สำหรับใน Winterlands จะมีทั้งหมด 8 เควสเสริมด้วยกัน
The Baby’s Coming
เควสนี้ให้ไปที่เมือง Cape Cold แล้วคุยกับชายที่อยู่หน้าทางเข้าเมืองนี่แหละ ชายคนนี้กำลังกังวลที่ลูกของเขากำลังจะคลอดและต้องการหมอตำแย แต่หมอตำแยกลับออกเดินทางไปแสวงบุญที่ Flamechurch เขาอยากจะออกไปตามตัวหมอตำแยด้วยตัวเองแต่ก็ทำไม่ได้ เพราะเขาก็ต้องอยู่เคียงข้างภรรยาด้วย ก็เลยต้องการใครสักคนไปช่วยตามหมอตำแยให้หน่อย

ก็ให้เราวาร์ปไปที่ Flamechurch ได้เลย แล้วเข้าไปที่โรงแรมในเมืองจะเจอกับหมอตำแยที่มีผ้าโผกหัวสีเขียว ก็ให้ชวนเธอเข้าปาร์ตี้จากนั้นก็กลับไปหาผู้ชายที่เมือง Cape Cold อีกครั้ง หลังจากนั้นหมอตำแยก็ได้ทำคลอด ทุกอย่างไปเป็นด้วยดี ก็เป็นอันจบเรื่อง

Ruffians’ Redoubt
เควสนี้จะอยู่ที่ Eastern Cape Cold Snows โดยมีพ่อค้าเร่คนหนึ่งยืนอยู่ติดกับป้ายบอกทาง พ่อค้าเร่คนนี้พบกับปัญหาเนื่องด้วยถนนสายนี้มักจะมีพวกอันตพาลออกมาปล้นสินค้าของเขาเสมอ ทำให้เขาเดือดร้อนมาก ซึ่งคิดว่าบริเวณนี้น่าจะมีแหล่งที่ซ่อนของพวกมันอยู่ที่ไหนซักแห่ง

ให้เราเดินไปทางขวาข้ามสะพานไป ตรงไปอีกนิดจะเจอกับท่าเรือเล็ก ทีนี้ก็ให้เราล่องเรือออกไปทางขวาจะเข้าสู่แผนที่ Ruffians’ Hideout ต่อมาก็ให้ล่องเรือต่อมาจนสุดแผนที่ทางขวาจะเห็นท่าเรือที่ให้ขึ้น พื้นดินด้านบนได้ ทีนี้เดินต่อไปทางซ้ายจะเจอเข้ากับกลุ่มอันตพาล ปราบพวกมันให้ได้ แล้วพวกอันตพาลกลุ่มนี้จะยอมแพ้ล้างมือจากงานปล้นชิง จากนั้นเราก็กลับไปคุยกับพ่อค้าเร่อีกครั้งเป็นอันจบเควส

The Sword in the Stone
เควสนี้อยู่ที่เมือง Winterbloom ให้วิ่งไปทางขวาสุดจะเจอกับผู้หญิงที่อยู่ยืนอยู่กับดาบที่ปักอยู่ในหิน เธออยากที่จะดึงดาบนี่ออกจากในหินให้ได้ แต่ไม่มีกำลังมากพอ ก็เลยคิดว่าน่าจะต้องหาอะไรมาเคาะหินนี่ให้แตกแทน ซึ่งอุปกรณ์นี้คนงานในเหมืองน่าจะมีมันอยู่

ให้เราวาร์ปไปที่เมือง Oresrush แล้วเข้าไปที่ร้านขายอุปกรณ์ เมื่อเข้าจะเจอกับพ่อค้าชุดเขียวที่มีชื่อว่า Retired Miner อยู่ ให้เราใช้ Path Action เพื่อเอา Sturdy Pickaxe มาจากเขา เมื่อได้รับมาแล้วก็ให้กลับไปที่เมือง Winterbloom แล้วคุยกับผู้หญิงข้างดาบก็เป็นอันเสร็จเควสเสริมนี้

A Present for My Son
เควสนี้จะอยู่ที่เมือง Winterbloom เมื่อมาถึงแล้วให้วิ่งไปตามทางจนเห็นบ้านที่มีผู้ชายคนหนึ่งยืนอยู่หน้าประตู เขาจะเล่าให้เราฟังว่า ลูกชายของเขากำลังจะออกเดินทางเพื่อไปเป็นนักวิชาการ เขาก็เลยอยากหาของขวัญอำลาให้ลูกชายก่อนที่จะออกเดินทาง แต่เขาไม่มีเงิน ทำให้ไม่มีอะไรมอบให้กับลูกชายเพื่ออวยพรให้เขาประสบความสำเร็จในเส้นทางชีวิตได้เลย

ทีนี้ให้เราวาร์ปไปที่เมือง Cape Cold แล้ววิ่งเข้าไปบ้านที่อยู่ทางซ้ายสุด ในบ้านจะมีชายคนหนึ่งอยู่ก็ให้กดใช้ Path Action แล้วเอาไอเทมที่ชื่อ Silver Quill มาจากเขา ทีนี้ก็ให้กลับไปหาผู้ชายที่ยืนอยู่หน้าประตูบ้านอีกครั้ง เขาก็จะมอบไอเทมชิ้นนี้ให้แก่ลูกชายเพื่อเป็นของขวัญ และเรื่องราวก็จบลงด้วยดี

Melia’s Next Chapter
เควสนี้จะเริ่มได้ก็ต่อเมื่อเคลียร์เนื้อเรื่องของแคสตี้ครบทุกบทเรียบร้อยแล้ว จากนั้นไปที่เมือง Winterbloom แล้วเข้าไปที่คฤหาสน์ของเมเรีย ขึ้นไปชั้น 2 เข้าไปที่ห้องแรกใกล้บันได คุยกับเมเรียจะเป็นการเริ่มเนื้อเรื่องเสริมนี้ เปิดเนื้อเรื่องมาเมเรียกำลังมีปัญหาที่งานเอกสารของเธอเยอะเหลือเกินพอขอให้เกร็ก ช่วยเขาก็ปฏิเสธบอกว่าเขาไม่เข้าใจงานเอกสารพวกนี้หรอก จากนั้นเมเรียก็นึกได้ว่าวันนี้ยังไม่ได้ไปรดน้ำในสวนเลย ก็ขอแรงให้เกร็กไปทำแทน เกร็กก็ปฏิเสธอีกเช่นเดิม คราวนี้อ้างว่าครั้งสุดท้ายที่เขาเข้าใกล้พวกพืชมันก็เหี่ยวเฉาลงเลย ทำให้เมเรียนึกอยากจะหาคนสวนมาคอยช่วยดูแลงานพวกนี้แทน จากนั้นเราก็เข้ามาหาเมเรียแต่ก่อนที่จะได้เริ่มบทสนทานเป็นเรื่องเป็นราว ลิลลี่สาวรับใช้ก็มาแจ้งข่าวร้ายว่าช่วงนี้ภายในเมืองมีโจรออกมาปล้นอีกแล้ว ซึ่งเธอได้รับข้อมูลจากแหล่งข่าวมาว่าเป็นกลุ่มโจรของพลัคนั่นเอง เมื่อได้ยินแบบนี้เมเรียก็เลยวานให้เราช่วยไปดูพวกโจรนี่ให้หน่อย

จากนั้นให้เราเดินไปที่หลังเมืองเข้าสู่ Winterbloom: Thieves’ Quarter แล้วไปที่บาร์ทางซ้าย เราก็จะได้พบกับพลัคและลูกน้องของเธอมิกกับแม๊ค กำลังวางแผนร้ายกันอยู่ โดยพลัคมีไอเดียที่จะหลอกให้เมเรียจ้างพวกเธอเข้าไปดูแลในคฤหาสน์ จากนั้นค่อยปล้นสมบัติที่อยู่ภายในนั้นแล้วหนีไป เมื่อได้ยินแบบนี้แล้วให้เราเดินไปหาพลัคขโมยจดหมาย Letter from the Snowhares จากเธอมา ทีนี้ก็ให้กลับไปคุยกับเมเรีย เราจะยื่นจดหมายที่ขโมยมาให้เมเรียอ่าน ภายในจดหมายเป็นข้อความที่เขียนโดยพลัคเอง ซึ่งเธอขอโทษในสิ่งที่ทำและจะไม่ขโมยทรัพย์สินของชาวเมืองอีกต่อไปแล้ว ถึงแม้จะเป็นโจรแต่ก็ขาวบริสุทธิ์ดั่งหิมะ และขอร้องให้พวกเธอได้พิสูจน์ความตั้งใจดีนี้ ด้วยการจ้างพวกเธอมาดูแลคฤหาสน์ หลังจากอ่านจดหมายจบเกร็กก็คิดว่าพวกเธอกลับใจแล้วนี่เป็นข่าวดีเลยนะ แต่เราก็บอกความจริงให้ทุกคนรู้ว่านี่เป็นแค่แผนของพลัคที่จะมาหลอกเมเรียเท่านั้น เมื่อเมเรียได้ยินเธอก็ไม่รู้จะตัดสินใจยังไงดี การจับกุมพวกโจรก็เป็นผลดีต่อเมืองเช่นกัน เพียงแต่นี่จะช่วยนำพาความสุขมาให้กับชาวเมืองทุกคนได้จริงหรือเปล่า

หลังจากนั้นกลุ่มของพลัคก็มาคุยกับเมเรียในคฤหาสน์ เมเรียก็บอกว่าเธอได้อ่านจดหมายและรู้ด้วยว่ามันคือการหลอกลวง ฝั่งพลัคก็เตรียมจะต่อสู้ เมเรียก็เลยพูดต่อว่าตอนแรกก็จะแค่แกล้งตกหลุมพลางของพลัคแล้วค่อยหาโอกาสในการจับกุมตัวพวกเธอ แต่ถ้าทำแบบนั้นมันก็แก้ไขอะไรไม่ได้เลย เธออยากจะช่วยเหลือพวกพลัคแทน ไม่ว่าจะเป็นโจรหรือไม่ก็ตาม พวกพลัคก็ยังคงเป็นประชากรของเมืองนี้อยู่ดี เพียงแต่เธอจะไม่ยอมทนเห็นพวกโจรขโมยอยู่ในเมืองนี้ จึงขอให้พวกพลัคนำของที่ขโมยไปส่งกลับคืนไปยังเจ้าของให้หมด หากพวกพลัคยอมทำตามที่บอกเธอจะมอบโอกาสใหม่ให้ จากนั้นเมเรียก็ขอให้พวกพลัคตามเธอมา

เมื่อมาถึงสวนสมุนไพร เมเรียก็บอกว่าเธอจะจ้างพวกพลัคให้มาคอยดูแลสวนนี้และจะสอนวิธีการดูแลทุกอย่างให้ด้วยตัวเอง ไม่ต้องกังวลว่าจะไม่มีความรู้เกี่ยวกับการดูแลสวนเลย กลุ่มของพวกพลัคก็ตกลงด้วยความยินดี และจะคืนของที่ขโมยไปคืนให้แก่เจ้าของในเมืองทุกคน เรื่องก็จบลงด้วยดี เป็นอันเสร็จสิ้นเนื้อเรื่องเสริมนี้

A Disquieting Shop
เควสนี้อยู่ที่เมือง Stormhail เมื่อมาถึงแล้วให้เข้าไปที่ร้านขายของทั่วไป จะเจอกับเด็กหญิงคนหนึ่ง เธอเป็นลูกสาวของเจ้าของร้านนี่แหละ เมื่อเราพูดคุยกับเธอ เธอจะพูดตะกุกตะกัก ระหว่างนั้นแม่ของเธอก็พูดแทรกขออภัยแทนเรา และสอนลูกเธอให้พูดให้ถูกและชัดเจนหน่อย

ดูเหมือนว่าเควสนี้จะให้คำใบ้มาน้อยมาก แต่หากเราลองไปใช้ Path Action เคาะแม่ของเธอให้สลบไป เรื่องราวทุกอย่างก็คลี่คลาย เพราะหญิงสาวคนนี้จริงๆ แล้วไม่ใช่แม่ของเธอแต่เป็นโจรที่มาปล้น จากนั้นก็ได้เรียกอัศวินศักดิ์สิทธิ์ให้มาจับตัวโจรคนนี้ เด็กสาวก็ได้เล่าให้ฟังว่าที่จริงแล้วผู้หญิงคนนี้บุกเข้ามาในร้านและข่มขู่พ่อของเธอด้วยมีด และได้กล่าวขอบคุณเราที่ช่วยชีวิตเอาไว้ เป็นอันจบภารกิจ

Lingering Love
สำหรับเควสนี้เราสามารถรับได้ที่เมือง Stormhail จาก NPC ที่ชื่อ Dismal Woman โดยเธอจะอยู่ที่หน้าร้านขายอุปกรณ์ที่ฝั่งขวาล่างเยื้องกับสำนักงานใหญ่ของหน่วยผู้พิทักษ์ศักดิ์สิทธิ์ เมื่อคุยกับเธอ เธอจะเล่าให้เราฟังว่า คนรักของเธอที่ชื่อว่า Eugis ได้ทิ้งเธอไปโดยไม่ล่ำลาแม้สักคำ เหลือไว้เพียงแค่สร้อยคอเท่านั้น

ทีนี้วิธีการทำเควสนี้จะมีอยู่ 2 ตัวเลือก แต่ของรางวัลจะเหมือนกันก็คือ
1. ขโมยสร้อยคอที่ชื่อ Treasured Necklace จากเธอมาเลย วิธีการนี้จะทำให้เธอรู้สึกเหมือนถูกปลดปล่อยออกจากกรงขัง จากนั้นก็ตะโกนด่า Eugis ว่าเป็นไอ้สารเลวใจร้าย ทำให้เธอรู้สึกดีขึ้นและเป็นอันจบภารกิจเราก็จะได้รับ Alluring Ribbon มา

2. วิธีนี้ให้เรานำตัว Eugis มาหาเธอ โดย Eugis จะอยู่ที่ Merry Hills บริเวณขวาล่างของเมือง กำลังยืนคุยกับผู้หญิงคนหนึ่งอยู่ ก็ให้เราชักชวน Eugis เข้าปาร์ตี้ แล้วกลับไปหา Dismal Woman ที่ Stormhail พอ Eugis เห็น Dismal Woman ด้านหลังก็พูดออกมาทันทีว่า โอ้นี่มันอะไรกันนี่ ฉันเห็นเงาของผู้หญิงน่ารักคนหนึ่ง กำลังหันหลังให้อยู่ สวัสดี ผมชื่อยูจิสกำลังเดินทางไปทั่วโลกเพื่อค้นหาเทพธิดา และดูเถิด การค้นหาของผมก็สิ้นสุดลงแล้ว เพราะคนที่ผมค้นหาอยู่ก็คือคุณนั่นเอง! จากนั้น Dismal Woman ก็หันกลับมาแล้วบอกว่า นั่นมันประโยคที่นายพูดตอนที่เราเจอกันครั้งแรกไม่ใช่หรอยูจิส? ยูจิสก็ตกใจพูดตะกุกตะกักว่า อะ ธ เธอเองหรอ!? เอิ่ม ผมหมายความว่า…. Dismal Woman ก็ตะโกนด่าออกมาว่า แกมันไอชาติหมา ฉันมองนายออกหมดแล้ว นายมันไอเจ้าเล่ห์ ตื้นเขิน และไม่จริงใจ เอาหน้าของนายออกไปจากสายตาฉันก่อนที่ฉันจะต่อยมัน! ยูจิสก็ร้องออกมา อ๊ากกก ยะ ยกโทษให้ผมด้วย แล้วยูจิสก็วิ่งหนีออกไปทันที ส่วน Dismal Woman ก็บอกกับพวกเราว่า รู้สึกเหมือนได้ปลดปล่อยทำให้รู้สึกดีขึ้นมาจริงๆ และขอบคุณเราที่ทำให้เธอปลดปล่อยทั้งสมองและหัวใจ จากนั้นเราก็จะได้รับ Alluring Ribbon มา เป็นอันจบเควส

The Washed-Up Letter
เควสนี้จะอยู่ที่ประภาคารเกาะกลางทะเลที่ชื่อว่า Lighthouse Island บริเวณทางซ้ายจาก Frigit Isle ให้เดินขึ้นมากลางเกาะจะเจอผู้หญิงคนหนึ่งชื่อว่า Lighthouse Keeper’s Wife เธอเล่าให้ฟังว่าเมื่อวันก่อนได้เก็บขวดที่มาเกยชายหาด มันมีจดหมายอยู่ในขวดนั้น ที่ข้างขวดเขียนเอาไว้ด้วยว่า “สำหรับรูบี้ในเมือง Timberain” แต่เธอและสามีไม่สามารถออกไปจากเกาะนี้ได้ ก็เลยอยากจะวานให้เราช่วยนำจดหมายนี้ไปให้กับรูบี้ที่เมือง Timberain แทน

ทีนี้ก็วาร์ปไปที่เมือง Timberain ได้เลย โดยรูบี้อยู่ที่บริเวณม้านั่งทางขวาบนใกล้กับศาล เมื่อได้คุยกับเธอก็จะได้รู้ว่าลูกชายของเธอถูกจับอยู่ในคุกที่ Frigit Isle เนื่องด้วยก่ออาชญากรรมร้ายแรง ส่วนภรรยาและลูกสาวที่บริสุทธิ์ของเขากลับต้องชดใช้เรื่องนี้ด้วยชีวิต ลูกชายของเขาช่างโง่จริงๆ ไม่รู้ว่าตอนนั้นคิดอะไรอยู่ หลังจากที่เรายื่นจดหมายไปให้และเธอได้เปิดอ่าน ในจดหมายจะมีข้อความว่า

แม่ขอโทษด้วยที่ก่อเรื่องขึ้นมา เชื่อผมเถอะผมรู้แล้วว่าผมมันโง่เอง ทำให้ครอบครัวถูกฆ่า แต่ผมก็ไม่หวังว่าแม่จะยกโทษให้ผมหรอกนะ แต่ผมอยากให้แม่รู้ว่าผมรู้สึกเสียใจที่ทิ้งแม่ไว้คนเดียว ดังนั้นผมจะไปหาแม่นะ ตอนแรกผมคิดว่าการหลบหนีออกจากนรกที่นี่มันเป็นไปไม่ได้ แต่แล้วผมก็ได้พบกับเพื่อนที่เก่งมากคนหนึ่ง หากอยู่กับเขาน่าจะหลบหนีออกไปจากที่นี่ได้ พูดตามตรงผมก็ไม่แน่ใจว่าจดหมายฉบับนี้จะส่งไปถึงแม่หรือเปล่า แต่ก็อยากเชื่อในปาฏิหาริย์ การที่ได้รู้ว่าแม่รอผมอยู่ทำให้ผมมีกำลังใจที่จะออกไปจากที่แห่งนี้ ด้วยรัก จากลูกชายที่โง่เขลาของแม่ เมื่ออ่านมาถึงตรงนี้รูบี้ก็ยังพบว่ามันมีข้อความต่อท้ายอยู่อีก ขอโทษนะแม่ ดูเหมือนว่าผมจะไม่สามารถไปพบแม่ได้แล้ว เพื่อนที่ผมเล่าให้ฟังก่อนหน้า ผมอยากให้เขามีชีวิตอยู่ต่อ เขาก็เหมือนกับผม แต่ก็แตกต่างออกไป และผมรู้สึกว่าทั้งสองคนนั้นจะให้อภัยผมหากช่วยให้เขาออกไปจากที่นี่ได้ ขอโทษด้วยนะแม่ที่เป็นผมก็ยังเป็นคนโง่จนถึงที่สุด ขอบคุณที่มอบชีวิตมาให้กับผม

พอได้อ่านจดหมายจบรูบี้ก็บอกว่า ลูกชายของฉันเป็นคนฉลาดและมีทักษะในการชักจูงคนอื่น แต่เขาพยายามที่จะใช้ประโยชน์จากคนที่ผิดและสูญเสียทุกอย่างไป ฉันไม่อยากเชื่อเลยว่าลูกชายคนนี้ได้สละชีวิตของเขาเพื่อปกป้องใครบางคน ขอบคุณที่ส่งจดหมายนี้มาให้นะ การรู้ว่าเขารู้สึกอย่างไรทำให้ใจของฉันสงบลง ฉันไม่เคยคิดว่าจะให้อภัยลูกชายสำหรับสิ่งที่เขาทำ แต่ดูเหมือนว่าปาฏิหาริย์ยังมีอยู่ เมื่อได้ฟังเรื่องนี้จนจบก็เป็นอันเสร็จสิ้นเควส จริงแล้วลูกชายของรูบี้ก็คือเอมเมอรัลชายที่หลบหลีกออกมาจากคุกพร้อมกับออสวอลด์นั่นเอง ซึ่งเนื้อความในจดหมายก็ได้แสดงให้เห็นแล้วว่าตอนสุดท้ายที่เอมเมอรัลได้แยกตัวออกไปก็เป็นเพราะต้องการช่วยออสวอลด์ให้หลบหนีได้นั่นเอง




