาศมีกลิ่นที่เลวร้าย ตอนแรกก็หวังว่าดอกไม้พวกนี้จะนำมาใช้ประโยชน์อะไรได้บ้างเพราะมันขึ้นอยู่ทั่วทั้งเมืองเลย แต่ก็อย่างที่เห็น…

ทีนี้ให้เราวาร์ปไปที่เมือง Cropdale ไปบริเวณที่หน้าโรงแรมจะมีหญิงสาวอยู่คนหนึ่งที่ชื่อว่า Knowledgeable Villager ให้ใช้ Path Action เพื่อสืบค้นข้อมูล แล้วเราจะได้รับ Well Iris Uses แล้วก็กลับไปหาชายหนุ่มคนเดิม แล้วจะได้รู้ว่าผมของดอกไอริสนี้สามารถนำไปใช้ในการทำสีย้อมผ้าได้และมันยังป้องกันแมลงได้ด้วย ทำให้ชายคนนั้นจะพยายามผลิตมันให้เยอะๆ และได้ขอบคุณเราเป็นอันจบเควส

Mira and the Elderly Guard’s Next Chapter
เควสนี้จะทำได้ก็ต่อเมื่อเคลียร์เนื้อเรื่องของโทรเน่เสร็จทั้งหมดเป็นที่เรียบร้อยแล้ว จากนั้นให้ไปที่เมือง Wellgrove บริเวณทางเข้าเมืองก็จะได้พบกับชายชราที่รับหน้าที่เป็นผู้คุ้มกันที่สวนของแม่ เขาจะเล่าให้เราฟังว่า มิร่า เด็กสาวที่เคยถูกมัดที่ระฆังและหมายจะล้างแค้นโทรเน่ ได้หายตัวไป ก่อนหน้านี้เธอมีสีหน้าเคร่งเครียดคาดว่าเธออาจจะออกไปล้างแค้นให้กับแม่ของเธอ และเป็นหน้าที่ของเขาในฐานะผู้คุ้มกันสวนของแม่ ที่จะต้องคอยดูแลให้ทุกคนกลับบ้านอย่างปลอดภัย ถ้าไม่เป็นการรบกวนก็อยากจะขอให้เราช่วยเหลือเขาหาตัวมิร่าให้หน่อย เขาจำได้ว่าก่อนหน้าที่มิร่าจะหายตัวไป ได้พูดเกี่ยวกับกระเช้าลอยฟ้า

เมื่อได้คำใบ้โดยตรงแบบนี้แล้วก็วาร์ปไปที่เมือง Lostseed ได้เลย มาถึงแล้วให้ออกจากวาร์ปไปทางซ้ายแล้ววิ่งย้อนไปจนถึงจุดกระเช้าลอยฟ้าคุยกับชายชราที่อยู่ตรงนั้น แล้วฉากจะตัดมาที่ชายชราทั้ง 2 คนได้เจอหน้ากัน ทั้งผู้คุ้มกันและผู้นำทาง ต่างก็รู้สึกว่าทั้งสองนั้นมีหน้าตาที่เหมือนกันมาก ผู้นำทางจะเล่าให้ฟังว่าก่อนหน้านี้ไม่นานมีเด็กหญิงคนหนึ่งได้ใช้กระเช้าลอยฟ้ากลับบ้านไป ทีนี้ก็ให้เราวิ่งกลับเข้าไปที่เมือง Lostseed อีกครั้ง เมื่อมาตามทางเรื่อยๆ เราก็จะได้เห็นตัวมิร่า

ชายชราก็จะเข้าไปคุยกับมิร่า มิร่าเล่าให้ฟังว่าเธอได้ตามผู้หญิงที่ฆ่าแม่มาแต่ดูเหมือนจะช้าไปเลยไม่ได้เจอกับเธอ ตอนนี้เธอได้รู้ความจริงแล้วว่าพ่อและแม่ที่แท้จริงของเธอได้ใช้ชีวิตและตายอยู่ที่นี่ รู้สึกเหมือนไม่มีอะไรสำคัญอีกต่อไป ชายที่อยู่ตรงกระเช้าลอยฟ้าได้บอกกับเธอว่า ทุกคนที่อยู่ที่นี่ตอนนี้ได้ถูกปลดปล่อยจากภาระหน้าที่แล้ว ไม่จำเป็นต้องทำอะไรอีกต่อไป เหมือนกับตัวฉันนี่แหละ ชายชราได้ยินแบบนั้นก็เลยเดินเข้าไปปลอบมิร่าและพูดว่า เขามาที่นี่เพื่อพาตัวมิร่ากลับไป เพื่อทำหน้าที่ผู้คุ้มกันให้สมบูรณ์ แต่ตอนนี้เขารู้แล้วว่านั่นไม่ใช่เหตุผลที่ทำให้มาที่นี่ เธออยากจะเป็นลูกสาวของฉันมั้ยมิร่า ตอนนี้เรามีอิสระทำอะไรที่อยากทำได้แล้ว นั่นคือเหตุผลที่ฉันอยากดูแลเธอและเด็กๆ คนอื่นเหมือนเป็นพ่อ ฉันอยากให้พวกเธอแต่ละคนค้นพบเหตุผลในการมีชีวิตอยู่ของตัวเอง และฉันหวังจะอุทิศทั้งชีวิตเพื่อช่วยเหลือพวกเธอ มิร่าก็บอกว่าจริงหรอ มันทำให้เธอรู้สึกมีความสุข ชายชราก็ก่อนต่ออีกว่า เมื่อประตูบานหนึ่งปิด ก็มีอีกบานเปิดอยู่ ชีวิตยังมีอะไรอีกมากมายอยู่ข้างหน้า ตอนนี้ก็กลับไปที่สวนของแม่กันเถอะเด็กๆ คนอื่นยังรออยู่นะ มิร่าก็ตอบรับและขอบคุณ เรื่องราวก็จบลงด้วยดี

Misha’s Next Chapter
เควสนี้จะทำได้หลักจากผ่านเนื้อเรื่องของพาร์เททิโอครบทั้ง 4 บทก่อน เริ่มจากไปที่เมือง Wellgrove แล้วเข้าไปที่คฤหาสน์ของอัลรอนด์ จากนั้นก็เข้าไปที่ห้องทางขวาในชั้น 1 จะเจอกับมิซาให้คุยกับเขา มิซาจะเล่าให้เราฟังว่า ช่วงนี้นายของเขาอัลรอนด์มักจะกลับมาบ้านด้วยเสื้อผ้าที่อยู่ในสภาพที่ย่ำแย่ และเขามักจะแอบหนีออกไปจากคฤหาสน์ในช่วงกลางคืนอยู่เสมอ มิซาก็ได้ถามเขาไปแล้วว่าช่วงนี้ทำอะไรอยู่กันแน่ แต่อัลรอนด์ก็ไม่ยอมบอก ทำให้มิซาเป็นกังวลมากกลัวว่าเขาจะไปยุ่งเกี่ยวกับสิ่งที่ทำให้ถึงตายได้ ก็เลยอยากขอแรงของเราช่วยสืบสวนหน่อยว่าช่วงนี้นายท่านอัลรอนด์ทำอะไรอยู่กันแน่ในช่วงกลางคืน

ทีนี้ก็ให้เราออกจากคฤหาสน์กลับเข้าไปในเมือง แล้วคุยกับชายที่ร้านขายผ้ามีชื่อว่า Strolling Townsperson ที่อยู่ตรงเชิงบันไดด้านล่าง ข้างห้างสรรพสินค้าของอัลรอนด์ ก็ให้ใช้ Path Action เพื่อสืบข้อมูล เราจะได้รับข้อมูลที่ชื่อว่า Man in a Brown Coat มา

จากนั้นก็ให้เดินไปทางขวาจะเจอกับชายคนหนึ่งที่ยืนอยู่หน้าห้างสรรพสินค้าของอัลรอดน์มีชื่อว่า Eager Townsperson ก็ให้ใช้ Path Action สืบข้อมูลมาจากเขา เราจะได้รับข้อมูลที่ชื่อว่า Garbage Collector

เมื่อได้ข้อมูลทั้ง 2 อย่างมาครบแล้วก็ให้กลับไปหามิซาอีกครั้งแล้วมอบข้อมูลที่เราไปสืบมาให้ เมื่อมิซาเห็นข้อมูลเขาก็รู้แล้วว่าอัลรอนด์แอบทำอะไรอยู่ในตอนกลางคืน ก็เลยชวนพวกเรามารอดูด้วยกัน จากนั้นมิซาก็พาเรามารออัลรอนด์กลับมาที่คฤหาสน์ เมื่ออัลรอนด์กลับมาแล้ว มิซาก็เล่ารายละเอียดว่า ในตอนกลางคืนนั้นอัลรอนด์ได้แอบออกไปเพื่อเก็บกวาดขยะจากทั่วทั้งเมือง เนื่องด้วยห้างสรรพสินค้าของอัลรอนด์ทำให้มีคนมากมายต่างเข้ามาที่เมืองนี้ ทำให้มีขยะอยู่ตามพื้นเยอะขึ้นตามไปด้วยเช่นกัน ซึ่งมันส่งผลเสียต่อภาพลัพธ์ของเมือง จึงเป็นสาเหตุที่ทำให้อัลรอนด์ต้องออกไปทำความสะอาดนั่นเอง แต่อัลรอนด์บอกว่าไม่ใช่มิซาคาดเดาผิดไป เขากำลังล่าสมบัติอยู่ต่างหาก มิซาเมื่อได้ยินแบบนั้นก็บอกว่า นายท่านอัลรอนด์ไม่ได้เปลี่ยนไปเลย ยังคงชอบเก็บสิ่งแปลกๆ จากข้างถนนอยู่เสมอ เหมือนที่เคยทำกับมิซา

หลายปีก่อนหน้านี้
ในช่วงนั้นมิซายังคงเป็นเด็กหนุ่มที่อยู่ข้างถนน ส่วนอัลรอนด์ก็ได้ปลอมตัวออกสำรวจเมืองอยู่ เมื่ออัลรอนด์ได้เจอกับมิซาก็ถามว่ามิซากำลังทำอะไรอยู่ มิซาเลยบอกว่าเขากำลังเก็บขยะอยู่ เพราะว่าครอบครัวของเขายากจน ไม่ว่าจะเป็นเสื้อผ้าเก่าหรือเครื่องจักรที่พัง ของเก่าสามารถขายได้ในราคาสูงอย่างน่าประหลาดใจ นอกจากเป็นการทำความสะอาดเมืองแล้ว ยังทำให้เมืองแห่งความยุติธรรมนี้ดูยุติธรรมมากยิ่งขึ้นด้วยเช่นกัน อัลรอนด์ที่ได้ยินก็รู้สึกไม่ค่อยเข้าใจ ก็เลยถามถึงจุดประสงค์ที่เขาเก็บขยะ มิซาก็บอกว่าจริงๆ แล้วมันไม่มีจุดประสงค์อะไรหรอก แค่เพียงเขาเกิดและเติบโตที่เมืองนี้ ทำให้เขารักมัน ยิ่งเห็นรอยยิ้มของผู้คนก็ทำให้เขามีความสุข ความจริงแล้วเขาไม่มีอะไรดีและไม่มีค่า อัลรอนด์เลยบอกว่าอย่าดูถูกตัวเองแบบนั้นพร้อมกับเผยโฉมหน้าที่แท้จริงให้กับมิซาได้เห็น มิซาก็ถึงกับตกใจว่าเขาคืออัลรอนด์เจ้าเมืองแห่งนี้อย่างนั้นหรอ อัลรอนด์ก็ยอมรับ แล้วก็อธิบายว่า สิ่งที่เห็นเมื่อกี้เป็นเพียงการอำพรางตัวที่คิดขึ้นเพื่อท่องไปทั่วโลก เขาได้ตัดสินตัวตนของมิซาผ่านสิ่งนั้นแล้ว มิซาก็บอกว่าทำแบบนี้มันค่อนข้างประหลาด แล้วทำไมถึงยอมเสียเวลามาคุยกับคนไร้ค่าอย่างเขาด้วย อัลรอนด์เลยบอกว่าเขามีสายตาที่เฉียบแหลม มิซานั้นไม่ได้ไร้ค่าแต่เป็นเพชรที่ยังไม่ได้เจียรไน ดังนั้นเขาจะขอเสนอโอกาสในการเปล่งประกายให้กับมิซา มาทำงานให้กับเขา

กลับมาที่ปัจจุบัน
มิซาบอกว่าเขาก็เป็นเพียงขยะอีกชิ้นหนึ่งที่อัลรอนด์เก็บมาจากท่อระบายน้ำ อัลรอนด์ก็บอกว่านั่นมันเรียกว่าล่าสมบัติต่างหาก นายห่วงใยเมืองนี้เหมือนกับฉัน หากหัวใจที่ยิ่งใหญ่แบบนี้ไม่เรียกว่าสมบัติ ก็ไม่รู้จะเรียกมันว่าอะไรแล้ว มิซาที่ได้ยินแบบนั้นก็พูดอะไรไม่ถูก สุดท้ายเขาก็เลยเสนอตัวเองเพื่อที่จะไปช่วยอัลรอนด์ล่าสมบัติด้วย อัลรอนด์ก็ตอบรับแล้วเดินจากไป เป็นอันเสร็จสิ้นเควสนี้

Proof of Innocence
ให้ไปที่เมือง Timberain หากเราเข้าไปในศาลจะพบว่ามีการพิจารณาคดีกันอยู่ ดำเนินการโดยผู้พิพากษาแอสเทลล์ เกี่ยวกับเรื่องขโมยงานศิลปะในโรงแรม อัยการก็จะเล่าเรื่องราวความเป็นมา งานศิลปะที่ว่านี้ก็คือ สร้อยข้อมือแห่งรุ่งอรุณ เป็นงานศิลปะที่น่าเคารพและมีคุณค่าอย่างสูง มันอยู่ในการครอบครองของนักสะสมงานศิลปะเคานต์โรโซ ซึ่งเขาพักอยู่ที่โรงแรม ผู้พิพากษาก็ถามว่า ระหว่างที่เคานต์ไม่อยู่ชั่วครู่ มันก็หายไปใช่ไหม อัยการก็ตอบว่าใช่แล้วครับท่าน และจำเลยก็คือคนรับหน้าที่ดูแลโรงแรมในวันนั้น จำเลยที่ชื่อว่าเบียงโกก็ปฏิเสธบอกว่าเขาไม่ได้ขโมยอะไรไปเลย ตอนที่เกิดเหตุเขาไม่ได้อยู่ในโรงแรมด้วยซ้ำ แต่เขาอยู่ข้างนอกกำลังทำความสะอาดอยู่ ผู้พิพากษาแอสเทลล์ก็ถามว่ามีใครเห็นคุณเพื่อยืนยันเรื่องนี้ได้บ้างหรือเปล่าล่ะ เบียงโกก็บอกว่ามี ตอนนั้นเขาได้ช่วยผู้หญิงคนหนึ่งที่กำลังล้มป่วยอยู่ใกล้ๆ อัยการก็เลยบอกว่างั้นพวกเราเบิกตัวเธอมาให้การแล้วกัน ว่าแต่เธอมีชื่อว่าอะไรล่ะ เบียงโกก็บอกว่าเขาไม่รู้ว่าเธอมีชื่อว่าอะไร เพราะตอนนั้นก็ไม่ได้ถามชื่อเธอ ผู้พิพากษาแอสเทลล์เลยขัดว่าถ้าแบบนั้นจะให้ใครเชื่อว่ามันเป็นความจริงได้ล่ะ การกล่าวอ้างที่โง่เขลาเช่นนี้อาจเป็นอันตรายต่อความน่าเชื่อถือของคุณได้ เบียงโกก็อ้อนวอนว่าเขาไม่ได้ขโมยอะไรไปเลยจริงๆ ได้โปรดเชื่อเขาด้วย ทีนี้ให้เราออกมาที่หน้าศาลจะพบกับเจ้าหน้าที่ยืนอยู่หน้าประตูเขามีชื่อว่าเมย์แลน เขาจะบอกว่าแม้แต่ผู้พิพากษาก็ยังตัดสินแล้วว่าจำเลยเป็นคนมีความผิด เขารู้สึกสงสารชายคนนี้ หากมีหลักฐานบางอย่างมาสนับสนุนข้อแก้ตัวของเขา เขาก็สามารถพิสูจน์ความบริสุทธิ์ของตัวเองได้

งานนี้ก็ไม่ยากให้เราเดินไปที่หน้าโรงแรมจะเจอหญิงสาวยืนอยู่บนสะพาน เธอนี่แหละคือคนที่ล้มป่วยในวันนั้นและเบียงโกก็ได้ช่วยเธอไว้พอดี ให้ชวนเธอเข้าปาร์ตี้แล้วไปคุยกับเมย์แลนที่หน้าศาลได้เลย แล้วทางศาลก็จะตัดสินว่าเบียงโกไม่มีความผิดเขาเป็นผู้บริสุทธิ์ในเหตุการณ์นี้

หลังจากจบเรื่องที่หน้าศาลอัยการก็บอกว่าถ้าเป็นแบบนี้ สร้อยข้อมือแห่งรุ่งอรุณก็ยังคงหายไป เหมือนกับเหตุการณ์สร้อยคอไพลินเมื่อ 15 ปีก่อน ผู้พิพากษาแอสเทลล์ก็ปลอบว่าความยุติธรรมจะทำงานของมันเอง คนที่ขโมยสร้อยคอไพลินไปได้ถูกจับและถูกประหารไปแล้ว อัยการเลยพูดว่า คุณเป็นคนตัดสินลงโทษพวกเขาไม่ใช่เหรอ? จริงๆ แล้ว ฉันไม่คาดหวังว่าคุณจะตัดสินให้พวกเขาต้องโทษประหารชีวิตนะ ผู้พิพากษาแอสเทลล์บอกว่าพวกเขาสมควรได้รับมัน สมบัติสีดำของราชวงศ์ โลกภายนอกไม่เคยมีใครได้เห็นมันมาก่อนเลย จนกระทั่งพวกเขาได้ยื่นมืออันสกปรกเข้ามาแตะต้องมันและตอนนี้มันก็หายไปแล้ว เมย์แลนที่ยืนอยู่ข้างๆ ก็ได้ยินคำพูดของผู้พิพากษาด้วยเช่นกัน และตกใจที่ได้ยินแบบนั้น แล้วพวกเราก็ออกมาจากศาลพอดี เมย์แลนก็เลยกล่าวว่าเขารู้สึกยินดีที่เบียงโกไม่ถูกลงโทษสำหรับอาชญากรรมที่เขาไม่ได้ก่อ และเบียงโกยังได้ฝากของเอาไว้ให้เราเพื่อเป็นการขอบคุณอีกด้วย เรื่องราวในตอนนี้ก็ได้จบลง

Proof of Guilt
สำหรับเควสนี้เมื่อเราทำ Proof of Innocence เสร็จ ให้ลองกดวาร์ปเข้าเมือง Timberain อีกครั้ง แล้วมาคุยกับเมย์แลน เขาจะบอกว่า การพิจารณาคดีนี้ดำเนินมาเป็นเวลานานแล้ว ศาลดูเหมือนจะไม่สามารถตัดสินได้ เนื่องจากไม่มีหลักฐานที่แน่ชัด แต่จำเลยคือนีโร ไม่มีทางที่อันธพาลที่ฉาวโฉ่ขนาดนั้นจะไม่ทำ หากมีหลักฐานเราอาจขังเขาไว้ได้ แต่น่าเสียดาย… หากเข้าไปในศาลเราก็จะได้รับฟังเรื่องราวของคดีนี้

อัยการจะกล่าวว่า สรุปคดีนี้ได้มีดาบล้ำค่าหลายเล่มถูกขโมยไปจากช่างทำอาวุธ ในบรรดานั้นมีของที่ล้ำค่า ดาบตะวันฟ้าครามรวมอยู่ด้วย นีโรให้การปฏิเสธบอกว่าเขาไม่ได้ทำ หากคิดว่าเขาผิดจริงก็หาหลักฐานมา พวกคุณได้เจอดาบสักเล่มในบ้านของฉันหรือเปล่าล่ะ อัยการก็บอกว่าถึงแม้เราจะไม่เจอดาบก็ตาม เรามีพยานที่อ้างว่าเห็นจำเลยอยู่ในโกดังของช่างทำอาวุธในวันเกิดเหตุ นีโรได้แก้ตัวว่าวันนั้นเขาเมาก็เลยหาทางกลับบ้านไม่ได้ แต่เขาไม่ได้ขโมยอะไรไปเลยสักหน่อย เขาคือผู้บริสุทธิ์จนกว่าจะมีอะไรมาพิสูจน์ความผิดของเขาได้

ทีนี้ให้เราออกมาจากศาลแล้วเดินลงมาจนสุดทาง จะเจอกับชายชราคนหนึ่งยืนอยู่ เขาคือพ่อของนีโร ให้เรากดใช้ Path Action เพื่อสืบค้นข้อมูล เราจะได้รับรู้ว่านีโรได้ฝากพ่อของเขาซ่อนดาบตะวันฟ้าคราม ซึ่งพ่อของเขาได้ฝังมันเอาไว้ใกล้กับโรงแรม ทีนี้ก็ให้เราวิ่งไปที่โรงแรมก็จะเห็นแสงสีฟ้าให้สำรวจมันเราก็จะได้รับดาบตะวันฟ้าครามมา ทีนี้ก็กลับไปคุยกับเมย์แลนได้เลย

ศาลก็จะตัดสินความผิดของนีโรให้ถูกคุมขังเป็นเวลานานถึง 80 ปี นีโรก็บอกว่าให้ตายเถอะ ถูกหักหลังจากไอแก่นั่น ฟังนะทุกคนเรื่องทุกอย่างมันถูกเข้าใจผิดแล้ว เขาถูกหลอก มีชายแปลกหน้ามาบอกให้เขาแอบเข้าไปในโรงทำอาวุธนั่น ชายคนนั้นบอกว่าจะยกดาบตะวันฟ้าครามให้กับเขา ส่วนที่เหลือชายแปลกหน้าจะเป็นคนเก็บเอาไว้เอง มันคือเรื่องจริง ศาลควรจะต้องเชื่อในเรื่องนี้ ที่หน้าศาลเมย์แลนก็จะขอบคุณเราและของรางวัลนี้อัยการเป็นคนฝากมามอบให้กับเรา และปิดคดีนี้ไป

Proof of Justice
เควสนี้จะทำสำเร็จได้หลังจากที่เราทำเควส Proof of Innocence และ Proof of Guilt เสร็จแล้วเท่านั้น โดยให้เราไปที่ศาลขวาบนในเมือง Timberain แล้วคุยกับชายที่ชื่อว่า Spectator เขาจะเล่าให้ฟังว่า ผู้พิพากษาแอสเทลล์ถูกฆาตกรรม พวกเขากำลังพิจารณาคดีนี้อยู่ในขณะนี้ แต่ ผู้พิพากษาคนอื่นกำลังพยายามใส่ร้ายเมย์แลนในความผิดฐานก่ออาชญากรรม เนื่องจากพวกเขาไม่สามารถหาฆาตกรตัวจริงได้ สิ่งที่พวกเขากำลังพยายามทำนั้นแย่มาก พวกเขาไม่พบแม้แต่อาวุธสังหาร ฉันนึกไม่ออกเลยว่าแรงจูงใจของเขาคืออะไร เมย์แลนเป็นคนซื่อสัตย์มาก ฉันหวังว่าจะมีวิธีพิสูจน์ความบริสุทธิ์ของเขา

ส่วนเรื่องราวภายในศาล อัยการจะกล่าวว่า ผู้พิพากษาซึ่งเป็นผู้ว่าการกฎหมายและความสงบเรียบร้อยในดินแดนของเราถูกลอบสังหาร คำพูดไม่สามารถอธิบายความร้ายแรงของอาชญากรรมนี้ได้ เท่าที่เรารู้ จำเลยเป็นคนสุดท้ายที่ถูกพบเห็นกับผู้พิพากษาแอสเทลล์ เหยื่อถูกแทงเข้าที่หัวใจจากด้านหน้าด้วยมีดคม จากนั้นเขาก็เสียชีวิต ซึ่งหมายความว่าฆาตกรคือผู้ที่เชี่ยวชาญในการใช้อาวุธและเป็นคนที่ผู้พิพากษาจะไม่สงสัยว่าจะทำอันตรายต่อเขาได้ ผู้พิพากษาในคดีนี้ก็กล่าวว่า ฉันเข้าใจ…คุณสมบัติทั้งสองประการนี้คือผู้คุมห้องพิจารณาคดี เมย์แลนก็ได้คัดค้านทั้งหมดนี้เป็นเพียงการคาดเดา ฉันไม่มีเหตุผลที่จะฆ่าผู้พิพากษาแอสเทลล์เลย และอาวุธที่ฆาตรกรรมล่ะ คุณสามารถเข้าไปค้นที่บ้านของฉันได้ตามต้องการ แต่จะไม่เจออะไรเลย อัยการก็บอกว่ามันเป็นเรื่องจริงที่พวกเราไม่เจออะไรเลย เมย์แลนก็กล่าวเพิ่มอีกว่า หากคุณไม่เชื่อฉัน ก็ลองถามร้านค้าทุกแห่งได้ วาดภาพฉันแล้วถามพวกเขาว่าฉันซื้ออะไรที่อาจจบชีวิตของผู้พิพากษาแอสเทลล์ได้หรือไม่ อัยการพูดแบบไม่พอใจว่า ไม่ต้องมาบอกว่าพวกเราควรจะทำอะไรหรอก ผู้พิพากษาพูดขัดว่า จำเลยถ้าระเบิดอารมณ์แบบนั้นอีก ฉันจะถือว่าคุณหมิ่นศาล

เราต้องไปตามหาหลักฐานของคดีนี้มา โดยอันแรกให้ออกจากเมือง Timberain ไปด้านล่างในแผนที่ Southern Timberain Trail วิ่งออกมาเล็กน้อยสังเกตุทางขวาจะเห็นศาลาที่อยู่กลางน้ำ ซึ่งเราจำเป็นต้องไปที่นั่น โดยให้วิ่งลงไปด้านล่างตามทางไปเรื่อยๆ จนถึงทางแยกให้เลี้ยวซ้ายแล้วจะเจอกับท่าน้ำ ก็ให้พายเรือไปที่ศาลากลางนั้น แล้วเราจะพบกับไอเทมที่ชื่อว่า Worn Journal มันคือบันทึกเล่มหนึ่งภายในนั้นจะมีเนื้อความว่า
ไดอารี่
วันนี้ฉันเขียนบัตรเชิญงานวันเกิดของฉัน ฉันจะเชิญเพื่อนทั้งหมดของฉัน เราจะกินเค้กก้อนใหญ่ ฉันทนรอไม่ไหว! ฉันตื่นเต้นที่จะเปิดของขวัญ ฉันสงสัยว่าฉันจะได้อะไร!
– – – – – – – – –
วันนี้คนขายเสื้อผ้ามา เขามักจะนำเสื้อผ้ามามากมายและพูดว่า “ฉันมีบางอย่างที่แน่ใจว่าคุณจะชอบ” ฉันมักจะชอบสิ่งที่เขานำมาเสมอ ดังนั้นฉันไม่รู้ว่าทำไมเขาถึงพูดแบบนั้น! ฉันไม่สามารถเลือกชุดที่จะใส่ไปงานปาร์ตี้ได้ ดังนั้นแม่เลยซื้อทุกอย่างที่ฉันต้องการ ตอนนี้ฉันมีเวลาจนถึงงานปาร์ตี้ในการตัดสินใจ!
– – – – – – – – –
วันนี้ฉันเล่นซ่อนหากับคุณปู่และพบสิ่งที่น่าทึ่ง มันคือของขวัญที่แม่และพ่อซื้อให้ฉัน! มันต้องเป็นกล่องเพลงแน่ๆ! ฉันบอกได้จากขนาดและน้ำหนัก ฉันอยากได้มันมาตลอด! ตอนนี้ฉันยิ่งตื่นเต้นกับวันเกิดของฉันมากขึ้นไปอีก
– – – – – – – – –
วันนี้เราเตรียมตัวสำหรับงานปาร์ตี้แล้ว ฉันและคนรับใช้ทุกคนยุ่งมาก ฉันชิมขนม ช่วยตกแต่งห้อง และคิดว่าจะใส่ชุดอะไรดี มีงานให้ทำเยอะมาก เมื่อฉันออกไปเล่นข้างนอกสักพัก ฉันเห็นคนรับใช้ของฉัน XXX กำลังคุยกับใครบางคน ฉันกำลังจะแนะนำตัว แต่ XXX ลากฉันกลับบ้าน ฉันเลยทำไม่ได้ เมื่อฉันสะดุด เงินก็หล่นออกจากกระเป๋าของ XXX ฉันสงสัยว่าทำไมเธอไม่ใส่เงินไว้ในกระเป๋าเก็บเหรียญ
– – – – – – – – –
ตอนนี้ฉันอยู่ในตู้เสื้อผ้าแล้ว แม่บอกว่าอย่าออกไป แต่ฉันต้องเลือกเครื่องประดับก่อนงานปาร์ตี้พรุ่งนี้… ฉันเบื่อมาก ฉันจะเขียนเกี่ยวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในวันนี้ให้เยอะ ๆ ตอนที่ฉันกินข้าวเย็น ฉันได้ยินเสียงดังมาจากทางเดิน คนรับใช้เดินเข้ามาดู แต่กลับมาพร้อมเสียงกรีดร้อง ฉันปิดหูเพราะมันดังมาก จากนั้นแม่ก็จับมือฉันแล้ววิ่งไป ฉันบอกแม่ว่ามันเจ็บ แต่แม่ไม่ยอมปล่อย ทุกคนลากฉันไปทุกที่… แม่พาฉันเข้าไปในตู้เสื้อผ้าและบอกว่าอย่าออกไปจนกว่าแม่หรือพ่อจะมาหาฉัน ดังนั้นฉันจึงอยู่ที่นี่ แต่ฉันเบื่อ ฉันเลยไปเอาไดอารี่ ไม่มีใครเห็นฉัน ดังนั้นฉันจึงไม่คิดว่าแม่จะโกรธ ตอนนี้ฉันไม่มีอะไรจะเขียน ฉันกำลังจะทำอะไรไม่ดี… และจะเปิดของขวัญของฉัน! นี่คือตู้เสื้อผ้าที่แม่และพ่อซ่อนกล่องดนตรีของฉันไว้! ถ้าฉันผูกริบบิ้นใหม่ได้สวยๆ ก็ไม่มีใครรู้ว่าฉันเปิดมัน แต่ไม่รู้ว่าจะโอเคไหม… กังวลนิดหน่อย
แต่ฉันตื่นเต้นเกินไปเลยเปิดของขวัญแล้วเล่นกล่องดนตรี! มันเล่นทำนองได้ไพเราะมาก! และกล่องดนตรีก็สวยงามมากด้วย ฉันแทบรอวันพรุ่งนี้ไม่ไหวแล้ว ฉันอยากให้ทุกคนได้ยิ..

ส่วนหลักฐานอันที่สองให้ไปที่เมือง New Delsta: Backstreets แล้วเดินไปตรงตรอกในซอยที่จะมุ่งหน้าไปรังอสรพิษทมิฬ ระหว่างทางจะเห็นผู้หญิงที่ยืนอยู่หน้าแผงขายของ เธอชื่อว่า Dour Elderly Woman ให้ทำการใช้ Path Action เพื่อสืบค้นข้อมูลจากเธอแล้วจะได้รับ A Killer’s Motive เธอคือ ป้าของเมย์แลน เจ้าหน้าที่ศาลในเมือง Timberain เมื่อ 15 ปีก่อน พ่อแม่ของเมย์แลนถูกประหารชีวิตในข้อหาที่ไม่ได้ก่อ และเมย์แลนก็สาบานว่าจะแก้แค้นผู้พิพากษาแอสเทลล์ ซึ่งตัดสินให้พวกเขาต้องโทษประหารชีวิต

เมื่อได้หลักฐานครบทั้ง 2 อย่างแล้วให้กลับไปคุยกับ Spectator แล้วการพิจารณาคดีก็จะเริ่มขึ้น อัยการจะทำการสรุปคดี หลังจากตรวจสอบแล้วพบว่าใบมีดตรงกับบาดแผลของผู้พิพากษา ดาบเล่มนี้ยังได้รับการยืนยันว่าเป็นหนึ่งในสิ่งของที่ถูกขโมยจากช่างทำอาวุธด้วย แต่ทางเมย์แลนก็บอกว่ามันไม่เกี่ยวอะไรกับเขาเลย อัยการก็บอกว่าพยานในเรื่องนี้ยังไม่ถูกส่งเข้าคุก แล้วเขาก็เบิกตัวพยานเข้ามานั่นก็คือนีโรผู้ร้ายจากในเหตุการณ์ Proof Guilt นีโรก็ได้ชี้ไปยังเมย์แลนว่าเขานี่แหละคือคนที่หลอกให้ไปขโมยดาบเล่มนั้นมา นีโรได้เก็บดาบตะวันฟ้าครามไว้ ดาบส่วนที่เหลือเขาเป็นคนเอามันไปทั้งหมด เมย์แลนก็เลยยอมรับว่าเขาทำแบบนั้นจริง แต่เขาก็ไม่มีเหตุผลที่จะฆ่าผู้พิพากษาแอสเทลล์เลย อัยการเลยบอกว่า เมื่อ 15 ปีก่อนครอบครัวของคุณได้ทำการขโมยสร้อยคอไพลิน พวกเขาจึงถูกตัดสินประหารชีวิตโดยผู้พิพากษาแอสเทลล์ คุณก็เลยโกรธผู้พิพากษาและทำการฆาตกรรมเขา เมย์แลนก็พูดว่าคุณคิดผิดแล้วล่ะ อัยการก็บอกว่ายังคิดจะปฏิเสธและบอกว่าตัวเองบริสุทธิ์อยู่อีกอย่างงั้นหรอ ฉันไม่ควรคาดหวังอะไรจากลูกของอาชญากรเลย ยังไงลูกไม้ก็หล่นไม่ไกลต้นอยู่แล้ว เมย์แลนก็เลยเถียงกลับด้วยความไม่พอใจว่า ครอบครัวของเขาไม่ใช่อาชญากร คนที่ขโมยสร้อยคอไพลินน่ะคือตัวผู้พิพากษาแอสเทลล์เองต่างหาก ทำให้ทั้งศาลต่างก็ตกใจกับข้อมูลนี้ อัยการเลยบอกว่าคุณกล้าพูดจาที่ไม่มีมูลความจริงแบบนี้ได้ยังไง เมย์แลนก็บอกว่ามันมี ในความเป็นจริง คุณได้ยินข้อพิสูจน์ด้วยหูของคุณเอง ผู้พิพากษาได้เรียกสร้อยคอไพลินนั่นว่า สมบัติสีดำ สร้อยคอไพลินนั่นอยู่ในมือของราชวงศ์มาโดยตลอด ดังนั้นไม่ควรจะมีใครสักคนรู้ว่ามันเป็นสีอะไรนอกจากคนของราชวงศ์เอง อัยการเมื่อได้ยินแบบนั้นก็ตกใจ เมย์แลนเลยพูดต่อ หลังจากที่ผู้พิพากษาแอสเทลล์พูดแบบนั้น ฉันก็แอบเข้าไปในคฤหาสน์ของเขาเพื่อทำการสืบสวนด้วยตัวเอง และได้พบเข้ากับสร้อยคอไพลิน ที่ทำด้วยวัสดุหายาก ไพลินสีดำ ลองไปที่คฤหาสน์ของเขาสิ คุณจะพบสร้อยข้อมือแห่งรุ่งอรุณที่นั่นด้วย อัยการก็เลยรีบสั่งลูกน้องให้ไปตรวจสอบที่คฤหาสน์โดยด่วน เมย์แลนก็กล่าวต่อ เขาป้ายความผิดมาให้ครอบครัวของฉัน และทำให้พวกเขาต้องชดเชยด้วยชีวิตสำหรับความผิดของเขาเอง และยังไม่จบแค่นั้น เขายังได้ใช้ตำแหน่งของตัวเอง ทำความผิดแบบนี้ซ้ำแล้วซ้ำเล่า อาชญากรตัวจริงของที่นี่ก็คือผู้พิพากษาแอสเทลล์ นีโอพูดแทรกมาว่า อย่าทำให้ฉันขำหน่อยเลย หากเขาผิดจริง นายก็มีความผิดด้วยเช่นกัน นายหลอกใช้ฉันเพื่อดาบนั่น เมย์แลนยอมรับว่าตัวเองก็เป็นอาชญากรเช่นกัน แต่เขาเป็นผู้พิพากษาที่มีชื่อเสียง ฉันไม่มีโอกาสชนะในศาลยุติธรรมนี้เลย นี่เป็นหนทางเดียวที่ฉันจะแก้แค้นได้ ครอบครัวของฉันได้สอนฉันมาโดยตลอดว่าให้ใช้ชีวิตอย่างมีเกียรติ แล้วเมย์แลนก็ได้ร้องไห้ พ่อ…แม่…ผมเสียใจ…

จากนั้นเราก็จะออกมาอยู่ที่หน้าศาล พร้อมกับ Spectator ซึ่งชายคนนี้จะบอกว่า เมย์แลนถูกตัดสินจำคุกตลอดชีวิตในข้อหาฆาตกรรม.. ฉันไม่เคยเห็นเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นมาก่อน แต่นายรู้มั้ยว่า ฉันคิดว่าเมย์แลนคงอยากให้มีใครสักคนมาหยุดเขาจริงๆ ฉันรู้ว่าการหาหลักฐานมาคงไม่ง่ายนัก แต่ก็ขอบคุณด้วยนะ แล้วเหตุการณ์ของศาลยุติธรรมนี้ก็จบลง

A Forced Hand
เควสนี้จะอยู่ที่ Timberain Castle: Town Square ที่ด้านขวาของน้ำพุจะเจอหญิงสาวคนหนึ่งที่ชื่อว่า ทิฟฟานี่ เธอบ่นว่าทำไมพ่อกับแม่ทำกับเธอแบบนี้ ทำให้ถึงต้องบังคับให้เธอแต่งงานกับคนไม่รู้จัก ชายคนนี้มีชื่อว่ามาร์เจลโล่ เป็นผู้บริจาคให้กับห้องสมุดในเมือง Montwise แต่เธอพนันได้เลยว่าเขาเป็นแค่คนหัวโตจิตใจคับแคบคนหนึ่ง เฮ่อ ไม่รู้จะทำยังไงดี เธอไม่อยากแต่งงานกับคนแปลกหน้าเลย

เควสนี้จะทำได้ 2 แบบก็คือ เอาข้อมูลเกี่ยวกับมาร์เจลโล่มาเล่าให้เธอฟัง กับพาตัวมาร์เจลโล่มาหาเธอโดยตรง สำหรับมาร์เจลโล่นั้นเขาจะอยู่ในห้องสมุดที่เมือง Montwise เมื่อมาถึงห้องสมุดแล้วก็ให้เดินตรงไปจนสุดทาง ก็จะเห็นเขายืนอยู่ตรงชั้นวางที่มีเชิงเทียนตั้งอยู่ เมื่อคุยกับมาร์เจลโล่ เขาก็บ่นเช่นกันว่าครอบครัวของเขาตัดสินใจให้เขาแต่งงานโดยที่ไม่ถามความเห็นเขาเลย พ่อของเขาบอกว่าการแต่งงานนี้จะส่งผลดีต่อทั้ง 2 ครอบครัว แต่เขาก็ไม่เห็นด้วย การแต่งงานมันควรจะเกิดขึ้นจากความรักไม่ใช่หรอ แต่มีหนทางที่ทำให้ได้คุยกับทิฟฟานี่โดยตรงก็คงดี ตรงจุดนี้หาเราใช้ Path Action สืบค้นข้อมูลจากเขาก็จะได้รับ Margello’s Personality มา หรือหากใช้ Path Action ชวนมาร์เจลโล่เข้าปาร์ตี้แทนก็ได้

ทีนี้ก็ให้กลับไปหาทิฟฟานี่อีกครั้ง หากเราเพียงแค่นำข้อมูลมา ทิฟฟานี่จะได้รับรู้ว่ามาร์เจลโล่นั้นก็เป็นคนที่มีจิตใจดี เธอไม่ควรจะตัดสินเข้าก่อนที่จะได้รู้จักกันเลย ดังนั้นเธอตัดสินใจที่จะไปที่บ้านของมาร์เจลโล่เพื่อพูดคุยกับเขาและตัดสินใจหลังจากนั้น ก็เป็นอันจบเรื่อง แต่หากเราพามาร์เจโล่มาหาโดยตรงทั้ง 2 ก็จะพูดคุยกัน โดยทางทิฟฟานี่ก็จะบอกตามตรงว่าเธอไม่ต้องการแต่งงานกับเขา เพราะเคยไม่รู้อะไรเกี่ยวกับเขาเลย หากเธอจะใช้ทั้งชีวิตกับใครสักคนเธอก็อยากเป็นคนที่เลือกเขาคนนั้นด้วยตัวเอง ทางด้านมาร์เจลโล่ก็บอกว่าเขาก็คิดแบบนั้นเช่นกัน ก่อนที่มาร์เจลโล่จะจากไปก็ได้บอกด้วยว่า ทิฟฟานี่เธอเป็นผู้หญิงที่จริงใจและฉลาด หวังว่าเธอจะได้พบกับใครสักคนที่คู่ควรในอนาคตนะ แล้วทั้งสองก็แยกทางกัน เป็นอันจบเควส




