Stormhail ที่ตั้งสำนักงานใหญ่ของผู้พิทักษ์ศักดิ์สิทธิ์ ตอนนี้เทเมนอสได้เปิดอ่านจดหมายที่มิ้นท์เขียนมาถึง
ถึงเทเมนอส
สบายดีมั้ย
ในส่วนของฉัน ฉันยินดีที่จะบอกว่าการสอบสวนได้คลี่คลายลงในที่สุด
เมื่อใดก็ตามที่ฉันนึกถึงพระสังฆราชที่ล่วงลับไปแล้ว มันทำให้รู้สึกแน่นหน้าอก
อย่างไรก็ตาม ฉันยังคงเดินหน้าต่อไป
ฉันได้รับจดหมายของนายด้วยความยินดี ฉันเข้าใจว่าสำนักงานใหญ่ของผู้พิทักษ์ศักดิ์สิทธิ์คือจุดหมายปลายทางต่อไปของนาย ฉันภาวนาให้นายไม่ทะเลาะกับพวกเขา
แม้ว่าความสัมพันธ์จะตึงเครียดก็ตาม
เช่นเคย ประตูของเราเปิดต้อนรับนายอยู่หากนายต้องการพักผ่อน
ขอให้รุ่งอรุณนำพา
ซึ่งข่าวดีและโชคลาภ
มิ้นท์

พออ่านจบเทเมนอสให้ความคิดเห็นว่า มิ้นท์เป็นคนที่จุ้นจ้านแม้กระทั่งสิ่งที่เขียนมาทำให้รู้สึกเหมือนเจอหน้ากันจริงๆ ฉันคงยังไม่กลับไปเร็วๆ นี้หรอกนะ ถ้าเธอได้ยินคงจะไม่พอใจแน่นอน เอาล่ะถึงเวลาเริ่มงานได้ ก่อนอื่นต้องไปที่สำนักงานผู้พิทักษ์ศักดิ์สิทธิ์ เพื่อสอบสวนสถาปนิกวาดอส

เมื่อเดินไปถึงที่หน้าสำนักงานใหญ่ เทเมนอสก็บ่นว่าฝูกายังคงร้องเสียงดังอยู่แต่ในรังเหมือนเดิม มันทำให้ฉันรู้สึกเย็นวาบทุกครั้งที่เห็นมัน ในระหว่างนั้นเองก็มีคนตะโกนบอกให้หลบไป แล้วก็วิ่งเข้ามาชนเทเมนอสจนทั้งคู่ล้มลง
คริก: อะแฮ่ม ขอโทษด้วย คุณเจ็บมั้ย?
เทเมนอส: โอ้ย ฉันบาดเจ็บสาหัสจริงๆ
คริกตกใจที่เห็นว่าคนที่เขาชนจนล้มไปคือเทเมนอส
คริก: ฉันไม่อยากเชื่อเลยว่าเป็นนายนี่เอง เทเมนอส ถ้านายมาถึงที่นี่ก็แสดงว่า นายต้องการสอบปากคำวาดอสใช่มั้ย
เทเมนอส: ใช่เลย ว่าแต่ทำไมนายดูวุ่นวายจัง
คริก: ถ้าให้พูดเรื่องจริงก็…ฉันนอนตื่นสายน่ะ
เทเมนอส: และตอนนี้นายดูรีบร้อนมาก เพิ่งได้รับการแต่งตั้งใช่ไหม ถ้าแบบนั้นก็ใช้คำพูดนี้เป็นข้ออ้างแล้วกัน “ขออภัยที่มาสาย พอดีต้อนรับแขกที่ไม่คาดคิดอยู่ นั่นก็คือผู้ตรวจสอบครับ”
คริก: แต่แบบนั้นมันก็คือการโกหกนี่
เทเมนอส: เส้นทางสู่ความเป็นผู้ใหญ่เต็มไปด้วยคำโกหกอันไม่เป็นพิษเป็นภัยนะคริก
คริก: ฉันไม่ยอมให้นายทำเหมือนกับฉันเป็นเด็กนะ
เทเมนอส: โอ ฉันเชื่อว่าสิ่งที่ฉันทำทั้งหมดคือเสนอข้อแก้ตัวให้นายนะ
คริก: มันก็ใช่ แต่ฉันก็สงสัยอยู่ดีว่าทำไม นายต้องมีจุดประสงค์อื่น
เทเมนอส: ฮาฮา นายไม่ควรสงสัยผู้คนเช่นนั้นนะ
คริก: ไม่ ไม่ ฉันไม่ควรทำแบบนั้น ฉันควรจะต้องรับการลงโทษสำหรับการมาสายของฉัน
เทเมนอส: มารับใช้ฉันเพื่อตอบแทนหนี้ที่นายติดไว้ซะ
คริก: หนี้อะไรกัน?

จากนั้นทั้งสองก็เข้ามาในสำนักงาน
เทเมนอส: วาดอสเป็นยังไงบ้างตั้งแต่ถูกจับมา
คริก: ไม่รู้สิ ฉันไม่ได้อยู่กับเขาตลอดเวลา ฉันแค่คุ้มกันเขาจนมาถึงสำนักงานใหญ่ของผู้พิทักษ์ศักดิ์สิทธิ์ ฉันคิดว่าเขาน่าจะถูกขังอยู่ที่ไหนสักแห่งนี่แหละ
เทเมนอส: นายช่วยนัดให้ฉันได้พบกับเขาที ฉันสัญญาว่าจะทำมันด้วยตัวเอง หากมีความสัมพันธ์ที่ดีกับผู้พิทักษ์ศักดิ์สิทธิ์
คริก: คิดซะว่าฉันทำมันได้
จากนั้นคริกก็เดินไปหาเจ้าหน้าที่
นายทะเบียน: อัศวินคริก คุณมาทำอะไรที่นี่
คริก: ผู้ตรวจสอบจากโบสถ์ เขาต้องการนัดพบกับสถาปนิกวาดอส คนที่ฉันพามาที่นี่เมื่อไม่กี่วันก่อน
นายทะเบียน: รอสักครู่…ขออภัยด้วย แต่ไม่มีบันทึกว่าเขาถูกพาตัวมาที่นี่ อันที่จริงฉันไม่เห็นชื่อวาดอสเขียนไว้ที่ไหนเลย
คริก: เป็นไปได้ยังไง ขอร้องล่ะลองหาดูอีกครั้งหน่อย น่าจะมีอะไรผิดพลาด
นายทะเบียน: ฉันรับรองว่าฉันดูบัญชีมาหลายครั้งแล้ว ไม่มีอะไรผิดพลาด
คริก: ฉัน..ฉันไม่เข้าใจ
เทเมนอส: มาเถอะคริก ไว้พวกเราค่อยกลับมาทีหลัง

จากนั้นเทเมนอสก็เดินแยกออกมากับคริก
เทเมนอส: นายแน่ใจใช่มั้ยว่าพาตัวเขามาที่นี่น่ะ
คริก: ใช่แน่นอน
เทเมนอส: ถ้าแบบนั้นบางทีผู้พิทักษ์ศักดิ์สิทธิ์อาจลบชื่อของเขาออกจากบันทึก เพื่อเหตุผลบางอย่าง
คริก: นายกล้าคิดแบบนั้นได้ยังไง มันเป็นไปไม่ได้ ผู้ส่งสารของพระเจ้าจะไม่บิดเบือนความจริง
เทเมนอส: แม้ว่าพระเจ้าของพวกเขาจะประสงค์แบบนั้นก็ตามงั้นหรอ?
คริก: นายกล้าพูดคำลบหลู่ขนาดนี้
เทเมนอส: ความจริงนั้นเป็นสิ่งที่ต้องมองเห็นด้วยตาของตนเองนะคริก แม้แต่พระเจ้าเองก็ไม่สมควรได้รับความภักดีแบบที่ไม่ตั้งข้อสงสัย
คริก: นายเป็นใครกัน?
เทเมนอส: ฉันเข้าใจที่ความเชื่อของนายมันสั่นคลอน แต่ฉันขอถามนายหน่อยว่า นายไม่อยากรู้ความจริงงั้นหรอ
คริก: …
เทเมนอส: พวกเราต้องสืบสวนพวกผู้พิทักษ์ศักดิ์สิทธิ์ นายจะร่วมมือกับฉันมั้ย ถ้าร่วมมือก็ นายช่วยฉันค้นหาบันทึกอะไรก็ตามที่เกี่ยวข้องกับการมาถึงของวาดอสให้ที ส่วนฉันจะค้นหาสิ่งที่ผิดปกติรอบๆ นี้ให้เอง
คริก: …
เทเมนอส: โชคดีนะคริก
ขณะนั้นเอง มีคนลึกลับคนหนึ่งที่แอบฟังเราพูดคุยกัน

เมื่อออกมาจากสำนักงานให้ไปทางขวาจะเจอกับรอยเลือดพบพื้น แต่ดูเหมือนว่าเราจะถูกคนลึกลับคนหนึ่งตามมา หมายที่เข้าทำร้ายเรา แต่คริกเองก็วิ่งเข้ามาถึงและช่วยเราเอาไว้ได้ ทางด้านคริกที่เห็นเสื้อคลุมก็รู้ว่าเขาน่าจะเป็นหนึ่งในผู้พิทักษ์ศักดิ์สิทธิ์ เมื่อเห็นท่าไม่ดีคนลึกลับก็ได้วิ่งหนีไป คริกกำลังจะวิ่งไล่ตาม แต่เทเมนอสก็ห้ามเอาไว้ พวกเราไม่ควรตามเขาไป แถมยังบอกอีกด้วยว่า นายติดหนี้ฉันเพิ่มอีกแล้วนะคริก คริกเลยบอกว่าให้หยุดกังวลไอเรื่องหนี้สินพวกนี้ซะที ส่วนเทเมนอสก็ถามว่า ตอนนี้นายตัดสินใจละทิ้งพระเจ้าของนายแล้วใช่มั้ย คริกที่สุดท้ายตัดสินใจได้ก็บอกว่า ฉันอยากเชื่อในพระเจ้า เหมือนกับที่ฉันอยากเชื่อในตัวนาย เทเมนอสก็พูดขัดว่าแบบนั้นก็ขอบคุณนายที่มอบความไว้ใจมาให้ เราต้องก้าวต่อไป ตอนนี้เรายังหาอะไรไม่พบเลย

เมื่อเดินตามรอยเลือดสุดท้ายก็จะพบเข้ากับศพของสถานปนิกวาดอส
คริก: นั่นมันสถานปนิกวาดอส แต่ทำไม?
เทเมนอส: ช่างเป็นจุดจบอันน่าเศร้าสลดของผู้รับใช้วีเดผู้ชั่วร้าย การสืบสวนของนายเป็นยังไงบ้างล่ะคริก
คริก: ฉันค้นดูบันทึกของผู้พิทักษ์ศักดิ์สิทธิ์ดูแล้วแต่…ไม่มีการเอ่ยถึงเขาเลย
เทเมนอส: อืมมม มีคนสั่งให้ทำแบบนี้ ใครบางคนที่เกี่ยวข้องกับผู้พิทักษ์ศักดิ์สิทธิ์โดยตรง
คริก: มันต้องไม่ใช่แบบนั้นแน่
เทเมนอส: พวกเขาหลอกใช้วาดอส แล้วก็ฆ่าทิ้ง
คริก: นายโกหก ฉันไม่เชื่อนายหรอก ผู้พิทักษ์ศักดิ์สิทธิ์ไม่มีทางทำแบบนี้!

จากนั้นเทเมนอสและคริกก็ได้เดินมาที่กลางเมือง
คริก: เทเมนอส มีอะไรบ้างที่ฉันสามารถมอบความศรัทธาให้ได้
เทเมนอส: สิ่งนั้นนายต้องค้นหามันด้วยตัวเอง แต่ฉันต้องเตือนนายว่ามีเพียงไม่กี่สิ่ง ที่คู่ควรกับศรัทธาของเรา
คริก: นายไม่มีความศรัทธาในตัวพระเจ้าของนายเองเลยใช่ไหม นายสงสัยทุกสิ่งทุกอย่างบนโลกใบนี้
เทเมนอส: การตั้งข้อสงสัยคือสิ่งที่ฉันทำ
คริก: ฉันมาจากตละกูลขุนนาง แม้ว่าตอนนี้จะตกต่ำลงแล้วก็ตาม ครอบครัวสอนให้ฉันขโมยและใช้คนอื่นเป็นบันไดสู่ความสำเร็จของตนเอง แต่ฉันไม่เชื่อว่านั่นคือทั้งหมดของชีวิต จากนั้นผู้สืบสวนก็มาเยี่ยมฉันและบอกอะไรบางอย่างที่ฉันจะไม่มีวันลืม “มีเปลวไฟอันสูงส่ง ลุกโชนอยู่ภายในตัวคุณ” คำพูดนั้นมันทำให้ฉันมีบางอย่างที่อยากจะเชื่อถือเป็นครั้งแรกในชีวิต ฉันได้ออกจากบ้านและเข้าร่วมกับภาคีเปลวไฟศักดิ์สิทธิ์ โลกเป็นสถานที่โหดร้ายและไม่มีเหตุผล ฉันต้องการที่จะเชื่อในอะไรบางอย่าง บางอย่างที่ฉันจะยึดถือมัน ฉันอยากจะยื่นมือช่วยเหลือผู้ที่อ่อนแอและขจัดความชั่วร้ายออกไปจากโลกนี้ ฉันอยากเป็นดาบเล่มนั้นให้กับผู้คน
เทเมนอส: อะฮ่าฮ่าฮ่า นั่นเป็นความไร้เดียงสาที่น่ารักเสียจริง
คริก: อย่ามาล้อฉันนะ เทเมนอส! ฉันเป็นแบบที่พูดไปนั่นแหละ
เทเมนอส: ผู้ตรวจสอบที่นายเจอ เขาชื่อว่ารอยใช่มั้ย
คริก: นายรู้จักเขา!
เทเมนอส: ฉันเอิ่ม..มีความสัมพันธ์แบบแปลกๆ กับเขา พอมาคิดดูอีกที นายก็มีนิสัยคล้ายกัน พวกนายสองคนมีความรู้สึกทางศีลธรรมที่เคร่งครัด ซื่อสัตย์ต่อตนเองโดยไม่คำนึงถึงผลเสีย รอยน่ะเป็นผู้ตรวจสอบก่อนหน้าฉัน อย่างไรก็ตามเขาเริ่มสืบสวนคริสตจักร แต่ก็ไม่เคยกลับมาอีกเลย
คริก: ใช่ ฉันรู้
เทเมนอส: “คริสตจักรน่ะมีความลับ ความลับที่น่ากลัวอย่างยิ่ง” นี่เป็นคำพูดสุดท้ายที่เขาได้บอกฉัน คำพูดนี้ มันทำให้ฉันไม่ไว้วางใจคริสตจักรและปรารถนาที่จะเปิดเผยความจริง และนี่คือคำขอในวาระสุดท้ายที่ฉันตั้งใจจะให้เกียรติ
คริก: …
เทเมนอส: จำไว้ว่าฉันไม่มีเจตนาที่จะค้นหาและฆ่าใครก็ตามที่อยู่เบื้องหลังเรื่องนี้ ฉันเพียงต้องการนำความจริงมาเปิดเผย ฉันได้ค้นหามันมาเป็นเวลานาน และในที่สุดมันก็อยู่ใกล้แค่เอื้อม
คริก: ฉันเริ่มที่จะเชื่อมั่นในตัวเองแล้ว ผู้พิทักษ์ศักดิ์สิทธิ์กำลังซ่อนอะไรบางอย่างอยู่
เทเมนอส: นายได้ก้าวหน้าอย่างมากในวันนี้ คริก
คริก: ตอนนี้ใครจะเป็นผู้บงการได้..มาทบทวนสิ่งที่เรารู้กัน เทเมนอส
เทเมนอส: ไม่ ไม่ วันนี้พอแค่นี้แหละ
คริก: นายล้อเล่นหรือเปล่า
เทเมนอส: ฉันรู้สึกเหนื่อยและนอกจากนั้น นายได้รับบาดเจ็บจากการโจมตีอยู่ใช่มั้ย
คริก: นี่น่ะหรอ?
เทเมนอส: นายต้องดูแลตัวเองหน่อยนะคริก เรากำลังพุ่งเข้าใส่ภัยอันตรายอยู่นะ
คริก: เฮ่อ เข้าใจแล้วเทเมนอส แต่นายควรพูดตามตรงกับฉันนะ นายได้รับอนุญาตให้พูดว่า นายแค่อยากมีเวลาคิดตามลำพัง
เทเมนอส: ฮาฮา ช่างมีความเข้าใจที่น่าชื่นชมจริงๆ
คริก: ฝันดีนะเทเมนอส
เทเมนอส: ฝันดี

ให้เราเข้าไปนอนพักที่โรงแรม ในระหว่างนี้คริกก็ได้เดินกลับมาที่สำนักงานและคิดเกี่ยวกับเรื่องของวาดอส ก่อนที่วาดอสจะถูกฆ่า เขาได้ฆ่าพระสังฆราช, นักปรุงยา และนักวิชาการ ปัญหาก็คือ มันต้องมีบางคนบังคับให้เขาทำและมันยังไม่จบจนกว่าจะรู้ว่าเป็นใครกัน จากนั้นคริกก็คิดถึงคำหนึ่ง “อย่ายอมจำนนต่อความมืดมิดอันเงียบงัน เพราะแสงสว่างจะจางหายไป” เขาต้องการที่จะรู้เกี่ยวกับมันมากกว่านี้ จึงได้วิ่งเข้าไปในสำนักงาน สุดท้ายคริกก็ได้ลงมายังห้องสมุดใต้ดิน เขาค้นพบเข้ากับหนังสือเล่มหนึ่ง ภายในหนังสือเล่มนั้น ก็มีการเขียนเอาไว้ว่า “อย่ายอมจำนนต่อความมืดมิดอันเงียบงัน เพราะแสงสว่างจะจางหายไป” ทำให้รู้ว่าคำนี้มันมาจากหนังสือแห่งรัตติกาล เหมือนกับว่ายังแปลกใจไม่พอ ที่กองเอกสารเหล่านี้ซ่อนอยู่ในสำนักงานใหญ่ คริกก็ยิ่งสงสัยว่าทำไมวาดอสถึงได้รู้คำจากหนังสือพวกนี้ได้ แต่ก็หาสาเหตุไม่ได้ อย่างน้อยก็อยากจะบอกเรื่องนี้ให้เทเมนอสได้รู้ก่อน

ทางด้านเทเมนอสที่กำลังครุ่นคิดอยู่คนเดียว ใครที่อยู่เบื้องหลังเรื่องนี้ ดูเหมือนว่าอาจจะมองข้ามอะไรบางอย่างไป อาจจะต้องไปค้นหาในสำนักงานผู้พิทักษ์ศักดิ์สิทธิ์อีกครั้ง แล้วเทเมนอสก็นอนหลับไป ทางด้านคริกเขาได้รับบาดเจ็บหนักแต่ก่อนที่จะขาดสติไป ก็ได้เอ่ยชื่อเทเมนอสออกมาอย่างยากลำบาก

เช้าวันต่อมา
บริเวณหน้าสำนักงานใหญ่ เทเมนอสก็สงสัยว่าเกิดอะไรขึ้น ถึงมีคนมารวมตัวกันเยอะ เทเมนอสเลยก็ตัวแทรกเข้าไปดูแล้วก็พบเข้ากับศพของคริก ทำให้เทเมนอสตกใจมาก จากนั้นเทเมนอสก็ได้สำรวจดูแล้วพบว่ามีอะไรบางอย่างอยู่ในมือของคริก เขาจึงหยิบมาออกมาเลยได้รู้ว่ามันคือหน้ากระดาษในหนังสือ ซึ่งเขียนเอาไว้ว่า “อย่ายอมจำนนต่อความมืดมิดอันเงียบงัน เพราะแสงสว่างจะจางหายไป” ตอนนั้นเองก็มีคนจากหน่วยอัศวินศักดิ์สิทธิ์ บอกให้ผู้คนถอยออกไป และไล่เทเมนอสให้ออกไปด้วย แต่เทเมนอสก็ปฏิเสธ เพราะเขาต้องมีส่วนร่วมในการสืบสวนการตายของคริกด้วยตัวเอง แต่ทางอัศวินศักดิ์สิทธิ์ก็ไม่ยอมและไล่เทเมนอสให้ออกไปเช่นเดิม เทเมนอสก็ไม่ยอมแพ้เลยเปิดใช้งาน ห้วงภวังค์แห่งความคิด แล้วเทเมนอสก็บอกว่า ฉันสาบานต่อนายว่าฉันจะสานต่องานที่นายทุ่มเทไปเมื่อวานให้ได้

ระหว่างที่อยู่ในห้วงภวัค์แห่งความคิดเทเมนอสก็จะเห็นร่องรอยของตัวคริก เมื่อเทเมนอสเดินตามไปก็จะพบเข้ากับห้องสมุด เทเมนอสก็คิดว่า หลังจากที่คริกได้กระดาษมาแล้วก็คงจะนั่งตรวจสอบมันอยู่ในห้องนี้ แถมยังจิตนาการไม่ออกด้วยว่าเพราะอะไรถึงกับต้องฆ่าคนที่เห็นมัน หรือว่าคริกไปที่อื่นหลังจากได้เบาะแสนี้มา เมื่อมองไปรอบห้องก็เทเมนอสก็สังเกตุเห็นว่ามีหนังสือเล่มหนึ่งที่มันถูกวางกลับหัวอยู่ เมื่อหยิบมาอ่านดูก็ไม่พบอะไรเป็นพิเศษ แล้วก็มองไปเห็นว่ามีอะไรบางอย่างถูกเขียนอยู่ที่ด้านหลังของชั้นวาง “ทำลายพันธนาการของโลกและมองไปยังสวรรค์” เมื่อได้รับคำใบ้นี้มาแล้ว เทเมนอสก็ได้เดินออกจากห้องสมุดแล้วเห็นร่องรอยของคริกที่เดินขึ้นไปชั้นบนเพื่อมองหาสวรรค์ เดินตามมาจนถึงจุดปลายทาง เทเมนอสก็สังเกตุพบกลไกอะไรบางอย่าง พอลองกดดูก็ได้ยินเสียงเหมือนมีอะไรถูกปลดล็อค

ตอนนี้เดินกลับลงไปด้านล่างก็จะเห็นว่ามีประตูตรงกลางถูกเปิดออกอยู่ มันคือประตูลับ เมื่อสำรวจจนสุดทาง เทเมนอสก็ได้เห็นสถานที่แปลกๆ มันมีชั้นหนังสือวางอยู่หลายอัน แต่ละอันก็เต็มไปด้วยหนังสือวางอยู่เต็มไปหมด ซึ่งหนังสือทั้งหมดนี้ล้วนเป็นหนังสือต้องห้ามทั้งสิ้น เทเมนอสก็คิดว่า มีความรู้มากมายที่ถูกลบหายไปออกจากประวัติศาสตร์ การมีหนังสือแบบนี้อยู่ไม่รู้ว่าพวกผู้พิทักษ์ศักดิ์สิทธิ์มีเป้าหมายอะไรกันแน่ ในระหว่างที่คิดอยู่นั่นเองคูบารีก็ได้เดินเข้ามาพร้อมพูดว่า
คูบารี: ฉันเห็นแล้วว่าหมาของพระสังฆราชก็รู้วิธีติดตามกลิ่นได้ดี คริกมันรู้มากเกินไป เขาเป็นไอโง่ที่พานายเข้ามาเกี่ยวในเรื่องนี้ การสืบสวนนำพามันมา จนได้พบเข้ากับหนังสือแห่งรัตติกาล และด้วยเหตุนี้ มันเลยต้องเข้าไปอยู่ในหลุมศพ ด้วยน้ำมือของคนที่นายก็รู้จักดี

เหตุการณ์ก็ย้อนไปตอนที่คริกได้ลงมาในที่แห่งนี้ คริกได้เจอเข้ากับคนลึกลับในชุดคลุมสีดำ
คริก: นายเป็นใครกัน ทำไมต้องมาหยุดพวกเราด้วย เปิดเผยตัวออกมานะไอ้ขี้ขลาด
คนลึกลับชุดคลุมดำก็ได้เปิดเผยตัวออกมา
คริก: เธอ เธอคือ หัวหน้าเคลดีน่า ทำไม?
เคลดีน่า: โอ้ คริก นายเป็นคนที่มีความสามารถมาก อาจจะมีความสามารถมากเกินไปสักหน่อย ยอมรับการลงทัณฑ์ของนายที่ไม่เชื่อฟังพระเจ้าซะเถอะ

เทเมนอส: ถ้างั้นคนที่อยู่เบื้องหลังเรื่องนี้ก็คือ เคลดีน่า
คูบารี: ฮาฮาฮาฮา นายต้องเข้าใจว่าเราจะต้องจบชีวิตของนาย เช่นเดียวกับที่เราทำกับผู้ช่วยตัวน้อยของนายนั่นเอง
เทเมนอส: …
คูบารี: ฉันขอบอกว่า เขาไม่ใช่คนที่ฆ่าได้ง่ายเลย หัวหน้าเคลดีน่าถึงกับต้องเข้ามาแทรกแซงและทำให้งานเสร็จ แต่เขาเป็นไอ้โง่เหมือนกับกับนาย ความยุติธรรมที่ผิดเพี้ยน ทำให้กล้าท้าทายพระเจ้า และสุดท้ายนายก็จะได้รับการลงทัณฑ์จากสรวงสวรรค์ ฮาฮาฮาฮาฮา
เทเมนอส: เธออยู่ที่ไหน
คูบารี: ฉันเห็นความโกรธจากในดวงตาของนายนะ ช่างแปลกเสียจริง เหอะ มันรู้สึกเจ็บปวดใช่มั้ย ที่รู้ว่าผู้ช่วยตัวน้อยที่น่ารักของนายถูกฆ่าตาย หัวหน้าไปแล้ว เธอมีธุระอื่นที่ต้องจัดการ เรื่องที่นายควรรู้มีเพียงเท่านี้
เทเมนอส: ได้ งั้นก็ปิดปากซะ แกพวกที่ถูกเรียกว่าผู้ส่งสารของพระเจ้า
คูบารี: หัวหน้าได้สั่งลงมาเองเลยนะว่าต้องฆ่านายให้ได้ ถ้าจำไม่ผิดหัวหน้าพูดว่า “ทำให้หมาตัวนั้น หมอบกราบแทบเท้า”
จากนั้นคูบารีและเทเมนอสก็ได้เข้าต่อสู้กัน

คูบารี: อั่ก
เทเมนอส: หัวหน้าของแกตั้งใจจะใช้มันเพื่อนำความมืดมาสู่แผ่นดินใช่หรือเปล่า นั่นคือแผนของเธอหรอ
คูบารี: ฮาฮาฮา ไปลงนรกซะ นั่นแหละคือคำตอบ
เมื่อพูดเสร็จคูบารีก็ล้มตายลงไป
เทเมนอส: ก่อนที่ฉันจะทำแบบนั้น แกจะต้องชดใช้บาปของแกก่อน

ที่งานศพของคริก มีเหล่าอัศวินศักดิ์สิทธิ์เป็นผู้จัดงาน หนึ่งในนั้นก็คือ ออร์ต เพื่อนของเขาเอง
ออร์ต: คริก เวลส์ลีย์ ในฐานะสาวกของพระเจ้า จิตวิญญาณของคุณจะเป็นนิรันดร์ จงเก็บดาบของคุณไว้และพักผ่อนชั่วนิรันดร์
เทเมนอสก็คอยเฝ้ามองดูงานศพนี้อยู่ห่างๆ ก็ได้นึกถึงเรื่องราวในอดีตเกี่ยวกับคริก แล้วก็บ่นออกมาว่า “นี่มันไม่ยุติธรรมเลยนะคริก ที่ทำให้ฉันติดหนี้นายเอาไว้แทน แต่อย่ากลัวไปเลย ฉันจะทำให้หนี้นี้ได้รับการชำระ ฉันขอสาบาน”

จากนั้นเทเมนอสก็มายืนอยู่กลางเมืองครุ่นคิดสรุปเรื่องราว บันทึกที่ได้รับมาจากซากปรักอาทิตย์ตก จะต้องเป็นของเคลดีน่า ซึ่งหมายความว่าเธอจะต้องมุ่งหน้าไปได้เพียงที่เดียวเท่านั้น ที่นั่นก็คือหมู่บ้านไร้นาม เธอหวังที่จะปลดปล่อยพลังแห่งรัตติกาลให้มาเยือนพวกเราทุกคน ฉันจะต้องหยุดเธอให้ได้ ก่อนที่เธอจะทำพิธีกรรมได้สำเร็จ คอยดูฉันไว้นะคริก ฉันจะส่องแสงสว่างให้เพียงพอต่อความผิดของคริสตจักร ที่มันทำต่อพวกเราทั้งสองคน และยุติการทรยศของเคลดีน่า
ในที่สุดเทเมนอสก็ได้ค้นพบความจริง
และเปิดเผยแผนการอันชั่วร้าย
เคลดีน่า หัวหน้าของเหล่าผู้พิทักษ์ศักดิ์สิทธิ์
เป็นผู้วางแผนเบื้องหลังการฆาตกรรม
ตอนนี้เทเมนอสต้องเปิดเผยความจริงเกี่ยวกับกุญแจสำคัญในแผนของเธอ: หนังสือแห่งรัตติกาล
และเขาจะทำเช่นนั้นด้วยความช่วยเหลือจากเปลวไฟศักดิ์สิทธิ์
Temenos – Chapter 3: Stormhail Route End

ตอนนี้อย่าพึ่งไปไหนไกลให้กลับไปที่บาร์ในเมืองแล้วเดินเนื้อเรื่องบทที่ 4 ของฮิคาริกันต่อ



