หลังจากทั้ง 2 คนได้เดินทางมาถึงเมือง Conning Creek โทรเน่ได้หยิบอัญมณีออกมา เทเมนอสเลยถามว่าเธอได้อัญมณีนั่นมาจากไหน โทรเน่ก็บอกว่าเธอขโมยมา มันสวยมั้ย เทเมนอสเลยบ่นว่า ขโมยมาอีกแล้วหรอ ถ้าเธอเป็นคนที่เชื่อในคริสตจักร เธอจะต้องเผชิญกับการพิพากษาสำหรับมัน โทรเน่ตอบว่านายนี่มันช่างหลงไหลในงานที่ทำอยู่จริงๆ แต่แล้วก็เหมือนมีอะไรมาทิ่มตัวโทรเน่ทำให้เธอรู้สึกเจ็บขึ้นมา เทเมนอสเลยบอกว่า ฮาฮา นั่นแหละที่เรียกว่า การลงโทษของพระเจ้า หลังจากโทรเน่ลองดูก็พบว่ามันคือ กระจกพัง ที่ได้รับมาก่อนหน้านี้ ก็ไม่รู้ว่าทำไมเธอถึงยังเก็บมันเอาไว้อยู่กับตัว ระหว่างที่ทั้ง 2 คุยกันอยู่ ก็ได้ยินชาวเมืองพูดคุยกันว่าเกิดเหตุฆาตกรรมกันขึ้นมา เทเมนอสก็รู้สึกถึงลางไม่ดีเกี่ยวกับเรื่องนี้ โทรเน่เชื่อในลางร้ายของเทเมนอส จากนั้นกลุ่มผู้คุ้มกันเมืองได้เข้ามาเคลียร์พื้นที่ไล่ชาวเมืองออกไป ทำให้เทเมนอสและโทรเน่ได้เห็นศพ พบว่านั่นคืออัลพาเตส

ทั้ง 2 ก็ได้มาพูดคุยกันว่าใครที่เป็นคนฆ่าอัลพาเตส หลังจากลองสรุปเรื่องราวก่อนหน้านี้ของเธอ เธอต้องการกลับไปที่ตระกูลเพื่อทำภารกิจให้สำเร็จ เพียงแต่เบาะแสเท่านี้ยังไม่เพียงพอที่จะสรุปอะไรได้ เลยตัดสินใจจะกลับไปตรวจสอบสถานที่เกิดเหตุกันก่อน

ให้เราเดินกลับไปยังชายหาด แต่ดูเหมือนว่าศพของอัลพาเตสจะถูกพาตัวไปไว้ในบ้านหลังหนึ่งใกล้ๆ ชายหาด โดยมีผู้คุ้มกันเฝ้าประตูเอาไว้อยู่ ให้เรา Ambush ผู้คุ้มกันแล้วเข้าไปในบ้าน จากนั้น Steal ของจากศพของอัลพาเตส จะได้กระดาษแผ่นหนึ่งมา มันเขียนเอาไว้ว่า ถ้ำพระจันทร์และพระอาทิตย์ “ตรงที่กลางวันและกลางคืนมาบรรจบกัน” เทเมนอสก็คิดว่ามันเหมือนกับเป็นรหัสลับอะไรบางอย่าง และตรวจสอบสภาพของอัลพาเตส มือและเท้าของเธอถูกมัดไว้ แต่ปากของเธอกลับไม่โดน ดูเหมือนเธอกำลังถูกสอบปากคำ แต่ถูกฆ่าเพราะเธอไม่ยอมตอบคำถาม สุดท้ายเทเมนอสและโทรเน่ก็ตัดสินใจจะไปตรวจสอบที่ถ้ำแห่งนั้น

ให้ออกจากเมืองทางด้านซ้ายจะเป็นแผนที่ Western Conning Creek Coast เดินไปทางซ้ายจนถึงทางแยกที่มีจุดเซฟอยู่ติดกับบ้าน แยกนี้ให้เดินได้ด้านบน วิ่งไปตามทางจะเจอกับบันไดลงอันแรกให้วิ่งเลยผ่านไป แล้วจะเจอกับบันไดลงไปชายหาดอันที่สอง ให้เราลงที่บันไดนี้ จากนั้นวิ่งไปทางซ้ายเรื่อยๆ ก็จะเจอถ้ำ Cavern of the Moon and Sun แล้ว จากนั้นก็สำรวจในถ้ำไปจนสุดทาง

โทรเน่และเทเมนอสก็จะสำรวจสถานที่แห่งนี้แต่กลับไม่พบอะไร เมื่อเทเมนอสนึกถึงคำในกระดาษของอัลพาเตส รวมกับคำใบ้ที่โทรเน่บังเอิญพูดออกมา ก็ทำให้เขาเริ่มคิดอะไรบางอย่างออก จากนั้นเทเมนอสก็ใช้ ห้วงภวังค์แห่งความคิด จากชื่อของถ้ำและกระดาษรหัสลับ ทำให้คิดว่าสถานที่นี้ต้องมีความเกี่ยวข้องกับ กลางวันและกลางคืน ให้เราทำการสลับเปลี่ยนเวลาจาก กลางวันเป็นกลางคืนและเปลี่ยนกลับเป็นกลางวันอีกครั้ง จะเจอแสงฟ้าสีปรากฏขึ้นมาให้ตรวจสอบ เทเมนอสก็จะไขปริศนาในสถานที่แห่งนี้ออกและพบเข้ากับสิ่งของบางอย่าง มันคือกระดาษโน๊ต ที่เขียนเอาไว้ว่า “แก่ผู้ที่หวังให้รุ่งอรุณมาถึง” และมีกระจกแตกอีกอันหนึ่งด้วย พอลองเอาชิ้นส่วนกระจกทั้ง 2 มารวมกัน ก็พบว่ามันเข้ากันได้พอดี เทเมนอสก็ชมว่าโทรเน่เป็นผู้ช่วยที่ดีจริงๆ

หลังจากนั้นทั้ง 2 ได้เดินออกมาจากถ้ำ เทเมนอสก็บอกแล้วว่านึกอะไรออกแล้ว เกี่ยวกับต้นกำเนิดของชื่ออัลพาเตส เอลฟริก เทพอัคคีศักดิ์สิทธิ์ ได้ทิ้งใครบางคนไว้ที่นี่ในอาณาจักรของเราเพื่อคบหากับมวลมนุษยชาติ เธอมีชื่อว่าอัลพาเตส บางทีเธออาจจะเป็นลูกหลานของตระกูลที่ร่วมสายเลือดกับเทพอัคคีศักดิ์สิทธิ์ โทรเน่ก็ถามว่านั่นหมายความว่าเธอเกิดจากพระเจ้าอย่างนั้นหรอ เทเมนอสก็บอกว่าในพระคัมภีร์ได้เล่าเอาไว้ว่า หลังจากการตายของอัลพาเตส ลูกๆ ของเธอต้องเผชิญกับความสิ้นหวัง จากนั้นเอลฟริกก็สร้างกระจกขึ้นมาจากร่างกายของเธอ และแสงอันอบอุ่นจากกระจกช่วยบรรเทาความโศกเศร้าของตระกูลเธอ โทรเน่เลยถามว่านายคิดว่ากระจกอันนี้จะเป็น.. เทเมนอสก็บอกว่า ภารกิจของอัลพาเตสคือการปกป้องกระจก แต่ก็ยังมีปริศนาอย่างหนึ่งที่เหลืออยู่ นั่นก็คือทำไมเธอต้องมอบกระจกให้กับพวกเราด้วย โทรเน่บอกว่า เป็นปริศนาจริงๆ ถ้าเธอไม่ได้เกิดมาเป็นบุตรของพระเจ้า เธออาจจะใช้ชีวิตได้อย่างมีอิสระ แต่เธอก็เสี่ยงชีวิตในการปกป้องสมบัติ ฉันจะดูแลมันให้เป็นอย่างดี อัลพาเตส
The Cleric & Thief, Part 2 End

สถานที่ต่อไปที่เราจะไปกันก็คือ Timberain กับเนื้อเรื่องบทสุดท้ายของ แคสตี้



