เทเมนอส: บ้านแสนหวาน แม้ว่ามันไม่มีอะไรหวานจริงๆ เกี่ยวกับมันก็ตาม
โทรเน่: มหาวิหาร…
เทเมนอส: นี่ นี่ โทรเน่ เธอมีอะไรบางอย่างต้องการสารภาพงั้นหรอ?
โทรเน่: ไม่มีอะไรหรอก ฉันแค่นึกอะไรบางอย่างออกก็เท่านั้น มีข่าวลือมาว่ามีสมบัติซ่อนอยู่ในมหาวิหาร ฮ่า ไม่มีโจรคนไหนที่ไม่รักในสมบัติหรอกนะ
จากนั้นโทรเน่ก็ยื่นเหรียญไปให้เทเมนอส
เทเมนอส: นี่มันเหรียญ? “มีแต่คนโง่เท่านั้นที่สนใจเหรียญที่ถูกไหม้” ถ้าคุณเอื้อมมือเข้าไปในไฟ คุณก็จะถูกเผา
โทรเน่: โจรที่ดีย่อมไม่กลัวไฟเล็กน้อย ครั้งหนึ่งฉันเคยพนันกับเพื่อนของฉันว่าข่าวลือนั้นเป็นเรื่องจริงหรือไม่ สมบัติที่ถูกเรียกว่า “อัลพาเตส”
เทเมนอส: อัลพาเตส ชื่อนี้มันคุ้นหูฉันจัง อืมมม เธอทำให้ฉันสนใจมากทีเดียว
โทรเน่: แล้วไงต่อ เรามาลองสืบสวนดูมั้ยล่ะคุณนักสืบ
เทเมนอส: ฉันอยากทำเหมือนกัน แต่เสียดาย ฉันเป็นผู้ส่งสารของพระเจ้า ส่วนเธอเป็นโจร
โทรเน่: ฉันไม่ได้จะขโมยอะไรสักหน่อย ฉันแค่อยากรู้ว่าข่าวลือนั้นมันเป็นจริงรึเปล่า
เทเมนอส: ถึงเธอจะพูดแบบนั้น แต่บางอย่างบอกฉันว่าเธอมีแรงจูงใจอื่น
โทรเน่: ก็ไม่นะ
เทเมนอส: ถ้าอย่างงั้น โทรเน่ เริ่มการค้นหาเบาะแสกันเถอะ

ให้เราไปทางขวาบนบริเวณหน้าโบสถ์จะพบกับชายชรายืนอยู่ให้กด Coerce ใส่ แล้วเราจะได้ข้อมูลมา ชายชราคนนี้เป็นช่างไม้และเป็นเพื่อนกับพระสังฆราชอีกด้วย ความไว้วางใจระหว่างทั้งสองมีมากจนเขาถึงกับรู้ความลับของคริสตจักรด้วยซ้ำ แม้ว่าเขาจะแสร้งทำเป็นลืมเพื่อหลีกเลี่ยงปัญหา แต่ความจำของเขายังคงชัดเจน จากนั้นชายชราก็จะเผยข้อมูลลับให้กับเทเมนอสได้รู้ เขาบอกว่าพระสังฆราชเคยให้เขาสาบานเอาไว้ว่าจะเก็บเรื่องนี้เป็นความลับ แต่เรื่องนี้ยังบอกที่นี่ไม่ได้ ให้ไปพบกับเขาที่ห้องของพระสังฆราชในมหาวิหาร

ทีนี้ก็ให้เราเดินทางเข้าไปที่มหาวิหารที่อยู่ด้านบนสุด เมื่อเข้าไปในมหาวิหารแล้ว ให้เลี้ยวขวาแล้วเข้าไปที่ห้องด้านในสุด เมื่อมาถึงที่นี่ชายชราก็ได้เปิดทางลับที่อยู่หลังชั้นหนังสือให้แก่เรา จากนั้นชายชราก็บอกว่าหน้าที่ของเขาหมดลงแล้ว ที่เหลือก็ขึ้นอยู่กับความรู้ที่เทเมนอสมี แล้วเขาก็ขอตัวจากไป ทีนี้ให้เราวิ่งตามทางไปเรื่อยๆ จนกระทั่งถึงชั้นบนสุดจะพบเข้ากับห้องห้องหนึ่ง เมื่อเปิดเข้าไปก็พบกับหญิงสาวอยู่ในห้องนั้น

???: นั่นใครน่ะ
โทรเน่: มีคนอยู่ที่นี่เราจะทำยังไงกันดีล่ะเทเมนอส
เทเมนอส: ฉันเป็นตัวแทนของพระสังฆราช
???: โอ้ สหายของพระองค์ ขออภัยด้วยค่ะ ขอให้ฉันแนะนำตัวเองก่อน ฉันชื่อว่า อัลพาเตส
เทเมนอส: เธอคืออัลพาเตสงั้นหรอ
โทรเน่: ถ้าอย่างนั้นอัลพาเตสก็ไม่ใช่สมบัติสินะ
อัลพาเตส: ตระกูลของฉันได้ใช้ชื่ออัลพาเตสมาหลายชั่วอายุคนแล้ว พระสังฆราชได้คุ้มครองเราอยู่ที่นี่มานานหลายปีแล้ว ไม่มีใครมาที่นี่นอกจากจะนำอาหารมาให้
โทรเน่: เธออยู่ที่นี่มาทั้งชีวิตเลยหรอ เหมือนนกที่อยู่ในกรง
อัลพาเตส: นกที่อยู่ในกรง ฮ่าฮ่า เธอจะว่าแบบนั้นก็ได้ พูดถึงพระองค์แล้ว ฉันยังไม่ได้พบพระองค์เลยในช่วงนี้ พระองค์สบายดีไหม
เทเมนอส: ฉันเกรงว่าตอนนี้พระสังฆราชไม่ได้อยู่กับพวกเราแล้ว
อัลพาเตส: อ่าา ฉันเข้าใจแล้ว…
โทรเน่: เธอกำลังมองอะไรอยู่? พวกเรามีอะไรที่แปลกประหลาดขนาดนั้นเลยหรอ?
อัลพาเตส: ฉันมองเห็นเปลวไฟแผดเผาอยู่ข้างในตัวพวกเธอ
เทเมนอส: เปลวไฟ?
อัลพาเตส: ใช่ มันแผดเผาอยู่ในตัวพวกเธอทั้งคู่ ดูเหมือนว่าถึงเวลาที่ฉันต้องทำภารกิจให้สำเร็จแล้ว
โทรเน่: (ในที่สุดก็ถึงเวลาที่เราจะได้เห็นสมบัติแล้วสินะ)
อัลพาเตสได้ยื่นอะไรบางอย่างไปให้กับเทเมนอส
เทเมนอส: นี่มัน…เป็นกระจกที่ค่อนข้างขุ่น หรืออย่างน้อยก็เป็นชิ้นส่วนของมัน
โทรเน่: นี่หมายถึงสมบัติหรือเปล่า มันดูเหมือนสม….
เทเมนอส: เอาล่ะโทรเน่ ฉันคิดว่าเธอบอกว่าเธอไม่มีแรงจูงใจอื่นในการมานี่
โทรเน่: ….
อัลพาเตส: ตอนนี้ฉันต้องกลับไปยังตระกูลเพื่อทำภารกิจให้สำเร็จ
โทรเน่: ภารกิจของเธอ แล้วเธอต้องไปที่ไหนล่ะ
ตอนนั้นเองที่อัลพาเตสพยายามเดินออกไปจากห้อง แต่ดูเหมือนว่าเธอจะเดินไม่ค่อยไหว ทำให้โทรเน่เลยต้องไปพยุงตัวเธอก่อนที่จะล้ม
โทรเน่: เธอแทบจะยืนไม่ไหว บางทีเธอควรพักผ่อนก่อนออกเดินทาง
อัลพาเตส: ขอบคุณนะ หัวใจของเธอนี่มันอบอุ่นจริงๆ ไว้พวกเราค่อยพบกันใหม่ในสักวัน พวกเธอทั้งสองคน หวังจะให้รุ่งอรุณมาถึงไหม
เมื่ออัลพาเตสกล่าวเช่นนั้นแล้วก็ได้ออกเดินทางไปทันที

จากนั้นเราทั้ง 2 จะมายืนปรึกษากันที่บริเวณหน้าผาใกล้กับมหาวิหาร
โทรเน่: ไม่คิดเลยว่ากระจกแตกนี่มันจะเป็นสมบัติ แล้วผู้หญิงคนนั้นเป็นใครกัน
เทเมนอส: พระสังฆราชเก็บเธอไว้เป็นความลับ แม้กระทั่งกับฉัน เธอน่าจะมีอะไรที่สำคัญมาก พวกเราควรไปหยุดเธอมั้ย ฉันสงสัยว่าภารกิจของเธอคืออะไร
โทรเน่: มันไม่สำคัญหรอก แต่สุดท้ายก็ดูเหมือนว่าจะไม่มีสมบัติสินะ งั้นข่าวลือคงเป็นเรื่องโกหก

โทรเน่ได้นึกย้อนไปถึงตอนที่กลุ่มของเธอพูดคุยเกี่ยวกับสมบัติ
ปิโร่: อัลพาเตส สมบัติลับที่ซ่อนอยู่ในมหาวิหาร ปกคลุมไปด้วยความลึกลับ ว่ากันว่าถูกทิ้งไว้โดยเทพเจ้า
ดอนนี่: ฉันเบื่อกับเรื่องเล่าลือพวกนี้แล้ว เธอล่ะว่าไงโทรเน่
โทรเน่: ไม่นะ ฉันคิดว่ามันเป็นเรื่องจริง นั่นคือสิ่งที่สัญชาตญาณของฉันบอกมา
ปิโร่: สัญชาตญาณของเธอไม่ผิด ว่ายังไงล่ะเรามาพนันกันมั้ย
โทรเน่: มาสิ ฉันว่ามันต้องมีสมบัติอยู่
สการัชชี่: งั้นพวกเราพนันว่ามันไม่มี
จากนั้นทั้ง 3 คน สการัชชี่, ปิโร่และดอนนี่ก็โยนเหรียญไปทางโทรเน่
โทรเน่: แม้แต่นายก็ด้วยหรอปิโร่
ปิโร่: โจรทุกคนรู้ดีว่า เล่นอย่างระมัดระวังเป็นสิ่งที่ดีที่สุด
โทรเน่: ช่างน่าเบื่อกันเสียจริง
สการัชชี่: ชิ พูดเหมือนว่าการเสี่ยงเคยช่วยอะไรเรางั้นแหละ
ดอนนี่: เอาละ เราจะได้รู้ความจริงว่าพระเจ้าจะตัดสินใจแสดงความเมตตาต่อเราอย่างไร
โทรเน่: ฉันจะเก็บมันไว้จนกว่าจะถึงตอนนั้นแล้วกันนะ
ปิโร่: เก็บมันไว้ได้ตามที่เธอต้องการโทรเน่ เพียงแต่อย่าขโมยมันล่ะ เข้าใจมั้ย

กลับมาที่ปัจจุบัน
โทรเน่: (เพื่อนของฉัน ดูเหมือนว่าการพนันนี้ฉันจะแพ้นะ)
จากนั้นโทรเน่ก็โยนเหรียญทิ้งลงไปที่หน้าผา
เทเมนอส: โทรเน่?
โทรเน่: ไปกันเถอะเทเมนอส ไม่มีอะไรให้เราทำที่นี่แล้วล่ะ
เทเมนอส: โอ้พระเจ้า มันไม่ง่ายเลยจริงๆ ที่ต้องทำงานร่วมกับโจร
The Cleric & Thief, Part 1 End

ส่วนต่อไปเราจะไปกันที่เมือง Merry Hills เพื่อเนื้อเรื่องในบทสุดท้ายของแอ็กเนีย



