Winterbloom อีกหนึ่งเมืองที่บันทึกของแคสตี้ได้กล่าวถึง ด้วยความหวังที่จะรื้อฟื้นความทรงจำของเธอให้กลับคืนมาเป็นปกติ เธอจึงต้องเดินทางมายังเมืองแห่งนี้ ในตอนที่แคสตี้พึ่งมาถึงนั้นเอง ก็ได้พบเข้ากับชาวเมืองที่จำเธอได้ แถมยังดีใจมากอีกด้วย ถึงกระทั่งไปบอกแก่ชาวเมืองคนอื่นว่าแคสตี้ได้กลับมาแล้ว ชาวเมืองทั้งหลายต่างก็เข้ามาทักทายเธอด้วยรอยยิ้ม ทางด้านแคสตี้ก็บอกว่าตอนนี้เธอความจำเสื่อม ทำให้จำอะไรที่เกิดขึ้นไม่ได้เลย เธอมาที่นี่เพื่อหวังว่าจะจำอะไรขึ้นมาได้บ้าง ชาวเมืองก็ยินดีที่จะช่วย ให้เราใช้ Inquire กับชาวเมืองเพื่อสืบค้นข้อมูล เมื่อเสร็จแล้วจะมีชาวเมืองคนหนึ่งบอกว่าเมื่อก่อนเธอสนิทกับโรซ่ามากเลยนะ โรซ่าเป็นผู้ปกครองดินแดนแห่งนี้ อาศัยอยู่ในคฤหาสน์ทางตะวันตกเฉียงเหนือของเมือง แคสตี้ก็กล่าวขอบคุณ เธอจะไปพบกับโรซ่าตามคำแนะนำ

ที่หน้าคฤหาสน์ แคสตี้ได้พบกับลิลลี่สาวรับใช้ประจำคฤหาสน์หลังนี้ ลิลลี่ก็จำแคสตี้ได้ทันทีที่เห็นหน้าและบอกว่าได้ยินข่าวของแคสตี้แล้ว ให้เข้าไปพบกับโรซ่าได้เลย เธอรออยู่ที่ห้องด้านใน โรซ่านอนรออยู่ในห้องแต่ดูเหมือนว่าอาการป่วยของเธอจะไม่ค่อยดีเท่าไหร่นัก แคสตี้ที่เห็นแบบนั้นก็เลยจะเอายารักษาให้ แต่โรซ่าก็ปฏิเสธเพราะว่าเธอกินมันไปแล้ว มันเป็นยาที่แคสตี้เคยเตรียมเอาไว้ให้ สมัยก่อนมีหมอเข้ามาดูอาการหลายคนมากแต่ทุกคนก็ลงความเห็นว่าอาการของเธอนั้นรักษาไม่ได้ ยกเว้นก็เพียงแคสตี้เท่านั้น เธอจึงเหมือนติดหนี้ชีวิตกับแคสตี้เลยล่ะ แคสตี้ก็รู้สึกยินดีที่ได้ช่วยเหลือ ตอนนี้อยากขอตรวจดูอาการของโรซ่าหน่อย ในระหว่างตรวจแคสตี้ก็คิดในใจว่า ยาช่วยชะลออาการของโรคได้ แต่ร่างกายกลับแสดงอาการอัมพาตเล็กน้อย ถ้าเป็นแบบนี้เธออาจมีชีวิตได้ไม่ถึงเดือน โรซ่าบอกว่าฉันรู้อยู่แล้ว ว่าตอนนี้เหลือเวลาอยู่อีกไม่มาก ฉันแค่อยากจะมีชีวิตได้นานขึ้นอีกหน่อย ในขณะนั้นเองก็มีเด็กสาวเดินเข้ามาแล้วบอกว่า คุณแม่หนูซื้อยามาให้แล้วนะ นั่นแคสตี้หรอ!!! หนูเองเมเรีย ไม่ได้เจอกันนานเลย หนูได้เก็บใบบาล์มจากในสวนสมุนไพรมาทุกวันตามที่เธอบอกเอาไว้ แคสตี้ก็ถามว่า สวนหรอ มันคือสวนอะไร เมเรียก็บอกว่า สวนที่เธอเคยปลูกมันเพื่อแม่ของหนูไง แคสตี้ก็เกิดไอเดียว่า บางทีในสวนถ้ามีสมุนไพรที่ต้องการก็อาจจะปรุงยารักษาโรซ่าให้หายก็ได้ ก็เลยบอกให้เมเรียพาไปที่สวนนั่นได้มั้ย เมเรียก็ตอบตกลง มันอยู่ข้างๆ บ้านนี่เองเธอจะเดินไปปลดล็อคประตูให้ หลังจากออกมาจากห้องของโรซ่า ลิลลี่ก็เข้ามาถามอาการแคสตี้ก็ตอบถามตรงว่าอาการไม่ค่อยดี เวลาอาจจะเหลือไม่มากแล้ว ลิลลี่ที่ได้ยินแบบนั้นก็ถอนหายใจแล้วบอกว่า คุณหญิงโรซาต้องทนทุกข์ทรมานเพื่อครอบครัวและมรดก เมเรียยังเป็นแค่เด็กอายุ 11 ปีเท่านั้น ในกฏหมายของดินแดนแห่งนี้ เธอจะไม่สามารถสืบทอดมรดกจากแม่ได้จนกว่าเธอจะอายุ 12 ปี หากเธอจากไปก่อนที่ลูกสาวของเธอจะบรรลุนิติภาวะ ที่ดินและกรรมสิทธิ์ของเธอจะตกเป็นของญาติที่ใกล้ชิดที่สุดแทน แคสตี้ก็คิดในใจว่า งั้นโรซ่าก็อยากจะส่งต่อมรดกไปให้ลูกสาวของเธอสินะ มันเลยทำให้ตอนนี้เธอรู้สึกสิ้นหวังมาก จากนั้นแคสตี้ก็พูดออกมาว่า ฉันจะทำทุกอย่างเพื่อโรซ่า ฉันสัญญา

ที่สวนสมุนไพรแคสตี้ได้ตรวจสอบก็พบว่าสวนนี้ได้รับการดูแลอย่างดี เมเรียก็บอกว่าเธอดูแลมันด้วยตัวเองทุกวัน เหมือนที่แคสตี้ได้เคยสอนเอาไว้ แคสตี้ก็เลยชมว่าเมเรียเป็นลูกสาวที่ดีมากเลยนะ ตอนนี้อยากจะขอตัดพวกมันไปปรุงยาหน่อยนะ เมเรียก็บอกว่าได้เลยค่ะ ในระหว่างนี้แคสตี้จะคิดถึงสมุนไพรที่ต้องการ แต่ไม่รู้ว่ามันอยู่ตรงไหนบ้าง ก็เลยจะถามข้อมูลจากเมเรีย จากนั้นให้เรากด Inquire เมเรียแล้วจะได้ข้อมูลเกี่ยวกับสมุนไพรที่ต้องการ ในห้องก็จะมีแสงขึ้นมาเก็บมันให้ครบ ทีนี้ก็เหลือแค่ปรุงยาแล้ว แต่แล้วเมเรียก็ทักขึ้นมาว่าคุณแม่หนูกำลังจะตายใช่มั้ยคะ แคสตี้ก็บอกว่าเธอไม่อยากจะโกหก เสียใจด้วยนะเมเรีย เมเรียก็บอกว่าไม่เป็นไร ขอบคุณที่บอกตามตรงค่ะ หนูอยู่กับแม่มาตลอดและสังเกตุเห็นแล้วว่าแม่มีอาการแย่ลงเรื่อยๆ หนูพอจะเดาได้อยู่แล้ว ถึงจะล้มป่วยแต่แม่ก็ยังเห็นคงให้ความสำคัญกับเมืองอยู่ตลอด หนูอยากจะเดินตามรอยของแม่ อยากให้แม่รู้ว่าจิตวิญญาณของแม่นั้นจะยังคงอยู่ภายในตัวของหนู ฮึ่ม แล้วทำไมหนูต้องรอจนอายุครบ 12 ปีด้วย แคสตี้เลยเดินเข้าไปปลอบใจพร้อมกับบอกว่า ทุกอย่างจะไม่เป็นไรนะเมเรีย ฉันสัญญาว่าจะทำอย่างสุดความสามารถ เพื่อให้ความหวังของเธอเป็นจริง ไปกันเถอะแม่ของเธอรออยู่

เมื่อกลับมาที่ห้องของโรซ่าก็พบว่ามีแขกรบกวนเธออยู่ เขามีชื่อว่าเกร็ก โรซ่าก็ถามเกร็กว่ามาทำอะไรที่นี่ เกร็กบอกว่าเขาแค่มาดูอาการของเธอเท่านั้นแหละ ดูท่าเธอจะอาการไม่ค่อยดีนะ มันแย่กว่าครั้งที่แล้วที่ฉันเห็นอีก ทำไมไม่ตายไปเลยล่ะ ไม่ต้องห่วงนะฉันจะดูทั้งดินแดนและเอ่ออ ตอนนั้นเองก็เกร็กสังเหตุเห็นแคสตี้ ก็เลยถามว่าเธอเป็นใครกัน เมเรียเลยแนะนำว่าจำแคสตี้ไม่ได้หรอ เกร็กก็นึกออก เธอคือหมอคนนั้นนั่นเองที่เป็นหนึ่งในพวกนักปรุงยาของเอียร์ แถมยังพูดอีกว่า อย่ามามัวเสียเวลาที่นี่เลย ยังไงโรซ่าก็ต้องจากไป ไม่มีอะไรที่เธอจะทำได้แล้ว เมเรียทนไม่ไหวเลยบอกให้พอหยุดพูด หนูไม่อนุญาติให้ใครมาทำตัวหยาบคายกับแขกที่นี่ เกร็กก็ตอบกลับว่าไม่เห็นต้องมาหงุดหงิดใส่เลย ฉันแค่จะบอกว่า– เมเรียเถียงกลับ หากนายมีอะไรจะพูดล่ะก็ ให้พูดกับเธอโดยตรงเพราะเธอเป็นนายหญิงของบ้านหลังนี้ เกร็กก็เลยยอมแพ้ขอบตัวกลับก่อนแล้วกัน และขอให้เมเรียไปส่งที่หน้าประตูหน่อย เมเรียก็ตกลง แต่ทางลิลลี่ก็ไม่อยากให้เธอไปส่ง แต่เมเรียก็บอกว่าเธอทำได้ไม่ต้องเป็นห่วง ก่อนที่เกร็กจะกลับก็เดินเข้ามาพูดกับแคสตี้ด้วยความแค้นว่า ทำไมพวกหมอแบบเธอต้องโผล่มายุ่งตอนนี้ด้วย เมื่อทั้ง 3 ได้เดินออกจากห้องไป โรซ่าก็ขอโทษแคสตี้และบอกว่าเกร็กน่ะเป็นหลานชายของเธอเอง อันที่จริงแล้วเขาไม่ใช่คนเลวร้าย เขาแค่อยากจะปรับเปลี่ยนเมืองนี้ให้ดีขึ้น แต่ก็รีบร้อนเกินไป เขาตั้งใจที่จะยัดเยียดวิสัยทัศน์ของเขาให้กับผู้คน และด้วยความรีบร้อนที่จะช่วยเหลือ กลับละเลยความต้องการของผู้คน แคสตี้ตอบกลับว่า งั้นนี่ก็คือสาเหตุว่าทำไมเธอถึงหมดหวังที่จะให้เมเลียสืบทอดตำแหน่งสินะ โรซ่าไม่ตอบคำถาม เธอบอกว่าตอนนี้อยากพักแล้ว พร้อมกับไอออกมา แคสตี้ที่เห็นแบบนั้นก็เลยเดินเข้าไปดูอาการ แล้วบอกว่า เธอได้ปรุงยามาให้ มันจะช่วยลดอาการเจ็บลงได้ ตอนนี้ให้กด Soothe เพื่อให้ยากับโรซ่า จากนั้นโรซ่าก็ขอบคุณแคสตี้ เธอรู้สึกดีขึ้นแล้ว และพูดอีกว่า เธอไม่เปลี่ยนไปเลยนะแคสตี้ เธอมักพูดอยู่ตลอดว่า “ฉันเพียงต้องการยื่นมือเข้าช่วยเหลือทุกคนที่ต้องการ” แม้จะไม่มีความทรงจำ เธอก็ยังคงเป็นเช่นเดิม หลังจากโรซ่าได้นอนหลับไป ลิลลี่ก็ขอคุยอะไรด้วยสักหน่อย

ในห้องโถงของบ้านลิลลี่ได้ยื่นจดหมายให้กับแคสตี้
นักปรุงยา
เราได้ตัวเมเรียแล้ว
ถ้าอยากจะเห็นหน้าเธออีก
ให้มาที่บาร์ในย่านโจร เพียงคนเดียว
เมื่ออ่านจดหมายจบลิลลี่ก็บอกว่าเธอได้ค้นจนทั่วคฤหาส์แล้วตอนนี้ก็ไม่เห็นตัวเมเรียเลย ไม่รู้จะบอกคุณหญิงโรซ่ายังไงดี แคสตี้ก็ถามว่าบาร์ในจดหมายมันอยู่ที่ไหน ลิลลี่บอกว่ามันอยู่ทางเหนือของเมือง แต่ย่านโจรมันอันตรายมาก คนส่วนใหญ่มักจะถูกปล้น อย่าบอกนะว่าเธอจะไป แคสตี้เลยตอบกลับว่าเธอจะไปช่วยเมเรีย ส่วนลิลลี่ตอนนี้ให้อยู่ที่บ้านกับโรซ่า ไม่ต้องเป็นห่วงเธอ เธอดูแลตัวเองได้

เมื่อแคสตี้เข้าไปที่บาร์ในย่านโจรก็ได้พบกับเมเรียที่นอนอยู่บนพื้น ตอนที่แคสตี้กำลังเดินเข้าไปช่วย เกร็กก็ปรากฏตัวพร้อมพรรคพวกหยุดแคสตี้ไว้ แคสตี้เลยถามว่าทำอะไรกับเมเรีย เกร็กบอกว่าไม่ต้องเป็นห่วงเขาแค่วางยาให้เธอหลับไป แคสตี้เลยถามกลับแบบไม่พอใจว่า นายหวังว่าจะได้อะไรจากการหักหลังคนในครอบครัวแบบนี้ เกร็กก็บอกให้ใจเย็น เขาแค่ต้องการให้แคสตี้หยุดรักษาโรซ่าและออกไปจากเมืองนี้ซะ แคสตี้ตอบกลับว่านายต้องการตำแหน่งถึงขนาดทำเรื่องแย่ๆ แบบนี้เลยหรอ เกร็กตอบกลับว่า ฉันเป็นคนมีวิสัยทัศน์ จะเปลี่ยนเมืองเล็กๆ ที่น่าเบื่อแห่งนี้ให้กลายเป็นมหานครที่เจริญรุ่งเรืองเหมือนกับเมือง Clockbank แต่ยัยโง่โรซ่านั่นกลับมัวแต่ยึดติดอยู่กับอดีตจนมองไม่เห็นอนาคต ในที่สุดฉันก็เริ่มคิดว่า ฉันทำได้ดีกว่าเธอ สามารถเปลี่ยนเมืองนี้ได้ แคสตี้ก็ยิ่งไม่พอใจถามกลับว่า นายจะกดดันเธอแบบเหรอ เธอกำลังต่อสู้กับโรคร้ายอยู่ เกร็กบอกว่า นั่นก็เพื่อตัวเธอเอง เธอควรจะยกเมืองนี้ให้ฉัน ให้เธอลาออกไปแล้วจะได้มีเวลาพักผ่อนรักษาตัวเองได้ ฉันเกือบจะโน้มน้าวเธอได้แล้ว แต่แกกลับมาทำลายงานของฉันทั้งหมด อย่าทำให้เรื่องมันยุ่งยากไปกว่านี้เลย ออกไปซะแล้วฉันจะรักษาสัญญา จะพาเมเรียกลับไปที่บ้านเอง ตอนนั้นหัวหน้ากลุ่มโจรที่ชื่อว่าพลัคก็ได้ขัดขึ้นมา บลา บลา บลา ตอนนี้ช่วยเงียบกันหน่อยได้มั้ย มาเข้าเรื่องกันเถอะ นายอยากให้เธอหายตัวไปใช่มั้ย มันมีวิธีง่ายๆ อยู่ที่ทำให้เธอหายตัวไปนะ เกร็กบอกว่า เดี๋ยวก่อน เธอวางแผนที่จะทำอะไร พลัคบอกว่า ก็ขึ้นอยู่กับมูลค่าของเธอเอง ว่าเธอจะเลือกเงินหรือชีวิต เกร็กบอกให้พลัคหยุดเขาแค่จ้างเธอมาเพื่อให้ยืนดูอยู่เฉยๆ เท่านั้น ห้ามทำอะไรมากกว่านี้ แคสตี้ไม่พอใจเลยบอกว่า ถ้าเธอยอมเดินออกไปที่ประตูตอนนี้ เธอจะทำเหมือนว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้น แต่ทางพลัคก็ได้เรียกผู้ช่วยทั้ง 2 มิกกับแม๊ค ให้เตรียมตัวแล้วเข้าต่อสู้กับแคสตี้

หลังจากแคสตี้อัดกลุ่มโจรจนสลบแล้ว เกร็กก็เข้ามาบอกว่า เขาไม่ได้ต้องการให้มันเป็นแบบนี้ แคสตี้บอกว่ามันไม่ใช่หน้าที่ของเธอที่มาตัดสินความผิดที่นายก่อขึ้น พิจารณาการกระทำและหัวใจของตัวนายเองเถอะ และถ้าพบว่ามันขาดแคลน ก็จงพัฒนาตัวเองให้เป็นคนที่ดีขึ้น แล้วก็บอกโรซ่าด้วยว่ามันเกิดอะไรขึ้นที่นี่ ตอนนั้นเองเมเรียก็ตื่นขึ้น แคสตี้เลยถามอาการ เมเรียก็บอกว่าเธอไม่เป็นไร แคสตี้เลยชวนเมเรียกลับบ้านเพราะว่าแม่เธอคงเป็นห่วงแล้ว

เมื่อกลับมาที่ห้องของโรซ่า โรซ่าก็ได้กล่าวขอบคุณแคสตี้ ส่วนแคสตี้บอกว่ามันไม่จำเป็นเลย เธอแค่ทำในสิ่งที่ต้องทำ ตอนนี้เอายานี่ไปกินก่อน ตอนนี้โรซ่าต้องอยู่ที่เตียงและพักผ่อนเข้าใจมั้ย ในช่วงระยะเวลาหนึ่งแคสตี้ก็ได้อาศัยอยู่ในคฤหาส์คอยดูแลรักษาโรซ่า พร้อมกับเมเรีย ลิลลี่และเกร็กที่เหมือนจะกลับตัวกลับใจเป็นคนดีแล้ว จนกระทั่งถึงวันเกิดครบรอบ 12 ปีของเมเรีย ตอนนี้ทุกคนได้มาอยู่รอบเตียงเพื่อดูอาการของโรซ่า
เมเรีย: คุณแม่
โรซ่า: ลิลลี่
ลิลลี่: ค่ะ คุณหญิง
โรซ่า: ฉัน…ขอบคุณ…สำหรับความซื่อสัตย์ที่เธอมีต่อตระกูลเกลนวิลล์
ลิลลี่: คุณหญิงโรซ่า…! อย่าทิ้งพวกเราไปนะ
โรซ่า: เกร็ก
เกร็ก: ค ครับ
โรซ่า: ฉันขอฝาก..เมืองของพวกเราเอาไว้ในมือนาย ทั้งนายและเมเรีย ต้องคอยฟังเสียงผู้คน…ดูแลพวกเขา…และทำให้เมืองของเรากลายเป็นที่ที่ดีขึ้น
เกร็ก: ผมจะทำ ผมสัญญา เพราะงั้นคุณต้องสัญญากับผมว่าเราจะได้เห็นมันด้วยกัน
โรซ่า: ฮี่ฮี่.. ขอบคุณนะเกร็ก แคส..ตี้..
แคสตี้: โรซ่า..(ดูเหมือนว่าโรซ่ามีเรื่องอยากจะบอก ฉันควรสอบถามและให้โอกาสเธอ)
ตอนนี้ให้เรากด Inquire ไปที่โรซ่า แล้วแคสตี้จะนึกถึงความทรงจำในอดีตขึ้นมาได้

ในอดีตแคสตี้ โรซ่า และเมเรียกำลังอยู่ในสวนสมุนไพร
โรซ่า: แคสตี้ เธอคิดว่าฉันจะอยู่จนถึงวันเกิดของลูกสาวฉันมั้ย?
แคสตี้: เข้มแข็งเอาไว้นะโรซ่า เธออยากจะมีชีวิตอยู่เพื่อดูเมเรียเดินตามรอยเท้าของเธอใช่มั้ย
โรซ่า: ใช่แล้วล่ะ แต่นั่นเป็นเพียงสิ่งที่ฉันต้องการให้เธอเป็นในฐานะหัวหน้าครอบครัวของฉัน ส่วนสิ่งที่ฉันต้องในฐานะลูกของฉัน ก็แค่เพียงหวังว่าเธอจะใช้ชีวิตอย่างมีความสุข เมื่อฉันยอมรับพูดออกมาแบบนี้ ฉันก็ค้นพบแล้วว่า อันที่จริงฉันไม่ได้สนใจเกี่ยวกับเรื่องการสืบทอดอีกต่อไป ฉันแค่อยากมีชีวิตอยู่นานพอที่จะได้ฉลองวันเกิดของลูกสาวอีกเพียงแค่ครั้งหนึ่งเท่านั้น
แคสตี้: โรซ่า..

กลับมาที่ปัจจุบัน
โรซ่า: ขอบคุณนะ มันต้องขอบคุณในความสามารถของเธอ ที่ช่วยยืดลมหายใจของฉันมาได้นานขนาดนี้
แคสตี้: ไม่หรอกโรซ่า มันไม่ใช่เพราะความสามารถของฉัน แต่เป็นเพราะความแข็งแกร่งของตัวเธอเอง
โรซ่า: เมเรีย แม่มีของขวัญที่จะให้ลูก
เมเรียก็เดินเข้าไปรับของขวัญจากแม่
โรซ่า: แม่ขอมอบสิ่งนี้ให้กับลูกนะ มันคือ เข็มกลัดแห่งความสุข
เมเรีย: แม่ยกเข็มกลัดนี่ให้กับหนูหรอ
โรซ่า: สุขสันต์วันเกิดนะ เทวดาตัวน้อยของแม่
เมเรีย: ขอบคุณค่ะแม่ หนูจะรักษามันเอาไว้ตลอดไป หนูสัญญาว่าจะเติบโตขึ้นมาเป็นผู้ปกครองที่ใจดีและยุติธรรม…ให้เหมือนกับแม่ ตอนนี้แม่ไม่ต้องเป็นห่วงแล้วนะ
โรซ่า: เมเรีย..ลูกโตขนาดนี้แล้วหรอ..แม่ภูมิใจในตัวลูกนะ เม..เรีย
เมเรีย: คุณแม่
แล้วโรซ่าก็นอนจากไปอย่างสงบ

ช่วงเวลาถัดมา แคสตี้ได้เดินเข้ามาที่สวนสมุนไพรที่ตอนนี้เมเรียได้ทำการดูแลรักษาอยู่
เมเรีย: แคสตี้ คุณจะต้องไปแล้วหรอ
แคสตี้พยักหน้าให้กับเมเรีย
เมเรีย: หนู หนูอยากขอบคุณสำหรับทุกสิ่งทุกอย่างที่คุณทำเพื่อแม่ของหนู หนูสัญญาว่าจะคอยดูแลรักษาสวนแห่งนี้ พวกสมุนไพรหนูจะใช้มันเพื่อรักษาทุกคนที่ต้องการ
แคสตี้: แหะแหะ ฉันรู้ว่าเธอจะเป็นผู้นำที่ใจดีและยุติธรรมนะเมเรีย
เมเรีย: โอ้ หนูเกือบลืมถามไปเลยว่า ตอนนี้คุณทรูโซเป็นยังไงบ้าง
แคสตี้: ทรูโซ?
เมเรีย: เขาเป็นคนดีมาก คงจะดีถ้าได้เจอเขาอีกครั้ง
แคสตี้ก็ได้แต่คิดถึงชื่อนี้
เมเรีย: อ่า อย่าบอกนะว่าคุณก็ลืมเรื่องของเขาไปด้วย
แคสตี้: … (ฉันไม่เคยได้ยินชื่อนี้มาก่อนเลย สงสัยจังว่าเขาเป็นใคร)
ตอนนี้ให้เรากด Inquire กับเมเรีย แล้วเราจะนึกอะไรขึ้นมาได้อีก

ในอดีตทรูโซได้ยืนอยู่ในห้องโถงกับเมเรีย
เมเรีย: นี่คุณทรูโซ โยนา เธอ..เธอตายแล้ว มันทำให้หนูรู้สึกเศร้า เศร้ามาก
ทรูโซ: น้องสาวของฉันมีชีวิตที่ดีแล้ว
เมเรีย: ถ้าแม่ของหนูก็ตายด้วย หนู..หนู..
ทรูโซ: โอ๋ โอ๋ มาเรีย ฉันมั่นใจว่าอาการของแม่เธอจะดีขึ้นเร็วๆ นี้ อย่าลืมสิว่าฉันดูแลแม่ของเธออยู่นะ
เมเรีย: *สะอื้น* คุณพูดถูก
ทรูโซก็ได้เดินออกห่างจากเมเรีย แล้วพูดกับตัวเอง
ทรูโซ: ฉันจะต้องช่วยเธอให้ได้ ฉันจะต้องช่วยเธอให้ได้..! ฉันจะไม่ปล่อยให้เมเรียร้องไห้ จะต้องไม่เป็นแบบนั้น ฉันสัญญานะโยนา แต่โรคของโรซ่าเป็นโรคที่รักษาไม่หาย และฉันเพิ่งจะเริ่มต้นศึกษาศาสตร์แห่งการรักษาโรค ให้ตายเถอะ ให้ตายเถอะ ฉันนี่มันไร้ค่า ไร้ค่าสิ้นดี
ตอนนั้นเองก็มีเสียงเปิดประตู และคนที่เดินเข้ามาก็คือแคสตี้และมาลายา
ทรูโซ: พวกเธอเป็นใครน่ะ?
แคสนี้: กลุ่มนักปรุงยาของเอียร์ พวกเราได้ยินมาว่ามีคนป่วยที่ชื่อโรซ่าต้องการการรักษา และจุดประสงค์ของพวกเราก็คือการยื่นมือเข้าช่วยเหลือทุกคนที่ต้องการ
ทรูโซ: …

กลับมาที่ปัจจุบัน ตอนนี้แคสตี้ได้ยืนอยู่หน้าคฤหาส์
แคสตี้: (ตอนนี้ฉันจำมันได้แล้ว ยื่นมือเข้าช่วยเหลือทุกคนที่ต้องการ นั่นคือหลักการของเราที่เป็นจุดประสงค์ในการขับเคลื่อนกลุ่มนักปรุงยาของเอียร์ ฉันได้พบกับชายหนุ่มชื่อทรูโซในเมืองนี้ แต่เขาเป็นใครกันนะ? มันไม่มีประโยชน์ ความจำของฉันมันว่างเปล่า มันเป็นสิ่งที่สำคัญ ฉันจำได้แค่นั้น แต่มันคืออะไร?) ฮ่าาา ฉันจะนึกอะไรต่อไม่ออกถ้ามัวแต่อยู่ที่นี่ คงจะต้องออกเดินทางต่อ หากยังหวังที่จะรื้อฟื้นความทรงจำให้กลับคืนมา
ในเมืองที่ถูกแช่แข็ง ล้อมรอบด้วยหิมะ
แคสตี้ค้นพบเศษเสี้ยวของตัวตนที่เธอเคยเป็น
“ยื่นมือเข้าช่วยเหลือทุกคนที่ต้องการ”
หลักการของกลุ่มนักปรุงยาของเอียร์ และมันคือเส้นด้ายที่จะนำพาเธอไปสู่ความทรงจำที่หายไป
แม้ว่าเธอจะประกอบอดีตของเธอขึ้นมาใหม่ทีละชิ้นก็ตาม
แต่เมื่อจิ๊กซอว์เสร็จสมบูรณ์ เธอจะพบกับอะไร?

Sai และ Winterbloom
ชื่อที่ค้นพบในบันทึก
เป็นหินนำทางที่เปล่งประกายคอยชี้นำเส้นทาง
การไปเยือนเมืองเหล่านั้นทำให้ความทรงจำที่ถูกลืมกลับคืนมา
ความทรงจำในชีวิตของฉันก่อนหน้านี้ เมื่อฉันเป็นหนึ่งในกลุ่มนักปรุงยาของเอียร์และฝนนั่น
ตอนนั้นเองมาลายาก็ปรากฏตัวอยู่ตรงหน้า
แคสตี้: มาลายา? เธอมาทำอะไรที่นี่?
มาลายา: …
แคสตี้: ถึงมันเป็นกระบวนการที่ช้า แต่ฉันก็จำบางสิ่งที่ฉันลืมไปแล้วได้ พวกเรารู้จักกันใช่มั้ย?
มาลายา: ใช่แล้ว เหมือนกับเธอ ฉันก็เป็นหนึ่งในนักปรุงยาของเอียร์
แคสตี้: … ทำไมเธอต้องโกหกฉันด้วย ทำไมเธอต้องทำเป็นเหมือนเราไม่รู้จักกัน บอกฉันมานะมาลายา
มาลายา: ฉันตอบคำถามนั้นไม่ได้แคสตี้ หมู่บ้านฮีลีคส์ สั่นระฆัง?
แคสตี้: ฮีลีคส์?
ตอนนั้นเองแคสตี้ก็เหมือนจำอะไรขึ้นมาได้แว่บหนึ่ง
แคสตี้: ความทรงจำนี้!
มาลายา: ฉันรอเธออยู่ที่นั่น
แคสตี้: มาลายา!
เมื่อแคสตี้ตะโกนเรียกแต่มาลายาก็หายตัวไปแล้ว
แคสตี้: (ฮีลีคส์ นั่นคือที่ที่ฉันจะพบกับกลุ่มนักปรุงยาของเอียร์ใช่มั้ย? มันเกิดอะไรขึ้นที่นั่น?) อ่าาา ฉันจำไม่ได้เลย ฉันต้องไปเห็นมันด้วยตัวเอง มันคือหนทางเดียวที่จะทำให้จำทุกสิ่งได้
Castti – Chapter 2: Winterbloom Route End

เราจะไปกันต่อที่เมือง Montwise เนื้อเรื่องบทที่ 3 ของโทรเน่



