บทสรุป The Cleric & Thief, Part 1

เทเมนอส: บ้านแสนหวาน แม้ว่ามันไม่มีอะไรหวานจริงๆ เกี่ยวกับมันก็ตาม
โทรเน่: มหาวิหาร…
เทเมนอส: นี่ นี่ โทรเน่ เธอมีอะไรบางอย่างต้องการสารภาพงั้นหรอ?
โทรเน่: ไม่มีอะไรหรอก ฉันแค่นึกอะไรบางอย่างออกก็เท่านั้น มีข่าวลือมาว่ามีสมบัติซ่อนอยู่ในมหาวิหาร ฮ่า ไม่มีโจรคนไหนที่ไม่รักในสมบัติหรอกนะ
จากนั้นโทรเน่ก็ยื่นเหรียญไปให้เทเมนอส
เทเมนอส: นี่มันเหรียญ? “มีแต่คนโง่เท่านั้นที่สนใจเหรียญที่ถูกไหม้” ถ้าคุณเอื้อมมือเข้าไปในไฟ คุณก็จะถูกเผา
โทรเน่: โจรที่ดีย่อมไม่กลัวไฟเล็กน้อย ครั้งหนึ่งฉันเคยพนันกับเพื่อนของฉันว่าข่าวลือนั้นเป็นเรื่องจริงหรือไม่ สมบัติที่ถูกเรียกว่า “อัลพาเตส”
เทเมนอส: อัลพาเตส ชื่อนี้มันคุ้นหูฉันจัง อืมมม เธอทำให้ฉันสนใจมากทีเดียว
โทรเน่: แล้วไงต่อ เรามาลองสืบสวนดูมั้ยล่ะคุณนักสืบ
เทเมนอส: ฉันอยากทำเหมือนกัน แต่เสียดาย ฉันเป็นผู้ส่งสารของพระเจ้า ส่วนเธอเป็นโจร
โทรเน่: ฉันไม่ได้จะขโมยอะไรสักหน่อย ฉันแค่อยากรู้ว่าข่าวลือนั้นมันเป็นจริงรึเปล่า
เทเมนอส: ถึงเธอจะพูดแบบนั้น แต่บางอย่างบอกฉันว่าเธอมีแรงจูงใจอื่น
โทรเน่: ก็ไม่นะ
เทเมนอส: ถ้าอย่างงั้น โทรเน่ เริ่มการค้นหาเบาะแสกันเถอะ

ให้เราไปทางขวาบนบริเวณหน้าโบสถ์จะพบกับชายชรายืนอยู่ให้กด Coerce ใส่ แล้วเราจะได้ข้อมูลมา ชายชราคนนี้เป็นช่างไม้และเป็นเพื่อนกับพระสังฆราชอีกด้วย ความไว้วางใจระหว่างทั้งสองมีมากจนเขาถึงกับรู้ความลับของคริสตจักรด้วยซ้ำ แม้ว่าเขาจะแสร้งทำเป็นลืมเพื่อหลีกเลี่ยงปัญหา แต่ความจำของเขายังคงชัดเจน จากนั้นชายชราก็จะเผยข้อมูลลับให้กับเทเมนอสได้รู้ เขาบอกว่าพระสังฆราชเคยให้เขาสาบานเอาไว้ว่าจะเก็บเรื่องนี้เป็นความลับ แต่เรื่องนี้ยังบอกที่นี่ไม่ได้ ให้ไปพบกับเขาที่ห้องของพระสังฆราชในมหาวิหาร

ทีนี้ก็ให้เราเดินทางเข้าไปที่มหาวิหารที่อยู่ด้านบนสุด เมื่อเข้าไปในมหาวิหารแล้ว ให้เลี้ยวขวาแล้วเข้าไปที่ห้องด้านในสุด เมื่อมาถึงที่นี่ชายชราก็ได้เปิดทางลับที่อยู่หลังชั้นหนังสือให้แก่เรา จากนั้นชายชราก็บอกว่าหน้าที่ของเขาหมดลงแล้ว ที่เหลือก็ขึ้นอยู่กับความรู้ที่เทเมนอสมี แล้วเขาก็ขอตัวจากไป ทีนี้ให้เราวิ่งตามทางไปเรื่อยๆ จนกระทั่งถึงชั้นบนสุดจะพบเข้ากับห้องห้องหนึ่ง เมื่อเปิดเข้าไปก็พบกับหญิงสาวอยู่ในห้องนั้น

???: นั่นใครน่ะ
โทรเน่: มีคนอยู่ที่นี่เราจะทำยังไงกันดีล่ะเทเมนอส
เทเมนอส: ฉันเป็นตัวแทนของพระสังฆราช
???: โอ้ สหายของพระองค์ ขออภัยด้วยค่ะ ขอให้ฉันแนะนำตัวเองก่อน ฉันชื่อว่า อัลพาเตส
เทเมนอส: เธอคืออัลพาเตสงั้นหรอ
โทรเน่: ถ้าอย่างนั้นอัลพาเตสก็ไม่ใช่สมบัติสินะ
อัลพาเตส: ตระกูลของฉันได้ใช้ชื่ออัลพาเตสมาหลายชั่วอายุคนแล้ว พระสังฆราชได้คุ้มครองเราอยู่ที่นี่มานานหลายปีแล้ว ไม่มีใครมาที่นี่นอกจากจะนำอาหารมาให้
โทรเน่: เธออยู่ที่นี่มาทั้งชีวิตเลยหรอ เหมือนนกที่อยู่ในกรง
อัลพาเตส: นกที่อยู่ในกรง ฮ่าฮ่า เธอจะว่าแบบนั้นก็ได้ พูดถึงพระองค์แล้ว ฉันยังไม่ได้พบพระองค์เลยในช่วงนี้ พระองค์สบายดีไหม
เทเมนอส: ฉันเกรงว่าตอนนี้พระสังฆราชไม่ได้อยู่กับพวกเราแล้ว
อัลพาเตส: อ่าา ฉันเข้าใจแล้ว…
โทรเน่: เธอกำลังมองอะไรอยู่? พวกเรามีอะไรที่แปลกประหลาดขนาดนั้นเลยหรอ?
อัลพาเตส: ฉันมองเห็นเปลวไฟแผดเผาอยู่ข้างในตัวพวกเธอ
เทเมนอส: เปลวไฟ?
อัลพาเตส: ใช่ มันแผดเผาอยู่ในตัวพวกเธอทั้งคู่ ดูเหมือนว่าถึงเวลาที่ฉันต้องทำภารกิจให้สำเร็จแล้ว
โทรเน่: (ในที่สุดก็ถึงเวลาที่เราจะได้เห็นสมบัติแล้วสินะ)
อัลพาเตสได้ยื่นอะไรบางอย่างไปให้กับเทเมนอส
เทเมนอส: นี่มัน…เป็นกระจกที่ค่อนข้างขุ่น หรืออย่างน้อยก็เป็นชิ้นส่วนของมัน
โทรเน่: นี่หมายถึงสมบัติหรือเปล่า มันดูเหมือนสม….
เทเมนอส: เอาล่ะโทรเน่ ฉันคิดว่าเธอบอกว่าเธอไม่มีแรงจูงใจอื่นในการมานี่
โทรเน่: ….
อัลพาเตส: ตอนนี้ฉันต้องกลับไปยังตระกูลเพื่อทำภารกิจให้สำเร็จ
โทรเน่: ภารกิจของเธอ แล้วเธอต้องไปที่ไหนล่ะ
ตอนนั้นเองที่อัลพาเตสพยายามเดินออกไปจากห้อง แต่ดูเหมือนว่าเธอจะเดินไม่ค่อยไหว ทำให้โทรเน่เลยต้องไปพยุงตัวเธอก่อนที่จะล้ม
โทรเน่: เธอแทบจะยืนไม่ไหว บางทีเธอควรพักผ่อนก่อนออกเดินทาง
อัลพาเตส: ขอบคุณนะ หัวใจของเธอนี่มันอบอุ่นจริงๆ ไว้พวกเราค่อยพบกันใหม่ในสักวัน พวกเธอทั้งสองคน หวังจะให้รุ่งอรุณมาถึงไหม
เมื่ออัลพาเตสกล่าวเช่นนั้นแล้วก็ได้ออกเดินทางไปทันที

จากนั้นเราทั้ง 2 จะมายืนปรึกษากันที่บริเวณหน้าผาใกล้กับมหาวิหาร
โทรเน่: ไม่คิดเลยว่ากระจกแตกนี่มันจะเป็นสมบัติ แล้วผู้หญิงคนนั้นเป็นใครกัน
เทเมนอส: พระสังฆราชเก็บเธอไว้เป็นความลับ แม้กระทั่งกับฉัน เธอน่าจะมีอะไรที่สำคัญมาก พวกเราควรไปหยุดเธอมั้ย ฉันสงสัยว่าภารกิจของเธอคืออะไร
โทรเน่: มันไม่สำคัญหรอก แต่สุดท้ายก็ดูเหมือนว่าจะไม่มีสมบัติสินะ งั้นข่าวลือคงเป็นเรื่องโกหก

โทรเน่ได้นึกย้อนไปถึงตอนที่กลุ่มของเธอพูดคุยเกี่ยวกับสมบัติ
ปิโร่: อัลพาเตส สมบัติลับที่ซ่อนอยู่ในมหาวิหาร ปกคลุมไปด้วยความลึกลับ ว่ากันว่าถูกทิ้งไว้โดยเทพเจ้า
ดอนนี่: ฉันเบื่อกับเรื่องเล่าลือพวกนี้แล้ว เธอล่ะว่าไงโทรเน่
โทรเน่: ไม่นะ ฉันคิดว่ามันเป็นเรื่องจริง นั่นคือสิ่งที่สัญชาตญาณของฉันบอกมา
ปิโร่: สัญชาตญาณของเธอไม่ผิด ว่ายังไงล่ะเรามาพนันกันมั้ย
โทรเน่: มาสิ ฉันว่ามันต้องมีสมบัติอยู่
สการัชชี่: งั้นพวกเราพนันว่ามันไม่มี
จากนั้นทั้ง 3 คน สการัชชี่, ปิโร่และดอนนี่ก็โยนเหรียญไปทางโทรเน่
โทรเน่: แม้แต่นายก็ด้วยหรอปิโร่
ปิโร่: โจรทุกคนรู้ดีว่า เล่นอย่างระมัดระวังเป็นสิ่งที่ดีที่สุด
โทรเน่: ช่างน่าเบื่อกันเสียจริง
สการัชชี่: ชิ พูดเหมือนว่าการเสี่ยงเคยช่วยอะไรเรางั้นแหละ
ดอนนี่: เอาละ เราจะได้รู้ความจริงว่าพระเจ้าจะตัดสินใจแสดงความเมตตาต่อเราอย่างไร
โทรเน่: ฉันจะเก็บมันไว้จนกว่าจะถึงตอนนั้นแล้วกันนะ
ปิโร่: เก็บมันไว้ได้ตามที่เธอต้องการโทรเน่ เพียงแต่อย่าขโมยมันล่ะ เข้าใจมั้ย

กลับมาที่ปัจจุบัน
โทรเน่: (เพื่อนของฉัน ดูเหมือนว่าการพนันนี้ฉันจะแพ้นะ)
จากนั้นโทรเน่ก็โยนเหรียญทิ้งลงไปที่หน้าผา
เทเมนอส: โทรเน่?
โทรเน่: ไปกันเถอะเทเมนอส ไม่มีอะไรให้เราทำที่นี่แล้วล่ะ
เทเมนอส: โอ้พระเจ้า มันไม่ง่ายเลยจริงๆ ที่ต้องทำงานร่วมกับโจร

The Cleric & Thief, Part 1 End

ส่วนต่อไปเราจะไปกันที่เมือง Merry Hills เพื่อเนื้อเรื่องในบทสุดท้ายของแอ็กเนีย

Agnea – Chapter 5

Share:

Facebook
X
Flex-Ad-Side-Bar.png
Privacy Overview

This website uses cookies so that we can provide you with the best user experience possible. Cookie information is stored in your browser and performs functions such as recognising you when you return to our website and helping our team to understand which sections of the website you find most interesting and useful.